Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 24 จำนวนผู้เข้าชม |
"คุณเอก" พนักงานบริษัทวัยสามสิบแปด อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสองชั้นในซอยแยกจากถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ กับภรรยา ลูกสาววัยหกขวบ และแม่ที่อายุเจ็ดสิบกว่า ห้องน้ำชั้นล่างของบ้านไม่มีหน้าต่าง ใช้พัดลมดูดอากาศบนฝ้าเพดานต่อท่อออกไปทางผนังด้านหลัง ส่วนครัวด้านหลังมีเครื่องดูดควันที่ต่อท่อออกนอกบ้านเช่นกัน
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำในซอยเข้ามาในบ้านสูงราวสามสิบเซนติเมตร ไฟฟ้าชั้นล่างถูกตัดไปหลายวัน ระหว่างนั้นทั้งบ้านปิดทึบ ห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างแทบไม่มีอากาศถ่ายเทเลย และเมื่อน้ำลด ปากท่อระบายอากาศที่ผนังด้านหลังซึ่งอยู่ค่อนข้างต่ำก็มีโคลนและเศษใบไม้อุดอยู่
สองสัปดาห์หลังน้ำลด ไฟกลับมาแล้ว แต่ห้องน้ำยังชื้นตลอดเวลา กระจกเป็นฝ้าทั้งวัน เพดานเหนือฝักบัวมีจุดราดำขยายเป็นวง ยาแนวกระเบื้องเปลี่ยนสี และเมื่อเปิดพัดลมดูดอากาศก็มีเสียงดังผิดปกติ ลมแทบไม่ออก ส่วนในครัวมีกลิ่นอับปนกลิ่นน้ำมันเก่า แม่ของคุณเอกไอบ่อยขึ้นตอนกลางคืน และลูกสาวเริ่มมีผื่นหลังอาบน้ำ
"ทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน แต่ราก็กลับมาทุกวัน" คุณเอกบอกทีมงาน คำตอบคือห้องที่ไม่มีทางให้ความชื้นออก จะไม่มีวันแห้ง ไม่ว่าจะเช็ดบ่อยแค่ไหน บทความนี้จะอธิบายว่าระบบระบายอากาศในห้องน้ำและครัวเกี่ยวข้องกับเชื้อราหลังน้ำท่วมอย่างไร และควรแก้อะไรก่อนหลัง
WHD ไม่ได้รับซ่อมพัดลม เดินสายไฟ หรือติดตั้งท่อระบายอากาศ งานส่วนนี้ควรใช้ช่างไฟฟ้าหรือช่างระบบระบายอากาศ
หลังน้ำลด พื้น ผนัง และของในบ้านจะคายความชื้นออกมาอีกหลายสัปดาห์ ความชื้นนี้ต้องมีทางออก ห้องที่มีหน้าต่างพอเปิดรับลมได้ แต่ห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างและครัวที่ปิดมิดชิดพึ่งพัดลมดูดอากาศเป็นทางออกหลัก เมื่อระบบนี้หยุดทำงาน ความชื้นทั้งหมดก็ค้างอยู่ในห้อง
1. ไฟดับหลายวัน: ช่วงที่ตัดไฟ พัดลมไม่ได้ทำงานเลย ห้องน้ำและครัวที่เพิ่งแช่น้ำจึงอบอยู่ในความชื้นตลอดช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
2. ปากท่อด้านนอกอุดตัน: บ้านที่ต่อท่อระบายอากาศออกผนังในระดับต่ำ ปากท่ออาจจมน้ำ มีโคลนและเศษขยะเข้าไปอุด หรือแผ่นกันย้อนติดค้าง ทำให้ลมออกไม่ได้แม้พัดลมจะหมุน
3. ใบพัดและตะแกรงสกปรก: ฝุ่นที่เกาะใบพัดและตะแกรงอยู่แล้ว เมื่อโดนความชื้นจะกลายเป็นคราบเหนียวที่ราเกาะได้ดี ลมที่ดูดได้จึงลดลงเรื่อย ๆ
4. ท่อลมที่มีน้ำค้าง: หากน้ำเข้าไปในท่ออ่อนหรือท่อที่เดินบนฝ้า น้ำจะค้างในจุดที่ท่อตกท้องช้าง กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราที่ส่งกลิ่นกลับเข้าห้องทุกครั้งที่เปิดพัดลม
5. เครื่องดูดควันในครัว: แผ่นกรองไขมันที่ชื้นจะมีกลิ่นหืนปนกลิ่นอับ และไขมันที่ผสมความชื้นยังเป็นอาหารของเชื้อราด้วย
เขตบึงกุ่มมีทาวน์โฮมและบ้านในหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก หลายหลังออกแบบห้องน้ำไว้กลางบ้านโดยไม่มีหน้าต่าง และเมื่อน้ำท่วมขังในซอยหลายวัน ระบบระบายอากาศจึงกลายเป็นจุดที่ตัดสินว่าห้องจะแห้งหรือจะขึ้นรา
สุขภาพ: สปอร์เชื้อราในห้องน้ำและครัวอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ ไอ จาม และหอบหืด โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ ห้องน้ำชั้นล่างที่เคยแช่น้ำท่วมยังอาจมีเชื้อโรคจากท่อระบายน้ำ เช่น อีโคไล และในพื้นที่น้ำขังมีความเสี่ยงโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส การทำความสะอาดจึงควรสวมถุงมือและรองเท้าบูท
ความปลอดภัยในห้องน้ำ: พื้นที่ชื้นตลอดเวลาลื่นกว่าปกติ เป็นความเสี่ยงสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก
อาหาร: ครัวที่มีกลิ่นอับและความชื้นสูงทำให้อาหารแห้ง ข้าวสาร และเครื่องปรุงขึ้นราได้ง่าย
บ้าน: ฝ้าเพดานห้องน้ำ ยาแนว ซิลิโคน และตู้ไม้ในครัวเสื่อมเร็วขึ้นเมื่อชื้นนาน
ขัดห้องน้ำด้วยน้ำยาฟอกขาวทุกวัน: คราบที่เห็นจางลง แต่ถ้าความชื้นยังออกไม่ได้ ราจะกลับมาในไม่กี่วัน และไอคลอรีนในห้องที่ไม่มีหน้าต่างก็ระคายเคืองทางเดินหายใจ
ทาสีกันราทับเพดาน: ถ้าเพดานยังชื้นและห้องยังระบายอากาศไม่ได้ สีใหม่จะพองและราจะดันกลับขึ้นมา
เปิดพัดลมที่อุดตันทิ้งไว้ทั้งวัน: เสียไฟโดยไม่ได้ช่วยอะไร และอาจทำให้มอเตอร์ร้อนเกินไป
วางถ้วยดูดความชื้นหรือสเปรย์หอม: ช่วยได้น้อยมากในห้องที่ความชื้นเข้ามาใหม่ทุกครั้งที่อาบน้ำ
ปิดประตูห้องน้ำไว้ตลอด: เพื่อกันกลิ่นออกมา แต่กลับขังความชื้นไว้ข้างในมากขึ้น
1. สำรวจ: ทีมงานดูตำแหน่งราในห้องน้ำและครัว สอบถามว่าพัดลมและเครื่องดูดควันได้รับการตรวจจากช่างแล้วหรือยัง และดูว่ามีทางลมให้ระบายอากาศหลังอบโอโซนหรือไม่
2. เตรียมพื้นที่: แนะนำให้เก็บแปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องปรุง และภาชนะใส่อาหารออกจากพื้นที่ หรือเก็บในตู้ปิดมิดชิด
3. พ่นฆ่าเชื้อ: ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ให้ทั่วเพดาน ผนัง มุมห้อง ใต้อ่างล้างหน้า ตู้ครัว และรอบท่อระบายน้ำ
4. อบโอโซน: ใช้ เครื่องอบโอโซน ตามขนาดพื้นที่ ปิดห้องตามเวลาที่กำหนด ให้โอโซนเข้าถึงซอกมุมและช่องเหนือฝ้า เพื่อจัดการสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับ
5. ระบายอากาศ: เปิดพัดลมดูดอากาศที่ช่างตรวจแล้ว เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และแจ้งเวลาที่กลับเข้าพื้นที่ได้
6. ติดตามผล: แนะนำการดูแลความชื้นในห้องน้ำและครัว และนัดตรวจซ้ำหากราหรือกลิ่นกลับมา
สำคัญ: WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น ไม่ได้รับซ่อมพัดลม งานไฟฟ้า หรือติดตั้งท่อระบายอากาศ งานเหล่านี้ควรใช้ช่างไฟฟ้าและช่างระบบระบายอากาศ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
"ขัดห้องน้ำทุกวันจนมือลอก แต่ราก็กลับมา ทีมงานให้ลองจับทิชชูใต้พัดลมดู ปรากฏว่าแทบไม่ดูดเลย พอให้ช่างไฟมาเปลี่ยนพัดลมและเคลียร์ปากท่อ แล้วค่อยพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซน ห้องน้ำแห้งเร็วขึ้นมาก แม่ไอน้อยลง ลูกก็ไม่มีผื่นแล้ว"
— คุณเอก ทาวน์โฮมย่านนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: พัดลมดูดอากาศไม่ได้จมน้ำ ต้องให้ช่างตรวจด้วยไหม?
ตอบ: ควรตรวจ หากมีโอกาสที่น้ำฝนหรือน้ำท่วมไหลเข้าท่อหรือสายไฟ หรือพัดลมมีเสียงผิดปกติ การให้ช่างดูก่อนปลอดภัยกว่า
ถาม: ห้องน้ำไม่มีหน้าต่าง จะอบโอโซนแล้วระบายอากาศได้อย่างไร?
ตอบ: ใช้พัดลมดูดอากาศที่ช่างตรวจแล้วร่วมกับการเปิดประตูและหน้าต่างในส่วนอื่นของบ้าน ทีมงานจะวางแผนทางลมและแจ้งเวลากลับเข้าห้องให้
ถาม: อบโอโซนช่วยให้ห้องน้ำแห้งไหม?
ตอบ: ไม่ใช่หน้าที่ของโอโซน โอโซนช่วยจัดการสปอร์และกลิ่น ส่วนความแห้งต้องมาจากการระบายอากาศที่ทำงานได้ดี
ถาม: ต้องล้างท่อระบายอากาศด้านในด้วยไหม?
ตอบ: หากท่อมีน้ำค้างหรือมีกลิ่นอับออกมาทุกครั้งที่เปิดพัดลม ควรให้ช่างระบบระบายอากาศตรวจ และพิจารณาเปลี่ยนท่ออ่อนที่เสียหาย
ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องออกจากบ้านไหม?
ตอบ: ต้องออกจากพื้นที่ที่อบ และปิดทางเชื่อมไปส่วนอื่นของบ้าน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้
ถาม: WHD ติดตั้งหรือซ่อมพัดลมดูดอากาศไหม?
ตอบ: ไม่ WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น งานไฟฟ้าและงานติดตั้งท่อควรใช้ช่างเฉพาะทาง
ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังน้ำท่วมได้ทุกวัน
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #พัดลมดูดอากาศ #ห้องน้ำอับชื้น #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บึงกุ่ม
คำค้นหา: พัดลมดูดอากาศหลังน้ำท่วม, ห้องน้ำอับชื้น, ระบบระบายอากาศห้องน้ำ, ครัวมีกลิ่นอับ, ท่อระบายอากาศ, กำจัดเชื้อรา, อบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, บึงกุ่ม กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569