Last updated: 15 ต.ค. 2569 | 1 จำนวนผู้เข้าชม |
"ลุงเสถียร" อายุหกสิบกว่า เป็นกรรมการศาลเจ้าพ่อประจำชุมชนเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอเมืองสิงห์บุรี ศาลแห่งนี้ไม่ใหญ่ มีอาคารศาลหลังเดียว ลานหน้าศาลปูกระเบื้อง ศาลาไม้สำหรับนั่งพักและจัดเลี้ยงในงานประจำปี และห้องเก็บของด้านหลังที่ใช้เก็บโต๊ะ เก้าอี้ ผ้าแดง ธง และอุปกรณ์งานบุญ ทุกเช้าจะมีผู้สูงอายุในชุมชนมาไหว้ จุดธูป และนั่งคุยกันก่อนไปตลาด
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากแม่น้ำเอ่อเข้ามาท่วมลานศาลสูงเกือบถึงเข่าและขังอยู่หลายวัน กรรมการช่วยกันเชิญองค์เจ้าพ่อและของสำคัญขึ้นที่สูงไว้ตั้งแต่ก่อนน้ำมาถึง ตามวิธีที่ผู้ใหญ่ในชุมชนเคยทำมา แต่ศาลา ห้องเก็บของ และฐานของอาคารศาลจมน้ำทั้งหมด
เช้าวันแรกที่น้ำลดและลุงเสถียรไขกุญแจประตูศาลอีกครั้ง สิ่งแรกที่ต้อนรับไม่ใช่กลิ่นธูปหอมแบบที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นโคลนปนกลิ่นอับชื้นที่แรงจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก ผ้าแดงที่พันเสาโดนน้ำจนสีตก ม้านั่งไม้ในศาลามีจุดดำ ๆ ขึ้นเป็นดวง ผนังด้านล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นชัดเจน และในห้องเก็บของมีกองผ้าและเบาะที่ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
หลังจากชาวบ้านช่วยกันล้างโคลนไปสองวัน ป้าบุญมาซึ่งมาไหว้ทุกเช้าเริ่มไอและบอกว่าเข้าไปนั่งในศาลาได้ไม่นานก็แน่นจมูก ส่วนงานประจำปีของศาลก็ใกล้เข้ามา กรรมการจึงต้องตัดสินใจว่าจะฟื้นฟูสถานที่อย่างไรให้สะอาดจริง ปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ และที่สำคัญคือยังให้ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชุมชน
ก่อนพูดถึงการพ่นฆ่าเชื้อหรือการอบโอโซน ต้องตกลงหลักการนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน องค์เทพ รูปเคารพ ป้ายชื่อ กระถางธูป โต๊ะหมู่บูชา เครื่องประดับ และของที่ชุมชนถือว่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ผู้ดูแลศาล หรือผู้รู้ในชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจและลงมือดูแลเอง ตามธรรมเนียมและพิธีที่แต่ละศาลถือปฏิบัติ
หลักการนี้ไม่ได้เป็นเพียงมารยาท แต่ยังช่วยในทางปฏิบัติด้วย เพราะของเก่าที่ปิดทอง ลงรัก ทาสี หรือทำจากไม้แกะสลัก อาจมีความไวต่อความชื้นและสารเคมีแตกต่างกัน การให้ผู้ที่รู้จักของชิ้นนั้นดีที่สุดเป็นผู้ดูแล จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดทั้งต่อตัวของและต่อความรู้สึกของชุมชน
ผู้ที่มาศาลเจ้าทุกเช้าส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งบางคนมีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคปอด สปอร์ของเชื้อราที่ขึ้นบนม้านั่งไม้ ผ้า และผนัง สามารถลอยอยู่ในอากาศและทำให้ระคายเคืองจมูก คอ และทางเดินหายใจได้ ส่วนเด็ก ๆ ที่ตามพ่อแม่หรือปู่ย่ามาไหว้ก็ชอบนั่งเล่นกับพื้นลาน ซึ่งอาจยังมีคราบโคลนตกค้างอยู่
น้ำท่วมที่ไหลผ่านทุ่งนา ท่อระบายน้ำ และบ้านเรือน อาจพาเชื้อโรคหลายชนิดมาด้วย เช่น แบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสีย และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ซึ่งเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน คนที่ช่วยกันล้างลานศาลโดยไม่สวมรองเท้าบูทและถุงมือจึงมีความเสี่ยง
ศาลเจ้าเป็นที่ที่มีกลิ่นประจำตัวคือกลิ่นธูปและกลิ่นไม้เก่า เมื่อกลิ่นอับชื้นจากผ้า เบาะ และไม้ที่แช่น้ำเข้ามาผสม กลิ่นจะหนักและติดทนกว่าบ้านทั่วไป หลายคนพยายามจุดธูปเพิ่มเพื่อกลบกลิ่น ซึ่งทำให้ควันมากขึ้นในพื้นที่ปิด และไม่ได้แก้ต้นเหตุ
หลายศาลมีงานประจำปี งานไหว้ หรืองานเลี้ยงของชุมชนในช่วงปลายปี ซึ่งต้องใช้ศาลาจัดอาหารและให้คนนั่งพัก ถ้าศาลายังมีกลิ่นและเชื้อรา ผู้มาร่วมงานอาจไม่สบายใจ ผู้ปกครองอาจไม่พาเด็กมา และกรรมการก็ต้องตอบคำถามเรื่องความสะอาดไม่จบ
ศาลเจ้าชุมชนส่วนมากดูแลโดยอาสาสมัครและกรรมการที่มีงานของตัวเอง หลังน้ำท่วม ทุกคนยังต้องฟื้นฟูบ้านของตัวเองด้วย การล้างซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้ว่าสะอาดจริงหรือไม่ จึงกินแรงและเวลาของชุมชนมาก
World Health Disinfection ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อโรค ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองเล็กมาก ลอยเข้าถึงมุมอับ ซอกเสา ใต้ม้านั่ง และใต้โครงหลังคาศาลาได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ และให้บริการ อบโอโซน ที่ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายโมเลกุลของกลิ่นอับที่ฝังอยู่ในพื้นที่ปิด
สำหรับศาลเจ้า ทีมงานจะวางแผนร่วมกับคณะกรรมการก่อนทุกครั้ง เพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดว่าส่วนใดทำได้ ส่วนใดเป็นเขตยกเว้น และส่วนใดชุมชนจะเชิญของออกไปก่อน
"ตอนแรกกรรมการกังวลมากว่าคนนอกจะเข้ามาแตะต้ององค์เจ้าพ่อ แต่ทีมงานถามก่อนทุกอย่าง ให้พวกเราเชิญของเองแล้วค่อยเริ่มงาน ทำเฉพาะศาลา ห้องเก็บของ และพื้นผนัง พอเสร็จแล้วกลิ่นเหม็นอับในศาลาเบาลงมาก ป้า ๆ ที่มาไหว้ตอนเช้าก็กลับมานั่งคุยกันได้เหมือนเดิม"
— ลุงเสถียร กรรมการศาลเจ้าชุมชน อำเภอเมืองสิงห์บุรี (สถานการณ์ตัวอย่าง)
ถาม: ทีมงานจะพ่นน้ำยาลงบนองค์เทพหรือโต๊ะหมู่บูชาหรือไม่?
ตอบ: ไม่ ทีมงานไม่แตะต้องและไม่พ่นน้ำยาลงบนของศักดิ์สิทธิ์ การดูแลของเหล่านี้เป็นหน้าที่ของชุมชนตามธรรมเนียมของศาล
ถาม: ถ้าองค์เจ้าพ่อเชิญออกไม่ได้ จะอบโอโซนได้ไหม?
ตอบ: คณะกรรมการเป็นผู้ตัดสินใจ อาจกำหนดเป็นเขตยกเว้นและทำเฉพาะส่วนอื่น เช่น ศาลาและห้องเก็บของ หรือคลุมด้วยผ้าตามที่ชุมชนเห็นสมควร ทีมงานจะปรับแผนตาม
ถาม: ต้องปิดศาลกี่วัน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และความเสียหาย โดยทั่วไปการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนทำเสร็จได้ภายในวันเดียวหลังจากล้างโคลนเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจะแจ้งเวลาโดยประมาณหลังสำรวจ
ถาม: ลานกลางแจ้งต้องอบโอโซนด้วยหรือไม่?
ตอบ: การอบโอโซนเหมาะกับพื้นที่ปิด ลานกลางแจ้งเน้นการล้างโคลน ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อบริเวณที่น้ำท่วมถึง
ถาม: ผ้าแดงและธงที่โดนน้ำใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ถ้าซักและตากแห้งสนิทแล้วไม่มีกลิ่นหรือคราบราก็ใช้ต่อได้ ส่วนการเปลี่ยนผ้าที่เกี่ยวกับพิธี ชุมชนเป็นผู้พิจารณาตามธรรมเนียม
ถาม: หลังบริการ เริ่มจุดธูปได้เมื่อไร?
ตอบ: เมื่อทีมงานระบายอากาศเสร็จและแจ้งว่ากลับเข้าพื้นที่ได้แล้ว ควรเปิดประตูหน้าต่างไว้ให้อากาศถ่ายเท
ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง?
ตอบ: อำเภอเมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี พรหมบุรี บางระจัน และพื้นที่ใกล้เคียง ติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE
บริการสำหรับศาลเจ้า ศาลาชุมชน และอาคารส่วนรวมในอำเภอเมืองสิงห์บุรีและอำเภอใกล้เคียง
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อศาลเจ้า #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #สิงห์บุรี
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศาลเจ้าหลังน้ำท่วม, อบโอโซนศาลเจ้า, ฟื้นฟูศาลเจ้าชุมชน, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, เมืองสิงห์บุรี, สิงห์บุรี 2569