Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเรื่องการฟื้นฟูบ้านและห้องหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เรื่องยา การรักษา การใช้เครื่องมือแพทย์ และการตัดสินใจว่าผู้ป่วยกลับบ้านได้หรือไม่ ขอให้ปรึกษาแพทย์ เภสัชกร และผู้จำหน่ายอุปกรณ์โดยตรง หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อยผิดปกติ ใจสั่นรุนแรง หรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที
"คุณต้น" อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์เก่าสองชั้นในซอยย่านถนนจันทน์ เขตสาทร กับคุณแม่วัย 72 ปีที่เป็นโรคหัวใจมาหลายปี แพทย์ให้คุณแม่ใช้เครื่องผลิตออกซิเจนตอนกลางคืน และให้วัดความดันกับชั่งน้ำหนักทุกเช้า เพื่อจดบันทึกส่งให้แพทย์ดูทุกครั้งที่ไปตามนัด เพราะคุณแม่เหนื่อยง่ายเวลาขึ้นบันได ครอบครัวจึงย้ายห้องนอนของท่านลงมาไว้ชั้นล่าง
ในห้องเล็ก ๆ นั้นมีเครื่องผลิตออกซิเจนตั้งข้างเตียง สายออกซิเจนพาดอยู่บนหัวเตียง เครื่องวัดความดันแบบพันแขน เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ตาชั่งน้ำหนักวางใต้โต๊ะ กล่องยาแบ่งช่องเช้า กลางวัน เย็น สมุดบันทึกความดัน และพัดลมตั้งพื้นที่เปิดเกือบทั้งคืน
ช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2569 ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ท่อระบายน้ำในซอยรับไม่ไหว น้ำเอ่อเข้าบ้านสูงราว 30 เซนติเมตร คุณต้นรีบพาคุณแม่ขึ้นไปนอนชั้นบน หอบเครื่องผลิตออกซิเจนกับกล่องยาขึ้นไปด้วย แต่ตาชั่ง ปลั๊กพ่วง สายไฟ และของอีกหลายชิ้นจมน้ำ น้ำขังอยู่สามวันกว่าจะลด
เมื่อน้ำลด ห้องนอนชั้นล่างมีกลิ่นอับชื้นแรง ผนังด้านล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นชัด ที่นอนที่วางบนพื้นเตียงเตี้ยชุ่มน้ำ ปลั๊กพ่วงมีคราบโคลนในรู และเริ่มมีจุดราขึ้นตามขอบตู้ไม้ ส่วนชั้นบนที่คุณแม่พักชั่วคราวก็อับและร้อน เพราะไม่ได้ออกแบบมาเป็นห้องผู้ป่วย
คุณต้นอยากให้คุณแม่กลับมานอนห้องเดิมให้เร็วที่สุด แต่มีคำถามมากมาย "ห้องนี้ต้องฆ่าเชื้อยังไง" "อบโอโซนได้ไหม แล้วเครื่องผลิตออกซิเจนจะเป็นอะไรหรือเปล่า" "ตาชั่งที่จมน้ำยังใช้ได้ไหม" ถ้าคุณเป็นลูกหลานที่ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจในสาทร บางรัก ยานนาวา หรือย่านใกล้เคียง บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยคุณวางลำดับงาน
เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องวัดความดัน และปลั๊กพ่วงที่โดนน้ำหรือความชื้นสูง อาจมีความเสียหายภายในที่มองไม่เห็น การเสียบปลั๊กใช้ทันทีเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร และเครื่องอาจทำงานผิดพลาดโดยที่เราไม่รู้ อุปกรณ์ที่ผู้ป่วยพึ่งพาทุกวันควรให้ผู้จำหน่ายหรือศูนย์บริการตรวจก่อนใช้ต่อ
หลายบ้านสับสนระหว่างออกซิเจนที่ผู้ป่วยใช้หายใจ กับโอโซนที่ใช้ฆ่าเชื้อในห้อง โอโซนเป็นก๊าซที่ระคายเคืองทางเดินหายใจเมื่อมีความเข้มข้นสูง จึงต้องใช้ในห้องที่ไม่มีคนเท่านั้น และไม่ควรให้เครื่องผลิตออกซิเจนดูดอากาศที่มีโอโซนเข้มข้นเข้าไป อุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้นจึงควรย้ายออกจากห้องก่อนอบ
ผู้ป่วยโรคหัวใจหลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องนอน สปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือไอในบางคน ซึ่งทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ อากาศในห้องที่สะอาดและไม่อับชื้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่ครอบครัวทำได้
น้ำท่วมมักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและเชื้อโรค เช่น E. coli และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ขาเตียง โต๊ะข้างเตียง ราวบันได ลูกบิดประตู และพื้นห้อง เป็นจุดที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลสัมผัสบ่อย จึงต้องล้างและฆ่าเชื้อให้ทั่ว
ยาที่โดนน้ำหรืออยู่ในห้องที่ชื้นมากอาจเสื่อมสภาพ ไม่ควรตัดสินใจเองว่ายังกินได้หรือไม่ ควรนำไปให้เภสัชกรหรือโรงพยาบาลดู และขอยาใหม่ตามที่แพทย์สั่ง ส่วนสมุดบันทึกความดันที่เปียก ควรถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนตากแห้ง
ก่อนวันนัดทีมงาน ลองทำรายการอุปกรณ์ทุกชิ้นในห้องผู้ป่วย แล้วแยกเป็นสามกลุ่ม
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนสำหรับบ้านหลังน้ำท่วม และให้ความสำคัญกับการวางแผนร่วมกับครอบครัวผู้ป่วย
ทีมงานใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ร่วมกับเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ละอองขนาดเล็กเข้าถึงขาเตียง ใต้ตู้ มุมห้อง ขอบผนังด้านล่าง ลูกบิดประตู และราวบันได ช่วยจัดการเชื้อโรคบนพื้นผิวที่น้ำท่วมเคยสัมผัส
หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะปิดห้องและอบโอโซน ก๊าซโอโซนกระจายทั่วห้อง ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราในอากาศและบนพื้นผิว และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ ทีมงานควบคุมปริมาณและเวลาให้เหมาะกับขนาดห้อง
"ตอนโทรไปนัด ทีมงานถามก่อนเลยว่าในห้องมีเครื่องมือแพทย์อะไรบ้าง แล้วบอกให้ย้ายเครื่องออกซิเจนกับกล่องยาออกไปไว้ชั้นบนก่อน ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ วันที่แม่กลับมานอนห้องเดิม ห้องไม่มีกลิ่นอับแล้ว"
- เรื่องเล่าตัวอย่างจากครอบครัวผู้ดูแลผู้ป่วย ย่านสาทร
ได้ แต่ต้องย้ายเครื่องผลิตออกซิเจนและอุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้นออกจากพื้นที่ก่อนอบ และต้องไม่มีใครอยู่ในห้องระหว่างอบ จากนั้นระบายอากาศตามเวลาที่ทีมงานแนะนำ
ควรติดต่อผู้จำหน่ายหรือศูนย์บริการให้ตรวจก่อน และปรึกษาแพทย์ว่าระหว่างนี้ควรใช้อุปกรณ์ทดแทนอย่างไร WHD ดูแลเรื่องความสะอาดของห้อง ไม่ได้ตรวจหรือซ่อมเครื่องมือแพทย์
ไม่ควรตัดสินใจเอง ให้นำยาไปปรึกษาเภสัชกรหรือโรงพยาบาลที่รักษาอยู่
หลังระบายอากาศตามที่ทีมงานแนะนำ และควรถามความเห็นแพทย์ด้วย โดยเฉพาะถ้าช่วงที่บ้านน้ำท่วมผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลง
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่น้ำท่วม โดยทั่วไปควรทำทุกห้องที่น้ำเข้าถึง และพิจารณาห้องที่ผู้ป่วยพักชั่วคราวด้วย ทีมงานจะประเมินหลังสำรวจ
ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนห้อง ทีมงานจะแจ้งเวลาโดยประมาณรวมเวลาระบายอากาศหลังสำรวจหน้างาน
ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วยหลังน้ำท่วม ย่านสาทรและทั่วกรุงเทพฯ
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #บ้านผู้ป่วย #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #สาทร
คำค้นหา: บ้านผู้ป่วยโรคหัวใจหลังน้ำท่วม, เครื่องมือแพทย์ที่บ้านโดนน้ำ, ย้ายเครื่องผลิตออกซิเจนก่อนอบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วย, อบโอโซนห้องนอนผู้ป่วย, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, สาทร กรุงเทพฯ ปี 2569