ย้ายของขึ้นชั้นบนหนีน้ำทัน แต่ทำไมชั้นบนกลับอับชื้นและขึ้นราหลังน้ำลด? กำจัดกลิ่นอับชั้นบนด้วยการอบโอโซน พ่นฆ่าเชื้อทั้งสองชั้น และคัดแยกของก่อนย้ายลงอย่างถูกวิธี บ้านสองชั้นอำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ย้ายของขึ้นชั้นบนหนีน้ำทัน แต่ทำไมชั้นบนกลับอับชื้นและขึ้นราหลังน้ำลด? กำจัดกลิ่นอับชั้นบนด้วยการอบโอโซน พ่นฆ่าเชื้อทั้งสองชั้น และคัดแยกของก่อนย้ายลงอย่างถูกวิธี บ้านสองชั้นอำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ปี 2569

ย้ายของขึ้นชั้นบนหนีน้ำทัน แต่ทำไมชั้นบนกลับอับชื้นและขึ้นราหลังน้ำลด? กำจัดกลิ่นอับชั้นบนด้วยการอบโอโซน พ่นฆ่าเชื้อทั้งสองชั้น และคัดแยกของก่อนย้ายลงอย่างถูกวิธี บ้านสองชั้นอำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: สามสัปดาห์บนชั้นสอง

"ครูนิด" ครูประถมวัยสี่สิบห้า อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี กับสามี ลูกสองคน และแม่วัยเจ็ดสิบแปด เมื่อมีประกาศเตือนน้ำท่วมปี 2569 ครอบครัวช่วยกันขนข้าวของขึ้นชั้นบนทั้งคืน ทั้งเบาะโซฟา โทรทัศน์ กระสอบข้าวสาร กล่องเอกสาร ตะกร้าเสื้อผ้า หนังสือเรียนของลูก และที่นอนของแม่

น้ำเข้าบ้านสูงเกือบครึ่งเมตรและอยู่นานเกือบสามสัปดาห์ ครอบครัวห้าคนอยู่รวมกันในสองห้องนอนกับโถงเล็กๆ ชั้นบน ต้มน้ำและหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้าบนโต๊ะ ตากผ้าในห้องเพราะฝนตกเกือบทุกวัน เสื้อผ้าที่เปียกจากการเดินลุยน้ำออกไปซื้อของถูกแขวนไว้ตามราวม่าน ข้าวของที่ขนขึ้นมาวางชิดผนังจนบังหน้าต่างไปครึ่งบาน และหน้าต่างส่วนใหญ่ปิดไว้กันยุง

เมื่อน้ำลดและครอบครัวเริ่มย้ายของลง ครูนิดเพิ่งสังเกตว่าชั้นบนมีปัญหาไม่ต่างจากชั้นล่าง ผนังด้านหลังกองกล่องมีจุดราดำเป็นแนว ใต้ที่นอนที่ปูบนพื้นมีคราบราขาว ตู้เสื้อผ้าไม้มีกลิ่นอับรุนแรง กล่องเอกสารบางกล่องนิ่มและมีกลิ่น แม่ของครูนิดไอมากขึ้นทุกคืน และลูกคนเล็กเริ่มมีผื่นคันที่ข้อพับ

"เราหนีน้ำขึ้นมาเพื่อให้ของปลอดภัย แต่ทำไมชั้นบนกลับขึ้นราเสียเอง" ครูนิดถามทีมงาน คำตอบคือ ชั้นบนในช่วงน้ำท่วมกลายเป็นห้องที่แออัด อับ และชื้นที่สุดในบ้าน แม้น้ำจะไม่ขึ้นไปถึงเลยก็ตาม

ทำไมชั้นที่น้ำไม่ถึงจึงอับชื้นและขึ้นรา

  • ไอน้ำจากชั้นล่างลอยขึ้นตามบันได ชั้นล่างที่มีน้ำขังหลายสัปดาห์ปล่อยความชื้นขึ้นมาตลอดเวลา ช่องบันไดคือทางที่อากาศชื้นลอยขึ้นสู่ชั้นบนโดยตรง
  • คนจำนวนมากในพื้นที่เล็ก การหายใจ การทำอาหาร การต้มน้ำ และการอาบน้ำของคนห้าคน เพิ่มความชื้นในห้องได้มากกว่าที่หลายคนคิด
  • ตากผ้าในห้อง เสื้อผ้าเปียกที่แขวนในห้องปิดคือแหล่งความชื้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อฝนตกต่อเนื่องและไม่มีแดด
  • ของที่ขนขึ้นมาบางส่วนชื้นอยู่แล้ว ของที่ขนขึ้นตอนน้ำเริ่มเข้าบ้าน เช่น ขาโต๊ะ ก้นกล่อง หรือเบาะที่โดนน้ำบางส่วน นำความชื้นและเชื้อขึ้นไปด้วย
  • กองของบังทางลม กล่องและเฟอร์นิเจอร์ที่วางชิดผนังและบังหน้าต่าง ทำให้อากาศหลังกองของไม่เคลื่อนที่เลย ผนังตรงนั้นจึงเป็นจุดที่ราขึ้นก่อน
  • ปิดหน้าต่างตลอดเพราะยุงและฝน ช่วงน้ำท่วมยุงชุกมาก หลายบ้านจึงปิดหน้าต่างทั้งวัน ความชื้นในห้องจึงไม่มีทางออก

ผลกระทบที่ครอบครัวมักมองข้าม

ด้านสุขภาพ: ชั้นบนคือที่ที่ทุกคนนอน สปอร์เชื้อราในห้องนอนจึงส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ทั้งอาการภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง คัดจมูก และอาการหอบหืดกำเริบ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กได้รับผลกระทบง่ายที่สุด ความอับชื้นยังทำให้ผื่นผิวหนังและการติดเชื้อราที่ผิวหนังแย่ลง ส่วนชั้นล่างที่เพิ่งน้ำลดยังมีโคลนและคราบน้ำที่อาจมีเชื้อแบคทีเรีย และเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ควรใส่รองเท้าบูทและถุงมือทุกครั้งที่ทำความสะอาด

ด้านทรัพย์สิน: ของที่ตั้งใจขนขึ้นมาเพื่อรักษาไว้ เช่น เอกสารสำคัญ หนังสือ ที่นอน และเสื้อผ้า กลับขึ้นราเสียเอง ถ้าย้ายกลับลงไปโดยไม่ตรวจ ราจะติดไปถึงตู้และชั้นวางที่เพิ่งทำความสะอาด

ด้านเวลา: การฟื้นฟูบ้านทีละชั้นโดยไม่วางแผน ทำให้ต้องทำความสะอาดซ้ำหลายรอบ

คัดแยกของก่อนย้ายกลับลงชั้นล่าง

หัวใจสำคัญคืออย่ารีบขนของทั้งหมดกลับลงไป เพราะชั้นล่างยังต้องล้าง ฆ่าเชื้อ และรอให้แห้ง ส่วนของบางชิ้นก็ต้องผ่านการตรวจก่อน

  1. แบ่งของเป็นสามกอง กองแห้งดีไม่มีกลิ่น กองชื้นหรือมีกลิ่นที่ทำความสะอาดได้ และกองที่ขึ้นราหนักหรือเปื่อยที่ควรทิ้ง
  2. เอกสารสำคัญ แยกเอกสารที่ชื้นออกมาผึ่งในที่ร่มที่ลมผ่าน ถ่ายรูปหรือสแกนเก็บไว้ก่อน หากเป็นเอกสารราชการที่เสียหาย สามารถสอบถามหน่วยงานที่ออกเอกสารเรื่องการขอใหม่
  3. ที่นอนและหมอน ที่ปูบนพื้นนานหลายสัปดาห์ ตรวจด้านล่างทุกชิ้น ถ้ามีราหรือกลิ่นแรง ควรพิจารณาเปลี่ยน โดยเฉพาะที่นอนของผู้สูงอายุและเด็ก
  4. เสื้อผ้าและผ้าม่าน ซักใหม่ทั้งหมดที่มีกลิ่น ตากแดดให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
  5. กระสอบข้าวและอาหารแห้ง ถ้ามีกลิ่นอับ จุดรา หรือเกาะตัวเป็นก้อน ไม่ควรนำมาบริโภค
  6. เก็บของที่ยังไม่พร้อมไว้ชั้นบนชั่วคราว จนกว่าชั้นล่างจะผ่านการฆ่าเชื้อและแห้งพอ

ทำไมวิธีที่ทำกันบ่อยจึงยังไม่พอ

  • ทำความสะอาดแค่ชั้นล่าง เพราะคิดว่าชั้นบนไม่โดนน้ำ แต่สปอร์ราจากชั้นบนจะลอยกลับลงไปเกาะชั้นล่างที่เพิ่งทำความสะอาด
  • เช็ดผนังด้วยน้ำยาฟอกขาว คราบบนผนังอาจจางลง แต่สปอร์ในอากาศ ในตู้เสื้อผ้า และในเนื้อผ้ายังอยู่ครบ
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือก้อนดับกลิ่น เพียงกลบกลิ่นในห้องนอนไว้ชั่วคราว ไม่ได้แก้ต้นเหตุ
  • เปิดพัดลมเป่าอย่างเดียว ช่วยให้แห้งเร็วขึ้น แต่ถ้ามีราแล้ว พัดลมจะพัดสปอร์ไปทั่วบ้าน

ทางออก: อบโอโซนชั้นบน พ่นฆ่าเชื้อทั้งสองชั้น

ทีม World Health Disinfection (WHD) วางแผนฟื้นฟูบ้านสองชั้นแบบทั้งหลัง ไม่ใช่ทีละห้อง เพื่อไม่ให้เชื้อย้ายไปมาระหว่างชั้น

บริการอบโอโซน เหมาะกับชั้นบนเป็นพิเศษ เพราะปัญหาหลักคือกลิ่นอับและสปอร์ในอากาศ ในตู้เสื้อผ้า และในเนื้อผ้า ก๊าซโอโซนฟุ้งเข้าถึงทุกช่องว่างในห้องที่ปิด ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับ

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ใช้กับชั้นล่างที่โดนน้ำท่วมโดยตรง และพื้นผิวชั้นบนที่มีรา เช่น ผนังหลังกองของ พื้นใต้ที่นอน และบันได

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD สำหรับบ้านสองชั้น

  1. สำรวจทั้งสองชั้น ประเมินจุดที่มีราและกลิ่น ทั้งชั้นล่างที่โดนน้ำ และชั้นบนที่อับชื้น
  2. แนะนำลำดับการเคลียร์ แนะนำว่าควรล้างโคลนชั้นล่างและคัดแยกของชั้นบนอย่างไร ก่อนวันทำงาน
  3. พ่นฆ่าเชื้อชั้นล่าง ด้วย CHEMGENE HLD4H ทั่วพื้น ผนัง ครัว ห้องน้ำ และใต้บันได
  4. พ่นฆ่าเชื้อจุดเสี่ยงชั้นบน ผนังที่เคยมีกองของพิง พื้นห้องนอน และในตู้เสื้อผ้าที่เปิดไว้
  5. อบโอโซนทั้งหลังแบบควบคุมปริมาณ ปิดประตูหน้าต่าง ระหว่างนี้ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อ่อนไหวจะถูกคลุมหรือนำออก
  6. ระบายอากาศและตรวจซ้ำ เปิดบ้านระบายโอโซนจนปลอดภัย ตรวจกลิ่นและจุดเสี่ยง แล้วแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการย้ายของกลับลงชั้นล่าง

ความปลอดภัยระหว่างอบโอโซน

  • ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในบ้านระหว่างอบโอโซน ครอบครัวควรวางแผนออกไปข้างนอกช่วงเวลาทำงาน
  • ต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าบ้าน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัย
  • ใช้ปริมาณแบบควบคุม เพราะโอโซนเข้มข้นนานเกินไปอาจทำให้ยางและพลาสติกบางชนิดเสื่อมเร็ว
  • ยาประจำตัวของผู้สูงอายุ อาหาร และของใช้เด็กอ่อน ควรเก็บในกล่องปิดสนิทหรือนำออกจากบ้าน

10 เหตุผลที่ควรดูแลชั้นบนไปพร้อมกับชั้นล่าง

  1. ชั้นบนคือห้องนอนของทุกคน อากาศที่สะอาดในห้องนอนส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง
  2. การอบโอโซนช่วยจัดการกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าและเนื้อผ้าที่ซักอย่างเดียวไม่หาย
  3. การพ่นฆ่าเชื้อชั้นล่างและจุดเสี่ยงชั้นบนพร้อมกัน ป้องกันเชื้อย้ายไปมาระหว่างชั้น
  4. น้ำยา CHEMGENE HLD4H ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวได้โดยไม่ต้องพึ่งน้ำยาฟอกขาวกลิ่นฉุนในห้องนอน
  5. ลดความเสี่ยงที่ของที่ตั้งใจรักษาไว้จะเสียหายเพิ่ม
  6. ผู้สูงอายุและเด็กเล็กได้กลับมานอนในห้องที่หายใจโล่งขึ้น
  7. ทำครั้งเดียวทั้งหลัง ไม่ต้องทำความสะอาดซ้ำหลายรอบ
  8. ได้คำแนะนำว่าเมื่อไรควรย้ายของกลับลงชั้นล่าง
  9. ช่วยให้ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้นหลังจากอยู่แออัดมาหลายสัปดาห์
  10. ได้ข้อมูลการดูแลบ้านระยะยาว รวมถึงเรื่องโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย และบริการกำจัดไรฝุ่นสำหรับที่นอน

ภาพก่อนและหลังการดูแล

ก่อน

  • ผนังหลังกองกล่องมีราดำเป็นแนว
  • ใต้ที่นอนที่ปูบนพื้นมีคราบราขาว
  • ตู้เสื้อผ้าและเอกสารมีกลิ่นอับ
  • แม่ไอทุกคืน ลูกมีผื่นคัน
  • ชั้นล่างยังมีโคลนและกลิ่นน้ำขัง

หลัง

  • ของถูกคัดแยก ของที่เสียหายถูกทิ้ง
  • ทั้งสองชั้นผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • กลิ่นอับในห้องนอนและตู้ลดลงชัดเจนหลังอบโอโซน
  • ห้องนอนโล่ง หน้าต่างเปิดรับลมได้
  • มีแผนย้ายของกลับลงชั้นล่างเมื่อแห้งพร้อม

ครั้งหน้า: ย้ายของขึ้นชั้นบนอย่างไรไม่ให้ชั้นบนอับชื้น

บ้านในอำเภอลาดหลุมแก้วหลายหลังอยู่ใกล้คลองและพื้นที่ลุ่ม การเตรียมแผนย้ายของไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายในฤดูน้ำหลากครั้งต่อไป

  • เตรียมกล่องพลาสติกมีฝาไว้ล่วงหน้า ใช้แทนกล่องกระดาษซึ่งดูดความชื้นและเปื่อยง่าย ติดป้ายชื่อของในกล่องให้หาง่าย
  • เว้นระยะจากผนังอย่างน้อยหนึ่งคืบ และอย่าวางของบังหน้าต่าง เพื่อให้ลมพัดผ่านหลังกองของได้
  • ยกของขึ้นจากพื้น วางบนชั้นวางหรือแผ่นรองพลาสติก ไม่วางที่นอนติดพื้นนานหลายสัปดาห์ ควรยกขึ้นตั้งผึ่งเป็นช่วงๆ
  • แยกของเปียกออกจากของแห้ง ของที่เปียกระหว่างขนย้ายควรเช็ดให้แห้งก่อนวางรวมกับของอื่น
  • กำหนดมุมตากผ้าที่ใกล้หน้าต่างหรือระเบียง และใช้มุ้งลวดหรือมุ้งกันยุงแทนการปิดหน้าต่างตลอดวัน
  • เตรียมพัดลมหรือเครื่องลดความชื้น สำหรับชั้นบน หากมีไฟฟ้าใช้ได้อย่างปลอดภัย

การเตรียมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้บ้านพ้นจากความชื้นทั้งหมด แต่ช่วยลดจุดเสี่ยงที่ราจะขึ้นได้มาก และทำให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดง่ายขึ้น

เสียงจากลูกค้า

"ตอนแรกเรียกทีมมาดูแค่ชั้นล่าง แต่ทีมงานชี้ให้เห็นว่าห้องนอนชั้นบนก็มีราหลังกองกล่อง ทำทั้งหลังทีเดียวจบ แม่นอนหลับได้ดีขึ้น ห้องลูกก็ไม่มีกลิ่นอับแล้ว" — ครูนิด บ้านสองชั้น อำเภอลาดหลุมแก้ว (ตัวอย่างสถานการณ์จากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ชั้นบนไม่ได้โดนน้ำ จำเป็นต้องอบโอโซนด้วยหรือ?
ตอบ: ถ้ามีกลิ่นอับ มีราหลังกองของ หรือมีคนในบ้านมีอาการภูมิแพ้ การอบโอโซนชั้นบนช่วยจัดการกลิ่นและสปอร์ในห้องนอนได้ ทีมงานจะประเมินให้ก่อน

ถาม: ควรย้ายของกลับลงชั้นล่างก่อนหรือหลังพ่นฆ่าเชื้อ?
ตอบ: หลังพ่นฆ่าเชื้อและเมื่อชั้นล่างแห้งพอแล้ว เพื่อไม่ให้ของที่สะอาดกลับไปเจอความชื้นและเชื้อที่ยังค้างอยู่

ถาม: ที่นอนที่ขึ้นราใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ถ้าราขึ้นลึกหรือกลิ่นแรง ควรเปลี่ยน โดยเฉพาะของผู้สูงอายุและเด็ก ถ้าเป็นเพียงคราบผิวและแห้งดีแล้ว อาจทำความสะอาดได้ ควรพิจารณาเป็นรายชิ้น

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานเท่าไรระหว่างอบโอโซน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดบ้านและระดับกลิ่น ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ชัดเจน รวมช่วงระบายอากาศ

ถาม: ฤดูฝนหน้าควรเตรียมของอย่างไร?
ตอบ: ใช้กล่องพลาสติกมีฝาปิด วางบนชั้นยกสูง เว้นระยะจากผนัง อย่าวางของบังหน้าต่าง และเปิดระบายอากาศเมื่อทำได้

ให้บ้านสองชั้นที่ลาดหลุมแก้วกลับมาหายใจโล่งทั้งหลัง

ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องอบโอโซนกำจัดกลิ่นอับชั้นบนและพ่นฆ่าเชื้อทั้งบ้านได้ทุกวัน

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#กำจัดกลิ่นอับ #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ชั้นบนอับชื้น #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ลาดหลุมแก้ว

คำค้นหา: ชั้นบนอับชื้นหลังน้ำท่วม, ย้ายของขึ้นชั้นบน, บ้านสองชั้นน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอับ, กำจัดเชื้อรา, อบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อ, ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม, ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี, น้ำท่วม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้