เป็นเบาหวานแล้วต้องเดินลุยน้ำจนมีแผลที่เท้า บ้านต้องสะอาดแค่ไหนหลังน้ำลด? คู่มือดูแลพื้น ห้องน้ำ รองเท้า และกลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เขตบางบอน กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชุดทำความสะอาดพื้นผนังหลังน้ำท่วม

เป็นเบาหวานแล้วต้องเดินลุยน้ำจนมีแผลที่เท้า บ้านต้องสะอาดแค่ไหนหลังน้ำลด? คู่มือดูแลพื้น ห้องน้ำ รองเท้า และกลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เขตบางบอน กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเรื่องการดูแลความสะอาดในบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลที่เท้า โดยเฉพาะแผลที่โดนน้ำท่วม ควรพบแพทย์หรือพยาบาลโดยเร็ว และดูแลแผลตามคำแนะนำของทีมรักษาเท่านั้น หากแผลบวมแดง มีหนอง มีกลิ่น ผิวรอบแผลคล้ำ หรือมีไข้ ให้รีบไปโรงพยาบาล

เรื่องเล่าจากหน้างาน: แผลเล็กที่ลุงไม่รู้สึก

"ลุงประเสริฐ" อายุหกสิบสาม เป็นเบาหวานมาสิบกว่าปี ปลายเท้าทั้งสองข้างเริ่มชา คุณหมอเคยเตือนให้ตรวจเท้าทุกวันและห้ามเดินเท้าเปล่า ลุงอยู่กับ "ป้าวันดี" ภรรยา ในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวในซอยแยกถนนเอกชัย เขตบางบอน ใกล้คลองที่น้ำเอ่อขึ้นมาทุกครั้งที่ฝนตกหนัก

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำในซอยสูงเกือบถึงหัวเข่าอยู่หลายวัน ลุงต้องเดินลุยน้ำไปเข็นรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นที่สูง และออกไปรับของบริจาคหน้าปากซอยอีกหลายรอบ ลุงใส่รองเท้าแตะเพราะรองเท้าผ้าใบเปียกหมด ระหว่างทางเท้าคงเกี่ยวกับเศษอะไรบางอย่างใต้น้ำ แต่ลุงไม่รู้สึกเลยเพราะปลายเท้าชา

สามวันต่อมา ป้าวันดีสังเกตเห็นรอยแดงและแผลถลอกที่ข้างนิ้วโป้งเท้าขวา จึงพาลุงไปโรงพยาบาลทันที พยาบาลทำแผล ให้ยาตามที่แพทย์สั่ง และกำชับให้รักษาแผลให้สะอาดและแห้ง นัดมาดูแผลซ้ำ

เมื่อกลับถึงบ้าน ป้าวันดีมองพื้นกระเบื้องที่ยังมีคราบโคลน ห้องน้ำที่มีกลิ่นท่อ และพรมเช็ดเท้าที่เปียกชื้น แล้วถามตัวเองว่า "บ้านแบบนี้ ลุงจะเดินในบ้านได้อย่างปลอดภัยไหม ต้องสะอาดแค่ไหนถึงจะพอ"

ทำไมเท้าของผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษหลังน้ำท่วม

  • อาการชาที่ปลายเท้า ทำให้ไม่รู้สึกเมื่อเหยียบของมีคม หรือเมื่อเกิดแผลเล็ก ๆ จึงมักพบแผลช้า
  • แผลหายช้ากว่าคนทั่วไป ระดับน้ำตาลที่ควบคุมได้ไม่ดีและการไหลเวียนเลือดที่ลดลง อาจทำให้แผลเล็ก ๆ ลุกลามได้
  • น้ำท่วมมีเชื้อโรคจำนวนมาก น้ำท่วมปนน้ำจากท่อระบายน้ำ สิ่งปฏิกูล และดินโคลน แผลที่สัมผัสน้ำท่วมจึงเสี่ยงติดเชื้อ
  • ผิวเท้าที่แช่น้ำนานจะเปื่อยและแตกง่าย ซอกนิ้วเท้าที่อับชื้นยังเสี่ยงต่อเชื้อราที่ผิวหนัง
  • พื้นบ้านคือพื้นผิวที่เท้าสัมผัสบ่อยที่สุด หากพื้นยังมีคราบโคลนและความชื้น เท้าก็สัมผัสสิ่งสกปรกซ้ำทุกวัน

นอกจากนี้ ผู้ที่ลุยน้ำทุกคนควรระวังโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

บ้านต้องสะอาดแค่ไหน: หลักคิดง่าย ๆ สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยเบาหวาน

ไม่มีบ้านไหนปลอดเชื้อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่บ้านที่มีผู้ป่วยเบาหวานซึ่งมีแผลที่เท้า ควรมุ่งไปที่สามเรื่องหลัก

1. ไม่มีคราบโคลนและตะกอนน้ำท่วมเหลือบนพื้น โดยเฉพาะทางเดินจากห้องนอนไปห้องน้ำ ห้องครัว และหน้าประตูบ้าน

2. พื้นแห้ง ความชื้นทำให้ผิวเท้าเปื่อย และทำให้เชื้อราเติบโตบนพื้นผิวและในอากาศ

3. ไม่มีของมีคมหรือเศษวัสดุ น้ำท่วมพัดเศษแก้ว ตะปู เศษไม้ และเปลือกหอยเข้ามาในบ้านได้ ต้องเก็บกวาดให้หมดก่อน

เมื่อสามเรื่องนี้เรียบร้อย การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนจะช่วยลดเชื้อโรคและกลิ่นอับที่เหลืออยู่ ส่วนผู้ป่วยเองก็ยังต้องสวมรองเท้าในบ้านตามที่แพทย์แนะนำเสมอ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  1. ให้ผู้ป่วยเบาหวานลงมือขัดล้างบ้านเอง การยืนแช่น้ำ ใช้แปรงขัด และเหยียบเศษวัสดุ เพิ่มความเสี่ยงเกิดแผลใหม่ ควรให้สมาชิกคนอื่นหรือทีมงานทำแทน
  2. เดินเท้าเปล่าในบ้านระหว่างทำความสะอาด แม้จะเป็นบ้านตัวเอง ก็ยังอาจมีเศษคมซ่อนอยู่ใต้โคลน
  3. ใช้รองเท้าที่จมน้ำต่อ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังที่จมน้ำท่วมมักอับชื้นและมีกลิ่น ควรทิ้งและซื้อคู่ใหม่ที่พอดีเท้า
  4. ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นแล้วเดินเหยียบทันที สารเคมีเข้มข้นระคายเคืองผิวเท้าและแผล ควรล้างน้ำสะอาดตามหลังและรอให้แห้ง
  5. ใส่ยาหรือสมุนไพรบนแผลเอง ควรดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลเท่านั้น
  6. ใช้พรมเช็ดเท้าเดิมที่จมน้ำ พรมเช็ดเท้าอมความชื้นและเชื้อโรค ควรทิ้งและใช้ผ้าเช็ดเท้าที่ซักได้ เปลี่ยนบ่อย ๆ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ + อบโอโซน หลังล้างโคลนและเก็บเศษวัสดุ

World Health Disinfection (WHD) ช่วยฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมด้วยสองขั้นตอนที่เสริมกัน

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ละอองเข้าถึงร่องยาแนว ขอบผนัง ใต้เตียง มุมห้องน้ำ และทางเดินในบ้าน ช่วยลดเชื้อโรคบนพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม

2. บริการอบโอโซน ใช้ก๊าซโอโซนในห้องที่ปิด ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในผ้าม่าน เบาะ และตู้เสื้อผ้า

ลำดับงาน

  1. สำรวจหน้างาน ทีมงานดูระดับน้ำ พื้นกระเบื้อง ห้องน้ำ จุดอับชื้น และขนาดห้อง
  2. แนะนำการล้างโคลน เก็บเศษวัสดุ และคัดแยกของ เช่น พรม รองเท้า และผ้าที่ควรทิ้ง ส่วนปลั๊กไฟที่เคยจมน้ำควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจ
  3. พ่นฆ่าเชื้อ พื้นทั้งบ้าน ห้องน้ำ ห้องครัว และทางเข้าบ้าน
  4. อบโอโซน ปิดห้องและควบคุมปริมาณ ระหว่างนี้ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้อง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง เช่น เครื่องตรวจน้ำตาล ควรย้ายออกหรือคลุมไว้ ชิ้นส่วนยางบางชนิดอาจเสื่อมเร็วหากโดนโอโซนเข้มข้นนาน
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างจนโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ก่อนเข้าบ้าน
  6. ตรวจซ้ำ ประเมินกลิ่น จุดชื้น และแนะนำการดูแลต่อเนื่อง

จุดในบ้านที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ห้องน้ำ เป็นจุดที่เท้าเปียกบ่อยที่สุด ควรขัดยาแนว ตรวจท่อระบายน้ำไม่ให้มีกลิ่นย้อน วางแผ่นกันลื่น และเตรียมผ้าเช็ดเท้าแห้งสะอาดไว้หน้าห้องน้ำ

ข้างเตียง เป็นจุดที่ผู้ป่วยวางเท้าลงพื้นทุกเช้า ควรสะอาด แห้ง และมีรองเท้าในบ้านวางไว้พร้อมสวม

ทางเข้าบ้าน ควรมีจุดถอดรองเท้านอกบ้าน และไม่ให้โคลนจากถนนถูกเหยียบเข้ามาในบ้าน

ตู้รองเท้าและตู้เสื้อผ้า ถุงเท้าและรองเท้าที่เก็บไว้ในตู้ชั้นล่างอาจอับชื้นจนขึ้นรา ควรคัดทิ้งของที่จมน้ำ

ห้องครัว พื้นครัวมักลื่นจากน้ำมันและน้ำ หลังน้ำท่วมยังอาจมีคราบโคลนตามขาโต๊ะและใต้ตู้

แผนเจ็ดวันของบ้านลุงประเสริฐ

  • วันที่ 1: ลูกชายและหลานมาช่วยล้างโคลน เก็บเศษแก้วและเศษไม้ที่น้ำพัดเข้ามา ลุงพักที่บ้านญาติ ไม่ต้องลงมือเอง
  • วันที่ 2: ทิ้งพรมเช็ดเท้า รองเท้า และถุงเท้าที่จมน้ำ ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กและเต้ารับชั้นล่าง
  • วันที่ 3: ช่างประปาตรวจท่อระบายน้ำในห้องน้ำ เปิดหน้าต่างให้แดดและลมเข้าเต็มที่
  • วันที่ 4: ทีม WHD พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน แล้วระบายอากาศตามเวลาที่แจ้ง
  • วันที่ 5: ซื้อรองเท้าในบ้านคู่ใหม่ที่พอดีเท้า แผ่นกันลื่นห้องน้ำ และผ้าเช็ดเท้าที่ซักได้
  • วันที่ 6: ลุงกลับบ้าน ป้าวันดีจัดไฟส่องทางเดินจากห้องนอนไปห้องน้ำ
  • วันที่ 7: ลุงไปตรวจแผลตามนัด และแจ้งพยาบาลว่าบ้านทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

กิจวัตรเล็ก ๆ ที่ครอบครัวช่วยกันได้ทุกวัน

หลังกลับบ้าน ป้าวันดีตั้งกิจวัตรง่าย ๆ ทุกเย็นก่อนนอน คือให้ลุงนั่งบนเก้าอี้ใต้ไฟสว่าง แล้วช่วยกันดูเท้าทั้งสองข้าง ทั้งฝ่าเท้า ซอกนิ้ว และส้นเท้า หากเห็นรอยแดง แผลใหม่ ตุ่มพอง หรือผิวเปลี่ยนสี ก็จดไว้และโทรถามพยาบาลตามที่ได้รับคำแนะนำ ไม่ลองรักษาเอง ระหว่างวันลุงสวมรองเท้าในบ้านตลอด ถุงเท้าเปลี่ยนวันละครั้งหรือทันทีที่เปียก ส่วนพื้นบ้านก็ถูด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งทุกวันในช่วงสองสัปดาห์แรก กิจวัตรเหล่านี้ไม่ได้แทนการรักษา แต่ช่วยให้ครอบครัวพบปัญหาได้เร็วขึ้น

เช็กลิสต์บ้านสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหลังน้ำลด

  • ไม่มีคราบโคลนบนพื้น โดยเฉพาะทางเดินห้องนอนถึงห้องน้ำ
  • เก็บเศษแก้ว ตะปู และเศษวัสดุที่น้ำพัดมาหมดแล้ว
  • พื้นแห้งสนิท ไม่มีกลิ่นอับ
  • พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแล้ว และระบายอากาศครบ
  • ทิ้งรองเท้า ถุงเท้า และพรมเช็ดเท้าที่จมน้ำแล้ว
  • มีรองเท้าในบ้านคู่ใหม่ที่พอดีเท้า วางไว้ข้างเตียง
  • ห้องน้ำมีแผ่นกันลื่นและไม่มีกลิ่นท่อ
  • มีไฟส่องสว่างพอในทางเดินตอนกลางคืน
  • มีกระจกบานเล็กหรือไฟฉายสำหรับตรวจเท้าทุกวัน
  • จดวันนัดตรวจแผลไว้ในที่ที่เห็นชัด

10 เหตุผลที่ครอบครัวในบางบอนเลือก WHD

  1. สำรวจโดยคำนึงถึงทางเดินที่ผู้ป่วยใช้ทุกวัน
  2. พ่นฆ่าเชื้อ แบบละอองฝอย เข้าถึงร่องยาแนวและมุมห้องน้ำ
  3. ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อที่ WHD จัดจำหน่ายและใช้งานจริง
  4. อบโอโซน ช่วยลดกลิ่นอับและสปอร์เชื้อราในบ้านริมคลอง
  5. ควบคุมปริมาณโอโซนตามขนาดห้อง พร้อมคำแนะนำเรื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  6. มีขั้นตอนระบายอากาศชัดเจนก่อนเข้าบ้าน
  7. แนะนำการคัดทิ้งรองเท้า พรม และผ้าที่จมน้ำ
  8. มีบริการ พ่นยุง รอบบ้านหลังน้ำลด
  9. ลดภาระครอบครัว ไม่ต้องให้ผู้ป่วยลงมือขัดล้างเอง
  10. ติดต่อง่ายทางโทรศัพท์และ LINE @whd268

ก่อนและหลัง: บ้านของลุงประเสริฐ

ก่อน

  • พื้นกระเบื้องมีคราบโคลนและตะกอน
  • ห้องน้ำมีกลิ่นท่อ ยาแนวดำ
  • พรมเช็ดเท้าเปียก รองเท้าในตู้อับชื้น
  • บ้านมีกลิ่นอับ
  • ครอบครัวไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยพอสำหรับเท้าที่มีแผลหรือไม่

หลัง

  • พื้นสะอาด แห้ง ไม่มีเศษวัสดุ
  • ห้องน้ำขัดล้าง พ่นฆ่าเชื้อ และมีแผ่นกันลื่น
  • รองเท้าในบ้านคู่ใหม่ ผ้าเช็ดเท้าซักได้
  • กลิ่นอับลดลงชัดเจนหลังอบโอโซนและระบายอากาศ
  • ลุงไปตรวจแผลตามนัด และครอบครัวมีกิจวัตรตรวจเท้าทุกวัน

เสียงจากผู้ใช้บริการ (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"เราไม่อยากให้ลุงต้องมาขัดบ้านเองตอนเท้ามีแผล ทีมงานช่วยบอกว่าอะไรควรทิ้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนให้ พอบ้านแห้งไม่มีกลิ่น ป้าก็สบายใจขึ้น ส่วนแผลก็ไปให้พยาบาลดูตามนัดทุกครั้ง"

ป้าวันดี ภรรยาผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เขตบางบอน กรุงเทพฯ (เรื่องเล่าเชิงสถานการณ์)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อในบ้านแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานเดินเท้าเปล่าได้ไหม?
ตอบ: ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการชาหรือมีแผล ควรสวมรองเท้าในบ้านตามคำแนะนำของแพทย์เสมอ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อโรคบนพื้น แต่ไม่ได้ป้องกันการเหยียบของมีคมหรือการกระแทก

ถาม: อบโอโซนช่วยรักษาแผลที่เท้าได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมในห้อง ลดสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับ ไม่ใช่การรักษาแผล การดูแลแผลต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล

ถาม: ผู้ป่วยอยู่ในบ้านระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกพื้นที่ทำงานตลอดการพ่น การอบ และการระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าบ้านได้

ถาม: รองเท้าที่จมน้ำท่วม ซักแล้วใส่ต่อได้ไหม?
ตอบ: สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่แนะนำ เพราะรองเท้าที่อับชื้นอาจมีเชื้อและรูปทรงเปลี่ยนจนเสียดสีเท้า ควรใช้คู่ใหม่ที่พอดีเท้า

ถาม: แผลเล็กนิดเดียว รอดูก่อนได้ไหม?
ตอบ: สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แผลที่เท้าแม้เล็กก็ควรให้แพทย์หรือพยาบาลดูโดยเร็ว โดยเฉพาะแผลที่สัมผัสน้ำท่วม

ถาม: ผู้ดูแลควรป้องกันตัวเองอย่างไรระหว่างล้างบ้าน?
ตอบ: สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และหน้ากาก ระวังเศษคม และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนช่วยดูแลแผลหรือจับของใช้ของผู้ป่วย

ให้บ้านกลับมาสะอาดและแห้ง โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยลงมือเอง

นัดสำรวจบ้านหลังน้ำท่วมในบางบอน บางขุนเทียน หนองแขม และพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#ผู้ป่วยเบาหวานหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางบอน

คำค้นหา: ผู้ป่วยเบาหวานแผลที่เท้าหลังน้ำท่วม, เบาหวาน, แผลที่เท้า, เดินลุยน้ำ, บ้านสะอาดหลังน้ำลด, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, อบโอโซน, กำจัดเชื้อรา, บางบอน กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้