ศาลาการเปรียญกลายเป็นห้องเรียนชั่วคราวหลังน้ำท่วม จะพ่นฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นอับอย่างไรให้เด็กเรียนได้ปลอดภัย และยังเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์? แนวทางพ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน ตามตารางกิจของสงฆ์ อำเภอสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ปี 2569

Last updated: 15 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน

ศาลาการเปรียญกลายเป็นห้องเรียนชั่วคราวหลังน้ำท่วม จะพ่นฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นอับอย่างไรให้เด็กเรียนได้ปลอดภัย และยังเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์? แนวทางพ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน ตามตารางกิจของสงฆ์ อำเภอสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เสียงท่องสูตรคูณใต้หลังคาศาลา

"ครูวันเพ็ญ" เป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนประจำตำบลแห่งหนึ่งริมแม่น้ำท่าจีน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อน้ำท่าจีนเอ่อล้นในต้นเดือนตุลาคม 2569 อาคารเรียนชั้นล่างจมน้ำสูงเกือบถึงขอบหน้าต่าง โต๊ะเก้าอี้ ตู้หนังสือ และสื่อการสอนเสียหายเกือบทั้งหมด ผู้บริหารโรงเรียนจึงขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสวัดใกล้เคียง ใช้ศาลาการเปรียญซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าเป็นห้องเรียนชั่วคราว

ศาลาหลังนั้นเป็นศาลาไม้เก่า ยกพื้นสูงพอสมควร แต่ช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุด น้ำก็ยังซึมเข้าใต้ถุนและเอ่อขึ้นมาถึงพื้นไม้ชั้นล่างอยู่หลายวัน เมื่อน้ำลด คณะครู พระเณร และชาวบ้านช่วยกันล้างโคลน ยกเสื่อและอาสนะที่เปียกออกไปตาก ขนโต๊ะพับที่ได้รับบริจาคเข้ามาจัดเป็นแถว แล้วเด็กกว่าแปดสิบคนก็เริ่มเรียนกันใต้หลังคาศาลา มีเสียงท่องสูตรคูณสลับกับเสียงระฆังทำวัตรเช้า

แต่ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ครูวันเพ็ญเริ่มสังเกตว่ามีเด็กไอและจามบ่อยขึ้น บางคนบ่นว่าคันตาและคันขา เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นภูมิแพ้ต้องหยุดเรียนสองวัน กลิ่นอับชื้นลอยขึ้นมาจากพื้นไม้ทุกเช้า โดยเฉพาะมุมที่เคยวางกองเสื่อเปียก ตามเสาไม้และผนังด้านทิศเหนือมีจุดดำ ๆ เป็นวงขึ้นมาให้เห็น ส่วนห้องน้ำหลังศาลาก็ยังมีกลิ่นท่อย้อนไม่หาย

คำถามที่ครูและวัดต้องตอบร่วมกันจึงไม่ใช่แค่ "จะทำความสะอาดอย่างไร" แต่คือ "จะฆ่าเชื้อและกำจัดเชื้อราในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างไร ให้เด็กเรียนได้ปลอดภัย โดยไม่รบกวนกิจของสงฆ์ และไม่ล่วงเกินพระพุทธรูปหรือของสำคัญของวัด" บทความนี้รวบรวมแนวทางที่ทีม World Health Disinfection (WHD) ใช้กับงานลักษณะนี้ ตั้งแต่การวางแผนร่วมกับวัดและโรงเรียน ไปจนถึงการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแบบควบคุม

ทำไมศาลาที่ใช้เป็นห้องเรียนชั่วคราวจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ

ศาลาการเปรียญไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นห้องเรียน แต่เมื่อต้องรับเด็กจำนวนมากต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ความเสี่ยงหลายอย่างจะซ้อนกันอยู่ในพื้นที่เดียว

  • เด็กจำนวนมากอยู่รวมกันในพื้นที่เปิด: เด็กนั่งพื้น นั่งเสื่อ หยิบจับของร่วมกัน และมักเอามือเข้าปาก ถ้าพื้นและโต๊ะยังมีเชื้อจากน้ำท่วม โอกาสแพร่เชื้อจะสูงกว่าบ้านทั่วไป
  • น้ำท่วมพาเชื้อโรคมาด้วย: น้ำที่ไหลผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ และท่อระบายน้ำ อาจมีเชื้ออี. โคไล เชื้อก่อโรคอุจจาระร่วง และเชื้อเลปโตสไปรา ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ตกค้างอยู่ตามซอกพื้นและใต้ถุน
  • ไม้เก่าอมความชื้น: พื้นไม้ เสาไม้ และฝ้าไม้ของศาลาเก่าดูดน้ำไว้ลึก ภายนอกอาจดูแห้งในสองสามวัน แต่ภายในยังชื้น เป็นแหล่งที่เชื้อราเติบโตต่อเนื่องและปล่อยสปอร์ออกมาทุกวัน
  • ผ้าและของนุ่มจำนวนมาก: อาสนะ เสื่อ พรม ม่าน และผ้าปูที่ใช้ในงานบุญ ล้วนเก็บความชื้นและกลิ่นอับได้ดี ถ้าตากไม่แห้งจริงจะกลายเป็นแหล่งเชื้อราที่ซ่อนอยู่
  • ห้องน้ำและจุดล้างมือรวม: ห้องน้ำหลังศาลามักใช้ร่วมกันระหว่างพระ ญาติโยม และเด็ก ถ้าท่อระบายน้ำยังมีตะกอนหรือมีน้ำย้อน จะเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของโรคอุจจาระร่วง
  • เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์: มีพระพุทธรูป ธรรมาสน์ ตู้พระธรรม และของที่ชาวบ้านเคารพ การทำงานทุกขั้นตอนจึงต้องได้รับอนุญาตจากวัด และทำอย่างสำรวม

สุขภาพเด็กกับเชื้อรา ความชื้น และน้ำท่วม: สิ่งที่ครูควรรู้

ข้อมูลในส่วนนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติควรพาไปพบแพทย์หรือติดต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน

  • ระบบทางเดินหายใจ: สปอร์เชื้อราและฝุ่นจากโคลนแห้งอาจกระตุ้นอาการไอ จาม คัดจมูก โดยเฉพาะในเด็กที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด
  • ระบบทางเดินอาหาร: มือที่สัมผัสพื้นหรือโต๊ะปนเปื้อนแล้วหยิบอาหาร อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียน
  • ผิวหนัง: การนั่งพื้นที่ยังชื้นหรือเสื่อที่มีเชื้อ อาจทำให้เกิดผื่นคันหรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยเฉพาะเด็กที่มีแผลถลอก
  • โรคฉี่หนู: ใต้ถุนศาลาและบริเวณรอบวัดหลังน้ำลดมักมีหนูอพยพมาอาศัย ถ้าเด็กเดินเท้าเปล่าบนดินโคลนหรือแผลสัมผัสน้ำขัง จะมีความเสี่ยงต่อโรคฉี่หนู ควรให้เด็กสวมรองเท้าทุกครั้ง

สิ่งที่ครูช่วยได้ทันทีคือ ให้เด็กล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหาร งดนั่งพื้นในจุดที่ยังชื้น จัดที่นั่งให้ห่างจากผนังที่มีคราบรา และแจ้งผู้ปกครองเมื่อสังเกตเห็นเด็กมีอาการซ้ำ ๆ ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรคหลังน้ำท่วมสามารถดูได้จาก กรมควบคุมโรค และ กรมอนามัย

ทำไมวิธีที่ใช้กันบ่อยจึงยังไม่พอสำหรับศาลา

  • ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวมีกลิ่นฉุน ระคายเคืองตาและจมูกของเด็ก และไม่เหมาะกับพื้นไม้เก่า งานไม้แกะสลัก หรือลวดลายลงรักปิดทอง อีกทั้งไม่ซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ที่เชื้อราฝังอยู่ และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำโดยเด็ดขาด
  • เปิดพัดลมให้แห้ง: พัดลมช่วยระบายอากาศได้ดี แต่ถ้าเปิดเป่าในจุดที่มีราแล้ว จะยิ่งพาสปอร์เชื้อราฟุ้งไปทั่วศาลาที่เด็กนั่งเรียน
  • จุดธูปหรือใช้น้ำหอมกลบกลิ่น: ควันธูปจำนวนมากในพื้นที่ที่มีเด็กอาจทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ ส่วนน้ำหอมปรับอากาศเพียงกลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ
  • ทาสีหรือลงน้ำมันเคลือบไม้ทับ: การเคลือบทับไม้ที่ยังชื้นและมีราจะขังความชื้นไว้ข้างใน ไม่นานราก็กลับมาและสีหรือน้ำมันจะลอก
  • เช็ดเฉพาะส่วนที่มองเห็น: เชื้อและกลิ่นอับจำนวนมากอยู่ใต้พื้นไม้ ในร่องระหว่างแผ่นกระดาน หลังตู้ และใต้ธรรมาสน์ ซึ่งมือเอื้อมไม่ถึง

ดังนั้นศาลาที่ใช้เป็นห้องเรียนชั่วคราวจึงต้องใช้แนวทางที่ครบวงจร คือ ทำความสะอาดคราบโคลนให้หมด ทำให้แห้งจริง ฆ่าเชื้อให้ทั่วถึงทุกซอก และกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับในอากาศ โดยเลือกวิธีและเวลาที่เหมาะกับสถานที่

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซนแบบควบคุม โดยเคารพสถานที่

WHD ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้ละอองเล็กมากจนลอยเข้าไปในซอกพื้นไม้ ใต้โต๊ะ หลังเสา และมุมอับที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง น้ำยาชนิดนี้ใช้กันในสถานพยาบาล ไม่มีกลิ่นฉุนแบบน้ำยาฟอกขาว จึงเหมาะกับพื้นที่ที่เด็กจะกลับมาใช้

ร่วมกับ บริการอบโอโซน ซึ่งใช้ก๊าซโอโซนความเข้มข้นที่ควบคุมได้ แทรกซึมทั่วพื้นที่เพื่อช่วยทำลายสปอร์เชื้อรา และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นท่อ ทำให้อากาศในศาลากลับมาสดชื่นโดยไม่ต้องใช้น้ำหอมกลบ

หลักเคารพสถานที่ที่เราปฏิบัติทุกครั้ง

  • ขออนุญาตและวางแผนร่วมกับวัด: ทีมงานจะนัดหมายกับท่านเจ้าอาวาสหรือผู้ที่วัดมอบหมาย และผู้บริหารโรงเรียน เพื่อกำหนดขอบเขตงานร่วมกัน
  • วัดเป็นผู้เคลื่อนย้ายของสำคัญเอง: พระพุทธรูป ตู้พระธรรม คัมภีร์ ธรรมาสน์ เครื่องบูชา และของที่ชาวบ้านเคารพ ทางวัดจะเป็นผู้อัญเชิญหรือเคลื่อนย้ายตามธรรมเนียมของวัด ทีมงานจะไม่แตะต้องของเหล่านี้ และจะเว้นระยะหรือคลุมอย่างเหมาะสมตามที่วัดกำหนด
  • จัดเวลาให้สอดคล้องกับกิจของสงฆ์: หลีกเลี่ยงวันพระ ช่วงทำวัตรเช้าเย็น เวลาฉันภัตตาหาร และวันที่มีงานบุญ โดยทั่วไปมักทำในช่วงบ่ายถึงเย็นของวันศุกร์หรือวันหยุดที่ไม่มีการเรียนการสอน
  • แต่งกายและปฏิบัติตนสำรวม: ทีมงานถอดรองเท้าในจุดที่วัดกำหนด ไม่ส่งเสียงดัง และสวมชุดป้องกันที่เรียบร้อย
  • เอกสารและของเก่าที่เปียกน้ำ: สมุดบันทึกของวัด หนังสือเก่า หรือใบลาน ไม่ควรพ่นน้ำยาหรืออบโอโซนโดยตรง ควรแยกออกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์เอกสาร

ขั้นตอนบริการสำหรับศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นห้องเรียน

  1. สำรวจพื้นที่และประชุมร่วม: เดินสำรวจศาลา ใต้ถุน ห้องน้ำ และจุดเก็บของ ร่วมกับตัวแทนวัดและครู ระบุจุดที่มีคราบรา จุดที่ยังชื้น และของที่ต้องเคลื่อนย้าย
  2. แนะนำการทำความสะอาดเบื้องต้น: ให้คำแนะนำเรื่องการล้างโคลนตามร่องพื้น การนำเสื่อ อาสนะ และผ้าออกไปซักหรือตากแดดจัด การทิ้งของที่เสียหายจนใช้ไม่ได้ และการเปิดศาลาให้ลมผ่านจนพื้นไม้แห้ง
  3. วัดอัญเชิญและเคลื่อนย้ายของสำคัญ: วัดดำเนินการตามธรรมเนียม ส่วนโรงเรียนนำสมุด หนังสือเรียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โปรเจกเตอร์และลำโพง ออกจากพื้นที่ หรือคลุมไว้ให้มิดชิด
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H: พ่นละอองฝอยทั่วพื้น เสา โต๊ะพับ เก้าอี้ ราวบันได ห้องน้ำ และใต้ถุนที่เข้าถึงได้ เน้นจุดที่เด็กสัมผัสบ่อย
  5. อบโอโซนแบบควบคุม: ปิดพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่โครงสร้างศาลาเอื้ออำนวย กั้นทางเข้า ติดป้ายเตือน และเปิดเครื่องอบโอโซนตามเวลาที่เหมาะกับขนาดพื้นที่ โดยคุมปริมาณให้เหมาะกับไม้เก่าและวัสดุในศาลา
  6. ระบายอากาศ: หลังครบเวลา เปิดประตูหน้าต่างทุกบานและรอให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ก่อนอนุญาตให้ใครกลับเข้าพื้นที่
  7. ตรวจซ้ำและส่งมอบ: เดินตรวจกลิ่นและจุดที่เคยมีรา แนะนำวิธีดูแลต่อเนื่อง แล้ววัดจึงอัญเชิญของสำคัญกลับเข้าที่ตามธรรมเนียม

ความปลอดภัยของการอบโอโซน

  • ระหว่างอบโอโซน ต้องไม่มีคน พระภิกษุ สามเณร เด็ก สัตว์เลี้ยง สุนัขหรือแมวในวัด รวมถึงต้นไม้ในกระถางอยู่ในพื้นที่
  • ต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าใช้ และไม่ควรจัดการเรียนการสอนในวันเดียวกับที่อบโอโซน
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง งานศิลปะ ของที่ทำจากยางหรือผ้าไหมเก่า ควรนำออกหรือคลุมไว้ และใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุม
  • วัดควรแจ้งญาติโยมและผู้ปกครองล่วงหน้า เพื่อไม่ให้มีใครเข้ามาในศาลาระหว่างการทำงาน

10 เหตุผลที่วัดและโรงเรียนในสองพี่น้องเลือกฟื้นฟูศาลาอย่างเป็นระบบ

  1. ลดความเสี่ยงของเด็กที่นั่งเรียนกับพื้น ด้วยการ พ่นฆ่าเชื้อ ทั่วพื้นไม้และโต๊ะพับ
  2. ละอองฝอยเข้าถึงร่องพื้นและหลังเสา ซึ่งการเช็ดด้วยมือทำได้ไม่ทั่ว
  3. ใช้น้ำยาที่ไม่มีกลิ่นฉุน อย่าง CHEMGENE HLD4H จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีเด็กและผู้สูงอายุ
  4. กำจัดกลิ่นอับจากต้นเหตุ ด้วยการ อบโอโซน แทนการจุดธูปหรือฉีดน้ำหอม
  5. ช่วยยับยั้งเชื้อราไม่ให้ลุกลาม ในไม้เก่าที่ยังมีความชื้นสะสม
  6. วางแผนตามตารางกิจของสงฆ์ ไม่รบกวนวันพระ ทำวัตร หรืองานบุญ
  7. เคารพของสำคัญของวัด โดยให้วัดเป็นผู้เคลื่อนย้ายเอง ทีมงานไม่แตะต้อง
  8. ครูมั่นใจในการกลับมาสอน ผู้ปกครองก็สบายใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าพื้นที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  9. ดูแลห้องน้ำรวมหลังศาลา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงโรคอุจจาระร่วง พร้อมแนะนำวิธีดูแลต่อเนื่อง
  10. ต่อยอดได้เมื่อโรงเรียนกลับเข้าอาคารเดิม ด้วยบริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อ และพ่นยุงรอบบริเวณ

ก่อนและหลังการฟื้นฟูศาลา

ก่อน

  • กลิ่นอับชื้นลอยขึ้นจากพื้นไม้ทุกเช้า
  • จุดดำของเชื้อราตามเสาและผนังด้านทิศเหนือ
  • เด็กไอ จาม คันตา หยุดเรียนบ่อย
  • ห้องน้ำหลังศาลามีกลิ่นท่อย้อน
  • ครูและวัดกังวลว่าจะเริ่มแก้ตรงไหนก่อน

หลัง

  • อากาศในศาลาโปร่ง กลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน
  • พื้นผิวที่เด็กสัมผัสผ่านการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • มีแผนเฝ้าระวังเชื้อราและความชื้นต่อเนื่อง
  • ห้องน้ำสะอาดขึ้น พร้อมแนวทางดูแลประจำวัน
  • ของสำคัญของวัดได้รับการอัญเชิญกลับที่อย่างเหมาะสม

เสียงจากผู้ใช้บริการ (ตัวอย่างสถานการณ์)

"ตอนแรกทางวัดกับโรงเรียนกังวลมากว่าจะทำอะไรในศาลาได้แค่ไหน แต่ทีมงานมาคุยกับท่านเจ้าอาวาสก่อน ให้ทางวัดอัญเชิญพระและเก็บของสำคัญเอง แล้วนัดทำงานวันเสาร์บ่ายที่ไม่มีกิจนิมนต์ วันจันทร์เด็ก ๆ กลับมาเรียน กลิ่นอับหายไปมาก ครูก็สบายใจขึ้น"

— ครูวันเพ็ญ (นามสมมติ) ครูประถมศึกษา อำเภอสองพี่น้อง

วิธีดูแลศาลาระหว่างใช้เป็นห้องเรียนชั่วคราว

  • เปิดประตูหน้าต่างและช่องลมตลอดเวลาเรียน ให้ลมพัดผ่านได้ทั้งสองฝั่ง
  • วางโต๊ะห่างจากผนังและเสาที่เคยมีรา อย่างน้อยหนึ่งช่วงแขน
  • จัดจุดล้างมือพร้อมสบู่ไว้ใกล้ทางขึ้นศาลา และให้เด็กล้างมือก่อนอาหารกลางวันทุกครั้ง
  • เช็ดโต๊ะ ราวบันได และลูกบิดประตูห้องน้ำทุกวันหลังเลิกเรียน ด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดสเปรย์ Chemgene
  • สังเกตจุดดำ คราบขาว หรือกลิ่นอับที่กลับมา แล้วแจ้งวัดหรือทีมงานทันที
  • ช่วงที่ยุงชุกหลังน้ำลด พิจารณา บริการพ่นยุง รอบบริเวณวัดในวันที่ไม่มีการเรียน

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ต้องย้ายพระพุทธรูปออกจากศาลาทุกครั้งหรือไม่?
ตอบ: ขึ้นกับการตัดสินใจของวัด บางวัดเลือกอัญเชิญออก บางวัดเลือกเว้นระยะและคลุมอย่างเหมาะสม ทีมงานจะปฏิบัติตามที่วัดกำหนดและไม่แตะต้องของสำคัญเอง

ถาม: ใช้เวลานานเท่าไร เด็กกลับมาเรียนได้เมื่อไร?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดศาลาและสภาพความชื้น โดยทั่วไปมักทำให้เสร็จภายในวันเดียวรวมเวลาระบายอากาศ และแนะนำให้เด็กกลับมาใช้พื้นที่ในวันถัดไป

ถาม: น้ำยา Chemgene HLD4H มีกลิ่นแรงหรือตกค้างหรือไม่?
ตอบ: น้ำยาไม่มีกลิ่นฉุนแบบน้ำยาฟอกขาว และพ่นเป็นละอองฝอยในปริมาณที่เหมาะสม หลังพื้นผิวแห้งสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ถาม: ศาลาเปิดโล่ง อบโอโซนได้ผลหรือไม่?
ตอบ: ทีมงานจะประเมินหน้างาน หากศาลาเปิดโล่งมาก จะเน้นการพ่นฆ่าเชื้อเป็นหลัก และอบโอโซนเฉพาะส่วนที่ปิดได้ เช่น ห้องเก็บของ ห้องน้ำ หรือห้องด้านข้างศาลา

ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: อำเภอสองพี่น้อง เช่น ตำบลบางเลน บ้านกุ่ม บางตะเคียน ต้นตาล หัวโพธิ์ และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บางปลาม้า อู่ทอง และเมืองสุพรรณบุรี

ให้ศาลากลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็กและชุมชน

ปรึกษาฟรี วางแผนงานร่วมกับวัดและโรงเรียน บริการในอำเภอสองพี่น้องและพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#พ่นฆ่าเชื้อศาลาการเปรียญ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมสองพี่น้อง

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศาลาการเปรียญ, ห้องเรียนชั่วคราวในวัด, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, อบโอโซนวัด, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, สองพี่น้อง, สุพรรณบุรี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้