ศาลาวัดจะพร้อมจัดงานบวชและงานทอดกฐินทันไหมหลังน้ำลด? แนวทางพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนศาลาการเปรียญ กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับอย่างเคารพสถานที่ อำเภอบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ศาลาวัดจะพร้อมจัดงานบวชและงานทอดกฐินทันไหมหลังน้ำลด? แนวทางพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนศาลาการเปรียญ กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับอย่างเคารพสถานที่ อำเภอบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

ศาลาวัดจะพร้อมจัดงานบวชและงานทอดกฐินทันไหมหลังน้ำลด? แนวทางพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนศาลาการเปรียญ กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับอย่างเคารพสถานที่ อำเภอบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ศาลาที่รอรับนาคอีกสามสัปดาห์

วัดเล็ก ๆ ริมแม่น้ำลพบุรีแห่งหนึ่งในอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีศาลาการเปรียญไม้ยกพื้นที่ชาวบ้านใช้เป็นหัวใจของชุมชนมาหลายสิบปี ทั้งงานบวช งานทำบุญวันพระ งานทอดกฐิน และงานเลี้ยงพระประจำปี ปี 2569 น้ำจากแม่น้ำเอ่อเข้ามาในเขตวัดนานเกือบสามสัปดาห์ ระดับน้ำสูงเกือบถึงพื้นศาลา ส่วนโรงครัวและห้องน้ำด้านหลังจมน้ำทั้งหมด

"ลุงสมพงษ์" ไวยาวัจกรของวัด เดินเข้ามาในศาลาเป็นคนแรกหลังน้ำลด สิ่งแรกที่ลุงสัมผัสได้คือกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนที่ลอยขึ้นมาจากใต้ถุนศาลา เสื่อที่ม้วนเก็บไว้มุมห้องมีจุดดำ ๆ ขึ้นเป็นดวง ผ้าม่านหน้าต่างมีคราบน้ำเป็นเส้น ฟูกนั่งของพระสงฆ์ที่วางบนอาสนะชั้นล่างขึ้นราสีเขียวเทา ส่วนโรงครัวที่ใช้ตั้งโรงทานในงานบุญ มีโคลนเกาะหนาบนพื้นและเคาน์เตอร์

ปัญหาคือ ชาวบ้านสองครอบครัวจองวันบวชลูกชายไว้แล้วในอีกสามสัปดาห์ และวัดเองก็รับเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในเดือนถัดไป หลวงพ่อเจ้าอาวาสปรารภกับลุงสมพงษ์ว่า "อยากให้ญาติโยมที่มาร่วมงานได้นั่งในศาลาอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อโรค โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก"

บทความนี้เล่าว่าวัดลักษณะนี้จะเตรียมศาลาให้พร้อมรับงานบุญได้อย่างไร โดยใช้ การพ่นฆ่าเชื้อและการอบโอโซน เป็นขั้นตอนสำคัญ และที่สำคัญที่สุดคือทำทุกขั้นตอนด้วยความเคารพต่อสถานที่ วัตถุมงคล และกิจของสงฆ์

ทำไมศาลาวัดหลังน้ำลดจึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ด้านสุขภาพของญาติโยม: งานบวชและงานกฐินมีคนมาร่วมจำนวนมากในพื้นที่ปิดครึ่งหนึ่ง ทั้งผู้สูงอายุที่นั่งพับเพียบบนพื้นนาน ๆ และเด็กเล็กที่คลานเล่นบนเสื่อ น้ำท่วมที่ไหลผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ และท่อระบายน้ำ อาจพาเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสียมาตกค้างบนพื้นและผนัง ดินโคลนที่ปนเปื้อนฉี่หนูยังเพิ่มความเสี่ยง โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) โดยเฉพาะกับคนที่มีแผลที่เท้าแล้วเดินเท้าเปล่าเข้าศาลา ซึ่งเป็นธรรมเนียมปกติในวัด

ด้านเชื้อราและภูมิแพ้: ศาลาไม้เก่ามีพื้นผิวที่อมความชื้นได้ดี ทั้งพื้นไม้ เสา ฝ้า และผ้าม่าน สปอร์เชื้อราที่ฟุ้งในอากาศอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด คันตา และไอเรื้อรัง ทั้งในพระสงฆ์ที่ต้องอยู่ในพื้นที่ทุกวัน และในญาติโยมที่มาร่วมงาน

ด้านโรงครัวและโรงทาน: งานบุญทุกงานมีการปรุงอาหารและแจกจ่ายอาหารจำนวนมาก ถ้าโรงครัวยังมีคราบโคลนและเชื้อโรคตกค้าง ความเสี่ยงอาหารเป็นพิษจะเพิ่มขึ้นทันที

ด้านเวลาและศรัทธา: งานบวชกำหนดตามฤกษ์ที่ครอบครัวเลือกไว้ งานกฐินมีช่วงเวลาตามพระวินัยที่ชัดเจน การเลื่อนงานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และถ้าญาติโยมมาร่วมงานแล้วเจอกลิ่นอับหรือรอยรา ก็อาจรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งที่วัดตั้งใจเตรียมงานอย่างดี

วิธีที่มักใช้กัน แต่ยังไม่พอสำหรับศาลาหลังน้ำท่วม

  • ล้างพื้นด้วยน้ำยาซักผ้าขาวอย่างเดียว: ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้ แต่ไม่เข้าถึงร่องไม้ ใต้ถุน และผนังส่วนบน กลิ่นของสารฟอกขาวยังแรง ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่คนจะนั่งกับพื้นนาน ๆ และอาจทำให้เนื้อไม้เก่าซีด
  • เปิดหน้าต่างและเปิดพัดลมหลายวัน: ช่วยลดความชื้นได้บางส่วน แต่ศาลาที่อยู่ริมน้ำความชื้นสูงตลอด กลิ่นอับที่ฝังในไม้และผ้ามักกลับมาเมื่อปิดหน้าต่างตอนกลางคืน
  • จุดธูปหรือใช้น้ำหอมกลบกลิ่น: กลบได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำลายต้นเหตุของกลิ่น และกลิ่นหลายชนิดรวมกันในงานที่มีคนมาก อาจทำให้ผู้สูงอายุเวียนศีรษะ
  • ทาสีหรือลงน้ำมันรักษาเนื้อไม้ทับทันที: ถ้าเนื้อไม้ยังชื้นและมีเชื้อราอยู่ข้างใน สีจะล่อนและรากลับมาเป็นจุดใต้ฟิล์มสีภายในไม่กี่เดือน

สิ่งที่ศาลาต้องการคือขั้นตอนที่ครบ ตั้งแต่ขนโคลน ทำความสะอาด ทำให้แห้ง ไปจนถึงการฆ่าเชื้อที่เข้าถึงทุกมุม และการจัดการกลิ่นและสปอร์ราที่ลอยอยู่ในอากาศ

หลักสำคัญก่อนเริ่มงาน: ความเคารพต่อสถานที่และกิจของสงฆ์

งานในวัดต่างจากงานในบ้านหรือร้านค้า ทีมงาน WHD จึงยึดหลักต่อไปนี้ทุกครั้ง

  • วัดเป็นผู้อัญเชิญและเคลื่อนย้ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอง: พระพุทธรูป ธรรมาสน์ ตู้พระไตรปิฎก เครื่องบูชา และวัตถุมงคลต่าง ๆ พระสงฆ์หรือไวยาวัจกรจะเป็นผู้อัญเชิญไปไว้ในที่เหมาะสม หรือคลุมด้วยผ้าสะอาดตามที่วัดเห็นสมควร ทีมงานจะไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายเอง
  • จัดเวลาทำงานไม่ให้ตรงกับกิจของสงฆ์: ทีมงานนัดหมายนอกเวลาทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น และเวลาฉันภัตตาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงวันพระ หากวัดต้องการ
  • แต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยา: ถอดรองเท้าตามธรรมเนียมในพื้นที่ที่วัดกำหนด และใช้ถุงคลุมรองเท้าเฉพาะจุดที่ต้องใช้อุปกรณ์ โดยแจ้งวัดล่วงหน้า
  • อธิบายขั้นตอนให้เจ้าอาวาสและกรรมการวัดทราบก่อน: ชื่อน้ำยา พื้นที่ที่จะพ่น เวลาอบโอโซน และเวลาที่กลับเข้าพื้นที่ได้

ส่วนคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย หรือวัตถุโบราณที่โดนน้ำ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โดยตรง ทีมงาน WHD ดูแลเฉพาะตัวอาคาร พื้นที่ใช้งาน และอากาศภายในศาลา

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H และอบโอโซนแบบควบคุม

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่อง ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองฝอยขนาดเล็ก ลอยเข้าถึงร่องไม้ ซอกเสา ใต้ถุนศาลา และฝ้าเพดานที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง เหมาะกับอาคารไม้ทรงไทยที่มีมุมซับซ้อน

หลังจากนั้นจึงใช้ บริการอบโอโซน ซึ่งเป็นก๊าซที่กระจายทั่วพื้นที่ปิด ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในเนื้อไม้ ผ้าม่าน และเสื่อ ศาลาที่เปิดโล่งบางส่วนจะอบเฉพาะห้องที่ปิดได้ เช่น ห้องเก็บของ ห้องพักพระ หรือโรงครัวที่ปิดประตูหน้าต่างได้ ส่วนพื้นที่โล่งจะเน้นการพ่นฆ่าเชื้อและการระบายอากาศ

ขั้นตอนการทำงานในวัด

  1. สำรวจร่วมกับวัด: เดินดูศาลา โรงครัว ห้องน้ำ และห้องเก็บของ พร้อมไวยาวัจกรหรือกรรมการวัด กำหนดพื้นที่และวันเวลาที่ไม่กระทบกิจของสงฆ์
  2. แนะนำการขนโคลนและทำความสะอาด: ให้คำแนะนำว่าเสื่อ ฟูก หรือผ้าชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนซักแล้วตากแดดได้ และควรรอให้พื้นไม้แห้งก่อนแค่ไหน
  3. วัดอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคลุมของสำคัญ: วัดเป็นผู้จัดการพระพุทธรูปและวัตถุมงคล ทีมงานช่วยคลุมเครื่องเสียง ไมโครโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแนะนำให้ย้ายออก
  4. พ่นฆ่าเชื้อ ULV: พ่นพื้น เสา ผนัง ใต้ถุน โรงครัว และห้องน้ำ โดยไม่มีคนอยู่ในพื้นที่ระหว่างพ่น
  5. อบโอโซนแบบควบคุม: อบเฉพาะห้องที่ปิดได้ ไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้ในพื้นที่ ควบคุมปริมาณและระยะเวลาตามขนาดห้อง
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ทีมงานแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้พระสงฆ์และญาติโยมกลับเข้าพื้นที่
  7. ตรวจซ้ำก่อนวันงาน: ดูจุดที่เคยมีรา กลิ่น และความชื้นอีกครั้ง หากจำเป็นสามารถนัดพ่นเสริมก่อนวันบวชหรือวันกฐิน

ข้อควรระวังเรื่องโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีพระสงฆ์ ญาติโยม สัตว์เลี้ยงของวัด เช่น สุนัขหรือแมว และต้นไม้ในห้องนั้น ต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเสียง ยาง และวัสดุบอบบางควรคลุมหรือย้ายออก ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับห้อง

แผนเตรียมศาลาให้ทันงานบวชภายในสามสัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1 – ขนโคลนและทำให้แห้ง: ชาวบ้านจิตอาสาช่วยกันขนโคลนจากใต้ถุนศาลาและโรงครัว แยกเสื่อ ฟูก และผ้าม่านที่ขึ้นราหนักออกมา เปิดศาลาให้ลมผ่าน ใช้พัดลมช่วยไล่ความชื้นในจุดอับ

สัปดาห์ที่ 2 – ฆ่าเชื้อและจัดการกลิ่น: นัดทีมงานพ่นฆ่าเชื้อในช่วงสายหลังพระฉันเช้าเสร็จ และอบโอโซนห้องที่ปิดได้ในช่วงบ่ายถึงก่อนทำวัตรเย็น วันรุ่งขึ้นเปิดระบายอากาศเต็มที่

สัปดาห์ที่ 3 – ตรวจซ้ำและจัดสถานที่: ตรวจกลิ่นและจุดราอีกครั้ง วัดอัญเชิญพระพุทธรูปและเครื่องบูชากลับที่เดิม ปูเสื่อใหม่ แขวนผ้าม่านที่ซักแล้ว เตรียมโรงครัวสำหรับโรงทาน

หลังน้ำลดยุงมักเพิ่มจำนวนตามแอ่งน้ำขังรอบวัด วัดที่มีงานกลางคืน เช่น งานสวดมนต์เย็นก่อนวันบวช อาจพิจารณา บริการพ่นยุง ร่วมด้วย

จุดที่มักถูกมองข้ามในศาลาวัดหลังน้ำท่วม

  • ใต้ถุนศาลา: โคลนและน้ำขังที่ค้างอยู่ใต้พื้นไม้เป็นต้นเหตุกลิ่นที่ลอยขึ้นมาตลอดเวลา
  • อาสนะสงฆ์และฟูกนั่ง: ผ้าและฟองน้ำดูดน้ำเข้าไปลึก ถ้าขึ้นราหนักควรเปลี่ยนใหม่ ญาติโยมหลายคนเลือกถวายฟูกใหม่ในงานบุญ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี
  • ตู้เก็บเครื่องครัวและภาชนะ: จาน ชาม ปิ่นโตที่ใช้ในงานบุญ ต้องล้างและฆ่าเชื้อก่อนใช้ ตู้ไม้ที่เก็บต้องแห้งสนิท
  • ห้องน้ำสำหรับญาติโยม: เป็นจุดที่คนใช้มากที่สุดในวันงาน และเป็นจุดที่น้ำท่วมนานที่สุด
  • ผ้าม่าน ธงผ้า และผ้าประดับ: ซักและตากแดดให้แห้ง ชิ้นที่มีรอยราติดแน่นควรเปลี่ยน
  • เครื่องเสียงและพัดลมเพดาน: ควรให้ช่างตรวจสอบระบบไฟก่อนเปิดใช้งาน เพื่อความปลอดภัย

สำหรับฟูกและหมอนที่ยังใช้ต่อได้ บริการกำจัดไรฝุ่น ช่วยดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่สะสมในเนื้อผ้าได้ลึกกว่าการตบปัดทั่วไป

10 เหตุผลที่วัดในพื้นที่น้ำท่วมเลือกทีม WHD

  1. ทำงานโดยเคารพสถานที่ ให้วัดเป็นผู้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอง และไม่แตะต้องวัตถุมงคล
  2. จัดเวลาทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำวัตร เวลาฉัน และวันพระ
  3. ใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ที่ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน กรรมการวัดตรวจสอบข้อมูลได้
  4. ละอองฝอย ULV เข้าถึงร่องไม้ เสา และใต้ถุนของศาลาไม้ทรงไทย
  5. อบโอโซน ช่วยจัดการกลิ่นอับในห้องเก็บของและห้องพักพระที่ปิดได้
  6. ควบคุมปริมาณโอโซน คลุมเครื่องเสียงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนอบ
  7. ให้คำแนะนำเรื่องการขนโคลน การคัดแยกเสื่อ ฟูก และผ้า ก่อนเริ่มฆ่าเชื้อ
  8. ดูแลโรงครัวและห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสูงสุดในวันงานบุญ
  9. มีบริการเสริมอย่าง พ่นยุง และ กำจัดไรฝุ่น สำหรับเตรียมงาน
  10. ติดต่อง่ายทั้งโทรศัพท์และ LINE ไวยาวัจกรหรือกรรมการวัดประสานงานได้สะดวก

ก่อนและหลัง: ศาลาการเปรียญที่พร้อมรับงานบุญ

ก่อน

  • กลิ่นอับและกลิ่นโคลนลอยขึ้นจากใต้ถุน
  • เสื่อและฟูกนั่งมีจุดราดำ
  • โรงครัวมีคราบโคลน ใช้ตั้งโรงทานไม่ได้
  • ห้องน้ำญาติโยมยังมีกลิ่นและคราบน้ำ
  • วัดกังวลว่าจะเลื่อนงานบวชหรือไม่

หลัง

  • อากาศในศาลาโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ปูเสื่อใหม่ ฟูกที่เสียหายได้รับการเปลี่ยน
  • โรงครัวสะอาด พร้อมปรุงอาหารเลี้ยงพระและโรงทาน
  • ห้องน้ำผ่านการฆ่าเชื้อ พร้อมรับคนจำนวนมาก
  • งานบวชจัดได้ตามฤกษ์ที่ครอบครัวเลือก

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"ตอนแรกกังวลว่าจะต้องย้ายพระพุทธรูปอย่างไร ทีมงานบอกตั้งแต่วันสำรวจว่าให้ทางวัดจัดการเองตามที่เห็นสมควร เขาจะดูแลแค่ตัวศาลาและอากาศ แล้วก็นัดทำงานหลังพระฉันเพลเสร็จ ไม่รบกวนเวลาทำวัตรเลย วันบวชญาติโยมเข้ามานั่งในศาลาก็ไม่มีใครพูดถึงกลิ่นอับอีก หลวงพ่อก็สบายใจ"

— ไวยาวัจกรวัดริมแม่น้ำ อำเภอบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ทีมงานจะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลหรือไม่?
ตอบ: ไม่ ทางวัดเป็นผู้อัญเชิญหรือคลุมสิ่งศักดิ์สิทธิ์เองตามที่เห็นสมควร ทีมงานดูแลเฉพาะตัวอาคาร พื้นที่ใช้งาน และอากาศภายในเท่านั้น

ถาม: ทำงานในวันพระหรือช่วงทำวัตรได้ไหม?
ตอบ: ทีมงานจะนัดเวลาให้สอดคล้องกับกิจของสงฆ์ เช่น หลังฉันเช้าหรือหลังฉันเพล และหลีกเลี่ยงวันพระหากวัดต้องการ

ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนวันงานบวชกี่วัน?
ตอบ: แนะนำให้ทำหลังขนโคลนและพื้นไม้แห้งพอสมควร และเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันงาน เพื่อให้มีเวลาระบายอากาศ ตรวจซ้ำ และจัดสถานที่

ถาม: ศาลาเปิดโล่ง อบโอโซนได้หรือไม่?
ตอบ: โอโซนได้ผลดีในห้องที่ปิดได้ ส่วนศาลาเปิดโล่งจะเน้นการพ่นฆ่าเชื้อ ULV และการระบายอากาศ ห้องเก็บของ ห้องพักพระ หรือโรงครัวที่ปิดได้จึงเหมาะกับการอบโอโซน

ถาม: พระสงฆ์ต้องออกจากพื้นที่นานเท่าไร?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้องและการระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบ ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีคนหรือสัตว์อยู่ในห้องนั้น

ถาม: คัมภีร์ใบลานหรือหนังสือธรรมะที่เปียกน้ำ ทำอย่างไร?
ตอบ: ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์เอกสารโบราณโดยตรง ไม่ควรนำไปตากแดดจัดหรือใช้สารเคมีเอง ทีมงาน WHD ดูแลห้องและอาคารที่จัดเก็บ

ถาม: วัดต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนวันที่ทีมงานมา?
ตอบ: ขนโคลนออก แยกของที่ต้องทิ้ง อัญเชิญหรือคลุมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ย้ายสัตว์เลี้ยงของวัดออกจากพื้นที่ และแจ้งญาติโยมว่าช่วงเวลาใดไม่ควรเข้าศาลา

ให้ศาลาวัดพร้อมรับญาติโยมในงานบุญครั้งต่อไป

วัดในบางปะหันและพระนครศรีอยุธยา ติดต่อขอสำรวจพื้นที่และนัดวันเวลาที่ไม่กระทบกิจของสงฆ์ได้เลย

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อศาลาวัด #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #เตรียมศาลางานบวช #ฟื้นฟูวัดหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศาลาวัด, อบโอโซนศาลาการเปรียญ, เตรียมศาลาจัดงานบวช, งานทอดกฐินหลังน้ำลด, กำจัดเชื้อราศาลาวัด, บางปะหัน, พระนครศรีอยุธยา 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้