ผ้าไหมและผ้าทอมือ OTOP ในสต๊อกขึ้นราหลังน้ำท่วม ยังเก็บไว้ขายได้ไหม? คัดแยกผ้าก่อน แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บผ้าให้หายกลิ่นอับ อำเภอบางระจัน สิงห์บุรี ปี 2569

Last updated: 15 ต.ค. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผ้าไหมและผ้าทอมือ OTOP ในสต๊อกขึ้นราหลังน้ำท่วม ยังเก็บไว้ขายได้ไหม? คัดแยกผ้าก่อน แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บผ้าให้หายกลิ่นอับ อำเภอบางระจัน สิงห์บุรี ปี 2569

ผ้าไหมและผ้าทอมือ OTOP ในสต๊อกขึ้นราหลังน้ำท่วม ยังเก็บไว้ขายได้ไหม? คัดแยกผ้าก่อน แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บผ้าให้หายกลิ่นอับ อำเภอบางระจัน สิงห์บุรี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ตู้ไม้สักของป้าบุญเรือน

"ป้าบุญเรือน" อายุหกสิบเอ็ด เป็นประธานกลุ่มทอผ้าของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี กลุ่มของป้ามีสมาชิกสิบกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านที่ทอผ้าหลังเสร็จงานนา ผ้าที่ทอได้ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้ายมัดหมี่ และผ้าขาวม้า ถูกนำมาวางขายในร้านเล็ก ๆ หน้าบ้านป้า ซึ่งเป็นจุดแวะของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวค่ายบางระจัน และเป็นสินค้า OTOP ที่ส่งไปออกงานแสดงสินค้าปีละหลายครั้ง

ปีนี้น้ำมาเร็วกว่าที่คิด ป้ากับสมาชิกช่วยกันขนผ้าขึ้นชั้นบนได้เพียงบางส่วน ผ้าที่อยู่ในตู้ไม้สักชั้นล่าง ผ้าที่พับรอติดป้ายราคา และม้วนเส้นไหมที่เพิ่งย้อมเสร็จ ยังอยู่ในห้องเก็บของหลังร้านตอนที่น้ำซึมเข้ามาสูงเกือบครึ่งเมตร

สองสัปดาห์ต่อมา เมื่อน้ำลด ป้าเปิดประตูห้องเก็บผ้าแล้วต้องยกผ้าขาวม้าขึ้นปิดจมูก กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนลอยออกมาทันที ผ้าไหมสีครามที่วางอยู่ชั้นล่างมีจุดสีเทาอมเขียวกระจายเป็นวง ผ้าฝ้ายบางผืนเป็นคราบน้ำเป็นเส้นขอบชัดเจน ส่วนผ้าที่อยู่ชั้นบนของตู้ดูเหมือนปกติ แต่พอดมก็ยังมีกลิ่นอับติดอยู่

สมาชิกคนหนึ่งเสนอให้เอาน้ำยาฟอกขาวมาเช็ดจุดรา อีกคนบอกให้เอาผ้าทั้งหมดไปตากแดดจัด ส่วนลูกสาวป้าที่ทำงานในตัวเมืองบอกว่าเคยเห็นบริการอบโอโซนในห้องพัก น่าจะใช้กับผ้าได้ ป้าบุญเรือนนั่งมองกองผ้าที่ทอด้วยมือมาหลายเดือนแล้วถามขึ้นมาว่า "แล้วแบบไหนถึงจะไม่ทำให้ผ้าเสียไปมากกว่านี้"

คำถามของป้าคือหัวใจของบทความนี้ เพราะร้านผ้าทอมือไม่ใช่บ้านธรรมดา ผ้าไหมเป็นเส้นใยโปรตีนที่บอบบาง สีย้อมธรรมชาติซีดได้ง่าย และวิธีที่ใช้กับผนังหรือพื้นห้องได้ผล อาจทำร้ายผ้าโดยไม่ตั้งใจ

ปัญหาที่ร้านผ้าทอมือเจอหลังน้ำลด มากกว่าแค่กลิ่น

1. เชื้อราบนผ้าคือความเสียหายที่ลุกลาม เชื้อราชอบความชื้นและสารอินทรีย์ ผ้าไหมและผ้าฝ้ายเป็นเส้นใยธรรมชาติ จึงเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา หากปล่อยไว้ จุดราจะขยายวงและทิ้งคราบสีที่ล้างไม่ออก บางครั้งเส้นใยตรงจุดนั้นจะเปราะและขาดง่าย

2. ห้องเก็บผ้าคือแหล่งสปอร์ ต่อให้ย้ายผ้าออกไปหมด ผนังปูน ตู้ไม้ ชั้นวาง และพื้นห้องที่จมน้ำยังเก็บความชื้นและสปอร์เชื้อราไว้ ถ้านำผ้าที่ดูแลแล้วกลับเข้าไปเก็บในห้องเดิมโดยไม่ฟื้นฟูห้อง ผ้าก็มีโอกาสขึ้นราซ้ำ

3. สุขภาพของคนในร้าน น้ำท่วมพาเชื้อจากท่อระบายน้ำและสิ่งปฏิกูลเข้ามา เช่น แบคทีเรียที่ทำให้ท้องร่วง และเชื้อที่เกี่ยวข้องกับโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ซึ่งเข้าทางบาดแผลได้ สมาชิกกลุ่มที่ขนผ้าเปียกด้วยมือเปล่าจึงเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ส่วนสปอร์เชื้อราในห้องอับก็กระตุ้นอาการภูมิแพ้ ไอ จาม และหอบหืด โดยเฉพาะผู้สูงอายุในกลุ่ม

4. ชื่อเสียงของสินค้า OTOP ลูกค้าที่ซื้อผ้าไหมคาดหวังกลิ่นสะอาดและเนื้อผ้าสวย ผ้าที่มีกลิ่นอับแม้เพียงจาง ๆ ก็ทำให้ลูกค้าลังเล และถ้าขายผ้าที่มีราซ่อนอยู่แล้วลูกค้าไปพบภายหลัง ความน่าเชื่อถือของกลุ่มที่สร้างมาหลายปีอาจเสียหาย

5. เงินทุนและเวลา ผ้าหนึ่งผืนใช้เวลาทอหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ทุนของกลุ่มส่วนใหญ่จมอยู่ในสต๊อกผ้าและเส้นไหม การตัดสินใจผิดตั้งแต่วันแรก เช่น ใช้สารฟอกขาวหรือตากแดดจัด อาจทำให้ผ้าที่ยังกู้ได้เสียไปทั้งผืน

ทำไมวิธีที่คุ้นเคยถึงไม่เหมาะกับร้านผ้าไหม

  • น้ำยาฟอกขาวเช็ดจุดรา: สารฟอกขาวกลุ่มคลอรีนทำลายเส้นใยโปรตีนของผ้าไหมและกัดสีย้อม ผ้าอาจเหลือรอยด่างขาวหรือเนื้อผ้าเปื่อยตรงจุดนั้น และไม่ช่วยกำจัดสปอร์ที่อยู่ในห้อง
  • ตากแดดจัดทั้งวัน: แสงแดดแรงช่วยให้แห้ง แต่ทำให้สีธรรมชาติของผ้าไหมซีดและเส้นใยเสื่อม ผ้าทอมือส่วนใหญ่จึงควรผึ่งในที่ร่มที่ลมโกรก
  • เปิดพัดลมแล้วรอ: พัดลมช่วยให้ผิวผ้าแห้ง แต่ไม่ได้ทำให้ผนังและตู้ไม้แห้งลึก และอาจพัดสปอร์จากผนังกระจายไปติดผ้าผืนอื่น
  • ฉีดน้ำหอมหรือวางถุงหอม: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อรา ลูกค้าบางคนแพ้กลิ่นหอมแรง และกลิ่นอับจะกลับมาเมื่อความชื้นสูงขึ้น
  • ทาสีผนังใหม่ทันที: สีใหม่ปิดคราบได้ แต่ถ้าผนังยังชื้น เชื้อราจะดันสีพองขึ้นมาอีกในไม่กี่สัปดาห์ และกลิ่นยังค้างอยู่ในห้อง
  • อบโอโซนทั้งห้องพร้อมผ้าข้างใน: ข้อนี้สำคัญที่สุด โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง หากอบนานหรือเข้มข้นกับผ้าไหมและผ้าย้อมสีธรรมชาติโดยตรง อาจทำให้สีซีดและเส้นใยเสื่อมได้ ทีมงานจึงแนะนำให้ย้ายผ้าไหม ผ้าทอที่มีมูลค่า และเส้นไหมที่ย้อมแล้วออกจากห้องก่อนอบ

ขั้นแรก: คัดแยกผ้าเป็นสี่กอง ก่อนเรียกทีมงาน

ก่อนจะคิดเรื่องฆ่าเชื้อ ให้แยกผ้าออกจากห้องและคัดเป็นกองตามสภาพ สวมถุงมือยาง หน้ากากอนามัยชนิดกระชับ และรองเท้าบูททุกครั้ง ทำในที่ร่มที่อากาศถ่ายเท และจดบันทึกพร้อมถ่ายรูปผ้าแต่ละกองไว้ เผื่อใช้ยื่นขอความช่วยเหลือหรือประเมินความเสียหายของกลุ่ม

  • กองที่ 1 แห้งสนิท ไม่มีกลิ่น ไม่มีจุดรา: ผ้าที่อยู่ชั้นบนและไม่โดนน้ำ ห่อด้วยผ้าฝ้ายสะอาดหรือกระดาษไร้กรด แล้วย้ายไปเก็บในห้องที่แห้งชั่วคราว อย่าใส่ถุงพลาสติกปิดสนิทเพราะความชื้นจะค้าง
  • กองที่ 2 มีกลิ่นอับ แต่ไม่โดนน้ำท่วมโดยตรงและไม่มีจุดรา: ผึ่งในที่ร่มที่ลมโกรกหลายวัน พลิกผ้าบ่อย ๆ ส่วนผ้าที่ซักได้ตามปกติ เช่น ผ้าฝ้ายบางชนิด ให้ซักตามวิธีที่กลุ่มใช้ประจำ
  • กองที่ 3 มีจุดราหรือคราบน้ำ แต่เป็นผ้าที่มีมูลค่าสูง: แยกไว้ในถุงผ้าสะอาด ไม่ขัด ไม่เช็ดแรง และไม่ใช้สารเคมีเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผ้าไหม ช่างย้อม หรือร้านซักแห้งที่รับผ้าไหมโดยเฉพาะ เพื่อประเมินว่ากู้ได้แค่ไหน
  • กองที่ 4 แช่น้ำท่วมนาน มีโคลนหรือน้ำเสียซึม และราลามทั้งผืน: ผ้ากองนี้ปนเปื้อนเชื้อจากน้ำท่วมโดยตรง ถ้าไม่สามารถซักล้างอย่างถูกวิธีได้ ควรคัดออกจากสต๊อกขาย อย่านำกลับมาขายให้ลูกค้าโดยเด็ดขาด

เส้นไหมและเส้นฝ้ายที่ยังไม่ได้ทอ ถ้าแช่น้ำท่วมมาแล้วมักกู้ยาก เพราะโคลนแทรกเข้าไปในเส้นใยลึก ส่วนกี่ทอผ้าที่เป็นไม้ ให้ล้างโคลนออก เช็ดให้แห้ง และย้ายออกไปผึ่งลมได้ตามสะดวก

ข้อสำคัญ: การพ่นฆ่าเชื้อและการอบโอโซนของ WHD มุ่งฟื้นฟู ห้อง ไม่ใช่การซักหรือซ่อมผ้า ทีมงานไม่พ่นน้ำยาลงบนผ้าไหมโดยตรง และไม่อบโอโซนพร้อมผ้าที่มีมูลค่าอยู่ในห้อง

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บผ้ากับ WHD

เมื่อผ้าถูกย้ายออกและคัดแยกเรียบร้อยแล้ว งานต่อไปคือทำให้ห้องเก็บผ้า หน้าร้าน และตู้ไม้กลับมาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยพอจะเก็บผ้าอีกครั้ง World Health Disinfection (WHD) ใช้สองขั้นตอนหลักที่เสริมกัน

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้ละอองเล็กมาก จึงลอยเข้าถึงซอกตู้ มุมห้อง ใต้ชั้นวาง และผิวผนังที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ช่วยลดเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมบนพื้นผิวในห้อง

บริการอบโอโซน โอโซนเป็นก๊าซที่แทรกเข้าไปได้ทั่วห้อง ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราในอากาศและบนพื้นผิว และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นน้ำเน่า แทนการกลบกลิ่น ทีมงานคำนวณปริมาณและเวลาอบตามขนาดห้อง และใช้เครื่อง Master Ozone Generator แบบควบคุมปริมาณ

ขั้นตอนการทำงานสำหรับร้านผ้าทอมือ

  1. สำรวจหน้างาน: ดูห้องเก็บผ้า หน้าร้าน ห้องทอผ้า และตู้ไม้ วัดระดับน้ำที่เคยท่วม ตรวจจุดที่ราขึ้นและจุดที่ยังชื้น
  2. แนะนำการเตรียมพื้นที่: ยืนยันว่าผ้าไหม ผ้าทอ เส้นไหม ป้ายราคากระดาษ และสมุดบัญชีของกลุ่มถูกย้ายออกแล้ว รวมถึงแนะนำการล้างโคลน เช็ดคราบ และทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำจนกู้ไม่ได้ เช่น กล่องกระดาษที่เปื่อย
  3. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่นละอองฝอยทั่วห้องเปล่า ทั้งผนัง พื้น ตู้ไม้ ชั้นวาง และเคาน์เตอร์หน้าร้าน
  4. อบโอโซน (Ozone Shock): ปิดห้องให้มิดชิด ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ย้ายไม่ได้ เช่น เครื่องคิดเงิน จะถูกคลุมไว้ ทีมงานควบคุมเวลาและปริมาณตามขนาดห้อง
  5. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทจนโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ก่อนให้ใครกลับเข้าห้อง
  6. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำ: ตรวจกลิ่นและจุดชื้นอีกครั้ง พร้อมแนะนำการเก็บผ้าระยะยาว และนัดดูอาการหากจุดใดยังชื้น

ความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้อง หลังอบต้องระบายอากาศจนไม่มีกลิ่นโอโซนก่อนกลับเข้าใช้งาน สำหรับร้านผ้า ให้ย้ายผ้าไหม ผ้าย้อมสีธรรมชาติ ยาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อสารออกซิไดซ์ออกจากห้อง หรือคลุมให้มิดชิดตามคำแนะนำของทีมงาน

10 เหตุผลที่ร้านผ้าทอมือควรฟื้นห้องเก็บผ้าอย่างจริงจัง

  1. ตัดวงจรราซ้ำ: ห้องที่ผ่านการอบโอโซนลดสปอร์ที่ค้างในห้อง ผ้าที่กลับเข้ามาเก็บจึงไม่ต้องเสี่ยงกับแหล่งราเดิม
  2. ลดเชื้อที่มากับน้ำท่วม: การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อโรคบนพื้น ผนัง และตู้ที่สมาชิกจับทุกวัน
  3. ถึงซอกที่มือไม่ถึง: ละอองฝอยขนาดเล็กลอยเข้าใต้ตู้ หลังชั้นวาง และร่องไม้ของตู้เก่า
  4. กลิ่นหายจริง ไม่ใช่กลบ: โอโซนสลายโมเลกุลกลิ่นอับและกลิ่นโคลน ลูกค้าที่เดินเข้าร้านจะได้กลิ่นสะอาด
  5. ปกป้องสินค้ามูลค่าสูง: แยกผ้าออกก่อนอบ ห้องสะอาด ผ้าไม่โดนสารแรงโดยตรง
  6. ดูแลสุขภาพสมาชิกกลุ่ม: ผู้สูงอายุที่นั่งทอผ้าทั้งวันจะหายใจในห้องที่สปอร์ลดลง
  7. ใช้น้ำยาที่ออกแบบมาเพื่องานฆ่าเชื้อ: CHEMGENE HLD4H ใช้ในงานฆ่าเชื้อพื้นผิว ไม่ต้องพึ่งน้ำยาฟอกขาวที่กัดผ้าและกลิ่นฉุน
  8. พร้อมเปิดร้านรับนักท่องเที่ยว: ร้านที่สะอาดและไม่มีกลิ่นพร้อมต้อนรับคนที่แวะมาเที่ยวบางระจันอีกครั้ง
  9. พร้อมออกงานแสดงสินค้า: ผ้าที่เก็บในห้องสะอาดไม่พากลิ่นอับไปที่บูธ OTOP
  10. มีทีมงานให้ปรึกษาต่อ: หากกลิ่นหรือความชื้นกลับมา ติดต่อทีมงานได้ทาง LINE หรือโทรศัพท์ และดูข้อมูลโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยเพิ่มเติมได้

ก่อนและหลังการฟื้นฟูห้องเก็บผ้า

ก่อน

  • เปิดประตูห้องเก็บผ้าแล้วกลิ่นอับและกลิ่นโคลนพุ่งออกมา
  • ผนังมีคราบน้ำเป็นเส้น มุมห้องและหลังตู้มีจุดราดำ
  • ตู้ไม้สักชั้นล่างชื้น ลิ้นชักบวม
  • สมาชิกกลุ่มไอและจามเมื่อเข้าห้องนาน
  • ไม่กล้านำผ้าที่คัดแล้วกลับเข้าห้อง

หลัง

  • ห้องโล่ง อากาศสดชื่น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ผนังและตู้ผ่านการล้าง พ่นฆ่าเชื้อ และอบโอโซน
  • มีแผนเก็บผ้าใหม่: ยกชั้นวางสูง ห่อผ้าด้วยผ้าฝ้าย
  • สมาชิกกลับมานั่งทอผ้าในพื้นที่ที่สบายใจขึ้น
  • หน้าร้านพร้อมเปิดรับลูกค้าและนักท่องเที่ยว

วิธีเก็บผ้าไหมหลังห้องผ่านการฟื้นฟูแล้ว

  • รอให้ห้องแห้งจริง: หลังอบและระบายอากาศแล้ว ให้เปิดห้องโล่งต่ออีกระยะ สังเกตว่าผนังไม่มีรอยชื้นเพิ่ม ก่อนย้ายผ้ากลับ
  • ยกชั้นวางให้สูงจากพื้น: ผ้าที่มีมูลค่าควรอยู่บนชั้นที่สูงพอ และไม่ชิดผนังด้านที่เคยชื้น
  • ห่อผ้าด้วยวัสดุที่ระบายอากาศได้: ผ้าฝ้ายสะอาดหรือกระดาษไร้กรด ดีกว่าถุงพลาสติกปิดสนิท
  • เปลี่ยนรอยพับเป็นระยะ: ผ้าไหมที่พับทิ้งไว้นานเส้นใยตรงรอยพับจะอ่อนแอ ควรคลี่และพับใหม่ทุกไม่กี่เดือน
  • ใช้สารดูดความชื้นอย่างระมัดระวัง: วางในห้องแต่ไม่ให้สัมผัสผ้าโดยตรง และเปลี่ยนตามกำหนด
  • ไม่ใช้ลูกเหม็นวางบนผ้าโดยตรง: กลิ่นจะติดผ้าและลูกค้าไม่ชอบ ใช้การดูแลความสะอาดห้องแทน
  • ตรวจผ้าทุกเดือนในช่วงหน้าฝน: คลี่ดูจุดราและดมกลิ่น ถ้าเจอปัญหาให้แยกผืนนั้นออกทันที

ถ้าในห้องทอผ้ามีที่นอนหรือเบาะรองนั่งที่สมาชิกใช้ประจำ สามารถใช้บริการกำจัดไรฝุ่นร่วมด้วย และหากหลังน้ำลดมียุงชุกรอบบ้าน ดูข้อมูลบริการพ่นยุงได้

เสียงจากลูกค้า (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"ตอนแรกป้ากลัวว่าอบโอโซนแล้วผ้าจะซีด พอทีมงานอธิบายว่าให้ย้ายผ้าออกก่อน แล้วอบเฉพาะห้องกับตู้ ป้าก็สบายใจขึ้น ผ้าที่เป็นราหนักเราแยกไปให้คนที่รู้เรื่องผ้าไหมดู ส่วนห้องเก็บผ้าตอนนี้เข้าไปแล้วไม่ต้องปิดจมูกอีก สมาชิกกลับมานั่งทอผ้ากันได้เหมือนเดิม"

— ป้าบุญเรือน ประธานกลุ่มทอผ้า อำเภอบางระจัน (สถานการณ์ตัวอย่างจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อบโอโซนผ้าไหมโดยตรงเพื่อดับกลิ่นได้ไหม?
ตอบ: ไม่แนะนำ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่อาจทำให้สีย้อมธรรมชาติซีดและเส้นใยไหมเสื่อมได้ ทีมงานจึงให้ย้ายผ้าไหมและผ้าที่มีมูลค่าออกก่อน แล้วอบเฉพาะห้องและเฟอร์นิเจอร์

ถาม: ผ้าที่มีจุดราเล็กน้อย ยังขายได้หรือไม่?
ตอบ: ขึ้นกับสภาพผ้าและการดูแลที่ถูกวิธี ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมหรือร้านซักแห้งที่รับผ้าไหมประเมิน ส่วนผ้าที่แช่น้ำท่วมและมีโคลนซึมไม่ควรนำกลับมาขาย

ถาม: ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดตู้ไม้ได้ไหม?
ตอบ: ใช้กับพื้นผิวบางชนิดได้ แต่ไม่ควรใช้ใกล้ผ้า เพราะไอระเหยและละอองอาจทำให้ผ้าด่าง และน้ำยาฟอกขาวไม่ได้แก้ปัญหาสปอร์ในอากาศ การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนในห้องเปล่าจึงเหมาะกว่า

ถาม: ต้องปิดร้านนานแค่ไหน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้องและสภาพความชื้น ทีมงานจะแจ้งเวลาโดยประมาณตอนสำรวจหน้างาน ส่วนใหญ่วางแผนให้ทำเสร็จและระบายอากาศเรียบร้อยก่อนกลับเข้าใช้งาน

ถาม: กี่ทอผ้าไม้ต้องย้ายออกไหม?
ตอบ: กี่ไม้ที่ล้างโคลนและเช็ดแห้งแล้วอยู่ในห้องระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ แต่ควรถอดเส้นไหมหรือผ้าที่ทอค้างอยู่บนกี่ออกก่อน

ถาม: บริการครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: อำเภอบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี พรหมบุรี ค่ายบางระจัน ท่าช้าง และพื้นที่ใกล้เคียง สอบถามวันว่างได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

ถาม: หลังอบแล้วกลิ่นกลับมาอีกต้องทำอย่างไร?
ตอบ: มักเกิดจากผนังหรือพื้นที่ยังชื้นลึก แจ้งทีมงานเพื่อตรวจจุดชื้นและวางแผนแก้ต้นเหตุ ก่อนพิจารณาอบซ้ำ

ให้ห้องเก็บผ้าของกลุ่มกลับมาพร้อมเก็บผ้าไหมอีกครั้ง

บริการในอำเภอบางระจัน และทั่วจังหวัดสิงห์บุรี

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#ผ้าไหมขึ้นรา #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูร้านหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: ผ้าไหมขึ้นราหลังน้ำท่วม, ร้านผ้าทอมือ OTOP, ห้องเก็บผ้าขึ้นรา, อบโอโซนห้องเก็บผ้า, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, บางระจัน, สิงห์บุรี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้