บ้านพักเด็กของมูลนิธิน้ำท่วม จะรับเด็ก ๆ กลับบ้านได้เมื่อไร? เตรียมห้องนอนรวม ห้องน้ำ โรงครัว และของเล่นด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนอย่างปลอดภัย ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เด็กเป็นภูมิแพ้จากที่นอน

บ้านพักเด็กของมูลนิธิน้ำท่วม จะรับเด็ก ๆ กลับบ้านได้เมื่อไร? เตรียมห้องนอนรวม ห้องน้ำ โรงครัว และของเล่นด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนอย่างปลอดภัย ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: "เมื่อไรหนูจะได้กลับบ้าน"

"ครูนิด" เป็นผู้ดูแลประจำบ้านพักเด็กของมูลนิธิเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซอยย่านดอนเมือง บ้านหลังนี้เป็นอาคารสองชั้น รับดูแลเด็กอายุตั้งแต่สี่ขวบถึงสิบห้าปีราวสามสิบคน ชั้นล่างเป็นโรงครัว ห้องกินข้าว ห้องทำการบ้าน และห้องเก็บของบริจาค ชั้นบนเป็นห้องนอนรวมแยกเด็กชายและเด็กหญิง หลังบ้านมีลานเล่นเล็ก ๆ ที่เด็ก ๆ ชอบที่สุด

เมื่อน้ำจากคลองใกล้บ้านเอ่อเข้าซอยและขังนานกว่าสองสัปดาห์ มูลนิธิตัดสินใจพาเด็กทั้งหมดไปพักชั่วคราวที่อาคารของเครือข่ายในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม ทุกคนปลอดภัย แต่ทุกคืนก่อนนอน เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดจะถามครูนิดซ้ำ ๆ ว่า "เมื่อไรหนูจะได้กลับบ้าน"

วันที่น้ำลด ครูนิดกับอาสาสมัครอีกสองคนกลับมาเปิดบ้าน ชั้นล่างมีคราบโคลนสูงเกือบเข่า ตู้กับข้าวในโรงครัวบวม ห้องทำการบ้านมีโต๊ะไม้อัดพองน้ำ กล่องของเล่นบริจาคแช่น้ำจนเปื่อย ห้องน้ำมีกลิ่นท่อย้อนขึ้นมา ส่วนชั้นบนแม้น้ำไม่ถึง แต่ห้องนอนรวมที่ปิดไว้นานมีกลิ่นอับชื้น ที่นอนหลายผืนมีจุดราขึ้นตามมุม และผ้าม่านมีกลิ่นเหม็นอับ

ครูนิดรู้ดีว่าเด็กหลายคนในบ้านมีโรคภูมิแพ้ บางคนเป็นหอบหืด และเด็กเล็กชอบนั่งเล่นบนพื้น หยิบของเข้าปาก คำถามของมูลนิธิจึงไม่ใช่แค่ "จะรับเด็กกลับเมื่อไร" แต่เป็น "จะทำให้บ้านปลอดภัยพอสำหรับเด็กได้อย่างไร" บทความนี้รวบรวมแนวทางที่ใช้ได้จริงสำหรับบ้านพักเด็ก สถานสงเคราะห์ และมูลนิธิที่ดูแลเด็กหลังน้ำท่วม

ทำไมบ้านพักเด็กต้องฟื้นฟูละเอียดกว่าบ้านทั่วไป

  • เด็กมีความไวต่อเชื้อโรคและสปอร์เชื้อรามากกว่าผู้ใหญ่ ระบบภูมิคุ้มกันและทางเดินหายใจของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืดอาจมีอาการกำเริบได้ง่าย
  • เด็กเล็กเล่นบนพื้นและหยิบของเข้าปาก พื้น ของเล่น และขอบโต๊ะที่ยังมีเชื้อจากน้ำท่วมจึงเป็นความเสี่ยงโดยตรง
  • คนจำนวนมากอยู่ร่วมกัน ห้องนอนรวม ห้องน้ำรวม และโรงครัวที่ทำอาหารวันละสามมื้อ หากมีเชื้อโรคค้างอยู่ก็แพร่ต่อกันได้เร็ว
  • มีของบริจาคจำนวนมาก เสื้อผ้า ตุ๊กตา หนังสือ และของเล่นที่เก็บไว้ชั้นล่างมักจมน้ำ ต้องคัดแยกอย่างเป็นระบบ
  • งบประมาณและกำลังคนจำกัด มูลนิธิส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน การวางแผนที่ดีช่วยให้ทุกบาทและทุกแรงถูกใช้อย่างคุ้มค่า

ความเสี่ยงหากรับเด็กกลับเร็วเกินไป

ด้านสุขภาพ: น้ำท่วมอาจพาเชื้อแบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคอุจจาระร่วง และเชื้อเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) มาค้างบนพื้นและผนัง เด็กอาจมีผื่นผิวหนัง ท้องเสีย หรือไอเรื้อรังจากสปอร์เชื้อราในห้องนอน หากเด็กมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หรือท้องเสียรุนแรงหลังน้ำท่วม ควรพาไปพบแพทย์

ด้านจิตใจ: เด็กหลายคนในบ้านพักเคยผ่านความไม่มั่นคงในชีวิตมาก่อน การกลับมาบ้านที่เหม็นอับ มืด และรก อาจทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย การรอเพิ่มอีกไม่กี่วันเพื่อให้บ้านกลับมาสดชื่นจึงคุ้มค่า

ด้านความน่าเชื่อถือ: ผู้บริจาค นักสังคมสงเคราะห์ และหน่วยงานที่ส่งต่อเด็กอยากเห็นว่ามูลนิธิดูแลสภาพแวดล้อมของเด็กอย่างรับผิดชอบ

วิธีที่มักทำกันแต่ยังไม่เพียงพอสำหรับบ้านที่มีเด็ก

  • ราดน้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้นทั่วบ้าน ไอคลอรีนระคายเคืองทางเดินหายใจของเด็กที่เป็นหอบหืด และถ้าผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศในห้องนอน กลบกลิ่นได้ไม่นาน และสารแต่งกลิ่นบางชนิดก็กระตุ้นภูมิแพ้ในเด็ก
  • เอาที่นอนตากแดดวันเดียวแล้วใช้ต่อ ที่นอนที่มีราขึ้นภายในแล้ว การตากแดดไม่สามารถกำจัดราที่ฝังลึกได้
  • ล้างของเล่นด้วยน้ำเปล่า ของเล่นที่แช่น้ำท่วมต้องล้างด้วยสบู่และฆ่าเชื้อ ส่วนตุ๊กตาผ้าที่จมน้ำนานมักต้องคัดทิ้ง
  • ทาสีทับรอยรา ราจะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ เพราะผนังยังชื้นอยู่ภายใน

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซน ในช่วงที่เด็กยังไม่กลับ

ช่วงที่เด็ก ๆ ยังพักอยู่ที่อื่นคือจังหวะที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูบ้าน เพราะทำงานได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเด็กอยู่ในพื้นที่ World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ และ อบโอโซน สำหรับบ้านพักเด็กและอาคารที่ดูแลเด็กหลังน้ำท่วม

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจร่วมกับผู้ดูแลบ้าน เดินดูทุกห้อง ทั้งห้องนอนรวม ห้องน้ำ โรงครัว ห้องทำการบ้าน ห้องเก็บของบริจาค และลานเล่น ระบุจุดที่มีราและวัสดุที่ควรเปลี่ยน
  2. แนะนำการคัดแยกและเตรียมพื้นที่ ที่นอนและตุ๊กตาผ้าที่จมน้ำหรือมีราฝังลึกควรเปลี่ยน ของเล่นพลาสติกนำไปล้างด้วยสบู่ ขนโคลนและเฟอร์นิเจอร์ที่บวมน้ำออก เก็บเอกสารประจำตัวเด็กไว้ในที่แห้งและปลอดภัย
  3. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ครอบคลุมพื้น ผนังส่วนล่าง ห้องน้ำ โรงครัว ราวบันได มือจับประตู และเตียงสองชั้น
  4. อบโอโซนแบบช็อก ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ในห้องนอนรวม ห้องทำการบ้าน และห้องเก็บของ เพื่อลดสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายกลิ่นอับที่ฝังในผ้าม่าน ตู้ และผนัง
  5. ระบายอากาศเต็มที่ เปิดประตูหน้าต่างทุกบานจนโอโซนสลายตัวหมด ก่อนให้เจ้าหน้าที่กลับเข้า และก่อนรับเด็กกลับอย่างน้อยหนึ่งวัน
  6. ตรวจซ้ำก่อนวันรับเด็ก ประเมินกลิ่นร่วมกับผู้ดูแล ตรวจจุดเสี่ยงอีกครั้ง และแนะนำการดูแลความชื้นในห้องนอนช่วงฤดูฝน
ความปลอดภัยของเด็กเป็นอันดับแรก: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีเด็ก เจ้าหน้าที่ สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้อง ต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้า และแนะนำให้รับเด็กกลับหลังจากระบายอากาศแล้วอย่างน้อยหนึ่งวัน ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับห้องที่มีคอมพิวเตอร์หรือทีวี และแนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางออกก่อน

เช็กลิสต์ห้องต่อห้อง ก่อนวันรับเด็กกลับ

  • ห้องนอนรวม: เปลี่ยนที่นอนที่มีรา ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อน ตรวจใต้เตียงสองชั้นและมุมห้องว่าไม่มีจุดรา
  • ห้องน้ำรวม: ล้างท่อระบายน้ำ เทน้ำลงท่อให้มีน้ำขังในคอห่านเพื่อกันกลิ่นย้อน ตรวจยาแนวและซิลิโคนที่มีรา
  • โรงครัว: ทิ้งอาหารและวัตถุดิบที่โดนน้ำท่วม ล้างและฆ่าเชื้อภาชนะ ตรวจตู้กับข้าวและใต้ซิงก์ ล้างตู้เย็นให้สะอาด
  • ห้องทำการบ้าน: คัดหนังสือเรียนและสมุดที่จมน้ำ ตรวจโต๊ะไม้อัดที่บวม ทำความสะอาดคอมพิวเตอร์หลังช่างตรวจระบบไฟ
  • ห้องเก็บของบริจาค: คัดแยกเสื้อผ้าและของเล่นที่จมน้ำ จัดชั้นวางให้สูงจากพื้นและห่างผนัง
  • ลานเล่น: เก็บเศษขยะ ล้างโคลนบนเครื่องเล่น เทน้ำขังในกระถางและภาชนะเพื่อลดแหล่งเพาะยุง
  • ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา: ให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กและสายไฟชั้นล่างก่อนใช้งาน และตรวจคุณภาพน้ำดื่มให้แน่ใจ

เตรียมใจเด็ก ๆ ก่อนวันกลับบ้าน

การฟื้นฟูบ้านไม่ได้มีแค่เรื่องความสะอาด สำหรับเด็กที่ต้องย้ายที่พักกะทันหัน การกลับบ้านเป็นเหตุการณ์สำคัญทางใจ ผู้ดูแลสามารถช่วยให้เด็กรู้สึกมั่นคงขึ้นได้ด้วยวิธีง่าย ๆ

  • บอกเด็ก ๆ ล่วงหน้าว่าบ้านกำลังได้รับการทำความสะอาด และจะกลับได้วันไหน เพื่อลดความกังวล
  • อธิบายสั้น ๆ ว่าของเล่นบางชิ้นต้องทิ้งเพราะโดนน้ำสกปรก และชวนเด็กเลือกของเล่นชิ้นใหม่จากของบริจาคที่สะอาด
  • จัดห้องนอนให้คล้ายเดิมมากที่สุด เช่น วางเตียงตำแหน่งเดิม เพื่อให้เด็กรู้สึกคุ้นเคย
  • สอนเด็กโตให้ช่วยสังเกตกลิ่นอับหรือจุดราในห้อง และบอกผู้ดูแลทันทีหากพบ
  • ทบทวนเรื่องการล้างมือก่อนกินข้าวและหลังเล่นที่ลานบ้าน ช่วงสองสามสัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน

10 เหตุผลที่มูลนิธิและบ้านพักเด็กเลือกพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

  1. ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพเด็ก การพ่นฆ่าเชื้อ ครอบคลุมพื้นและพื้นผิวที่เด็กสัมผัสทุกวัน
  2. ลดสปอร์เชื้อราในห้องนอนรวม การอบโอโซน ช่วยให้เด็กที่มีภูมิแพ้และหอบหืดนอนหลับสบายขึ้น
  3. กำจัดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ ไม่ต้องพึ่งสเปรย์ปรับอากาศที่อาจกระตุ้นภูมิแพ้
  4. ทำงานในช่วงที่เด็กยังไม่กลับ ไม่รบกวนกิจวัตรของเด็ก และไม่มีเด็กอยู่ในพื้นที่ระหว่างทำงาน
  5. เข้าถึงซอกมุมที่เช็ดไม่ถึง ใต้เตียงสองชั้น หลังตู้ และช่องว่างในห้องน้ำ
  6. ใช้น้ำยาที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ใช้ในงานพ่นละอองฝอยของทีมงาน
  7. ไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมีแรง เหมาะกับพื้นที่ที่เด็กกินและนอน
  8. ช่วยให้รับเด็กกลับได้ตามแผน มีขั้นตอนและวันที่ชัดเจนให้แจ้งเด็ก ผู้บริจาค และนักสังคมสงเคราะห์
  9. ต่อยอดดูแลที่นอนและหมอน ร่วมกับ บริการกำจัดไรฝุ่น สำหรับที่นอนชั้นบนที่ไม่ได้จมน้ำแต่อับชื้น
  10. ลดยุงรอบบ้าน ร่วมกับ บริการพ่นยุง เพราะน้ำขังหลังน้ำลดเป็นแหล่งเพาะยุงลาย พาหะไข้เลือดออก

ก่อน

  • ชั้นล่างมีคราบโคลนสูงเกือบเข่า ห้องน้ำมีกลิ่นท่อ
  • ห้องนอนรวมอับชื้น ที่นอนมีจุดราตามมุม
  • ของเล่นและตุ๊กตาบริจาคแช่น้ำ
  • โรงครัวมีตู้บวมและกลิ่นเหม็นอับ
  • เด็ก ๆ ยังกลับบ้านไม่ได้ และถามทุกคืนว่าเมื่อไรจะได้กลับ

หลัง

  • ล้างโคลน คัดแยกของเสียหาย และเปลี่ยนที่นอนที่มีรา
  • ทุกห้องผ่านการพ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H
  • ห้องนอนรวมและห้องทำการบ้านผ่านการอบโอโซนและระบายอากาศ
  • กลิ่นอับลดลงชัดเจน ห้องน้ำไม่มีกลิ่นท่อย้อน
  • มูลนิธิรับเด็ก ๆ กลับบ้านได้ตามกำหนด

เสียงจากผู้ดูแลบ้านพักเด็ก

"เราอยากรับเด็กกลับเร็วที่สุด แต่ก็กลัวว่าบ้านยังไม่ปลอดภัย พอได้แผนงานที่ชัดเจน รู้ว่าต้องคัดของอะไรทิ้ง วันไหนพ่นฆ่าเชื้อ วันไหนอบโอโซน และต้องระบายอากาศกี่วัน ก็แจ้งเด็ก ๆ ได้ว่าจะกลับบ้านวันไหน วันที่เด็ก ๆ กลับมา คนเล็กที่สุดวิ่งขึ้นไปห้องนอนแล้วบอกว่าบ้านหอมกว่าเดิมอีก"
— ครูนิด (นามสมมุติ) ผู้ดูแลบ้านพักเด็กของมูลนิธิ ย่านดอนเมือง

ข้อความนี้เป็นเรื่องเล่าตัวอย่างจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสภาพอาคารแต่ละแห่ง และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: หลังอบโอโซนแล้ว รับเด็กกลับได้เลยไหม?
ตอบ: ต้องระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวหมดก่อน และแนะนำให้รับเด็กกลับหลังจากระบายอากาศแล้วอย่างน้อยหนึ่งวัน เพื่อความมั่นใจและให้บ้านได้ถ่ายเทอากาศเต็มที่

ถาม: น้ำยาที่ใช้พ่นปลอดภัยกับเด็กไหม?
ตอบ: ทีมงานพ่นในช่วงที่ไม่มีเด็กอยู่ในอาคาร และแนะนำระยะเวลาก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่ตามสภาพงาน หลังจากนั้นควรเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวที่เด็กสัมผัสบ่อยตามปกติ

ถาม: ตุ๊กตาและของเล่นบริจาคที่จมน้ำควรเก็บไว้ไหม?
ตอบ: ของเล่นพลาสติกแข็งล้างด้วยสบู่และฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้ ส่วนตุ๊กตาผ้า หนังสือ และของเล่นที่มีฟองน้ำด้านในซึ่งแช่น้ำท่วมนาน มักแนะนำให้คัดทิ้งเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

ถาม: ที่นอนชั้นบนที่ไม่ได้จมน้ำแต่มีกลิ่นอับต้องเปลี่ยนไหม?
ตอบ: ถ้ายังไม่มีราขึ้นชัดเจน อาจใช้การอบโอโซนห้องร่วมกับการกำจัดไรฝุ่นและผึ่งให้แห้งสนิท แต่ถ้ามีจุดราแล้วควรเปลี่ยน โดยเฉพาะที่นอนของเด็กที่เป็นภูมิแพ้

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน?
ตอบ: บ้านพักเด็กขนาดสองชั้นทั่วไป งานพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนมักเสร็จได้ภายในหนึ่งวันรวมช่วงระบายอากาศ ทีมงานจะยืนยันเวลาหลังสำรวจพื้นที่จริง

ถาม: ควรแจ้งใครบ้างก่อนรับเด็กกลับ?
ตอบ: ควรแจ้งคณะกรรมการมูลนิธิ นักสังคมสงเคราะห์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็ก และผู้บริจาคหลัก พร้อมสรุปสิ่งที่ทำไป จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่าย

พาเด็ก ๆ กลับบ้านที่ปลอดภัยและหายใจได้สดชื่น

ทีม WHD ให้บริการบ้านพักเด็ก มูลนิธิ และอาคารชุมชนในเขตดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บางเขน และพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บ้านพักเด็ก #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ดอนเมือง

คำค้นหา: บ้านพักเด็กหลังน้ำท่วม, มูลนิธิบ้านพักเด็ก, ก่อนรับเด็กกลับ, พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องนอนเด็ก, ดอนเมือง กรุงเทพฯ 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้