ศาลเจ้าชุมชนโดนน้ำท่วม จะฟื้นฟูอย่างไรให้สะอาดและเหมาะสม? พ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซนกำจัดกลิ่นอับและเชื้อราในลานและศาลา โดยให้ชุมชนดูแลของศักดิ์สิทธิ์เอง อำเภอเมืองสิงห์บุรี ปี 2569

Last updated: 15 ต.ค. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ศาลเจ้าชุมชนโดนน้ำท่วม จะฟื้นฟูอย่างไรให้สะอาดและเหมาะสม? พ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซนกำจัดกลิ่นอับและเชื้อราในลานและศาลา โดยให้ชุมชนดูแลของศักดิ์สิทธิ์เอง อำเภอเมืองสิงห์บุรี ปี 2569

ศาลเจ้าชุมชนโดนน้ำท่วม จะฟื้นฟูอย่างไรให้สะอาดและเหมาะสม? พ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซนกำจัดกลิ่นอับและเชื้อราในลานและศาลา โดยให้ชุมชนดูแลของศักดิ์สิทธิ์เอง อำเภอเมืองสิงห์บุรี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันแรกที่ประตูศาลเปิดอีกครั้ง

"ลุงเสถียร" อายุหกสิบกว่า เป็นกรรมการศาลเจ้าพ่อประจำชุมชนเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอเมืองสิงห์บุรี ศาลแห่งนี้ไม่ใหญ่ มีอาคารศาลหลังเดียว ลานหน้าศาลปูกระเบื้อง ศาลาไม้สำหรับนั่งพักและจัดเลี้ยงในงานประจำปี และห้องเก็บของด้านหลังที่ใช้เก็บโต๊ะ เก้าอี้ ผ้าแดง ธง และอุปกรณ์งานบุญ ทุกเช้าจะมีผู้สูงอายุในชุมชนมาไหว้ จุดธูป และนั่งคุยกันก่อนไปตลาด

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากแม่น้ำเอ่อเข้ามาท่วมลานศาลสูงเกือบถึงเข่าและขังอยู่หลายวัน กรรมการช่วยกันเชิญองค์เจ้าพ่อและของสำคัญขึ้นที่สูงไว้ตั้งแต่ก่อนน้ำมาถึง ตามวิธีที่ผู้ใหญ่ในชุมชนเคยทำมา แต่ศาลา ห้องเก็บของ และฐานของอาคารศาลจมน้ำทั้งหมด

เช้าวันแรกที่น้ำลดและลุงเสถียรไขกุญแจประตูศาลอีกครั้ง สิ่งแรกที่ต้อนรับไม่ใช่กลิ่นธูปหอมแบบที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นโคลนปนกลิ่นอับชื้นที่แรงจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก ผ้าแดงที่พันเสาโดนน้ำจนสีตก ม้านั่งไม้ในศาลามีจุดดำ ๆ ขึ้นเป็นดวง ผนังด้านล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นชัดเจน และในห้องเก็บของมีกองผ้าและเบาะที่ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว

หลังจากชาวบ้านช่วยกันล้างโคลนไปสองวัน ป้าบุญมาซึ่งมาไหว้ทุกเช้าเริ่มไอและบอกว่าเข้าไปนั่งในศาลาได้ไม่นานก็แน่นจมูก ส่วนงานประจำปีของศาลก็ใกล้เข้ามา กรรมการจึงต้องตัดสินใจว่าจะฟื้นฟูสถานที่อย่างไรให้สะอาดจริง ปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ และที่สำคัญคือยังให้ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชุมชน

หลักสำคัญที่สุด: ชุมชนดูแลของศักดิ์สิทธิ์เอง ทีมงานดูแลพื้นที่รอบ ๆ

ก่อนพูดถึงการพ่นฆ่าเชื้อหรือการอบโอโซน ต้องตกลงหลักการนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน องค์เทพ รูปเคารพ ป้ายชื่อ กระถางธูป โต๊ะหมู่บูชา เครื่องประดับ และของที่ชุมชนถือว่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ผู้ดูแลศาล หรือผู้รู้ในชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจและลงมือดูแลเอง ตามธรรมเนียมและพิธีที่แต่ละศาลถือปฏิบัติ

  • การเชิญย้ายหรือการทำความสะอาดของศักดิ์สิทธิ์: ชุมชนเป็นผู้ทำทั้งหมด จะมีพิธีขอขมาหรือพิธีใด ๆ ก็เป็นไปตามที่ศาลแห่งนั้นถือ
  • ทีมงานไม่แตะต้อง ไม่ย้าย และไม่พ่นน้ำยาลงบนของศักดิ์สิทธิ์: งานของทีมงานคือพื้น ผนัง เพดาน ศาลา ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และอากาศภายในอาคาร
  • ของที่ไม่สามารถเชิญออกได้: คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดว่าจะคลุมด้วยผ้าหรือกำหนดเป็นเขตยกเว้น ทีมงานจะทำงานเลี่ยงพื้นที่นั้นตามที่ตกลงกันไว้
  • วันและเวลา: หลายศาลมีวันที่ไม่สะดวกให้ทำงานใหญ่ ชุมชนสามารถเลือกวันเวลาที่เหมาะสมได้ ทีมงานจะปรับตาม

หลักการนี้ไม่ได้เป็นเพียงมารยาท แต่ยังช่วยในทางปฏิบัติด้วย เพราะของเก่าที่ปิดทอง ลงรัก ทาสี หรือทำจากไม้แกะสลัก อาจมีความไวต่อความชื้นและสารเคมีแตกต่างกัน การให้ผู้ที่รู้จักของชิ้นนั้นดีที่สุดเป็นผู้ดูแล จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดทั้งต่อตัวของและต่อความรู้สึกของชุมชน

ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในศาลเจ้าหลังน้ำลด

1. สุขภาพของผู้สูงอายุและเด็กที่มาไหว้

ผู้ที่มาศาลเจ้าทุกเช้าส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งบางคนมีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคปอด สปอร์ของเชื้อราที่ขึ้นบนม้านั่งไม้ ผ้า และผนัง สามารถลอยอยู่ในอากาศและทำให้ระคายเคืองจมูก คอ และทางเดินหายใจได้ ส่วนเด็ก ๆ ที่ตามพ่อแม่หรือปู่ย่ามาไหว้ก็ชอบนั่งเล่นกับพื้นลาน ซึ่งอาจยังมีคราบโคลนตกค้างอยู่

2. โคลนและน้ำขังที่เสี่ยงโรค

น้ำท่วมที่ไหลผ่านทุ่งนา ท่อระบายน้ำ และบ้านเรือน อาจพาเชื้อโรคหลายชนิดมาด้วย เช่น แบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสีย และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ซึ่งเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน คนที่ช่วยกันล้างลานศาลโดยไม่สวมรองเท้าบูทและถุงมือจึงมีความเสี่ยง

3. กลิ่นอับที่ปะปนกับกลิ่นธูป

ศาลเจ้าเป็นที่ที่มีกลิ่นประจำตัวคือกลิ่นธูปและกลิ่นไม้เก่า เมื่อกลิ่นอับชื้นจากผ้า เบาะ และไม้ที่แช่น้ำเข้ามาผสม กลิ่นจะหนักและติดทนกว่าบ้านทั่วไป หลายคนพยายามจุดธูปเพิ่มเพื่อกลบกลิ่น ซึ่งทำให้ควันมากขึ้นในพื้นที่ปิด และไม่ได้แก้ต้นเหตุ

4. งานประจำปีและความเชื่อมั่นของผู้มาร่วมงาน

หลายศาลมีงานประจำปี งานไหว้ หรืองานเลี้ยงของชุมชนในช่วงปลายปี ซึ่งต้องใช้ศาลาจัดอาหารและให้คนนั่งพัก ถ้าศาลายังมีกลิ่นและเชื้อรา ผู้มาร่วมงานอาจไม่สบายใจ ผู้ปกครองอาจไม่พาเด็กมา และกรรมการก็ต้องตอบคำถามเรื่องความสะอาดไม่จบ

5. แรงคนและเวลาที่จำกัด

ศาลเจ้าชุมชนส่วนมากดูแลโดยอาสาสมัครและกรรมการที่มีงานของตัวเอง หลังน้ำท่วม ทุกคนยังต้องฟื้นฟูบ้านของตัวเองด้วย การล้างซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้ว่าสะอาดจริงหรือไม่ จึงกินแรงและเวลาของชุมชนมาก

ทำไมวิธีที่ทำกันอยู่จึงยังไม่พอ

  • ล้างด้วยน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวอาจทำให้คราบบนผิวหน้าจางลง แต่ไม่ซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ของม้านั่งหรือโครงศาลา กลิ่นฉุนยังรบกวนผู้สูงอายุ และถ้าหกโดนผ้าแดงหรือของที่ทาสีก็อาจทำให้สีด่าง
  • เปิดพัดลมเป่า: ช่วยให้ผิวหน้าแห้งเร็วขึ้น แต่ก็พัดสปอร์เชื้อราให้ฟุ้งกระจายไปทั่วอาคาร รวมถึงไปยังมุมที่ยังสะอาดอยู่
  • จุดธูปหรือใช้น้ำหอมกลบกลิ่น: เป็นการซ้อนกลิ่นใหม่ทับกลิ่นเก่า เมื่อควันจางลง กลิ่นอับก็กลับมาเหมือนเดิม
  • ทาสีทับคราบ: ถ้าผนังยังชื้นอยู่ข้างใน เชื้อราจะดันสีให้พองและกลับมาเป็นจุดดำภายในไม่กี่สัปดาห์ และเสียเงินทาสีซ้ำ
  • เก็บผ้าและเบาะเปียกไว้ในห้องเก็บของ: ของเหล่านี้คือแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี และส่งกลิ่นไปทั่วอาคาร ถ้าไม่ซัก ตาก หรือคัดทิ้ง การฆ่าเชื้ออย่างไรก็ไม่ได้ผลเต็มที่

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซน โดยทีมงานมืออาชีพ

World Health Disinfection ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อโรค ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองเล็กมาก ลอยเข้าถึงมุมอับ ซอกเสา ใต้ม้านั่ง และใต้โครงหลังคาศาลาได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ และให้บริการ อบโอโซน ที่ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายโมเลกุลของกลิ่นอับที่ฝังอยู่ในพื้นที่ปิด

สำหรับศาลเจ้า ทีมงานจะวางแผนร่วมกับคณะกรรมการก่อนทุกครั้ง เพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดว่าส่วนใดทำได้ ส่วนใดเป็นเขตยกเว้น และส่วนใดชุมชนจะเชิญของออกไปก่อน

ขั้นตอนการทำงานสำหรับศาลเจ้าชุมชน

  1. สำรวจและคุยกับคณะกรรมการ: เดินดูพื้นที่ร่วมกัน ระบุจุดที่น้ำท่วมถึง จุดที่มีเชื้อรา และกำหนดเขตของศักดิ์สิทธิ์ที่ทีมงานจะไม่แตะต้อง
  2. ชุมชนจัดการของศักดิ์สิทธิ์: คณะกรรมการเชิญย้ายหรือคลุมของตามธรรมเนียมของศาล ทีมงานรอจนชุมชนแจ้งว่าพร้อม
  3. แนะนำการล้างโคลนและคัดแยกของ: ให้คำแนะนำเรื่องการขนโคลน การซักหรือตากผ้าและเบาะ และการคัดของที่เสียหายหนักออก ผู้ล้างควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และหน้ากาก
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่นละอองน้ำยา Chemgene HLD4H ในศาลา ห้องเก็บของ ห้องน้ำ ผนัง พื้น และลานที่โดนน้ำ โดยเลี่ยงเขตยกเว้นตามที่ตกลง
  5. อบโอโซน: ปิดพื้นที่ที่เป็นห้องหรืออาคารปิด เช่น ห้องเก็บของและตัวอาคารศาล แล้วเดินเครื่องโอโซนตามเวลาที่เหมาะกับขนาดห้อง ระหว่างนี้ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในพื้นที่
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศให้เพียงพอ ทีมงานตรวจว่าพร้อมให้คนกลับเข้าไปได้แล้วจึงแจ้งชุมชน
  7. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำ: ตรวจกลิ่นและจุดเชื้อราร่วมกับกรรมการ แนะนำการดูแลต่อ และนัดตรวจซ้ำหากจำเป็น

เรื่องความปลอดภัยของโอโซนที่ชุมชนควรรู้

  • ระหว่างอบโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง นก หรือต้นไม้ในพื้นที่ รวมถึงแมวที่ชอบมานอนในศาลเจ้า ควรตรวจให้แน่ใจก่อนปิดห้อง
  • ต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าไป ทีมงานจะเป็นผู้แจ้งเมื่อปลอดภัย
  • โอโซนเป็นก๊าซที่ทำปฏิกิริยาได้ดี ของที่ทำจากยาง ผ้าบางชนิด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องเสียงหรือตู้รับบริจาคแบบมีระบบไฟฟ้า ควรนำออกหรือคลุมไว้ และทีมงานจะควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับพื้นที่
  • ของเก่าที่ปิดทอง ลงรัก หรือทาสีโบราณ ชุมชนควรเชิญออกก่อนอบ หรือกำหนดเป็นเขตยกเว้น เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของตัวของ

10 เหตุผลที่คณะกรรมการศาลเจ้าเลือกใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

  1. เคารพหลักของชุมชน: ทีมงานไม่แตะต้องของศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อ
  2. ละอองฝอยเข้าถึงทุกซอก: การพ่นแบบ ULV เข้าถึงใต้ม้านั่ง ซอกเสา และโครงหลังคาศาลาที่เช็ดไม่ถึง
  3. น้ำยาที่ใช้งานจริงในสถานพยาบาล: CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในงานด้านสุขอนามัยหลากหลายพื้นที่
  4. จัดการกลิ่นที่ต้นเหตุ: การอบโอโซน ช่วยสลายโมเลกุลกลิ่นอับ แทนการกลบด้วยธูปหรือน้ำหอม
  5. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศ: ช่วยให้ผู้สูงอายุที่มาไหว้ทุกเช้าหายใจได้สบายขึ้น
  6. ปรับวันเวลาตามความสะดวกของศาล: เลี่ยงวันพระ วันงาน หรือช่วงที่มีคนมาไหว้มาก
  7. ประหยัดแรงอาสาสมัคร: ชุมชนไม่ต้องล้างซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้ผล และมีเวลาไปฟื้นฟูบ้านของตัวเอง
  8. เตรียมพร้อมก่อนงานประจำปี: ศาลาสะอาดพร้อมจัดเลี้ยงและต้อนรับผู้มาร่วมงาน
  9. มีคำแนะนำหลังบริการ: วิธีดูแลผ้า เบาะ และห้องเก็บของไม่ให้เชื้อรากลับมา และแนะนำ สเปรย์ Chemgene ขนาด 750 มล. สำหรับจุดสัมผัสบ่อย
  10. ดูแลเรื่องยุงต่อได้: ลานศาลริมน้ำที่มีน้ำขัง สามารถเสริมด้วย บริการพ่นยุง

ภาพก่อนและหลังการฟื้นฟูศาลเจ้า

ก่อน

  • กลิ่นโคลนและกลิ่นอับแรงจนกลบกลิ่นธูป
  • ม้านั่งไม้ในศาลามีจุดราดำ
  • ห้องเก็บของมีผ้าและเบาะส่งกลิ่นเปรี้ยว
  • ผู้สูงอายุนั่งได้ไม่นานก็แน่นจมูก ไอ
  • กรรมการไม่แน่ใจว่าจะจัดงานประจำปีได้หรือไม่

หลัง

  • อากาศในศาลาโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ของศักดิ์สิทธิ์ได้รับการดูแลโดยชุมชนตามธรรมเนียม
  • ห้องเก็บของจัดใหม่ ของที่เสียหายถูกคัดออก
  • ผู้มาไหว้กลับมานั่งพักคุยกันได้ตามปกติ
  • ศาลาพร้อมสำหรับงานของชุมชน

เสียงจากชุมชน

"ตอนแรกกรรมการกังวลมากว่าคนนอกจะเข้ามาแตะต้ององค์เจ้าพ่อ แต่ทีมงานถามก่อนทุกอย่าง ให้พวกเราเชิญของเองแล้วค่อยเริ่มงาน ทำเฉพาะศาลา ห้องเก็บของ และพื้นผนัง พอเสร็จแล้วกลิ่นเหม็นอับในศาลาเบาลงมาก ป้า ๆ ที่มาไหว้ตอนเช้าก็กลับมานั่งคุยกันได้เหมือนเดิม"

— ลุงเสถียร กรรมการศาลเจ้าชุมชน อำเภอเมืองสิงห์บุรี (สถานการณ์ตัวอย่าง)

สิ่งที่คณะกรรมการทำได้ก่อนทีมงานมาถึง

  • ประชุมตกลงกันว่าของชิ้นใดจะเชิญออก ชิ้นใดจะคลุม และพื้นที่ใดเป็นเขตยกเว้น แล้วแจ้งทีมงานล่วงหน้า
  • ถ่ายรูปพื้นที่ก่อนเริ่มงานไว้เป็นหลักฐาน และใช้เทียบผลหลังบริการ
  • ขนโคลนออกให้มากที่สุด โดยสวมรองเท้าบูทและถุงมือ หากมีบาดแผลควรปิดแผลให้มิดชิด
  • ซักและตากผ้าแดง ธง และผ้าปูโต๊ะที่ซักได้ ส่วนเบาะหรือฟูกที่แช่น้ำนานควรพิจารณาทิ้ง
  • ย้ายเครื่องเสียง พัดลม และอุปกรณ์ไฟฟ้าออกจากพื้นที่ และตรวจระบบไฟฟ้าโดยช่างก่อนเปิดใช้
  • ดูแลแมวหรือสัตว์ที่ชอบมาอยู่ในศาลให้อยู่นอกพื้นที่ในวันที่อบโอโซน

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ทีมงานจะพ่นน้ำยาลงบนองค์เทพหรือโต๊ะหมู่บูชาหรือไม่?
ตอบ: ไม่ ทีมงานไม่แตะต้องและไม่พ่นน้ำยาลงบนของศักดิ์สิทธิ์ การดูแลของเหล่านี้เป็นหน้าที่ของชุมชนตามธรรมเนียมของศาล

ถาม: ถ้าองค์เจ้าพ่อเชิญออกไม่ได้ จะอบโอโซนได้ไหม?
ตอบ: คณะกรรมการเป็นผู้ตัดสินใจ อาจกำหนดเป็นเขตยกเว้นและทำเฉพาะส่วนอื่น เช่น ศาลาและห้องเก็บของ หรือคลุมด้วยผ้าตามที่ชุมชนเห็นสมควร ทีมงานจะปรับแผนตาม

ถาม: ต้องปิดศาลกี่วัน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และความเสียหาย โดยทั่วไปการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนทำเสร็จได้ภายในวันเดียวหลังจากล้างโคลนเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจะแจ้งเวลาโดยประมาณหลังสำรวจ

ถาม: ลานกลางแจ้งต้องอบโอโซนด้วยหรือไม่?
ตอบ: การอบโอโซนเหมาะกับพื้นที่ปิด ลานกลางแจ้งเน้นการล้างโคลน ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อบริเวณที่น้ำท่วมถึง

ถาม: ผ้าแดงและธงที่โดนน้ำใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ถ้าซักและตากแห้งสนิทแล้วไม่มีกลิ่นหรือคราบราก็ใช้ต่อได้ ส่วนการเปลี่ยนผ้าที่เกี่ยวกับพิธี ชุมชนเป็นผู้พิจารณาตามธรรมเนียม

ถาม: หลังบริการ เริ่มจุดธูปได้เมื่อไร?
ตอบ: เมื่อทีมงานระบายอากาศเสร็จและแจ้งว่ากลับเข้าพื้นที่ได้แล้ว ควรเปิดประตูหน้าต่างไว้ให้อากาศถ่ายเท

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง?
ตอบ: อำเภอเมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี พรหมบุรี บางระจัน และพื้นที่ใกล้เคียง ติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

ให้ศาลเจ้าของชุมชนกลับมาหอมกลิ่นธูปอีกครั้ง

บริการสำหรับศาลเจ้า ศาลาชุมชน และอาคารส่วนรวมในอำเภอเมืองสิงห์บุรีและอำเภอใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#พ่นฆ่าเชื้อศาลเจ้า #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #สิงห์บุรี

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศาลเจ้าหลังน้ำท่วม, อบโอโซนศาลเจ้า, ฟื้นฟูศาลเจ้าชุมชน, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, เมืองสิงห์บุรี, สิงห์บุรี 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้