บ้านพักคนชราโดนน้ำท่วม แต่ผู้สูงอายุติดเตียงย้ายออกพร้อมกันไม่ได้ จะพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนอย่างไร? วางแผนทีละโซน กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับในเรือนนอน โรงอาหาร และห้องกายภาพ สำหรับสถานสงเคราะห์คนชรา เขตบางแค กรุงเทพฯ ปี 2569
เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันแรกหลังน้ำลดที่เรือนนอนชั้นล่าง
"คุณสุนันทา" เป็นผู้จัดการฝ่ายดูแลผู้สูงอายุของบ้านพักคนชราที่ดำเนินงานโดยมูลนิธิแห่งหนึ่งในเขตบางแค กรุงเทพฯ ที่นี่มีผู้สูงอายุพักอาศัยราวเจ็ดสิบคน ในจำนวนนี้เกือบสามสิบคนเป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือติดรถเข็น อาคารเป็นตึกสองชั้นสองหลังเชื่อมกันด้วยทางเดินมีหลังคา ชั้นล่างเป็นเรือนนอนรวมของผู้ที่เดินลำบาก โรงอาหาร ห้องกายภาพบำบัด และห้องเก็บผ้า
ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ฝนตกหนักติดกันหลายวัน น้ำจากคลองใกล้เคียงเอ่อเข้ามาในบริเวณอาคารสูงราวหนึ่งฟุต และขังอยู่เกือบสี่วัน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครช่วยกันยกผู้สูงอายุติดเตียงขึ้นไปพักชั่วคราวที่ห้องโถงชั้นสองซึ่งแออัดมาก บางคนต้องย้ายไปพักกับญาติ เมื่อน้ำลด ทุกคนอยากให้ผู้สูงอายุได้กลับลงมานอนเตียงของตัวเองโดยเร็ว
แต่เมื่อคุณสุนันทาเดินลงไปสำรวจชั้นล่าง กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นท่อลอยขึ้นมาตั้งแต่บันได ผนังเรือนนอนมีคราบโคลนเป็นเส้นตามระดับน้ำ จุดดำของเชื้อราเริ่มขึ้นที่มุมห้องและหลังตู้เก็บของ ที่นอนกันแผลกดทับหลายผืนที่วางอยู่บนพื้นชั้นล่างอมน้ำจนหนัก ราวจับในห้องน้ำมีคราบตะกอน และห้องกายภาพมีเบาะออกกำลังกายที่เริ่มส่งกลิ่น ส่วนผู้สูงอายุบนชั้นสองเริ่มมีอาการไอ บางคนนอนไม่หลับเพราะอากาศอบอ้าวและแออัด
คำถามของคุณสุนันทาและคณะกรรมการมูลนิธิจึงชัดเจนมาก จะฆ่าเชื้อและกำจัดเชื้อราชั้นล่างอย่างไร ในขณะที่ยังมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกันตลอดเวลา จะใช้โอโซนได้หรือไม่ถ้าย้ายผู้สูงอายุออกทั้งหมดไม่ได้ และจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุที่ภูมิต้านทานต่ำได้กลับมาอยู่ในที่ที่สะอาดจริง บทความนี้รวบรวมแนวทางที่ทีม World Health Disinfection (WHD) ใช้กับงานลักษณะนี้
ทำไมบ้านพักคนชราจึงยากกว่าบ้านทั่วไปหลังน้ำท่วม
- ย้ายผู้อยู่อาศัยออกทั้งหมดไม่ได้: บ้านทั่วไปอาจปิดบ้านทั้งหลังเพื่ออบโอโซนได้ แต่บ้านพักคนชรามีผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง การทำงานจึงต้องวางแผนทีละโซนอย่างรัดกุม
- ผู้อยู่อาศัยภูมิต้านทานต่ำ: ผู้สูงอายุจำนวนมากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีแผลกดทับ จึงไวต่อเชื้อโรคและสปอร์เชื้อรามากกว่าคนทั่วไป
- ของใช้ร่วมกันจำนวนมาก: รถเข็น ไม้เท้า ที่ช่วยเดิน ราวจับ เก้าอี้นั่งอาบน้ำ เตียงปรับระดับ และโต๊ะอาหาร ถูกใช้ร่วมกันหลายคน ถ้าจัดการไม่ทั่วถึง เชื้อจะแพร่ผ่านจุดสัมผัสได้ง่าย
- ผ้าและที่นอนจำนวนมาก: ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าขวาง ที่นอนกันแผลกดทับ และหมอน เป็นของที่อมน้ำและเก็บกลิ่นอับได้ดีที่สุด และต้องมีพอใช้ทุกวัน
- มีผู้มาเยี่ยมและผู้บริจาค: ญาติ อาสาสมัคร และผู้บริจาคเข้าออกเป็นประจำ ภาพของความสะอาดและกลิ่นในอาคารจึงสะท้อนความน่าเชื่อถือของมูลนิธิโดยตรง
ความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้สูงอายุที่ต้องระวัง
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุแต่ละรายควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล และทีมสุขภาพที่ดูแลอยู่
- ระบบทางเดินหายใจ: สปอร์เชื้อราและฝุ่นจากโคลนแห้งอาจทำให้ผู้สูงอายุไอ หายใจไม่สะดวก หรือทำให้อาการของโรคปอดเรื้อรังและหอบหืดแย่ลง ผู้ที่นอนติดเตียงอยู่ใกล้พื้นและผนังตลอดเวลาจึงได้รับผลกระทบมากกว่า
- ผิวหนังและแผลกดทับ: ที่นอนและผ้าที่ยังชื้นหรือมีเชื้อ อาจเพิ่มความเสี่ยงการระคายเคืองผิวและการติดเชื้อที่แผล
- ท้องเสียและการติดเชื้อทางเดินอาหาร: โรงอาหาร ห้องเตรียมอาหาร และภาชนะที่โดนน้ำท่วม อาจมีเชื้อที่ทำให้ท้องเสีย ซึ่งในผู้สูงอายุอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เร็ว
- โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส: เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ลงไปทำความสะอาดโคลนควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และหน้ากาก และระวังไม่ให้แผลสัมผัสน้ำหรือโคลน
- ความเครียดและการนอนไม่หลับ: การต้องย้ายที่นอนกะทันหันและอยู่อย่างแออัด ทำให้ผู้สูงอายุบางคนสับสนหรือนอนไม่หลับ การคืนพื้นที่ที่คุ้นเคยให้เร็วอย่างปลอดภัยจึงสำคัญต่อจิตใจด้วย
ข้อมูลเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วมและการดูแลสุขภาพหลังน้ำลด ดูเพิ่มเติมได้จาก กรมควบคุมโรค และ กรมอนามัย
ทำไมวิธีที่ใช้กันบ่อยจึงไม่พอสำหรับบ้านพักคนชรา
- ราดน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นทั่วห้อง: กลิ่นคลอรีนฉุนอาจทำให้ผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหายใจลำบาก และไม่ช่วยกำจัดเชื้อราที่ซึมลึกในผนังหรือในที่นอน
- เปิดพัดลมเป่าให้แห้ง: ช่วยลดความชื้นผิวหน้า แต่ถ้าผนังขึ้นราแล้ว ลมจะพาสปอร์ไปทั่วอาคาร รวมถึงชั้นที่ผู้สูงอายุพักอยู่
- ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง และกลิ่นหอมแรงอาจรบกวนผู้สูงอายุที่แพ้ง่าย
- ล้างแค่พื้น ไม่จัดการอุปกรณ์: รถเข็น ที่ช่วยเดิน ราวจับ และเตียงปรับระดับที่โดนน้ำ เป็นจุดที่มือผู้สูงอายุสัมผัสทุกวัน ถ้าไม่ฆ่าเชื้อทั่วถึง ความสะอาดของห้องก็ไม่สมบูรณ์
- รีบพาผู้สูงอายุกลับลงมาก่อนพื้นและผนังแห้ง: ความชื้นที่ค้างอยู่จะทำให้เชื้อรากลับมาเร็ว และผู้สูงอายุต้องย้ายขึ้นลงซ้ำอีกรอบ
สิ่งที่ได้ผลจริงคือ จัดลำดับงานทีละโซน ล้างโคลนให้หมด คัดแยกที่นอนและผ้า ทำให้ผนังและพื้นแห้งจริง แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวและอุปกรณ์ ก่อนอบโอโซนในโซนที่ปิดได้สนิทและไม่มีคนอยู่
ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแบบแบ่งโซน ทำงานร่วมกับทีมพยาบาลของมูลนิธิ
WHD ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ละอองละเอียดเข้าถึงซอกผนัง ขอบพื้น ใต้เตียง และหลังตู้ น้ำยาไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน เหมาะกับอาคารที่มีผู้สูงอายุ ร่วมกับ บริการอบโอโซน ที่ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับในอากาศและในวัสดุ โดยทำเฉพาะในโซนที่ปิดกั้นแล้วและไม่มีผู้ใดอยู่ภายใน
หลักการแบ่งโซนที่ใช้กับบ้านพักคนชรา
- แบ่งอาคารเป็นโซนที่ปิดกั้นได้: เช่น เรือนนอนชั้นล่างฝั่งซ้าย ฝั่งขวา โรงอาหาร ห้องกายภาพ และห้องเก็บผ้า แต่ละโซนต้องปิดประตู ปิดช่องลม และปิดระบบปรับอากาศที่เชื่อมกับโซนอื่นได้
- ผู้สูงอายุอยู่ห่างโซนที่ทำงานเสมอ: ระหว่างอบโอโซน ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครต้องอยู่ในอาคารหรือชั้นที่แยกจากกัน และไม่มีทางลมเชื่อมถึงกัน หากอาคารเชื่อมกันจนแยกไม่ได้ ควรเลือกวันที่ย้ายผู้สูงอายุไปพักที่อื่นชั่วคราว
- ทำงานตามตารางของทีมพยาบาล: วางเวลางานไม่ให้ชนกับเวลาให้อาหาร เวลาให้ยา และเวลาพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง ทีมพยาบาลของมูลนิธิเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้สูงอายุแต่ละคนจะพักที่ไหนระหว่างงาน
- อุปกรณ์การแพทย์ย้ายออกก่อน: ถังออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ และอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ให้ทีมพยาบาลย้ายออกจากโซนก่อนเริ่มงาน และทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- เปิดเผยข้อมูลน้ำยา: ทีมพยาบาลหรือคณะกรรมการสามารถขอข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าเพื่อประกอบการพิจารณาได้
ขั้นตอนการทำงาน
- สำรวจและวางแผนร่วม: สำรวจเรือนนอน โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องกายภาพ ห้องเก็บผ้า และระบบระบายน้ำ ร่วมกับผู้จัดการ ทีมพยาบาล และฝ่ายอาคาร แล้วกำหนดลำดับโซนและวันเวลา
- คำแนะนำการล้างโคลนและคัดแยกของ: ที่นอนกันแผลกดทับและที่นอนฟองน้ำที่แช่น้ำท่วมมักควรเปลี่ยนใหม่ ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่ซักได้ให้ซักด้วยน้ำร้อนและตากให้แห้งสนิท แนะนำการล้างโคลนตามขอบผนัง ใต้เตียง และในรางระบายน้ำ
- ย้ายผู้สูงอายุและอุปกรณ์: ทีมพยาบาลย้ายผู้สูงอายุและอุปกรณ์การแพทย์ออกจากโซนที่จะทำงาน และปิดกั้นทางเดินเชื่อม
- พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H: พ่นทั่วพื้น ผนัง ใต้เตียง ตู้ข้างเตียง ราวจับ ห้องน้ำ เก้าอี้นั่งอาบน้ำ และรางระบายน้ำ รวมถึงเช็ดหรือพ่นรถเข็นและที่ช่วยเดินที่นำมารวมไว้
- อบโอโซนแบบควบคุมทีละโซน: ปิดโซน ติดป้ายเตือน และเปิดเครื่องตามเวลาที่เหมาะกับขนาดพื้นที่ เพื่อกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับที่ฝังในผนัง ฝ้า และอากาศ
- ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมดูดอากาศ รอให้โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจนก่อนให้ผู้ใดกลับเข้า
- ตรวจซ้ำและส่งคืนพื้นที่: ตรวจกลิ่นและจุดที่เคยมีรา เมื่อพื้นและผนังแห้งดีแล้ว ทีมพยาบาลจึงนำเตียงและผู้สูงอายุกลับเข้าโซนนั้น แล้วเริ่มโซนถัดไป
ความปลอดภัยของการอบโอโซนในบ้านพักคนชรา
- ระหว่างอบโอโซน ต้องไม่มีผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในโซนนั้น และต้องติดป้ายเตือนที่ประตูทุกบาน
- ปิดระบบปรับอากาศหรือระบบระบายอากาศที่เชื่อมไปยังโซนที่มีคนอยู่ และปิดช่องลมหรือรอยต่อประตูให้มิดชิด
- ต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนนำผู้สูงอายุกลับเข้า โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคปอดหรือหอบหืด
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เตียงไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่มียาง ควรถอดปลั๊กและคลุมไว้หรือย้ายออก และใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุม
10 เหตุผลที่บ้านพักคนชราในบางแคเลือกฟื้นฟูแบบแบ่งโซนอย่างมืออาชีพ
- ผู้สูงอายุไม่ต้องย้ายออกทั้งหมด เพราะงานทำทีละโซนตามแผนที่ตกลงกับทีมพยาบาล
- ฆ่าเชื้อทั่วถึงทั้งเรือนนอนและห้องน้ำ ด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ แบบละอองฝอย
- กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับจากต้นเหตุ ด้วย การอบโอโซน ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
- ใช้น้ำยาที่ไม่มีกลิ่นฉุน อย่าง CHEMGENE HLD4H เหมาะกับผู้สูงอายุที่ไวต่อกลิ่น
- ครอบคลุมรถเข็น ที่ช่วยเดิน และราวจับ จุดสัมผัสที่ใช้ร่วมกันทุกวัน
- ไม่ชนตารางดูแลผู้ป่วย ทั้งเวลาอาหาร เวลาให้ยา และเวลาพลิกตัว
- ลดความเสี่ยงจากเชื้อราและฝุ่นโคลน สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหรือภูมิต้านทานต่ำ
- ผู้สูงอายุได้กลับเตียงที่คุ้นเคยเร็วขึ้นอย่างปลอดภัย ลดความเครียดจากการอยู่อย่างแออัด
- มีบันทึกงานให้คณะกรรมการและผู้บริจาค แสดงว่าเงินบริจาคถูกใช้อย่างคุ้มค่า
- ต่อยอดการดูแลระยะยาวได้ เช่น บริการกำจัดไรฝุ่นที่นอน และ บริการพ่นยุง รอบอาคารหลังน้ำลด
ก่อนและหลังการฟื้นฟูบ้านพักคนชรา
ก่อน
- เรือนนอนชั้นล่างมีกลิ่นอับและกลิ่นท่อ
- คราบโคลนตามระดับน้ำและจุดดำของเชื้อราที่มุมห้อง
- ที่นอนกันแผลกดทับอมน้ำ เบาะห้องกายภาพส่งกลิ่น
- ผู้สูงอายุติดเตียงต้องนอนแออัดในห้องโถงชั้นสอง
หลัง
- เรือนนอนสะอาด แห้ง อากาศสดชื่น
- ผนังและมุมห้องผ่านการกำจัดเชื้อราและฆ่าเชื้อ
- ที่นอนใหม่ ผ้าสะอาด อุปกรณ์ช่วยเดินผ่านการฆ่าเชื้อ
- ผู้สูงอายุกลับมานอนเตียงเดิมทีละโซนอย่างปลอดภัย
เสียงจากผู้ใช้บริการ (ตัวอย่างสถานการณ์)
"สิ่งที่ทำให้เราสบายใจคือทีมงานไม่ได้มาบอกให้ย้ายผู้สูงอายุออกทั้งหมด แต่นั่งวางแผนกับพยาบาลของเราว่าจะทำโซนไหนก่อน ช่วงไหนเป็นเวลาให้อาหาร ช่วงไหนต้องพลิกตัว คุณยายที่นอนติดเตียงได้กลับมานอนเตียงเดิมภายในไม่กี่วัน และญาติที่มาเยี่ยมก็บอกว่าห้องไม่มีกลิ่นอับแล้ว"
— คุณสุนันทา (นามสมมติ) ผู้จัดการฝ่ายดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักคนชราของมูลนิธิในเขตบางแค
เช็กลิสต์สำหรับผู้จัดการและทีมพยาบาล
- ทำรายชื่อผู้สูงอายุตามระดับการพึ่งพา ใครเดินได้ ใครติดรถเข็น ใครติดเตียง เพื่อวางแผนการย้ายแต่ละโซน
- แจ้งญาติล่วงหน้าเรื่องการย้ายที่พักชั่วคราวและกำหนดการเยี่ยม
- ตัดสินใจเรื่องเปลี่ยนที่นอนกันแผลกดทับ หมอน และเบาะที่แช่น้ำ และสั่งของใหม่ให้มาถึงหลังโซนนั้นแห้งสนิท
- รวบรวมรถเข็น ที่ช่วยเดิน และเก้าอี้นั่งอาบน้ำ มาไว้จุดเดียวเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพร้อมกัน
- หลังเปิดใช้ ตั้งรอบเช็ดราวจับ ลูกบิดประตู และที่วางแขนรถเข็นด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดสเปรย์ Chemgene
- จดบันทึกว่าทำอะไร เมื่อไร โซนไหน เพื่อรายงานคณะกรรมการ ผู้บริจาค และหน่วยงานที่กำกับดูแล
ดูแลอย่างไรไม่ให้เชื้อรากลับมาหลังผู้สูงอายุกลับเข้าพัก
ฤดูฝนในบางแคไม่ได้จบลงพร้อมกับน้ำที่ลด ความชื้นในอากาศยังสูงไปอีกหลายสัปดาห์ เรือนนอนที่มีผู้สูงอายุหลายสิบคน มีผ้าและที่นอนจำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่ที่กลิ่นอับและเชื้อรากลับมาได้ง่าย นิสัยเล็ก ๆ ต่อไปนี้ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
- เปิดหน้าต่างระบายอากาศช่วงสาย ๆ ที่แดดดีและอากาศไม่ชื้น และเปิดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำหลังอาบน้ำให้ผู้สูงอายุ
- ตากผ้าปูที่นอนและผ้าห่มให้แห้งสนิทก่อนเก็บ อย่าเก็บผ้าที่ยังหมาด ๆ ในตู้
- ดูดฝุ่นที่นอนและหมอนเป็นประจำ หรือใช้บริการ กำจัดไรฝุ่น เป็นระยะ
- สังเกตมุมห้อง หลังตู้ และใต้เตียงทุกสัปดาห์ ถ้าเห็นจุดดำหรือได้กลิ่นอับกลับมา ให้จัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ
- หากอาคารโดนน้ำท่วมหนัก อาจวาง การอบโอโซน ติดตามผลอีกครั้งในอีกไม่กี่สัปดาห์ โดยยังคงทำทีละโซนเช่นเดิม
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: อบโอโซนในอาคารที่ยังมีผู้สูงอายุพักอยู่ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้เฉพาะในโซนที่ปิดกั้นได้สนิทและไม่มีผู้ใดอยู่ภายใน และต้องไม่มีทางลมหรือระบบปรับอากาศเชื่อมไปยังโซนที่มีคน ถ้าแยกโซนไม่ได้ ควรย้ายผู้สูงอายุไปพักที่อื่นชั่วคราว
ถาม: ที่นอนกันแผลกดทับที่แช่น้ำท่วม ใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ที่นอนที่น้ำท่วมซึมเข้าไส้ในมักควรเปลี่ยนใหม่ เพราะทำให้แห้งสนิทได้ยากและเป็นแหล่งเชื้อรา ส่วนที่นอนที่มีปลอกกันน้ำและน้ำไม่เข้าไส้ ควรปรึกษาผู้ผลิตเรื่องการทำความสะอาด
ถาม: ใช้เวลานานเท่าไรกว่าผู้สูงอายุจะกลับเข้าโซนได้?
ตอบ: งานพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแต่ละโซนมักเสร็จได้ภายในวันเดียวรวมเวลาระบายอากาศ แต่การนำผู้สูงอายุกลับเข้าขึ้นกับว่าพื้นและผนังแห้งแล้วหรือยัง
ถาม: น้ำยามีผลต่อผู้สูงอายุที่แพ้ง่ายหรือไม่?
ตอบ: ทีมงานพ่นในโซนที่ไม่มีคนอยู่ และรอให้พื้นผิวแห้งและอากาศถ่ายเทก่อนส่งคืนพื้นที่ หากทีมพยาบาลต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถขอได้ล่วงหน้า
ถาม: รถเข็นและอุปกรณ์การแพทย์จัดการอย่างไร?
ตอบ: รถเข็นและที่ช่วยเดินสามารถทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวได้ ส่วนอุปกรณ์การแพทย์ให้ทีมพยาบาลย้ายออกก่อนและทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: เขตบางแค เช่น แขวงบางแค บางแคเหนือ บางไผ่ หลักสอง และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ภาษีเจริญ หนองแขม ทวีวัฒนา และบางบอน