หนังสือสะสมในตู้ขึ้นราหลังน้ำท่วม จะรักษาหนังสือที่เก็บมาทั้งชีวิตไว้ได้อย่างไร? ส่งหนังสือให้ผู้เชี่ยวชาญหนังสือเก่าดูแล แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องหนังสือ ตู้ และชั้นหนังสือในบ้าน บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หนังสือสะสมในตู้ขึ้นราหลังน้ำท่วม จะรักษาหนังสือที่เก็บมาทั้งชีวิตไว้ได้อย่างไร? ส่งหนังสือให้ผู้เชี่ยวชาญหนังสือเก่าดูแล แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องหนังสือ ตู้ และชั้นหนังสือในบ้าน บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปี 2569

หนังสือสะสมในตู้ขึ้นราหลังน้ำท่วม จะรักษาหนังสือที่เก็บมาทั้งชีวิตไว้ได้อย่างไร? ส่งหนังสือให้ผู้เชี่ยวชาญหนังสือเก่าดูแล แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องหนังสือ ตู้ และชั้นหนังสือในบ้าน บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ห้องหนังสือของครูประพันธ์ริมคลองบางกอกน้อย

"ครูประพันธ์" ครูภาษาไทยเกษียณ อาศัยอยู่ในบ้านไม้สองชั้นในซอยเล็กไม่ไกลจากคลองบางกอกน้อย ห้องที่ครูรักที่สุดคือห้องหนังสือชั้นล่าง ผนังทั้งสามด้านเป็นตู้ไม้สักบานกระจกที่ต่อขึ้นมาทีละตู้ตามจำนวนหนังสือที่งอกเพิ่มทุกปี ข้างในมีนวนิยายปกแข็งรุ่นเก่า วรรณคดีเล่มที่ใช้สอนนักเรียนมาสามสิบปี นิตยสารรายสัปดาห์ที่เย็บเล่มเก็บไว้เป็นปี และสมุดบันทึกลายมือของครูเองอีกหลายสิบเล่ม

ตอนที่น้ำในคลองเริ่มเอ่อเข้าซอย ลูกชายช่วยครูขนหนังสือจากชั้นล่างสุดขึ้นไปวางบนโต๊ะและเตียงชั้นสอง แต่หนังสือมีมากเกินกว่าจะขนได้หมดในคืนเดียว น้ำเข้าห้องหนังสือสูงราวครึ่งแข้งและค้างอยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์ ตู้แถวล่างสองชั้นจมน้ำ ส่วนตู้ชั้นบนแม้ไม่โดนน้ำโดยตรง ก็อยู่ในห้องที่ปิดทึบ ชื้น และร้อนตลอดหลายวัน

วันที่น้ำลด ครูเปิดประตูห้องหนังสือแล้วต้องยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง กลิ่นที่ลอยออกมาไม่ใช่กลิ่นกระดาษเก่าที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลน สันหนังสือแถวล่างบวมจนเบียดกันแน่น ปกผ้าของวรรณคดีชุดหนึ่งมีจุดสีขาวฟูเกาะเป็นหย่อม ๆ บนกระจกตู้ด้านในมีฝ้าเกาะ และเมื่อดึงหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นที่สามออกมา ซึ่งเป็นชั้นที่น้ำไม่ถึง ก็ยังพบจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายอยู่ที่ขอบกระดาษ

หลานสาวที่มาช่วยเก็บกวาดเริ่มจามและคันจมูกหลังอยู่ในห้องได้ไม่ถึงชั่วโมง ส่วนครูประพันธ์นั่งเปิดสมุดบันทึกที่เปียกจนหมึกซึม แล้วพูดเบา ๆ ว่า "ของพวกนี้ซื้อใหม่ไม่ได้แล้ว" คำถามที่ครอบครัวนี้ต้องตอบต่อจากนั้นคือ จะเริ่มจากหนังสือหรือจากห้อง และอะไรที่ทำเองได้ อะไรที่ต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ

ทำไมห้องหนังสือและตู้หนังสือจึงขึ้นราเร็วกว่าห้องอื่นหลังน้ำท่วม

  • กระดาษคืออาหารชั้นดีของเชื้อรา กระดาษ ปกผ้า กาวเย็บเล่ม และหนังบางชนิดล้วนมาจากวัสดุธรรมชาติ เมื่อความชื้นสูงต่อเนื่อง เชื้อราจะใช้เป็นแหล่งอาหารได้ทันที
  • หนังสือดูดน้ำขึ้นไปตามเส้นใย แม้น้ำจะท่วมแค่ขอบล่างของเล่ม แต่ความชื้นจะซึมขึ้นไปตามกระดาษได้ไกลกว่าที่ตาเห็น
  • ตู้บานกระจกกลายเป็นกล่องเก็บความชื้น ตู้ที่ปิดสนิทช่วยกันฝุ่นได้ดีในวันปกติ แต่หลังน้ำท่วมกลับกักไอน้ำไว้ข้างใน ทำให้หนังสือชั้นบนชื้นตามไปด้วย
  • ไม้ตู้คายความชื้นออกมาหลายวัน ไม้ที่แช่น้ำจะค่อย ๆ ปล่อยความชื้นกลับสู่อากาศในตู้ เป็นเหตุผลที่ราขึ้นได้แม้บนหนังสือที่ไม่โดนน้ำ
  • หนังสือเรียงแน่นจนอากาศไม่ไหลเวียน ยิ่งเรียงชิดกัน ความชื้นระหว่างเล่มยิ่งระบายออกยาก
  • ผนัง พื้น และมุมห้องยังชื้น ผนังปูนหรือไม้หลังตู้มักเป็นจุดที่มองไม่เห็นและแห้งช้าที่สุด จึงกลายเป็นแหล่งสปอร์เชื้อราที่ปล่อยกลับมาสู่ห้อง

ด้วยเหตุนี้ การกู้ห้องหนังสือจึงต้องมองเป็นสองเรื่องที่แยกกันแต่ต้องทำคู่กัน คือ ตัวหนังสือ ซึ่งเป็นของมีค่าที่ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังจากผู้เชี่ยวชาญ และ ตัวห้อง ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่ต้องสะอาดและแห้งก่อนหนังสือจะกลับมาอยู่ได้อย่างปลอดภัย

ผลกระทบที่มากกว่าแค่หนังสือเสียหาย

ด้านสุขภาพ สปอร์เชื้อราที่ฟุ้งขึ้นเมื่อเปิดหนังสือหรือขยับตู้ อาจทำให้จาม คันจมูก ระคายเคืองตา และกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดในคนที่ไวต่อเชื้อรา ผู้สูงอายุที่ใช้เวลาอยู่ในห้องหนังสือนาน ๆ อย่างครูประพันธ์ จึงควรระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ โคลนและน้ำท่วมที่เข้ามาในห้องอาจปนเปื้อนเชื้อโรคจากน้ำเสีย เช่น เชื้อที่ทำให้ท้องเสีย การติดเชื้อทางผิวหนัง และความเสี่ยงโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) โดยเฉพาะเมื่อมีแผลที่มือหรือเท้าระหว่างเก็บกวาด

ด้านคุณค่าและความทรงจำ หนังสือสะสมหลายเล่มอาจเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก หนังสือที่มีลายเซ็นผู้แต่ง หรือสมุดบันทึกลายมือที่ไม่มีวันหาใหม่ได้ ความเสียหายแบบนี้คิดเป็นเงินได้ยาก และการแก้ไขผิดวิธีอาจทำให้เสียหายถาวร

ด้านเวลา เชื้อราไม่รอ ยิ่งทิ้งห้องไว้ชื้นนานเท่าไร ราก็ยิ่งลามจากหนังสือเล่มหนึ่งไปอีกเล่ม และจากชั้นล่างขึ้นชั้นบน การตัดสินใจในสองสามวันแรกจึงสำคัญมาก

ด้านความสบายใจของครอบครัว ห้องที่เคยเป็นมุมพักผ่อนกลายเป็นห้องที่ไม่มีใครอยากเข้า กลิ่นอับลอยไปถึงห้องอื่นในบ้าน และทุกครั้งที่เดินผ่านก็ทำให้นึกถึงความเสียหาย

หนังสือมีค่า: แยกให้ชัดว่าอะไรทำเองได้ และอะไรควรส่งผู้เชี่ยวชาญ

ข้อสำคัญที่ต้องบอกตรง ๆ คือ ทีม WHD ไม่ได้ซ่อมหรืออนุรักษ์หนังสือ งานกู้หนังสือเก่า หนังสือหายาก และสมุดบันทึกลายมือ ควรอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญด้านหนังสือเก่าและการอนุรักษ์กระดาษ เช่น ช่างซ่อมและเข้าเล่มหนังสือ ผู้ที่ทำงานอนุรักษ์เอกสาร หรือผู้ค้าหนังสือเก่าที่มีประสบการณ์ ส่วน WHD ดูแล ห้อง ให้สะอาด ปลอดเชื้อ และไม่มีกลิ่นอับ เพื่อให้หนังสือที่ผ่านการดูแลแล้วกลับมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย

สิ่งที่เจ้าของบ้านทำได้เองอย่างปลอดภัย

  • สวมหน้ากากชนิดกรองละเอียด ถุงมือ และรองเท้าบูททุกครั้งที่เข้าห้อง
  • ถ่ายรูปตู้และชั้นหนังสือทุกด้านก่อนขยับ เพื่อใช้จดบันทึกและติดต่อผู้เชี่ยวชาญ
  • แยกหนังสือออกเป็นกลุ่ม: เปียกโชก ชื้นแต่ไม่มีรา มีราให้เห็น และแห้งดี แล้ววางแยกพื้นที่กัน
  • หนังสือที่มีราให้ใส่ถุงหรือกล่องแยกต่างหาก เพื่อไม่ให้สปอร์ฟุ้งไปยังเล่มอื่น
  • จดรายชื่อเล่มที่มีคุณค่าทางใจหรือหายาก เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน

สิ่งที่ไม่ควรทำกับหนังสือมีค่า

  • ไม่ฉีกหน้าที่ติดกันออกจากกันขณะเปียก
  • ไม่ตากแดดจัด ไม่ใช้ไดร์เป่าผมความร้อนสูง ไม่รีดด้วยเตารีด และไม่อบในไมโครเวฟ
  • ไม่เช็ดหรือฉีดน้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาทำความสะอาดลงบนกระดาษ
  • ไม่ปัดราออกด้วยมือเปล่าในห้องปิด เพราะสปอร์จะฟุ้งไปทั่วห้อง

ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินได้ว่าเล่มไหนควรทำให้แห้งแบบใด เล่มไหนควรทำความสะอาดราด้วยเครื่องมือเฉพาะ และเล่มไหนคุ้มค่าที่จะซ่อมสันหรือเข้าเล่มใหม่ ส่วนหนังสือทั่วไปที่ซื้อใหม่ได้และเสียหายหนัก บางครอบครัวอาจตัดสินใจทิ้งเพื่อลดแหล่งเชื้อราในบ้าน

ทำไมวิธีที่หลายบ้านใช้จึงไม่พอสำหรับห้องหนังสือ

  • ราดน้ำยาฟอกขาวทั่วห้อง อาจฟอกสีคราบที่ผิวได้ แต่ไม่ซึมเข้าไปในไม้ตู้และรอยต่อผนัง ไอระเหยยังระคายเคืองทางเดินหายใจ และถ้ากระเด็นโดนหนังสือก็ทำให้กระดาษเสียหาย
  • เปิดพัดลมเป่าทั้งวัน ช่วยให้แห้งเร็วขึ้นบ้าง แต่ถ้าห้องยังมีราก็เท่ากับพัดสปอร์ให้กระจายไปทั่วห้องและห้องข้างเคียง
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือเทียนหอม กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ต้นเหตุของกลิ่นอับยังอยู่ครบ
  • ทาสีผนังใหม่ทันที สีที่ทาทับผนังที่ยังชื้นจะพองและลอก และราที่อยู่ใต้สีก็กลับมาให้เห็นในไม่ช้า
  • เอาหนังสือกลับเข้าตู้เร็วเกินไป แม้หนังสือจะได้รับการดูแลอย่างดีแล้ว แต่ถ้าตู้และห้องยังมีสปอร์และความชื้นสะสม หนังสือก็เสี่ยงขึ้นราซ้ำ

ทางออก: WHD ดูแลห้องหนังสือด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

เมื่อหนังสือถูกแยกออกไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแล้ว ห้องที่เหลือพร้อมตู้และชั้นที่ว่างเปล่าคือพื้นที่ที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ และ บริการอบโอโซน ของ World Health Disinfection เข้าไปทำงานได้เต็มที่

การพ่นฆ่าเชื้อ ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยละเอียด (ULV) ละอองขนาดเล็กลอยเข้าถึงซอกตู้ ร่องชั้น หลังตู้ มุมผนัง และพื้น ซึ่งผ้าเช็ดหรือแปรงเข้าไม่ถึง ช่วยลดเชื้อโรคบนพื้นผิวที่ปนเปื้อนจากน้ำท่วมและโคลน

การอบโอโซน ใช้ เครื่องอบโอโซน ปล่อยก๊าซโอโซนในห้องที่ปิดไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด โอโซนช่วยจัดการสปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศและเกาะตามพื้นผิว และสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ ทำให้ห้องกลับมามีอากาศสดชื่น ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น

ขั้นตอนบริการสำหรับห้องหนังสือ

  1. สำรวจหน้างาน ทีมงานดูระดับน้ำที่เคยท่วม จุดที่มีรา สภาพตู้ไม้ ผนังหลังตู้ และความชื้นของห้อง
  2. วางแผนร่วมกับเจ้าของบ้าน ยืนยันว่าหนังสือ สมุดบันทึก และของมีค่าทั้งหมดถูกย้ายออกจากห้องแล้ว หรือส่งให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแล้ว
  3. แนะนำการเก็บกวาด ให้คำแนะนำเรื่องการขนโคลน ทำความสะอาดพื้น และการทำให้ห้องแห้ง ก่อนเริ่มพ่นฆ่าเชื้อ
  4. พ่นฆ่าเชื้อ พ่นละอองน้ำยาครอบคลุมตู้ที่ว่างเปล่า ชั้นวาง ผนัง พื้น และมุมอับทุกจุด
  5. อบโอโซน ปิดห้องและอบโอโซนตามขนาดพื้นที่ โดยควบคุมปริมาณและเวลา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อโอโซนให้ย้ายออกหรือคลุมไว้
  6. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง
  7. ตรวจซ้ำ ตรวจกลิ่นและจุดที่เคยมีรา และให้คำแนะนำการดูแลความชื้นก่อนนำหนังสือกลับเข้าตู้

ความปลอดภัยระหว่างอบโอโซน: ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบ ปิดห้องให้มิดชิด และต้องระบายอากาศจนเพียงพอก่อนกลับเข้าไป หนังสือ สมุดบันทึก และของสะสมมีค่าต้องไม่อยู่ในห้องระหว่างการอบ

10 เหตุผลที่ห้องหนังสือหลังน้ำท่วมควรได้รับการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

  1. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศและบนพื้นผิว ก่อนนำหนังสือที่ดูแลแล้วกลับเข้าตู้ ด้วย บริการอบโอโซน
  2. ฆ่าเชื้อโรคบนพื้น ผนัง และตู้ที่สัมผัสน้ำท่วมและโคลนด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ
  3. ละอองฝอยเข้าถึงหลังตู้ ร่องชั้น และมุมเพดานที่ทำความสะอาดด้วยมือได้ยาก
  4. สลายกลิ่นอับและกลิ่นโคลนที่ต้นเหตุ แทนการกลบกลิ่นชั่วคราว
  5. ลดโอกาสที่หนังสือซึ่งผ่านการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญแล้วจะกลับมาขึ้นราซ้ำ
  6. ช่วยให้ผู้สูงอายุและคนที่เป็นภูมิแพ้กลับมาใช้ห้องได้อย่างสบายใจขึ้น
  7. ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ใช้กันในงานฆ่าเชื้อพื้นผิว
  8. ทีมงานวางแผนร่วมกับเจ้าของบ้าน แยกชัดว่าของมีค่าออกไปก่อน แล้วค่อยทำห้อง
  9. ลดการลามของกลิ่นอับจากห้องหนังสือไปยังห้องอื่นในบ้าน
  10. ได้คำแนะนำการควบคุมความชื้นหลังบริการ เพื่อรักษาห้องให้พร้อมรับหนังสือในระยะยาว อ่านเพิ่มเติมที่ โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย

ก่อน

  • เปิดประตูแล้วเจอกลิ่นอับปนกลิ่นโคลน
  • ตู้ไม้แถวล่างบวมชื้น มีจุดราขาวที่มุมตู้
  • กระจกตู้ด้านในมีฝ้า ผนังหลังตู้มีคราบน้ำ
  • คนในบ้านจามและคันจมูกเมื่ออยู่ในห้องนาน
  • ไม่กล้านำหนังสือกลับเข้าตู้เพราะกลัวราขึ้นซ้ำ

หลัง

  • อากาศในห้องสดชื่น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ตู้และชั้นวางสะอาด ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อครบทุกซอก
  • ห้องแห้งและพร้อมรับหนังสือที่ผู้เชี่ยวชาญดูแลแล้ว
  • คนในบ้านกลับมานั่งอ่านหนังสือในห้องได้สบายใจขึ้น
  • มีแผนควบคุมความชื้นเพื่อป้องกันราในระยะยาว

เสียงจากเจ้าของบ้าน

"ตอนแรกคิดว่าจะเอาหนังสือมาตากแดดแล้วใส่ตู้คืนเลย ดีที่ได้คุยกับทีมงานก่อน เขาบอกตรง ๆ ว่าหนังสือเก่าต้องให้คนที่เชี่ยวชาญดู ส่วนเขาจะดูแลห้องให้ ตอนนี้สมุดบันทึกของพ่ออยู่กับช่างซ่อมหนังสือ ห้องก็ไม่มีกลิ่นแล้ว พ่อบอกว่ารอวันที่หนังสือกลับมาอยู่ที่เดิม"

— ลูกชายของครูประพันธ์ (เรื่องเล่าจากหน้างาน) บางกอกน้อย

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: WHD อบโอโซนหนังสือให้ได้ไหม?
ตอบ: WHD ไม่ได้รับดูแลตัวหนังสือ หนังสือมีค่า หนังสือหายาก และสมุดบันทึกลายมือ ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญหนังสือเก่าหรือผู้ที่ทำงานอนุรักษ์กระดาษประเมิน ทีมงานจะดูแลห้อง ตู้ และชั้นวางที่ว่างเปล่าแทน

ถาม: ตู้ไม้สักที่จมน้ำยังใช้ได้อีกไหม?
ตอบ: ถ้าโครงสร้างยังแข็งแรง ไม่บวมหรือผุมาก ควรทำความสะอาด ปล่อยให้แห้งสนิท แล้วพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนพร้อมห้อง ถ้าไม้เปื่อยหรือบานพับเสียหายหนัก ควรปรึกษาช่างไม้

ถาม: ต้องรอให้ห้องแห้งก่อนเรียกบริการไหม?
ตอบ: ควรขนโคลนและทำความสะอาดเบื้องต้นก่อน ทีมงานจะให้คำแนะนำตั้งแต่การสำรวจ ว่าห้องพร้อมสำหรับการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเมื่อใด

ถาม: ระหว่างอบโอโซน คนในบ้านอยู่ห้องอื่นได้ไหม?
ตอบ: ห้องที่อบต้องปิดและไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ข้างใน ทีมงานจะประเมินว่าส่วนอื่นของบ้านควรเว้นระยะหรือออกจากบ้านชั่วคราวหรือไม่ และต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง

ถาม: เมื่อไรจึงนำหนังสือกลับเข้าตู้ได้?
ตอบ: เมื่อผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าหนังสือแห้งและพร้อมแล้ว และห้องผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน และระบายอากาศเรียบร้อย ควรเว้นระยะหลังตู้กับผนัง และไม่เรียงหนังสือแน่นเกินไป

ถาม: ป้องกันไม่ให้ห้องหนังสือกลับมาอับชื้นได้อย่างไร?
ตอบ: เปิดตู้ระบายอากาศเป็นระยะ ใช้เครื่องลดความชื้นในช่วงฤดูฝน หลีกเลี่ยงการวางตู้ชิดผนังที่เคยชื้น และสังเกตกลิ่นหรือจุดราเล็ก ๆ ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ให้ห้องหนังสือพร้อมต้อนรับหนังสือที่คุณรักกลับบ้าน

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องหนังสือ ตู้ และชั้นวางในบ้าน ย่านบางกอกน้อยและพื้นที่ใกล้เคียงในฝั่งธนบุรี

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#หนังสือขึ้นรา #ตู้หนังสือกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางกอกน้อย

คำค้นหา: หนังสือขึ้นราหลังน้ำท่วม, ตู้หนังสือขึ้นรา, ชั้นหนังสือกลิ่นอับ, หนังสือสะสมขึ้นรา, ผู้เชี่ยวชาญหนังสือเก่า, พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องหนังสือ บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้