กลับบ้านทุกวันพร้อมชุดเปื้อนโคลนน้ำท่วม จะไม่พาเชื้อเข้าบ้านได้อย่างไร? แยกโซนสกปรกกับโซนสะอาด สำหรับครอบครัวพนักงานเก็บขยะ อาสาสมัคร และคนทำงานกลางแจ้ง พร้อมพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนกำจัดกลิ่นอับ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 16 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อ

กลับบ้านทุกวันพร้อมชุดเปื้อนโคลนน้ำท่วม จะไม่พาเชื้อเข้าบ้านได้อย่างไร? แยกโซนสกปรกกับโซนสะอาด สำหรับครอบครัวพนักงานเก็บขยะ อาสาสมัคร และคนทำงานกลางแจ้ง พร้อมพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนกำจัดกลิ่นอับ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเรื่องความสะอาดในบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ คนที่ลุยน้ำท่วมหรือสัมผัสขยะเป็นประจำ หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ท้องร่วง หรือแผลอักเสบ ควรพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งว่าทำงานในพื้นที่น้ำท่วม ส่วนอุปกรณ์ป้องกันในการทำงาน ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานหรือนายจ้าง

เรื่องเล่าจากหน้างาน: รองเท้าบูทคู่เดียวที่เดินเข้าบ้านทุกเย็น

"พี่ชัย" อายุสี่สิบห้า เป็นพนักงานเก็บขยะของเขต อาศัยอยู่ในบ้านแถวไม้สลับปูนสองชั้นในชุมชนแถวสีกัน เขตดอนเมือง กับภรรยา ลูกสาววัยห้าขวบ และแม่ที่อายุเจ็ดสิบกว่า ช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด งานของพี่ชัยหนักกว่าปกติหลายเท่า ทุกวันเขาต้องเก็บขยะที่เปียกน้ำ เฟอร์นิเจอร์ที่บ้านต่าง ๆ ทิ้ง และกองโคลนตามซอย ส่วนภรรยา "พี่นิด" ก็ไปช่วยเป็นอาสาสมัครทำความสะอาดบ้านเพื่อนบ้านในช่วงวันหยุด

ทุกเย็นพี่ชัยกลับบ้านพร้อมรองเท้าบูทที่มีโคลนติด กางเกงเปียกถึงเข่า และกลิ่นขยะติดตัว เขาถอดรองเท้าที่หน้าประตูบ้าง เดินเข้าบ้านทั้งรองเท้าบ้าง วางเป้ไว้บนโซฟา แล้วโยนชุดทำงานรวมกับผ้าของคนในบ้านในตะกร้าเดียวกัน ลูกสาวชอบวิ่งมากอดพ่อตั้งแต่หน้าประตู ส่วนคุณยายนั่งอยู่บนเสื่อในห้องนั่งเล่นที่ติดกับประตูหน้า

ผ่านไปสองสัปดาห์ บ้านทั้งหลังเริ่มมีกลิ่นอับปนกลิ่นโคลนและกลิ่นขยะ พื้นห้องนั่งเล่นมีคราบดินเป็นทาง เครื่องซักผ้ามีกลิ่นเหม็น ลูกสาวเริ่มท้องเสียและมีผื่นที่ขา พี่นิดเล่าในวันที่ทีมงานไปสำรวจว่า "เราล้างบ้านแล้วนะ แต่เหมือนเชื้อมันกลับเข้ามาใหม่ทุกวัน เพราะเราต้องออกไปทำงานในน้ำทุกวัน" นี่คือความกังวลของหลายครอบครัวที่สมาชิกต้องทำงานกลางแจ้งในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

ทำไมบ้านของคนทำงานกลางแจ้งจึงต้องมี "โซนสะอาด"

  • เชื้อโรคเดินทางมากับรองเท้าและเสื้อผ้า: โคลนและน้ำท่วมมีเชื้อจากท่อระบายน้ำและสิ่งปฏิกูล เช่น แบคทีเรียที่ทำให้ท้องร่วง เมื่อรองเท้าบูทหรือกางเกงที่เปื้อนโคลนเข้ามาในบ้าน เชื้อก็ติดพื้น พรม โซฟา และเครื่องซักผ้าไปด้วย
  • ความเสี่ยงโรคฉี่หนู: พื้นที่ที่มีขยะและน้ำขังมักมีหนู โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสติดต่อผ่านน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะหนู และเข้าทางแผลหรือเยื่อบุ คนที่ทำงานในพื้นที่นี้และครอบครัวจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุอยู่ใกล้พื้น: เด็กคลาน นั่งเล่น และเอามือเข้าปาก ผู้สูงอายุหลายคนนั่งหรือนอนบนเสื่อ ฝุ่นและคราบที่ติดพื้นจึงถึงตัวพวกเขาได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
  • ล้างบ้านครั้งเดียวไม่พอ: สำหรับบ้านทั่วไป การล้างบ้านใหญ่หลังน้ำลดหนึ่งครั้งอาจพอ แต่บ้านที่มีคนนำโคลนเข้ามาใหม่ทุกวัน ต้องมีระบบป้องกันที่ทำซ้ำได้ทุกวัน
  • กลิ่นอับสะสม: ชุดทำงานที่เปียกและวางทิ้งไว้ ตะกร้าผ้า และเครื่องซักผ้าที่ซักผ้าเปื้อนโคลนบ่อย ๆ เป็นแหล่งกลิ่นอับและเชื้อราที่ลามไปทั้งบ้าน

ข้อมูลทั่วไปเรื่องความเสี่ยงสุขภาพหลังน้ำท่วมดูได้จาก องค์การอนามัยโลก (WHO) และ กรมควบคุมโรค

ผลกระทบที่ครอบครัวต้องแบกรับ

สุขภาพของคนในบ้าน: เด็กที่ท้องเสียหรือมีผื่น ผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง และคนทำงานเองที่อาจมีแผลถลอกจากการทำงาน ล้วนเป็นกลุ่มที่ต้องระวัง

ความรู้สึกผิดของคนทำงาน: หลายคนรู้สึกผิดที่ต้องนำความสกปรกกลับบ้าน ทั้งที่งานที่ทำเป็นงานที่ช่วยให้ชุมชนฟื้นตัว ความกังวลนี้ทำให้บางคนไม่กล้ากอดลูกหรือนั่งใกล้พ่อแม่หลังเลิกงาน

ค่าใช้จ่ายและเวลา: การล้างบ้านซ้ำทุกสัปดาห์ เปลี่ยนพรม ซ่อมเครื่องซักผ้าที่มีกลิ่น และค่ารักษาเมื่อคนในบ้านไม่สบาย ล้วนเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่รายได้หลายบ้านยังไม่กลับมาเป็นปกติ

วิธีที่หลายบ้านทำ แต่ยังพาเชื้อเข้าบ้าน

  • ถอดรองเท้าที่หน้าประตูแต่ไม่ล้าง: โคลนที่แห้งบนรองเท้าจะกลายเป็นฝุ่น ลอยเข้าบ้านทุกครั้งที่เปิดประตู
  • ซักชุดทำงานรวมกับผ้าเด็ก: คราบโคลนและเชื้อจากชุดทำงานอาจติดไปกับผ้าอื่นในเครื่อง โดยเฉพาะเมื่อซักด้วยน้ำเย็นรอบสั้น
  • ราดน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นทุกวัน: กลิ่นคลอรีนฉุนในบ้านปิดระคายเคืองทางเดินหายใจของเด็กและผู้สูงอายุ และไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นทาง
  • ฉีดน้ำหอมกลบกลิ่น: กลิ่นขยะและโคลนหายไปชั่วคราว แต่เชื้อโรคและเชื้อรายังอยู่
  • ไม่มีลำดับชัดเจน: บางวันอาบน้ำก่อน บางวันนั่งพักบนโซฟาก่อน ทำให้ระบบที่ตั้งใจไว้ใช้ไม่ได้จริง

วิธีแยกโซนสกปรกกับโซนสะอาดในบ้าน ทำได้จริงในบ้านเล็ก

ไม่จำเป็นต้องมีบ้านใหญ่ แค่กำหนดเส้นทางที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน และทำเหมือนเดิมทุกวัน

  1. โซนสกปรก (นอกบ้านหรือหน้าประตู): วางกะละมังน้ำ แปรงขัด และถังน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับล้างรองเท้าบูทไว้ด้านนอก มีชั้นวางรองเท้าทำงานแยกจากรองเท้าคนในบ้าน และมีตะขอแขวนเสื้อกันฝนกับเป้
  2. โซนเปลี่ยนชุด (กันชน): ใช้มุมหลังบ้าน ห้องน้ำชั้นล่าง หรือมุมเล็ก ๆ ที่ปิดม่านได้ มีถังมีฝาปิดสำหรับชุดทำงานโดยเฉพาะ และมีชุดสะอาดเตรียมไว้
  3. อาบน้ำก่อนทำอย่างอื่น: ตกลงกันในบ้านว่าคนทำงานกลางแจ้งต้องอาบน้ำและสระผมก่อนนั่งโซฟา กอดลูก หรือเข้าครัว ลูกจะรอได้ถ้าเป็นกติกาที่ทำทุกวัน
  4. โซนสะอาด (ภายในบ้าน): ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และครัว เป็นพื้นที่ที่ไม่มีรองเท้าทำงาน ชุดทำงาน หรือเป้ที่เปื้อนโคลนเข้ามาเลย
  5. เช็ดจุดเชื่อมต่อทุกวัน: ลูกบิดประตูหน้า ประตูห้องน้ำ ก๊อกน้ำ และสวิตช์ไฟ เช็ดด้วย สเปรย์ CHEMGENE HLD4H แล้วปล่อยให้แห้ง

ซักชุดทำงานที่เปื้อนโคลนอย่างไรให้ไม่ปนกับผ้าในบ้าน

  • เคาะและล้างโคลนออกจากชุดด้วยน้ำสะอาดนอกบ้านก่อน อย่าเทโคลนลงเครื่องซักผ้า
  • ซักชุดทำงานแยกจากผ้าของเด็กและผู้สูงอายุทุกครั้ง ใช้รอบซักที่นานพอและน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนตามที่ฉลากผ้ารับได้
  • ตากแดดจัดให้แห้งสนิท ไม่พับเก็บขณะยังชื้น
  • หลังซักชุดทำงานหลายรอบ ให้ล้างถังเครื่องซักผ้าและยางขอบประตูตามคู่มือผู้ผลิต เพื่อลดกลิ่นอับและเชื้อราในเครื่อง
  • ถุงมือ รองเท้าบูท และเสื้อกันฝน ล้างด้วยน้ำสบู่ ฆ่าเชื้อ แล้วผึ่งให้แห้งในที่โล่ง ไม่เก็บในบ้านขณะเปียก
  • ใส่ถุงมือขณะจัดการชุดทำงาน และล้างมือด้วยสบู่ทันทีหลังเสร็จ

ทางออก: เริ่มต้นจากบ้านที่สะอาดจริง แล้วรักษาด้วยระบบโซน

ระบบโซนจะได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มต้นจากบ้านที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงแล้ว World Health Disinfection (WHD) ช่วยรีเซ็ตบ้านให้กลับมาเป็นจุดเริ่มต้นที่สะอาด

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV เน้นทางเข้าบ้าน พื้นห้องนั่งเล่น ห้องน้ำชั้นล่าง มุมซักผ้า และพื้นผิวที่ทุกคนสัมผัส ละอองขนาดเล็กเข้าถึงร่องพื้น ขอบผนัง และซอกที่ผ้าถูพื้นเข้าไม่ถึง

2. บริการอบโอโซน ช่วยลดกลิ่นขยะ กลิ่นโคลน และกลิ่นอับที่ฝังในผนัง ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ พร้อมทำลายสปอร์เชื้อราที่ขึ้นตามบ้านไม้และมุมอับ เมื่อระบายอากาศแล้วโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำหอม

ความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในพื้นที่ ทีมงานจะระบายอากาศจนโอโซนสลายและยืนยันก่อนให้ครอบครัวกลับเข้าบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางและของที่เป็นยาง เช่น รองเท้าบูทและเสื้อกันฝน ควรย้ายออกหรือคลุมตามคำแนะนำของทีมงาน

ขั้นตอนบริการ

  1. สำรวจและวางเส้นทางโซน: ทีมงานดูทางเข้าบ้าน ห้องน้ำ มุมซักผ้า และช่วยแนะนำว่าจุดไหนเหมาะเป็นโซนสกปรก โซนเปลี่ยนชุด และโซนสะอาด
  2. คัดแยกของ: แนะนำพรม เสื่อ และเบาะที่ควรเปลี่ยน รวมถึงของที่ควรย้ายออกก่อนอบโอโซน
  3. ล้างพื้นและขนโคลน: ครอบครัวล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดจนหมดคราบ ทีมงานชี้จุดที่ควรล้างซ้ำ
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H: ทางเข้า พื้น ห้องน้ำ มุมซักผ้า และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย
  5. อบโอโซนแบบปิดพื้นที่: ทีละโซน รวมห้องนั่งเล่นและห้องนอนเด็กกับผู้สูงอายุ
  6. ระบายอากาศและตรวจซ้ำ: เปิดหน้าต่างจนโอโซนสลาย ตรวจกลิ่น แล้วส่งมอบพร้อมคำแนะนำการดูแลระบบโซนในแต่ละวัน

10 เหตุผลที่ครอบครัวคนทำงานกลางแจ้งในดอนเมืองเลือก WHD

  1. ไม่ได้แค่พ่นแล้วจบ แต่ช่วยวางเส้นทางโซนสกปรก-สะอาดที่ใช้ได้จริงในบ้านเล็ก
  2. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV เน้นทางเข้าบ้านและจุดที่เชื้อเข้ามาทุกวัน
  3. อบโอโซน ลดกลิ่นขยะ กลิ่นโคลน และกลิ่นอับที่ฝังในบ้าน
  4. ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่ใช้งานในสถานพยาบาล
  5. ไม่ทิ้งกลิ่นคลอรีนฉุนที่ระคายเคืองเด็กและผู้สูงอายุ
  6. ขั้นตอนความปลอดภัยโอโซนชัดเจน แจ้งเวลากลับเข้าบ้านทุกครั้ง
  7. แนะนำการซักชุดทำงานและดูแลเครื่องซักผ้า
  8. เข้าใจบ้านไม้สลับปูนและบ้านในชุมชนที่มีพื้นที่จำกัด
  9. ต่อยอดด้วย บริการพ่นยุง รอบบ้านที่ยังมีน้ำขัง
  10. นัดหมายผ่าน LINE ได้ตามเวลาว่างของคนทำงานเป็นกะ

ก่อนรับบริการ

  • รองเท้าบูทและชุดเปื้อนโคลนเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น
  • ชุดทำงานซักรวมกับผ้าเด็ก เครื่องซักผ้ามีกลิ่น
  • บ้านมีกลิ่นขยะ กลิ่นโคลน และกลิ่นอับ
  • ล้างบ้านแล้วแต่สกปรกกลับมาทุกวัน

หลังรับบริการ

  • มีเส้นทางโซนสกปรก-สะอาดที่ทุกคนทำตามได้
  • พื้นและจุดสัมผัสร่วมผ่านการฆ่าเชื้อ
  • กลิ่นในบ้านลดลงอย่างชัดเจน
  • คนทำงานกลับบ้านแล้วกอดลูกได้อย่างสบายใจ

เสียงจากลูกค้า (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

"ทีมงานไม่ได้แค่มาพ่นแล้วกลับ แต่ช่วยดูว่าหน้าบ้านเราควรวางกะละมังล้างรองเท้าตรงไหน ใช้ห้องน้ำชั้นล่างเป็นที่เปลี่ยนชุด แล้วพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนให้ทั้งบ้าน ตอนนี้ผมกลับมาก็ล้างรองเท้า อาบน้ำ แล้วค่อยกอดลูก กลิ่นในบ้านก็หายไปเยอะ"

— พี่ชัย พนักงานเก็บขยะ ชุมชนแถวสีกัน เขตดอนเมือง (เรื่องเล่าตัวอย่างจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: บ้านเล็ก ไม่มีห้องว่าง จะแยกโซนได้อย่างไร?
ตอบ: ใช้พื้นที่หน้าประตูเป็นโซนสกปรก และใช้ห้องน้ำเป็นโซนเปลี่ยนชุดได้ สิ่งสำคัญคือลำดับที่ทำเหมือนเดิมทุกวัน ไม่ใช่ขนาดของพื้นที่

ถาม: ต้องพ่นฆ่าเชื้อบ้านบ่อยแค่ไหน ถ้ายังต้องออกไปทำงานในน้ำทุกวัน?
ตอบ: การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานเป็นการรีเซ็ตบ้านครั้งใหญ่ หลังจากนั้นระบบโซนและการเช็ดจุดสัมผัสทุกวันคือสิ่งที่รักษาความสะอาดไว้ ทีมงานจะประเมินร่วมกับครอบครัวว่าควรตรวจซ้ำเมื่อไร

ถาม: อาสาสมัครที่ไปช่วยล้างบ้านคนอื่นเป็นครั้งคราว ต้องทำแบบนี้ด้วยไหม?
ตอบ: ควรทำทุกครั้งที่กลับจากพื้นที่น้ำท่วม แม้จะไปแค่วันเดียว เพราะโคลนและน้ำในบ้านที่ท่วมมักมีเชื้อปนเปื้อน

ถาม: รองเท้าบูทและเสื้อกันฝนอยู่ในบ้านระหว่างอบโอโซนได้ไหม?
ตอบ: ควรย้ายออก เพราะเป็นวัสดุยางที่โอโซนอาจทำให้เสื่อมเร็วขึ้น และควรล้างฆ่าเชื้อแยกต่างหากอยู่แล้ว

ถาม: ผู้สูงอายุและเด็กต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน?
ตอบ: ระหว่างอบโอโซนและช่วงระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าบ้านได้ในวันทำงาน และวางแผนให้เหมาะกับครอบครัว

ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: เขตดอนเมือง เช่น สีกัน ดอนเมือง สนามบิน และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น หลักสี่ บางเขน สายไหม และรังสิตตอนใต้

ให้บ้านเป็นที่พักใจที่สะอาด หลังวันทำงานหนักในน้ำ

บริการในเขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน สายไหม และพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#แยกโซนสะอาดในบ้าน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: แยกโซนสะอาดในบ้านหลังน้ำท่วม, ชุดเปื้อนโคลนน้ำท่วม, อาสาสมัครน้ำท่วมกลับบ้าน, พนักงานเก็บขยะ, ซักเสื้อผ้าเปื้อนน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, ดอนเมือง, กรุงเทพฯ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้