ห้องพยาบาลโรงเรียนที่จมน้ำ จะกลับมาดูแลนักเรียนได้อย่างไรให้สะอาดจริง? คัดแยกยาและเวชภัณฑ์ เปลี่ยนเตียง แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องปฐมพยาบาล อำเภอเมืองนครสวรรค์ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องพยาบาลโรงเรียนที่จมน้ำ จะกลับมาดูแลนักเรียนได้อย่างไรให้สะอาดจริง? คัดแยกยาและเวชภัณฑ์ เปลี่ยนเตียง แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องปฐมพยาบาล อำเภอเมืองนครสวรรค์ ปี 2569

ห้องพยาบาลโรงเรียนที่จมน้ำ จะกลับมาดูแลนักเรียนได้อย่างไรให้สะอาดจริง? คัดแยกยาและเวชภัณฑ์ เปลี่ยนเตียง แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องปฐมพยาบาล อำเภอเมืองนครสวรรค์ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ห้องที่เด็กป่วยต้องมานอน แต่ตอนนี้กลับต้องปิด

โรงเรียนประถมขนาดกลางแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านปากน้ำโพ มีห้องพยาบาลอยู่ชั้นล่างของอาคารเรียนหลังแรก ในห้องมีเตียงพยาบาลสองเตียง ตู้ยาไม้ ตู้เย็นเล็กสำหรับเก็บเจลเย็นและยาบางชนิด ชุดปฐมพยาบาล เครื่องวัดความดัน และที่ชั่งน้ำหนักส่วนสูงที่ใช้ตรวจสุขภาพนักเรียนทุกเทอม

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำเข้าอาคารชั้นล่างสูงราวเข่าและขังอยู่เกือบสองสัปดาห์ "ครูวิไล" ครูอนามัยโรงเรียนที่ดูแลห้องพยาบาล เข้าไปตรวจห้องเป็นคนแรกหลังน้ำลด ฟูกเตียงพยาบาลเปียกชุ่มและมีจุดราสีเขียวดำ ลิ้นชักล่างของตู้ยามีน้ำขัง กล่องยาและผ้าก๊อซเปื่อยยุ่ย ตู้เย็นจมน้ำและส่งกลิ่นเหม็น ผนังด้านล่างมีคราบน้ำเป็นแนว และทั้งห้องมีกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนจนครูวิไลต้องรีบเปิดหน้าต่าง

สิ่งที่ครูวิไลกังวลที่สุดคือ เมื่อเปิดเรียนหลังน้ำลด นักเรียนที่มาห้องพยาบาลมักเพิ่มขึ้น ทั้งเด็กที่มีบาดแผลจากการช่วยพ่อแม่ขนของ เด็กที่มีผื่นคันหลังลุยน้ำ และเด็กที่ปวดท้องท้องเสีย ห้องพยาบาลจึงต้องพร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรก และต้องสะอาดกว่าห้องเรียนทั่วไป เพราะเป็นที่ที่เด็กป่วยมานอนพัก

บทความนี้เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารโรงเรียน ครูอนามัย และฝ่ายอาคารสถานที่ ในการฟื้นฟูห้องพยาบาลหลังน้ำท่วม ตั้งแต่การคัดแยกยาและเวชภัณฑ์ ไปจนถึง การพ่นฆ่าเชื้อและการอบโอโซน ก่อนเปิดใช้งาน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เรื่องยาและการรักษาควรปรึกษาเภสัชกร แพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

ทำไมห้องพยาบาลโรงเรียนต้องสะอาดกว่าห้องอื่น

เป็นที่รวมของเด็กที่ร่างกายอ่อนแอ: เด็กที่มีไข้ ปวดท้อง เวียนศีรษะ หรือบาดเจ็บ ร่างกายอยู่ในช่วงที่รับเชื้อได้ง่าย ถ้าเตียง หมอน หรือพื้นห้องยังมีเชื้อโรคจากน้ำท่วมตกค้าง เด็กที่มาพักอาจได้รับเชื้อเพิ่ม หรือเชื้อจากเด็กคนหนึ่งอาจส่งต่อไปยังเด็กคนถัดไปที่มาใช้เตียงเดียวกัน

เป็นที่ทำแผล: หลังน้ำท่วม เด็กจำนวนมากมีบาดแผลเล็ก ๆ ที่มือและเท้า ถ้าอุปกรณ์ทำแผลหรือพื้นผิวในห้องปนเปื้อน ความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อจะสูงขึ้น ดินโคลนที่ปนเปื้อนฉี่หนูยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ซึ่งเข้าทางบาดแผลได้

เชื้อราและภูมิแพ้: ห้องพยาบาลมักเป็นห้องเล็ก ปิดแอร์ และมีฟูก ม่านกั้นเตียง และผ้าห่ม ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อราได้ดี เด็กที่มาพักเพราะอาการหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาจมีอาการหนักขึ้นถ้าห้องยังอับชื้น

ความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง: ผู้ปกครองฝากลูกไว้กับโรงเรียนโดยเชื่อว่าถ้าลูกไม่สบาย จะได้รับการดูแลในที่ที่สะอาดและปลอดภัย ห้องพยาบาลที่ยังมีกลิ่นอับหรือรอยรา ทำลายความเชื่อมั่นข้อนี้ได้ทันที

คัดแยกยาและเวชภัณฑ์: ทำก่อนเริ่มทำความสะอาด

ขั้นตอนนี้ควรทำโดยครูอนามัยหรือผู้รับผิดชอบห้องพยาบาล และหากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่

  • ยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วม: ยาเม็ด ยาน้ำ ยาทา ผ้าก๊อซ สำลี พลาสเตอร์ และผ้าพันแผลที่โดนน้ำหรือกล่องเปียก ควรทิ้งทั้งหมด แม้ซองจะดูปิดสนิท เพราะไม่สามารถรับรองความสะอาดและคุณภาพได้
  • ยาที่ไม่โดนน้ำแต่อยู่ในห้องที่ร้อนชื้นนาน: ตรวจฉลากวิธีเก็บรักษา ถ้ายาต้องเก็บในที่เย็นแต่ตู้เย็นดับไปหลายวัน หรือมีลักษณะเปลี่ยนไป ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้
  • ฟูก หมอน ผ้าปู และม่านกั้นเตียง: ฟูกที่จมน้ำและมีราควรเปลี่ยนใหม่ ผ้าที่ซักได้ให้ซักด้วยน้ำร้อนและตากให้แห้งสนิท ชิ้นที่มีรอยราติดแน่นควรเปลี่ยน
  • อุปกรณ์การแพทย์ขนาดเล็ก: เครื่องวัดความดัน ปรอทวัดไข้ดิจิทัล และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จมน้ำ ไม่ควรเปิดใช้ทันที ควรให้ผู้จำหน่ายหรือช่างตรวจสอบก่อน
  • ตู้เย็นเก็บยา: ถ้าจมน้ำ ควรให้ช่างตรวจระบบไฟก่อนเสียบปลั๊ก และพิจารณาเปลี่ยนใหม่ถ้าไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัยและความสะอาด

จดรายการของที่ทิ้งพร้อมถ่ายรูปไว้ เพื่อใช้ประกอบการขอรับการสนับสนุนจากต้นสังกัดหรือหน่วยงานสาธารณสุข และวางแผนจัดซื้อใหม่

วิธีที่มักใช้กัน แต่ยังไม่พอสำหรับห้องพยาบาล

  • เช็ดเตียงแล้วปูผ้าใหม่ทับ: ฟูกที่อุ้มน้ำท่วมยังมีเชื้อและความชื้นข้างใน ผ้าปูใหม่ไม่ได้ทำให้ฟูกสะอาด
  • ล้างพื้นด้วยน้ำยาฟอกขาวแล้วจบ: ช่วยผิวพื้นได้ แต่ไม่ถึงผนัง หลังตู้ยา ใต้เตียง และฝ้าเพดาน กลิ่นฉุนยังไม่เหมาะกับห้องที่เด็กป่วยต้องมานอน
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อราและต้นเหตุของกลิ่น และอาจระคายเคืองเด็กที่เป็นหอบหืด
  • ทาสีผนังทันที: ถ้าผนังยังชื้นและมีราด้านใน สีจะพองและรากลับมา ทั้งที่ห้องนี้ควรเป็นห้องที่สะอาดที่สุดในโรงเรียน

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H และอบโอโซนก่อนเปิดห้องพยาบาล

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในงานด้านสุขอนามัยและสถานพยาบาล พ่นด้วยเครื่อง ULV ให้เป็นละอองฝอยละเอียด เข้าถึงพื้น ผนัง โครงเตียง ใต้เตียง หลังตู้ยา อ่างล้างมือ และห้องน้ำข้างห้องพยาบาล

จากนั้นใช้ บริการอบโอโซน ในห้องที่ปิดได้ โอโซนช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในผนัง ฝ้า และม่าน ห้องพยาบาลส่วนใหญ่เป็นห้องขนาดเล็กที่ปิดมิดชิด จึงเหมาะกับการอบโอโซนมาก

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจร่วมกับครูอนามัยและฝ่ายอาคาร: ดูระดับน้ำที่ท่วม สภาพผนัง ตู้ เตียง และห้องน้ำ กำหนดวันทำงานให้ทันก่อนเปิดเรียน
  2. คัดแยกและย้ายของออก: ครูอนามัยคัดแยกยาและเวชภัณฑ์ตามคำแนะนำข้างต้น ย้ายยาที่เก็บไว้ใช้ต่อ อุปกรณ์การแพทย์ และเอกสารบันทึกสุขภาพนักเรียนออกจากห้องก่อน
  3. ทำความสะอาดและทำให้แห้ง: ขนโคลน ล้างพื้นและผนัง ทิ้งฟูกและวัสดุที่เสียหาย เปิดห้องให้อากาศถ่ายเท
  4. พ่นฆ่าเชื้อ ULV: พ่นทุกพื้นผิวในห้องพยาบาลและห้องน้ำ โดยไม่มีคนอยู่ในห้อง
  5. อบโอโซนแบบควบคุม: ปิดห้อง ไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้ ควบคุมปริมาณและเวลาตามขนาดห้อง
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ทีมงานแจ้งเวลาที่กลับเข้าห้องได้
  7. ตรวจซ้ำก่อนเปิดใช้: เมื่อติดตั้งเตียงและฟูกใหม่ จัดตู้ยาเรียบร้อยแล้ว ตรวจกลิ่นและความชื้นอีกครั้ง

ข้อควรระวังเรื่องโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีนักเรียน ครู สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้อง และต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าไป ยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุยางควรย้ายออกหรือปิดคลุมก่อนอบ ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับห้อง

ระหว่างรอ: ตั้งจุดปฐมพยาบาลชั่วคราว

ถ้าโรงเรียนเปิดเรียนก่อนห้องพยาบาลจะพร้อม ควรจัดจุดปฐมพยาบาลชั่วคราวในห้องที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำ เช่น ห้องบนชั้นสองที่มีอากาศถ่ายเทดี

  • ใช้เตียงพับหรือเบาะที่ซื้อใหม่ ปูผ้าที่ซักสะอาด เปลี่ยนผ้าทุกครั้งหลังเด็กใช้
  • เตรียมชุดปฐมพยาบาลชุดใหม่ ทั้งอุปกรณ์ทำแผล น้ำเกลือล้างแผล และถุงมือ
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ และขอบเตียง ด้วย สเปรย์ CHEMGENE HLD4H ทุกวัน
  • ติดป้ายบอกตำแหน่งให้ครูและนักเรียนรู้ และแจ้งผู้ปกครองผ่านกลุ่มไลน์ของห้องเรียน
  • เตรียมเบอร์โทรโรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยใกล้โรงเรียนไว้ในจุดที่เห็นชัด

หลังน้ำลด ยุงลายมักเพิ่มจำนวนตามแอ่งน้ำขังในบริเวณโรงเรียน การ พ่นยุง รอบอาคารเรียนช่วยลดความเสี่ยงไข้เลือดออกในช่วงเปิดเทอม

จุดที่มักถูกมองข้ามในห้องพยาบาลหลังน้ำท่วม

  • ใต้เตียงและขาเตียง: โคลนมักติดอยู่ที่ขาเตียงและล้อ ต้องขัดล้างให้สะอาดก่อนพ่นฆ่าเชื้อ
  • ลิ้นชักล่างของตู้ยา: น้ำมักขังอยู่ในลิ้นชักโดยมองไม่เห็นจากภายนอก ตู้ไม้อัดที่บวมควรเปลี่ยนเป็นตู้โลหะหรือพลาสติก
  • ที่ชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูง: ฐานที่ชั่งมักเป็นจุดสะสมคราบโคลนและสนิม
  • ห้องน้ำข้างห้องพยาบาล: เด็กที่ท้องเสียจะใช้ห้องน้ำนี้บ่อย ต้องฆ่าเชื้อให้ทั่วรวมถึงท่อระบายน้ำ
  • เครื่องปรับอากาศ: ห้องที่ปิดไว้นานมักมีราที่แผ่นกรองและช่องลม ควรล้างแอร์ก่อนเปิดใช้
  • แฟ้มบันทึกสุขภาพนักเรียน: เอกสารที่เปียกควรทำสำเนาข้อมูลที่จำเป็นก่อน แล้วแยกเก็บไว้นอกห้อง

10 เหตุผลที่โรงเรียนเลือกทีม WHD ดูแลห้องพยาบาล

  1. ใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ที่ใช้ในงานด้านสุขอนามัยและสถานพยาบาล
  2. ละอองฝอย ULV เข้าถึงใต้เตียง หลังตู้ยา และมุมห้องที่เช็ดไม่ถึง
  3. อบโอโซน เหมาะกับห้องพยาบาลขนาดเล็กที่ปิดมิดชิด
  4. ไม่ต้องใช้น้ำหอมกลบกลิ่น ลดการระคายเคืองสำหรับเด็กที่เป็นหอบหืด
  5. วางลำดับงานให้สอดคล้องกับการคัดแยกยาของครูอนามัย
  6. ย้ำความปลอดภัย ย้ายยาและอุปกรณ์การแพทย์ออกก่อนอบโอโซนทุกครั้ง
  7. ดูแลต่อเนื่องได้ทั้งห้องเรียน ห้องน้ำ และโรงอาหาร ในวันเดียวกัน
  8. มี บริการพ่นยุง รอบอาคารเรียนหลังน้ำลด
  9. มี บริการกำจัดไรฝุ่น สำหรับเบาะและม่านที่ไม่ได้จมน้ำแต่อยู่ในห้องอับชื้น
  10. ติดต่อง่ายทั้งโทรศัพท์และ LINE ประสานงานกับฝ่ายอาคารสถานที่ได้สะดวก

ก่อนและหลัง: ห้องพยาบาลที่พร้อมดูแลนักเรียน

ก่อน

  • ฟูกเตียงพยาบาลเปียกและมีรา
  • ลิ้นชักตู้ยามีน้ำขัง เวชภัณฑ์เปื่อย
  • ตู้เย็นเก็บยาจมน้ำและมีกลิ่น
  • ผนังมีคราบน้ำ ห้องมีกลิ่นอับแรง
  • ครูไม่แน่ใจว่าจะเปิดห้องได้เมื่อไร

หลัง

  • เตียงและฟูกชุดใหม่บนพื้นที่ฆ่าเชื้อแล้ว
  • ตู้ยาใหม่ เวชภัณฑ์ชุดใหม่
  • ห้องโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ห้องน้ำข้างห้องพยาบาลผ่านการฆ่าเชื้อ
  • มีจุดปฐมพยาบาลชั่วคราวระหว่างรอ

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"สิ่งที่ช่วยได้มากคือการวางลำดับงาน ครูคัดยากับเวชภัณฑ์ก่อน ย้ายของที่ยังใช้ได้ออก แล้วทีมงานค่อยเข้ามาพ่นและอบ ระหว่างนั้นเราเปิดจุดปฐมพยาบาลชั่วคราวบนชั้นสอง พอห้องพยาบาลกลับมาเปิด กลิ่นอับหายไป ครูก็กล้าให้เด็กมานอนพักได้อย่างสบายใจ"

— ครูอนามัยโรงเรียนประถมในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ยาที่อยู่ในตู้แต่ไม่โดนน้ำ ใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ให้ตรวจฉลากวิธีเก็บรักษาและลักษณะยา ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาเภสัชกรหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ส่วนยาที่สัมผัสน้ำท่วมควรทิ้ง

ถาม: ต้องย้ายยาออกก่อนอบโอโซนหรือไม่?
ตอบ: ควรย้ายยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ออกจากห้องก่อนอบโอโซนทุกครั้ง แล้วนำกลับเข้ามาหลังระบายอากาศเรียบร้อย

ถาม: หลังอบโอโซน นักเรียนกลับมาใช้ห้องได้เมื่อไร?
ตอบ: หลังระบายอากาศเรียบร้อย ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัย แนะนำให้ทำในวันที่ไม่มีนักเรียน

ถาม: ฟูกเตียงพยาบาลที่จมน้ำ ซักแล้วใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ไม่แนะนำ ฟูกที่อุ้มน้ำท่วมสะสมเชื้อและความชื้นข้างในที่ทำความสะอาดให้หมดได้ยาก ควรเปลี่ยนใหม่ และเลือกฟูกที่มีผ้าหุ้มกันน้ำเช็ดทำความสะอาดได้

ถาม: ต้องพ่นฆ่าเชื้อห้องพยาบาลซ้ำไหม?
ตอบ: หลังเปิดใช้ ครูสามารถเช็ดฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยทุกวันได้เอง ถ้ามีกลิ่นอับกลับมาหรือมีผู้ป่วยโรคติดต่อมาใช้ห้อง สามารถนัดพ่นเสริมได้

ถาม: ทำห้องพยาบาลพร้อมห้องเรียนอื่นในวันเดียวได้ไหม?
ตอบ: ได้ ทีมงานวางลำดับให้ห้องพยาบาลเป็นห้องแรก ๆ เพื่อให้มีเวลาระบายอากาศและจัดห้องก่อนเปิดเรียน

ให้ห้องพยาบาลโรงเรียนกลับมาพร้อมดูแลนักเรียน

โรงเรียนในเมืองนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง ติดต่อขอสำรวจพื้นที่และวางแผนให้ทันวันเปิดเรียนได้เลย

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อห้องพยาบาล #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อห้องพยาบาลโรงเรียน, อบโอโซนห้องพยาบาล, ห้องปฐมพยาบาลหลังน้ำท่วม, เวชภัณฑ์โดนน้ำท่วม, เมืองนครสวรรค์, ปากน้ำโพ 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้