กำจัดกลิ่นอับบ้านหลังคามุงกระเบื้องเก่าที่ไม่มีฝ้า: น้ำลดแล้วทำไมกลิ่นอับยังลอยลงมาจากโครงหลังคาทุกคืน? วิธีพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนให้เหมาะกับบ้านโปร่ง ริมแม่น้ำท่าจีน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ปี 2569

Last updated: 15 ต.ค. 2569  |  31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านไม้ในฤดูฝน

กำจัดกลิ่นอับบ้านหลังคามุงกระเบื้องเก่าที่ไม่มีฝ้า: น้ำลดแล้วทำไมกลิ่นอับยังลอยลงมาจากโครงหลังคาทุกคืน? วิธีพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนให้เหมาะกับบ้านโปร่ง ริมแม่น้ำท่าจีน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: "เงยหน้ามองหลังคาแล้วรู้เลยว่ากลิ่นมาจากข้างบน"

"ลุงชาญ" อายุเจ็ดสิบต้น ๆ อยู่กับ "ป้าสำลี" ในบ้านชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ปลูกมาตั้งแต่สมัยลูกยังเล็ก ริมแม่น้ำท่าจีน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลังคาเป็นกระเบื้องลอนเก่าสีหม่น วางบนโครงไม้ ทั้งจันทัน แป และระแนง ไม่มีฝ้าเพดาน นอนในบ้านแล้วเงยหน้าก็เห็นโครงหลังคาเต็มตา ลุงชาญชอบบ้านแบบนี้เพราะโปร่ง ลมเข้าได้ ไม่อบ

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากแม่น้ำท่าจีนเอ่อเข้าบ้านสูงราวเข่า ขังอยู่เกือบสองสัปดาห์ พอน้ำลด ลูกหลานมาช่วยตักโคลน ล้างพื้น ยกตู้กับข้าวที่บวมน้ำออกไปทิ้ง ผนังส่วนล่างขัดจนสะอาด แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ กลิ่นอับยังไม่หาย และดูเหมือนจะแรงขึ้นตอนกลางคืน

"ตอนกลางวันลมพัดก็ยังพอไหว แต่พอตกดึก อากาศเย็นลง กลิ่นมันลอยลงมาเหมือนมีใครเอาผ้าเปียกมาคลุมหน้า" ป้าสำลีเล่า คืนหนึ่งลุงชาญลองเอาไฟฉายส่องขึ้นไป จึงเห็นว่าระแนงไม้หลายเส้นมีคราบขาวปนเขียวเกาะอยู่ ใต้แผ่นกระเบื้องบางแผ่นมีจุดดำ ๆ และบนแปมีฝุ่นหนาปนขี้นกขี้จิ้งจกที่สะสมมาหลายปี เมื่อโดนความชื้นจากน้ำท่วมก็ส่งกลิ่นออกมา

หลานสาวที่มาค้างด้วยเริ่มจามทุกเช้า ป้าสำลีที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วก็คัดจมูกจนนอนไม่หลับ ลุงชาญถามว่า "ล้างพื้นก็แล้ว ขัดผนังก็แล้ว แล้วหลังคาที่สูงขนาดนั้นจะล้างอย่างไร"

ทำไมบ้านไม่มีฝ้าจึงมีกลิ่นอับลอยลงมาจากหลังคาหลังน้ำท่วม

หลายคนคิดว่าน้ำไม่ได้ขึ้นถึงหลังคา หลังคาจึงไม่น่าเกี่ยว แต่ในความเป็นจริง บ้านที่ไม่มีฝ้าเพดานคือ "ห้องเดียวกัน" ตั้งแต่พื้นจนถึงใต้กระเบื้อง สิ่งที่เกิดขึ้นที่พื้นจึงส่งผลถึงหลังคาด้วย

  • ไอน้ำลอยขึ้นสู่ที่สูง: ช่วงที่น้ำขังและหลังน้ำลด พื้นและผนังคายความชื้นออกมาตลอดเวลา ไอน้ำที่อุ่นลอยขึ้นไปสะสมใต้หลังคา
  • ความชื้นกลั่นตัวใต้กระเบื้อง: ตอนกลางคืนกระเบื้องเย็นลงเร็ว ไอน้ำจึงกลั่นตัวเป็นหยดเล็ก ๆ ใต้แผ่นกระเบื้องและบนโครงไม้ ทำให้ไม้ชื้นซ้ำทุกคืน
  • ไม้เก่าดูดความชื้นได้ดี: จันทัน แป และระแนงที่ใช้งานมาหลายสิบปีมีรอยแตกและเนื้อไม้ที่พรุน เมื่อชื้นจึงเป็นที่เกาะของเชื้อราได้ง่าย
  • ฝุ่นและมูลสัตว์ที่สะสมบนโครง: ฝุ่นละเอียด ใยแมงมุม มูลนก มูลจิ้งจก และบางบ้านอาจมีมูลค้างคาวหรือหนู เมื่อโดนความชื้นจะเกิดกลิ่นและเป็นแหล่งเชื้อโรค
  • กลิ่นลอยลงตอนกลางคืน: กลางวันอากาศร้อนลอยขึ้นและออกทางช่องกระเบื้อง แต่กลางคืนอากาศเย็นลงและไหลลงมาด้านล่าง พากลิ่นอับและสปอร์เชื้อราลงมาที่ระดับคนนอน

ผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวัน

  • ภูมิแพ้และหอบหืด: สปอร์เชื้อราที่ลอยลงมาตอนกลางคืนอาจทำให้จาม คัดจมูก คันตา หรือหอบหืดกำเริบ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก
  • เชื้อโรคจากมูลสัตว์: มูลนกและมูลสัตว์ที่ชื้นอาจมีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ฝุ่นที่ร่วงลงมาจึงไม่ควรปล่อยให้ตกบนที่นอนหรือโต๊ะอาหาร
  • เชื้อจากน้ำท่วมที่พื้น: พื้นและผนังส่วนล่างที่โดนน้ำอาจมีเชื้อแบคทีเรีย เช่น อีโคไล และความเสี่ยงโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) หากยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ
  • นอนไม่หลับ: กลิ่นอับที่แรงขึ้นตอนกลางคืนทำให้พักผ่อนไม่เต็มที่ ผู้สูงอายุอ่อนเพลียในตอนกลางวัน
  • โครงไม้เสื่อมเร็ว: ความชื้นและเชื้อราที่อยู่นานทำให้ไม้ผุ มอดและปลวกตามมา กลายเป็นค่าซ่อมแซมหลังคาก้อนใหญ่ในอนาคต

ส่องไฟสังเกตเองก่อน: 7 จุดบนหลังคาที่บอกว่ากลิ่นมาจากข้างบน

ก่อนเรียกทีมงาน เจ้าของบ้านสามารถยืนอยู่บนพื้นแล้วใช้ไฟฉายส่องสังเกตได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องปีนขึ้นที่สูง จุดที่ควรดูมีดังนี้

  1. ระแนงและแปที่มีคราบขาวหรือเขียว: เป็นสัญญาณของเชื้อราที่เริ่มเกาะผิวไม้
  2. จุดดำใต้แผ่นกระเบื้อง: มักพบใกล้รอยต่อกระเบื้องหรือจุดที่เคยรั่ว
  3. รอยน้ำหยดหรือคราบไหลบนจันทัน: แสดงว่ามีการกลั่นตัวของความชื้นหรือน้ำฝนรั่ว
  4. ฝุ่นหนาและมูลสัตว์บนแป: ยิ่งสะสมมาก ยิ่งเป็นแหล่งกลิ่นเมื่อโดนความชื้น
  5. ใยแมงมุมที่ดูหนักและเปียก: ใยที่ชื้นจะจับฝุ่นและสปอร์ไว้มาก
  6. ขุยไม้หรือทางเดินดินของปลวก: ถ้าพบควรให้ช่างตรวจโครงสร้างด้วย
  7. กลิ่นที่แรงขึ้นเมื่อยืนใต้จุดใดจุดหนึ่ง: ลองเดินดมกลิ่นตอนหัวค่ำ จุดที่กลิ่นแรงที่สุดมักอยู่ใต้ต้นเหตุ

จดบันทึกหรือถ่ายภาพไว้ จะช่วยให้ทีมงานประเมินได้เร็วและตรงจุดขึ้น ข้อสำคัญคืออย่าให้ผู้สูงอายุปีนบันไดขึ้นไปดูหรือกวาดเอง เพราะพื้นที่ยังลื่นจากโคลนและความชื้น

ทำไมวิธีที่ทำกันบ่อยยังไม่ได้ผลกับบ้านแบบนี้

  • ล้างแค่พื้นและผนัง: ต้นเหตุส่วนหนึ่งอยู่บนโครงหลังคา ถ้าไม่จัดการข้างบน กลิ่นก็ลอยลงมาทุกคืน
  • ปีนขึ้นไปกวาดฝุ่นแห้ง ๆ: ทำให้ฝุ่น สปอร์ และมูลสัตว์ฟุ้งกระจายทั่วบ้าน และเสี่ยงตกจากที่สูง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • ฉีดน้ำยาฟอกขาวขึ้นไปบนไม้: น้ำยาหยดลงมาโดนตัวและข้าวของ กลิ่นคลอรีนฉุน และไม่ได้ซึมเข้าเนื้อไม้ที่เชื้อราฝังอยู่
  • จุดธูปหรือใช้น้ำหอม: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ควันและกลิ่นหอมยิ่งทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ระคายเคือง
  • รีบติดฝ้าปิด: ถ้าโครงหลังคายังชื้นและมีเชื้อรา การปิดฝ้าทับจะกักความชื้นและกลิ่นไว้ด้านบน ปัญหาอาจหนักขึ้น

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อขึ้นถึงโครงหลังคา และอบโอโซนแบบวางแผนสำหรับบ้านโปร่ง

World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นแบบ ULV ที่ส่งละอองละเอียดขึ้นไปเคลือบจันทัน แป ระแนง และใต้แผ่นกระเบื้องได้จากพื้นด้านล่าง โดยไม่ต้องปีนขึ้นไปขัดทีละเส้น ควบคู่กับ บริการอบโอโซน เพื่อจัดการกลิ่นอับที่ฝังในที่นอน ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน

บ้านที่ไม่มีฝ้าและมีช่องลมตามแนวกระเบื้องเป็นบ้านที่ "รั่ว" ในแง่ของอากาศ ทีมงานจึงต้องประเมินหน้างานอย่างตรงไปตรงมา เช่น อาจต้องปิดช่องเปิดขนาดใหญ่ชั่วคราว ปรับปริมาณและระยะเวลาการอบให้เหมาะ หรือเน้นการพ่นฆ่าเชื้อที่พื้นผิวไม้เป็นหลัก แล้วอบโอโซนเฉพาะห้องหรือโซนที่ปิดได้

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจหลังคาและตัวบ้าน: ส่องไฟดูโครงไม้ ใต้กระเบื้อง จุดที่มีคราบเชื้อรา มูลสัตว์ และรอยรั่ว พร้อมตรวจพื้นและผนังส่วนล่างที่โดนน้ำ
  2. แนะนำการเก็บกวาดอย่างปลอดภัย: คลุมที่นอนและข้าวของ ใช้วิธีเปียกแทนการกวาดแห้งเพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้ง ผู้ทำต้องใส่หน้ากากและถุงมือ งานบนที่สูงควรให้ผู้มีประสบการณ์ทำ ไม่ให้ผู้สูงอายุปีนเอง
  3. พ่นฆ่าเชื้อโครงหลังคา: พ่น Chemgene HLD4H แบบ ULV ขึ้นไปที่จันทัน แป ระแนง และใต้กระเบื้อง
  4. พ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ด้านล่าง: พ่นพื้น ผนังส่วนล่าง ขอบประตู และเฟอร์นิเจอร์ที่โดนน้ำ
  5. อบโอโซน: ปิดช่องเปิดที่ปิดได้ และอบโอโซนตามความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อจัดการกลิ่นอับและสปอร์เชื้อราในอากาศและในวัสดุผ้า
  6. ระบายอากาศและตรวจซ้ำ: เปิดบ้านระบายอากาศจนปลอดภัย ตรวจกลิ่นอีกครั้งตอนเย็น และแนะนำการดูแลระยะยาว

ความปลอดภัยของการอบโอโซน: ระหว่างอบห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในบ้าน บ้านริมน้ำที่มีกรงนก ไก่ชน หรือสัตว์เลี้ยงใต้ถุน ต้องย้ายออกไปไว้ในที่ห่างและอากาศถ่ายเท ต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง พระพุทธรูป หรือของเก่าที่มีค่า ให้ย้ายออกหรือคลุมไว้ และทีมงานจะควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับพื้นที่

ดูแลระยะยาว: ทำอย่างไรไม่ให้กลิ่นกลับมาจากหลังคา

  • เพิ่มการระบายอากาศใต้หลังคา: เปิดช่องลมหน้าจั่วให้โล่ง หรือปรึกษาช่างเรื่องติดตั้งช่องระบายอากาศหรือพัดลมดูดอากาศ
  • ซ่อมกระเบื้องแตกและรอยรั่ว: น้ำฝนที่รั่วลงโครงไม้คือความชื้นใหม่ทุกครั้งที่ฝนตก
  • กันนกและสัตว์เข้าใต้หลังคา: ติดตาข่ายที่ช่องเปิด เพื่อลดมูลสัตว์สะสม
  • ตรวจไม้ผุและปลวก: หากพบไม้ผุหรือร่องรอยปลวก ควรให้ช่างหรือบริษัทกำจัดปลวกตรวจสอบ
  • ถ้าจะติดฝ้า ให้รอโครงแห้งก่อน: และควรมีช่องระบายอากาศเหนือฝ้า ไม่ปิดทึบ
  • เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้นเป็นระยะ: โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่เหนือที่นอนและโต๊ะอาหาร

10 เหตุผลที่บ้านหลังคาเก่าย่านสามพรานเลือกบริการมืออาชีพ

  1. ไม่ต้องให้ผู้สูงอายุปีนขึ้นที่สูงเพื่อขัดโครงหลังคาเอง
  2. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV ส่งละอองขึ้นถึงจันทัน แป และระแนงได้จากพื้น
  3. ใช้ Chemgene HLD4H ที่ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน เหมาะกับบ้านที่มีคนเป็นภูมิแพ้
  4. อบโอโซน ช่วยจัดการกลิ่นอับในที่นอน หมอน และผ้าม่าน
  5. ประเมินหน้างานตรงไปตรงมา ปรับวิธีให้เหมาะกับบ้านโปร่งที่มีช่องลม
  6. จัดการทั้งต้นเหตุด้านบนและพื้นที่ที่โดนน้ำด้านล่างในครั้งเดียว
  7. ลดฝุ่นและสปอร์ที่ร่วงลงมาตอนกลางคืน ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น
  8. ได้คำแนะนำดูแลหลังคาระยะยาว ลดโอกาสไม้ผุและปลวก
  9. มีความรู้เรื่อง โอโซนในที่พักอาศัย และการดูแลของเก่าที่มีค่า
  10. บ้านเก่าที่มีความทรงจำของครอบครัวกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง

ก่อนและหลังบริการ

ก่อน

  • กลิ่นอับลอยลงมาจากหลังคาแรงขึ้นตอนกลางคืน
  • คราบขาวเขียวบนระแนง จุดดำใต้กระเบื้อง
  • ฝุ่นและมูลสัตว์สะสมบนแปและจันทัน
  • ผู้สูงอายุคัดจมูก หลานจามทุกเช้า
  • ล้างพื้นหลายรอบแต่กลิ่นไม่หาย

หลัง

  • กลิ่นอับตอนกลางคืนลดลงชัดเจน
  • โครงหลังคาและพื้นที่ที่โดนน้ำผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • ที่นอนและผ้าม่านกลิ่นสดชื่นขึ้น
  • คนในบ้านนอนหลับได้สบายขึ้น
  • มีแผนดูแลหลังคาและการระบายอากาศระยะยาว

เสียงจากลูกค้า (ตัวอย่างสถานการณ์)

"ลุงคิดว่าต้องรื้อหลังคาทำใหม่แล้ว ทีมงานมาดูแล้วบอกว่ายังไม่ต้องถึงขนาดนั้น พ่นขึ้นไปจากข้างล่างได้ อธิบายตรง ๆ ว่าบ้านเรามีช่องลมเยอะ ต้องทำแบบไหนถึงจะได้ผล คืนนั้นป้าหลับยาวถึงเช้า ไม่ต้องตื่นมาสั่งน้ำมูก"

— ลุงชาญ (นามสมมติ) บ้านริมแม่น้ำท่าจีน สามพราน นครปฐม

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: น้ำไม่ได้ขึ้นถึงหลังคา ทำไมหลังคาถึงมีเชื้อรา?
ตอบ: บ้านที่ไม่มีฝ้า ไอน้ำจากพื้นและผนังที่เปียกจะลอยขึ้นไปกลั่นตัวใต้กระเบื้องและบนโครงไม้ ทำให้ไม้ชื้นและเกิดเชื้อราได้

ถาม: บ้านมีช่องลมเยอะ อบโอโซนจะได้ผลไหม?
ตอบ: ทีมงานจะประเมินหน้างาน อาจปิดช่องเปิดใหญ่ชั่วคราว ปรับปริมาณการอบ หรือเน้นพ่นฆ่าเชื้อที่โครงไม้เป็นหลัก แล้วอบโอโซนเฉพาะโซนที่ปิดได้

ถาม: ต้องขึ้นไปบนหลังคาไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่พ่นจากด้านล่างได้ด้วยเครื่อง ULV แต่ถ้ามีมูลสัตว์สะสมหนามาก อาจต้องเก็บออกก่อนอย่างปลอดภัย

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานเท่าไร?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดบ้านและวิธีที่ใช้ ระหว่างอบโอโซนห้ามมีคนและสัตว์เลี้ยง ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้หลังระบายอากาศเรียบร้อย

ถาม: ควรติดฝ้าเพดานหลังจากนี้ไหม?
ตอบ: ทำได้ แต่ควรรอให้โครงหลังคาแห้งและผ่านการฆ่าเชื้อก่อน และควรมีช่องระบายอากาศเหนือฝ้า ปรึกษาช่างก่อสร้างเรื่องโครงสร้าง

ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สามพราน นครชัยศรี พุทธมณฑล อำเภอเมืองนครปฐม บางเลน และพื้นที่ใกล้เคียงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ให้บ้านเก่ากลับมาหายใจได้อีกครั้ง

ปรึกษาฟรี สำหรับบ้านหลังคาเก่าย่านสามพรานและนครปฐม

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#กำจัดกลิ่นอับ #กลิ่นอับจากหลังคา #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ

คำค้นหา: กำจัดกลิ่นอับหลังคาบ้านไม่มีฝ้า, กลิ่นอับจากหลังคา, หลังคากระเบื้องเก่า, เชื้อราโครงหลังคา, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, อบโอโซนบ้าน, สามพราน, นครปฐม 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้