Last updated: 16 ต.ค. 2569 | 12 จำนวนผู้เข้าชม |
สรุปสั้น
หลายบ้านในบางนาถามเราว่า จะ กำจัดกลิ่นอับในบ้าน หลังน้ำท่วมให้หายถาวรได้อย่างไร เพราะล้างบ้านแล้ว เปิดพัดลมแล้ว ฉีดสเปรย์แล้ว กลิ่นก็ยังกลับมาทุกเย็น โดยเฉพาะวันที่ฝนตกหรืออากาศชื้น
คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีสเปรย์หรือเครื่องไหนทำให้กลิ่นหายถาวรได้ ถ้าแหล่งความชื้นและเชื้อรายังอยู่ บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นว่ากลิ่นมาจากไหน ต้องทำอะไรก่อนหลัง และเมื่อไรที่การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนจะได้ผลยาวนานจริง
สารบัญ
"คุณแพร" กับสามีอยู่ทาวน์เฮาส์สามชั้นในซอยย่อยแถวอุดมสุข เขตบางนา กับลูกชายวัยสองขวบ น้ำท่วมชั้นล่างสูงประมาณแข้งอยู่ห้าวัน หลังน้ำลดทั้งคู่ล้างบ้าน ขนพรมและกล่องกระดาษทิ้ง แล้วเปิดพัดลมทุกวัน
ช่วงกลางวันกลิ่นดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ทุกเย็นเมื่อปิดประตูหน้าต่าง กลิ่นอับคล้ายผ้าเปียกก็ลอยขึ้นมาอีก คุณแพรซื้อเจลหอม เทียนหอม และสเปรย์ดับกลิ่นมาหลายแบบ สุดท้ายบ้านมีทั้งกลิ่นหอมและกลิ่นอับปนกันจนเวียนหัว
เมื่อทีมเข้าสำรวจ พบแหล่งกลิ่นสามจุด คือ ผนังยิปซัมใต้บันไดที่ยังชื้นอยู่ด้านใน โซฟาผ้าที่โฟมด้านในดูดน้ำไว้ และท่อระบายน้ำในห้องน้ำชั้นล่างที่ไม่มีน้ำขังในคอห่าน ทำให้กลิ่นจากท่อย้อนขึ้นมา
หลังทีมจัดการทั้งสามจุดและอบโอโซนทั้งชั้นล่าง คุณแพรก็เลิกซื้อของหอมมากลบกลิ่น และลูกชายก็กลับมาเล่นบนพื้นชั้นล่างได้อีกครั้ง
กลิ่นอับไม่ได้มาจากจุดเดียว และการกลบกลิ่นยิ่งทำให้หาต้นเหตุยากขึ้น การกำจัดกลิ่นอับในบ้านแบบถาวรจึงต้องเริ่มจากการหาแหล่งกลิ่นให้ครบก่อนลงมือ
กลิ่นอับเกิดจากสารที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมาขณะเติบโตในที่ชื้น ตราบใดที่ยังมีความชื้นและอาหารของเชื้อ เช่น ฝุ่น ผ้า ไม้ และกระดาษ กลิ่นก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่ตลอดเวลา
สเปรย์ปรับอากาศ เจลหอม และเทียนหอมไม่ได้ทำลายโมเลกุลกลิ่นหรือเชื้อรา เมื่อฤทธิ์หมด กลิ่นเดิมก็กลับมา และบางครั้งกลิ่นหอมผสมกลิ่นอับยิ่งทำให้คนในบ้านปวดหัว
พัดลมทำให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในโพรงผนัง ใต้พื้น และในเบาะโฟมยังอยู่ พอปิดบ้านตอนกลางคืน ความชื้นและกลิ่นก็สะสมขึ้นอีก
เมื่อปิดประตูหน้าต่างตอนเย็น อากาศในบ้านไม่ถ่ายเท ความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น และอุณหภูมิที่ลดลงทำให้ผนังและพื้นเย็นชื้นกว่าเดิม เชื้อราจึงทำงานได้ดีและกลิ่นสะสมในห้องเร็ว วันที่ฝนตกยิ่งชัด เพราะความชื้นจากภายนอกเข้ามาเสริม ถ้าสังเกตว่ากลิ่นมาแรงในช่วงนี้ เป็นสัญญาณชัดว่ายังมีแหล่งความชื้นอยู่ในบ้าน
การล้างพื้นและเช็ดผนังช่วยเอาโคลนและคราบออก แต่ถ้าไม่ได้ฆ่าเชื้อและไม่ได้ทำให้วัสดุแห้งจริง น้ำที่ใช้ล้างอาจเพิ่มความชื้นให้บ้านด้วยซ้ำ ลำดับงานจึงสำคัญไม่แพ้วิธีที่เลือกใช้
บ้านที่มีกลิ่นอับมักมีสปอร์เชื้อราในอากาศสูง ซึ่งอาจกระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืด โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ข้อมูลด้านสุขภาพหลังน้ำท่วมดูเพิ่มเติมได้จาก องค์การอนามัยโลก (WHO) และ กรมควบคุมโรค
ก่อนกำจัดกลิ่นอับในบ้าน ให้ไล่ตรวจจุดเหล่านี้ทีละห้อง ดมใกล้ ๆ และแตะดูว่าเย็นชื้นหรือไม่
ผนังที่ดูแห้งจากภายนอกอาจยังชื้นอยู่ด้านใน โดยเฉพาะผนังใต้บันไดและผนังกั้นห้องที่เป็นยิปซัม
น้ำที่ซึมลงใต้พื้นระบายออกยาก กลายเป็นแหล่งความชื้นที่ส่งกลิ่นขึ้นมาตามร่องพื้น
โซฟา เบาะ และที่นอนที่โดนน้ำจะดูดน้ำไว้ในโฟม ถ้าไม่ได้รับการจัดการ จะเป็นแหล่งกลิ่นหลักของห้อง ควรพิจารณาว่าจะทิ้งหรือส่งทำความสะอาดลึก ร่วมกับ บริการกำจัดไรฝุ่นบนที่นอนและโซฟา
ถ้าน้ำในคอห่านแห้งหรือมีตะกอนโคลน กลิ่นจากท่อจะย้อนขึ้นมา เทน้ำสะอาดลงท่อเป็นประจำและทำความสะอาดตะแกรง
แอร์ที่อยู่ในห้องชื้นอาจมีเชื้อราที่คอยล์และถาดน้ำทิ้ง เมื่อเปิดแอร์กลิ่นจะกระจายทั่วห้อง ควรล้างแอร์โดยช่างก่อนใช้งานเต็มที่
ตู้ที่ทำจากไม้อัดหรือปาร์ติเคิลบอร์ดดูดน้ำง่าย และเป็นที่อับอากาศ เสื้อผ้าในตู้ก็รับกลิ่นมาด้วย
นี่คือลำดับที่ทีมใช้จริงเมื่อต้องการให้กลิ่นอับหายและไม่กลับมา แต่ละขั้นต้องเสร็จก่อนไปขั้นถัดไป
ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในพื้นที่ ทีมควบคุมปริมาณโอโซนตามขนาดห้อง แนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง งานศิลปะ และของที่มีส่วนผสมยางออกก่อน และระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้า
กลิ่นอับจะไม่กลับมาตราบที่บ้านไม่มีแหล่งความชื้นใหม่ ถ้าในอนาคตมีน้ำรั่ว น้ำท่วมซ้ำ หรือห้องถูกปิดทึบนาน ๆ ก็อาจเกิดกลิ่นได้อีก การคุมความชื้นจึงเป็นส่วนสำคัญของผลลัพธ์ระยะยาว
| หัวข้อ | กลบกลิ่น | กำจัดที่ต้นเหตุ (WHD) |
|---|---|---|
| วิธีการ | สเปรย์ เจลหอม เทียนหอม | หาแหล่งกลิ่น ทำให้แห้ง พ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน |
| ผลต่อเชื้อรา | ไม่มีผล | จัดการเชื้อบนพื้นผิวและสปอร์ในอากาศ |
| ระยะเวลาที่กลิ่นหาย | ไม่กี่ชั่วโมง | ยาวนาน ถ้าคุมความชื้นต่อเนื่อง |
| ผลต่อคนในบ้าน | อาจเวียนหัวจากกลิ่นผสม | อากาศโล่งขึ้น สปอร์ลดลง |
| ค่าใช้จ่ายระยะยาว | ต้องซื้อซ้ำเรื่อย ๆ | ทำครั้งเดียวให้ครบ แล้วดูแลต่อเอง |
ก่อน
หลัง
เปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกวัน เทน้ำลงท่อที่ไม่ค่อยใช้สัปดาห์ละครั้ง ตรวจผนังชั้นล่างและใต้บันไดเดือนละครั้ง ล้างแผ่นกรองแอร์ตามรอบ และไม่วางเฟอร์นิเจอร์ชิดผนังที่เคยโดนน้ำในช่วงแรก
"ซื้อของหอมมาเป็นสิบอย่าง กลิ่นก็ไม่หาย พอทีมมาหาต้นเหตุ ถึงรู้ว่ามาจากใต้บันได โซฟา และท่อห้องน้ำ หลังจัดการครบและอบโอโซน บ้านไม่มีกลิ่นอับตอนเย็นอีกเลย" — คุณแพร ซอยอุดมสุข บางนา (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ได้ ถ้าจัดการต้นเหตุครบ คือหาแหล่งกลิ่น เอาวัสดุที่เสียหายออก ทำให้แห้ง พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน แล้วคุมความชื้นต่อเนื่อง ถ้ามีน้ำรั่วหรือน้ำท่วมซ้ำในอนาคต กลิ่นอาจกลับมาได้ จึงต้องดูแลต่อ
เปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่าน ใช้พัดลมดันอากาศออกนอกบ้าน นำของเปียกออก และเทน้ำลงท่อที่แห้ง วิธีนี้ช่วยลดกลิ่นชั่วคราว แต่ถ้ายังมีความชื้นในวัสดุ ควรวางแผนจัดการต้นเหตุต่อ
โอโซนสลายโมเลกุลกลิ่นและจัดการสปอร์ในอากาศได้ดี โดยเฉพาะในซอกที่มองไม่เห็น แต่จะได้ผลยาวนานเมื่อทำหลังจากเอาแหล่งกลิ่นออกและทำให้แห้งแล้ว ถ้ายังมีวัสดุชื้นอยู่ กลิ่นจะถูกสร้างใหม่
ถ่านกัมมันต์และเบกกิ้งโซดาช่วยดูดกลิ่นในพื้นที่เล็ก เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือตู้รองเท้า แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อราหรือความชื้นที่เป็นต้นเหตุ เหมาะเป็นตัวช่วยหลังจากจัดการต้นเหตุแล้ว
ถ้ากลิ่นแรงขึ้นทุกครั้งที่เปิดแอร์ อาจมีเชื้อราที่คอยล์หรือถาดน้ำทิ้ง ควรให้ช่างล้างแอร์ก่อน แล้วจึงอบโอโซนห้อง ระหว่างอบควรปิดแอร์และปิดห้องตามคำแนะนำของทีม
งานพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนส่วนใหญ่จบตามแผนงานในวันเดียว แต่ขั้นตอนทำให้วัสดุแห้งอาจต้องใช้เวลาหลายวันก่อนหน้านั้น ทีมจะช่วยวางลำดับงานให้เหมาะกับสภาพบ้าน
ให้บริการในเขตบางนา เช่น อุดมสุข บางนา-ตราด และสรรพาวุธ รวมถึงพระโขนง ประเวศ และสมุทรปราการ สอบถามคิวได้ที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
อยากกำจัดกลิ่นอับในบ้านให้หายจริง ไม่ต้องกลบอีก? ให้ทีมช่วยหาต้นเหตุ
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
อ่านเพิ่มเติม
#กำจัดกลิ่นอับในบ้าน #กำจัดกลิ่นอับ #อบโอโซน #อบโอโซนดับกลิ่น #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #เครื่องอบโอโซน #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม
คำค้นหา: กำจัดกลิ่นอับในบ้าน, กำจัดกลิ่นอับในบ้านหลังน้ำท่วม, กลิ่นอับในบ้าน แก้ยังไง, กำจัดกลิ่นอับถาวร, อบโอโซนดับกลิ่น, กลิ่นอับ บางนา กรุงเทพฯ 2569