ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่ทำกายภาพที่บ้าน จะกลับมาฝึกเดินในห้องเดิมหลังน้ำลดได้เมื่อไร? เตรียมห้องฟื้นฟูให้ปลอดเชื้อรา ไม่ลื่น ไร้กลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน บ้านย่านบางพลัด กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่ทำกายภาพที่บ้าน จะกลับมาฝึกเดินในห้องเดิมหลังน้ำลดได้เมื่อไร? เตรียมห้องฟื้นฟูให้ปลอดเชื้อรา ไม่ลื่น ไร้กลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน บ้านย่านบางพลัด กรุงเทพฯ ปี 2569

ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่ทำกายภาพที่บ้าน จะกลับมาฝึกเดินในห้องเดิมหลังน้ำลดได้เมื่อไร? เตรียมห้องฟื้นฟูให้ปลอดเชื้อรา ไม่ลื่น ไร้กลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน บ้านย่านบางพลัด กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเรื่องการทำความสะอาดและฟื้นฟูห้องหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เรื่องการรักษา ยา การฝึกกายภาพ และการตัดสินใจว่าผู้ป่วยพร้อมกลับบ้านหรือไม่ ขอให้ปรึกษาแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรงเสมอ หากผู้ป่วยมีอาการผิดปกติใหม่ เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงเพิ่ม พูดไม่ชัดกว่าเดิม หรือหายใจลำบาก ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ห้องนั่งเล่นที่กลายเป็นห้องฝึกเดินของพ่อ

"พี่ฝน" อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยแถวจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด กับคุณพ่อวัย 66 ปี เมื่อปีที่แล้วคุณพ่อเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หลังออกจากโรงพยาบาล แขนขาซีกขวายังอ่อนแรง เดินได้ด้วยไม้เท้าสี่ขาและต้องมีคนประคอง แพทย์และนักกายภาพบำบัดแนะนำให้ฝึกต่อเนื่องที่บ้าน ครอบครัวจึงย้ายห้องนั่งเล่นชั้นล่างให้เป็นห้องนอนและห้องฝึกของคุณพ่อ เพราะการขึ้นลงบันไดยังไม่ปลอดภัย

ในห้องนั้นมีเตียงผู้ป่วยปรับระดับไฟฟ้า ราวจับฝึกเดินที่ช่างมาติดไว้ตามผนัง เบาะยางสำหรับทำท่าบริหาร วอล์กเกอร์ รถเข็น เก้าอี้นั่งอาบน้ำ ลูกบอลบีบมือ ยางยืดออกกำลังกาย และโต๊ะเล็ก ๆ ที่วางสมุดจดตารางฝึกที่นักกายภาพเขียนไว้ให้ ทุกเช้าพี่ฝนจะพาคุณพ่อเดินจากเตียงไปตามราวจับจนถึงหน้าต่าง แล้วนั่งพักดูเรือที่แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยา

ปลายเดือนกันยายน ปี 2569 น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงร่วมกับฝนตกหนัก น้ำเอ่อเข้าซอยและไหลเข้าบ้านสูงราว 40 เซนติเมตร พี่ฝนพาคุณพ่อไปพักที่บ้านญาติตั้งแต่น้ำเริ่มเข้าซอย แต่ของในห้องฝึกย้ายขึ้นที่สูงได้ไม่หมด น้ำขังอยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์

วันที่น้ำลด พี่ฝนเปิดประตูเข้าบ้านแล้วเจอกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนแรงจนต้องเปิดหน้าต่างทุกบาน พื้นกระเบื้องมีคราบโคลนบาง ๆ ที่ลื่นเหมือนสบู่ เบาะยางมีจุดดำขึ้นตามขอบ ฟองน้ำที่หุ้มราวจับบางช่วงชุ่มน้ำและส่งกลิ่นเหม็น ล้อรถเข็นมีสนิม ผนังด้านล่างเริ่มมีคราบรา และใต้เตียงมีเศษใบไม้กับขยะที่ไหลมากับน้ำ

คำถามแรกที่ญาติถามคือ "พ่อจะกลับมาบ้านได้เมื่อไร" ตามมาด้วยคำถามที่พี่ฝนกังวลที่สุด "ห้องนี้จะปลอดภัยพอให้พ่อกลับมาฝึกเดินเหมือนเดิมหรือยัง" ถ้าคุณกำลังดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่บ้านในบางพลัดหรือย่านใกล้เคียง และเจอสถานการณ์คล้ายกันหลังน้ำท่วมปี 2569 บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยวางลำดับงานให้คุณ

ทำไมห้องฟื้นฟูของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองต้องระวังมากกว่าห้องทั่วไป

1. พื้นลื่นคือศัตรูอันดับหนึ่งของการฝึกเดิน

ผู้ป่วยที่ขาข้างหนึ่งอ่อนแรงมักทรงตัวได้ไม่ดี คราบโคลนบาง ๆ และเมือกจากเชื้อราบนพื้นกระเบื้องทำให้พื้นลื่นมาก แม้คนปกติยังเกือบล้ม การหกล้มในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจนำไปสู่การบาดเจ็บที่ทำให้การฟื้นฟูสะดุดไปอีกนาน ดังนั้นพื้นห้องต้องสะอาดจริงและแห้งสนิทก่อนผู้ป่วยกลับมาเดิน

2. สปอร์เชื้อราและระบบทางเดินหายใจ

ห้องที่เคยแช่น้ำมักมีเชื้อราขึ้นตามผนัง ใต้เตียง หลังตู้ และในวัสดุที่อมน้ำ สปอร์ราที่ลอยในอากาศอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ ไอ หรือหอบหืด ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองบางรายมีปัญหาการกลืนหรือการไอที่ไม่แรงเท่าเดิม แพทย์จึงมักเน้นให้ระวังเรื่องการติดเชื้อทางเดินหายใจ เรื่องความเสี่ยงเฉพาะตัวของผู้ป่วยแต่ละคนต้องถามแพทย์ผู้ดูแล แต่สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือทำให้อากาศในห้องสะอาดและไม่อับชื้น

3. เชื้อโรคจากน้ำท่วมบนพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย

น้ำท่วมที่ไหลผ่านถนนและท่อระบายน้ำมักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและเชื้อโรค เช่น E. coli ที่ทำให้ท้องร่วง และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ซึ่งเข้าทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ราวจับ ด้ามวอล์กเกอร์ ที่วางแขนรถเข็น และลูกบอลบีบมือ เป็นจุดที่ผู้ป่วยจับทุกวัน จึงต้องล้างและฆ่าเชื้อให้ทั่ว

4. ผิวหนังของผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวน้อย

ผู้ป่วยที่นั่งหรือนอนนาน ผิวหนังบริเวณที่รับน้ำหนักบอบบางกว่าปกติ ที่นอน หมอน และเบาะรองนั่งที่เคยเปียกน้ำแล้วอับชื้นอาจเป็นแหล่งเชื้อราและเชื้อโรค ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่แทนการตากแล้วใช้ต่อ

5. เวลา เงิน และกำลังใจของครอบครัว

ทุกวันที่ผู้ป่วยกลับบ้านไม่ได้ คือวันที่ตารางฝึกต่อเนื่องสะดุด ญาติต้องลางาน ค่าเดินทางและค่าที่พักเพิ่มขึ้น และผู้ดูแลเองก็เหนื่อยล้า การทำความสะอาดแบบลองผิดลองถูกหลายรอบจึงเสียทั้งเวลาและแรง การมีลำดับงานที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นช่วยให้ครอบครัวกลับมาตั้งหลักได้เร็วขึ้น

วิธีที่หลายบ้านใช้ แต่มักไม่พอสำหรับห้องผู้ป่วย

  • ราดน้ำยาซักผ้าขาวอย่างเดียว: สารฟอกขาวอาจทำให้คราบบนผิวเรียบจางลง แต่ซึมเข้าไปในวัสดุพรุนอย่างฟองน้ำหรือยาแนวได้ไม่ลึก และถ้าใช้เข้มข้นในห้องปิด กลิ่นฉุนอาจระคายเคืองทางเดินหายใจ ซึ่งไม่เหมาะกับห้องที่ผู้ป่วยจะกลับมาใช้
  • เปิดพัดลมตากห้องไว้หลายวัน: ช่วยให้แห้งผิวหน้า แต่ความชื้นที่ฝังในผนังด้านล่างและใต้พื้นยังอยู่ และพัดลมอาจพัดสปอร์ราให้กระจายไปทั่วห้อง
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: เป็นการกลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดต้นตอ และกลิ่นน้ำหอมแรง ๆ บางชนิดอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ไวต่อกลิ่น
  • ทาสีทับคราบรา: ถ้าผนังยังชื้น ราจะกลับมาอีกใต้ชั้นสี และสีอาจโป่งลอกภายในไม่กี่สัปดาห์
  • ตากเบาะยางและฟองน้ำแล้วใช้ต่อ: ฟองน้ำที่อมน้ำท่วมมักมีเชื้อฝังอยู่ด้านใน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือเปลี่ยนใหม่ ส่วนเบาะยางผิวเรียบอาจล้างฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้ หากไม่มีรอยแตก

ลำดับงานแนะนำ: จากวันที่น้ำลด ถึงวันที่ผู้ป่วยกลับมาฝึกเดิน

ขั้นที่ 1: คุยกับทีมแพทย์ก่อนวางแผน

แจ้งแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดว่าบ้านถูกน้ำท่วมและตารางฝึกสะดุด ถามว่าระหว่างนี้ควรฝึกอะไรได้บ้างที่บ้านญาติ และมีข้อควรระวังเรื่องสุขภาพอะไรบ้างก่อนกลับเข้าบ้าน เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ที่ครอบครัวไม่ควรเดาเอง

ขั้นที่ 2: ความปลอดภัยของคนเก็บกวาด

ก่อนเข้าห้อง ตรวจระบบไฟฟ้าโดยช่าง ให้ช่างดูเตียงไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กทุกชิ้นก่อนเปิดใช้ คนเก็บกวาดควรใส่รองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก โดยเฉพาะตอนขนโคลนและของที่ขึ้นรา ผู้ป่วยไม่ควรอยู่ในบ้านระหว่างขั้นตอนนี้

ขั้นที่ 3: คัดแยกของในห้องฝึก

ฟองน้ำหุ้มราว เบาะรองนั่งผ้า ที่นอนที่แช่น้ำ พรม และยางยืดที่ขึ้นรา ควรทิ้ง ส่วนวอล์กเกอร์ ไม้เท้า รถเข็น ราวเหล็ก และเบาะยางผิวเรียบ ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง รถเข็นที่มีสนิมที่ล้อหรือเบรก ควรให้ร้านหรือช่างตรวจก่อนใช้ เพราะเบรกที่ไม่ทำงานอันตรายมากสำหรับผู้ป่วย

ขั้นที่ 4: ล้างโคลนและทำให้แห้ง

ล้างพื้นให้หมดคราบโคลนและเมือก ขัดยาแนวกระเบื้อง ทำความสะอาดใต้เตียงและหลังตู้ เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ หรือใช้เครื่องลดความชื้นช่วย ความแห้งคือหัวใจของการป้องกันราขึ้นซ้ำ

ขั้นที่ 5: พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนโดยทีมมืออาชีพ

เมื่อห้องสะอาดและแห้งแล้ว จึงถึงขั้นตอนที่ทำให้มั่นใจขึ้นว่าเชื้อที่มองไม่เห็นและกลิ่นอับถูกจัดการ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป

ขั้นที่ 6: จัดห้องใหม่ให้ปลอดภัยต่อการหกล้ม

ก่อนผู้ป่วยกลับมา ตรวจว่าพื้นแห้งไม่ลื่น ไม่มีของวางเกะกะทางเดิน ราวจับยึดแน่นเหมือนเดิม แสงสว่างเพียงพอ และถ้าเป็นไปได้ ให้นักกายภาพช่วยดูการจัดห้องอีกครั้ง

บริการของ World Health Disinfection สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วย

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนสำหรับบ้านหลังน้ำท่วม โดยวางแผนงานให้เหมาะกับบ้านที่มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ เน้นขั้นตอนที่ชัดเจนและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

พ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H

ทีมงานใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้ละอองเล็กพอจะเข้าถึงซอกมุม ใต้เตียง หลังตู้ รอบขาเตียงไฟฟ้า ราวจับ และขอบผนังด้านล่างที่เคยแช่น้ำ ช่วยจัดการเชื้อโรคบนพื้นผิวที่มือผู้ป่วยและผู้ดูแลสัมผัสบ่อย

อบโอโซนกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ

หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะอบโอโซนในห้องที่ปิดสนิท โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายไปทั่วห้อง ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศและแฝงอยู่ตามพื้นผิว และสลายโมเลกุลกลิ่นอับและกลิ่นโคลนที่ติดอยู่ในห้อง ทีมงานควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาให้เหมาะกับขนาดห้อง

ความปลอดภัยระหว่างอบโอโซน (สำคัญมาก)

  • ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ในพื้นที่ระหว่างอบ ผู้ป่วยควรพักที่บ้านญาติหรือที่อื่นตลอดวันที่ทำงาน
  • อุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เครื่องวัดความดัน ควรย้ายออกจากห้องก่อน หรือคลุมตามคำแนะนำของทีมงาน ส่วนเตียงไฟฟ้าที่ย้ายไม่ได้ ทีมงานจะคลุมแผงควบคุมและใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุม
  • ยางและพลาสติกบางชนิดอาจเสื่อมเร็วขึ้นถ้าโดนโอโซนเข้มข้นนาน ทีมงานจึงกำหนดปริมาณให้เหมาะสม และแนะนำให้ย้ายยางยืดหรืออุปกรณ์ยางชิ้นเล็กออกก่อน
  • หลังอบเสร็จ ต้องเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศตามเวลาที่ทีมงานแนะนำ ก่อนให้ใครกลับเข้าห้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจหน้างาน: ดูขนาดห้อง ระดับน้ำที่ท่วม จุดที่มีรา และอุปกรณ์ของผู้ป่วยในห้อง
  2. ให้คำแนะนำก่อนเริ่ม: แนะนำว่าอะไรควรทิ้ง อะไรควรล้าง และควรย้ายอุปกรณ์ใดออกก่อน
  3. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่น CHEMGENE HLD4H แบบ ULV ให้ทั่วห้องและจุดสัมผัสบ่อย
  4. อบโอโซน: ปิดห้องและอบโอโซนตามปริมาณที่เหมาะสม
  5. ระบายอากาศ: เปิดห้องให้อากาศถ่ายเท ก่อนให้ผู้อยู่อาศัยกลับเข้า
  6. ตรวจซ้ำ: ตรวจกลิ่นและจุดที่เคยมีรา พร้อมแนะนำการดูแลห้องต่อ

10 เหตุผลที่ครอบครัวผู้ป่วยในบางพลัดเลือกให้มืออาชีพดูแลห้องฟื้นฟู

  1. ผู้ดูแลมีเวลาจำกัด การให้ทีมมืออาชีพรับงานพ่นฆ่าเชื้อช่วยให้ญาติได้โฟกัสที่ตัวผู้ป่วย
  2. ละอองแบบ ULV เข้าถึงใต้เตียงไฟฟ้า หลังตู้ และขอบผนังที่เช็ดถึงยาก
  3. น้ำยา CHEMGENE HLD4H ใช้กับพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยอย่างราวจับและด้ามวอล์กเกอร์
  4. การอบโอโซนช่วยจัดการสปอร์ราในอากาศ ซึ่งการเช็ดถูทำไม่ได้
  5. กลิ่นอับหายจากต้นตอ ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมกลบกลิ่นที่อาจรบกวนผู้ป่วย
  6. ทีมงานวางแผนเรื่องอุปกรณ์การแพทย์ ว่าชิ้นไหนต้องย้ายออก ชิ้นไหนต้องคลุม
  7. มีลำดับขั้นตอนชัดเจน ญาติรู้ว่าจะพาผู้ป่วยกลับบ้านได้ประมาณวันไหน
  8. ลดการลองผิดลองถูกที่เปลืองทั้งน้ำยา เวลา และแรงของผู้ดูแล
  9. ดูแลห้องอื่นได้ในคราวเดียว เช่น ห้องนอนชั้นบนแบบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
  10. มีคำแนะนำหลังบริการ ว่าควรดูแลความชื้นในห้องอย่างไรไม่ให้ราขึ้นซ้ำ

ก่อนและหลังการฟื้นฟูห้องฝึกเดิน

ก่อน

  • กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนทั้งห้อง
  • พื้นกระเบื้องมีเมือกลื่น เสี่ยงหกล้ม
  • ฟองน้ำหุ้มราวจับชุ่มน้ำและเหม็น
  • จุดดำบนเบาะยางและผนังด้านล่าง
  • ญาติไม่มั่นใจว่าจะพาผู้ป่วยกลับได้เมื่อไร

หลัง

  • อากาศในห้องสดชื่น ไม่มีกลิ่นอับ
  • พื้นสะอาด แห้ง พร้อมให้ฝึกเดิน
  • ราวจับหุ้มใหม่ พื้นผิวสัมผัสผ่านการฆ่าเชื้อ
  • จุดที่เคยมีราได้รับการจัดการและตรวจซ้ำ
  • ครอบครัวมีแผนชัดเจนก่อนรับผู้ป่วยกลับบ้าน

เสียงจากครอบครัวผู้ดูแล

"ตอนแรกคิดว่าจะขัดเองทั้งหมด แต่พอเห็นราใต้เตียงกับในราวจับก็เริ่มไม่มั่นใจ ทีมงานช่วยบอกว่าอะไรต้องทิ้ง อะไรล้างได้ และให้ย้ายเครื่องดูดเสมหะออกก่อนอบ พอห้องหายกลิ่นแล้ว เราค่อยปรึกษานักกายภาพเรื่องวันที่จะพาพ่อกลับ สบายใจขึ้นเยอะค่ะ"

- เรื่องเล่าตัวอย่างจากครอบครัวผู้ดูแลผู้ป่วย ย่านบางพลัด

เคล็ดลับดูแลห้องฟื้นฟูหลังผู้ป่วยกลับบ้าน

  • เช็ดราวจับ ด้ามวอล์กเกอร์ และที่วางแขนรถเข็นทุกวัน ด้วยผ้าสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด หรือสเปรย์ CHEMGENE ชนิดสเปรย์
  • เปิดหน้าต่างช่วงสายให้แดดและลมเข้า หรือใช้เครื่องลดความชื้นในช่วงฝนตกต่อเนื่อง
  • สังเกตจุดดำหรือกลิ่นอับที่กลับมาตามมุมห้องและใต้เตียง ถ้าพบควรรีบจัดการตั้งแต่ยังเล็ก
  • วางพรมกันลื่นแบบที่ซักได้และแห้งเร็ว และตรวจว่าขอบพรมไม่พับจนสะดุด
  • เก็บสมุดตารางฝึกและเอกสารการรักษาในกล่องพลาสติกปิดสนิท เผื่อฝนหนักกลับมาอีก
  • ถ้ามีไรฝุ่นสะสมในที่นอนใหม่หรือผ้าม่าน พิจารณาบริการกำจัดไรฝุ่นเป็นระยะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ผู้ป่วยต้องออกจากบ้านนานแค่ไหนระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน?

ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และจำนวนห้องที่ทำ ทีมงานจะแจ้งเวลาโดยประมาณหลังสำรวจหน้างาน รวมถึงเวลาระบายอากาศหลังอบ โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้ป่วยพักที่อื่นตลอดวันที่ทำงาน

2. ผู้ป่วยกลับเข้าห้องได้ทันทีหลังบริการเสร็จหรือไม่?

ต้องรอให้ระบายอากาศตามที่ทีมงานแนะนำก่อน และควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดว่าผู้ป่วยพร้อมกลับมาฝึกที่บ้านเมื่อไร โดยเฉพาะถ้าระหว่างพักที่อื่นมีอาการเปลี่ยนแปลง

3. เตียงผู้ป่วยไฟฟ้าที่เคยโดนน้ำ ยังใช้ได้ไหม?

ควรให้ช่างหรือผู้จำหน่ายตรวจระบบไฟฟ้าและมอเตอร์ก่อนเสียบปลั๊กใช้งาน การพ่นฆ่าเชื้อจัดการเรื่องความสะอาดของพื้นผิว แต่ไม่ได้ซ่อมหรือรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า

4. อุปกรณ์กายภาพชิ้นไหนควรทิ้ง?

ของที่อมน้ำและทำความสะอาดด้านในไม่ได้ เช่น ฟองน้ำ เบาะผ้า ที่นอน และยางยืดที่ขึ้นรา ควรทิ้ง ส่วนวัสดุผิวเรียบอย่างโลหะและพลาสติกแข็ง ล้างและฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้ หากไม่ชำรุด

5. อบโอโซนทำให้อุปกรณ์การแพทย์เสียหายหรือไม่?

โอโซนเข้มข้นอาจทำให้ยางและชิ้นส่วนบางชนิดเสื่อมเร็วขึ้น จึงแนะนำให้ย้ายอุปกรณ์การแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางออกก่อน ส่วนชิ้นที่ย้ายไม่ได้ ทีมงานจะคลุมและควบคุมปริมาณโอโซน

6. พ่นฆ่าเชื้อครั้งเดียวพอไหม?

ถ้าห้องแห้งสนิทและควบคุมความชื้นได้ดี หลายบ้านทำครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้าผนังยังชื้นหรือฝนตกหนักซ้ำ อาจต้องตรวจและทำซ้ำ ทีมงานจะประเมินในการตรวจซ้ำ

7. ให้บริการในพื้นที่ใดบ้าง?

ให้บริการในบางพลัดและเขตใกล้เคียง เช่น บางกอกน้อย ตลิ่งชัน บางกรวย และพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ติดต่อสอบถามคิวได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

พร้อมเตรียมห้องให้ผู้ป่วยกลับบ้านอย่างมั่นใจ

ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ย่านบางพลัดและทั่วกรุงเทพฯ

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #ห้องฟื้นฟูผู้ป่วย #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางพลัด

คำค้นหา: ห้องกายภาพผู้ป่วยหลอดเลือดสมองหลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองทำกายภาพที่บ้าน, ห้องฟื้นฟูผู้ป่วยหลังน้ำลด, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วย, อบโอโซนห้องผู้ป่วย, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, บางพลัด กรุงเทพฯ ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้