Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
"คุณบัว" แม่บ้านวัยห้าสิบ อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นย่านเอกชัย เขตจอมทอง กรุงเทพฯ กับสามีและหลานสองคน ด้านหลังบ้านเป็นห้องซักล้างเล็ก ๆ ที่ต่อเติมไว้ มีเครื่องซักผ้าฝาหน้า อ่างล้าง ตะกร้าผ้า และชั้นวางผงซักฟอก ทุกวันต้องซักผ้าชุดนักเรียนของหลานไม่ต่ำกว่าหนึ่งรอบ
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำเข้ามาในบ้านสูงราวสี่สิบเซนติเมตรและขังอยู่หลายวัน ห้องซักล้างซึ่งพื้นต่ำกว่าตัวบ้านเล็กน้อยโดนหนักที่สุด ฐานเครื่องซักผ้าจมน้ำ ตะกร้าผ้าลอยน้ำ และน้ำจากท่อระบายน้ำพื้นก็ดันย้อนขึ้นมาด้วย
พอน้ำลด คุณบัวตั้งใจจะเสียบปลั๊กเครื่องซักผ้าทันที เพราะผ้าเปื้อนโคลนกองเป็นภูเขา โชคดีที่เพื่อนบ้านเตือนว่าอย่าเพิ่งเสียบ เธอจึงเรียกช่างมาตรวจระบบไฟก่อน หลังช่างตรวจและยืนยันว่าเครื่องใช้งานได้ คุณบัวก็เริ่มซักผ้าอีกครั้ง แต่ผ้าที่ออกมากลับมีกลิ่นอับเหมือนผ้าที่ลืมทิ้งไว้ในเครื่องข้ามคืน ขอบยางประตูเครื่องมีจุดดำ ช่องใส่น้ำยามีเมือกลื่น และห้องซักล้างทั้งห้องมีกลิ่นท่อผสมกลิ่นอับ หลานคนเล็กเริ่มบ่นว่าชุดนักเรียนคัน
บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมเครื่องซักผ้าที่ช่างตรวจแล้วว่าใช้ได้ยังทำให้ผ้าเหม็น และควรจัดการอะไรตามลำดับ ทั้งตัวเครื่อง ท่อน้ำทิ้ง และห้องซักล้าง เพื่อให้ผ้ากลับมาสะอาดและหอมอีกครั้ง
WHD ไม่ได้รับซ่อมหรือตรวจระบบไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า งานส่วนนี้ต้องใช้ช่างที่มีความรู้เฉพาะทาง บทความนี้เริ่มจากจุดที่ช่างยืนยันแล้วว่าเครื่องใช้งานได้อย่างปลอดภัย
1. น้ำท่วมเข้าไปในส่วนที่มองไม่เห็น: น้ำท่วมที่ปนโคลนและน้ำเสียอาจเข้าไปถึงถังนอก ท่อน้ำทิ้ง ตัวกรองเศษผง และพื้นที่ใต้ถัง คราบเหล่านี้ไม่ได้หลุดออกไปเองเพียงเพราะเครื่องเริ่มหมุนได้
2. ขอบยางประตูคือแหล่งสะสม: เครื่องซักผ้าฝาหน้ามีขอบยางที่พับซ้อนเป็นร่อง น้ำ เศษผ้า และผงซักฟอกค้างอยู่ในร่องนี้ได้ง่าย เมื่อรวมกับความชื้นหลังน้ำท่วม ราดำจึงขึ้นตามร่องยางได้อย่างรวดเร็ว
3. ช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม: เป็นจุดที่มีคราบน้ำยาเหนียว ๆ และไม่ค่อยถูกล้าง เมื่ออากาศชื้นจะเกิดเมือกและราที่ปล่อยกลิ่นลงไปในน้ำซักทุกรอบ
4. ตัวกรองและท่อน้ำทิ้ง: หากโคลนหรือเศษสิ่งของอุดอยู่ในตัวกรองหรือท่อน้ำทิ้ง น้ำจะระบายออกได้ไม่หมด น้ำที่ค้างในเครื่องคือแหล่งเพาะเชื้อโรคและกลิ่น
5. ห้องซักล้างเองก็อับชื้น: ผนังและพื้นห้องที่เคยแช่น้ำยังคายความชื้นออกมา ตะกร้าผ้าและชั้นวางที่เคยจมน้ำก็มีคราบสะสม ผ้าที่ตากในห้องนี้หรือวางพักไว้จึงซับกลิ่นกลับเข้าไปอีกครั้ง
6. ท่อระบายน้ำพื้นที่ย้อนกลิ่น: ช่วงน้ำท่วม น้ำในท่ออาจถูกดันจนน้ำในที่ดักกลิ่นหายไป หรือมีโคลนอุดอยู่ กลิ่นท่อจึงลอยขึ้นมาในห้องตลอดเวลา หากกลิ่นท่อแรงหรือน้ำระบายช้า ควรให้ช่างประปาตรวจ
บ้านในเขตจอมทองหลายหลังเป็นทาวน์เฮาส์และตึกแถวที่ต่อเติมครัวหรือห้องซักล้างไว้ด้านหลัง พื้นส่วนต่อเติมมักต่ำกว่าตัวบ้าน และอยู่ใกล้ท่อระบายน้ำ ห้องเหล่านี้จึงเป็นจุดที่น้ำเข้าก่อนและแห้งช้าที่สุด
สุขภาพ: น้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรคจากท่อระบายน้ำ เช่น อีโคไล และในพื้นที่ที่น้ำขังยังมีความเสี่ยงโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ผ้าที่ซักในเครื่องที่ยังไม่สะอาดอาจทำให้ผิวระคายเคือง เกิดผื่นคัน โดยเฉพาะในเด็กและผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ส่วนสปอร์เชื้อราในห้องซักล้างก็อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้และหอบหืด
ผ้าและเสื้อผ้า: กลิ่นอับที่ติดผ้าแล้วซักออกยาก หากซักซ้ำในเครื่องที่ยังสกปรก กลิ่นจะยิ่งฝังลึก บางบ้านต้องทิ้งผ้าเช็ดตัวและชุดนักเรียนไปหลายชุด
เงิน: ใช้น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และค่าน้ำค่าไฟมากขึ้น เพราะต้องซักหลายรอบ บางบ้านตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่ ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่ที่การทำความสะอาดและห้องซักล้าง
เวลา: งานซักผ้าที่เคยเสร็จในหนึ่งชั่วโมงกลายเป็นงานทั้งวัน ในช่วงที่ทั้งบ้านยังต้องฟื้นฟูส่วนอื่นอยู่
เมื่อช่างยืนยันว่าเครื่องใช้งานได้อย่างปลอดภัย การล้างเครื่องเป็นงานที่เจ้าของบ้านทำเองได้ โดยควรยึดคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก แนวทางทั่วไปมีดังนี้
ข้อควรระวัง: อย่าผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจเกิดไอระเหยที่เป็นอันตราย และหากขอบยางขาด แข็ง หรือดำลึกจนเช็ดไม่ออก ควรให้ช่างพิจารณาเปลี่ยน
ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมากขึ้น: กลิ่นหอมกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่คราบน้ำยาที่เพิ่มขึ้นกลับไปสะสมในช่องใส่น้ำยาและถังนอก กลายเป็นอาหารของเชื้อราในรอบถัดไป
ล้างเครื่องอย่างเดียว ไม่ดูห้อง: เครื่องสะอาดแล้ว แต่ผ้าที่ตากหรือพักในห้องซักล้างที่อับชื้นจะดูดกลิ่นกลับเข้าไปอีก
ปิดประตูเครื่องหลังซักเสร็จ: ความชื้นที่ค้างในถังและขอบยางไม่มีทางออก ราจะกลับมาภายในไม่กี่วัน
เทน้ำยาฟอกขาวลงท่อ: อาจลดกลิ่นได้ชั่วครู่ แต่ไม่ได้แก้ท่อที่อุดหรือที่ดักกลิ่นที่ไม่มีน้ำ และไอคลอรีนในห้องปิดก็ไม่ดีต่อระบบทางเดินหายใจ
จุดเทียนหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ แต่สปอร์และเชื้อโรคบนพื้นผิวยังอยู่ครบ
1. สำรวจ: ทีมงานดูสภาพผนัง พื้น ท่อระบายน้ำพื้น ชั้นวาง และตะกร้าผ้า สอบถามว่าช่างตรวจไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วหรือยัง หากยังไม่ได้ตรวจ จะแนะนำให้ตรวจก่อน
2. เตรียมพื้นที่: แนะนำให้นำผ้า ผงซักฟอก และของใช้ส่วนตัวออกจากห้อง ทำความสะอาดคราบโคลนที่มองเห็นก่อน และปิดฝาหรือประตูเครื่องซักผ้าระหว่างอบ เพื่อลดการสัมผัสโอโซนของขอบยางโดยตรง
3. พ่นฆ่าเชื้อ: ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ให้ทั่วผนัง พื้น มุมห้อง ชั้นวาง ผิวนอกของเครื่อง และบริเวณรอบท่อระบายน้ำ
4. อบโอโซน: ใช้ เครื่องอบโอโซน ในปริมาณที่ควบคุมตามขนาดห้อง ปิดห้องตามเวลาที่กำหนด เพื่อจัดการสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังอยู่ในห้อง
5. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และแจ้งเวลาที่กลับเข้าห้องได้
6. ติดตามผล: แนะนำการดูแลห้องและเครื่องหลังจากนี้ และนัดตรวจซ้ำหากกลิ่นยังกลับมา
สำคัญ: WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น ไม่ได้รับซ่อมเครื่องซักผ้า ตรวจระบบไฟฟ้า หรือแก้ไขท่อประปา งานเหล่านี้ควรใช้ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และช่างประปา
อ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า อบโอโซนดับกลิ่นและสารเคมีตกค้าง
"เกือบซื้อเครื่องซักผ้าใหม่แล้ว เพราะคิดว่าเครื่องเสีย ช่างบอกว่าเครื่องยังดี แค่ต้องล้างให้ถึงตัวกรองกับขอบยาง ส่วนทีม WHD มาพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนห้องซักล้างให้ กลิ่นท่อกลิ่นอับหายไปเยอะ ตอนนี้ชุดนักเรียนหลานกลับมาหอมแล้ว ไม่ต้องซักสองรอบอีก"
— คุณบัว ทาวน์เฮาส์ย่านเอกชัย เขตจอมทอง (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: เครื่องซักผ้าจมน้ำ เสียบปลั๊กลองดูได้ไหม?
ตอบ: ไม่ควร ให้ช่างไฟฟ้าหรือช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าตรวจก่อนทุกครั้ง เพราะน้ำและโคลนที่ค้างอยู่อาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟดูดได้
ถาม: ช่างบอกว่าเครื่องใช้ได้ แต่ผ้ายังเหม็น ทำไม?
ตอบ: เพราะคราบโคลนและราอาจยังค้างในตัวกรอง ช่องน้ำยา ขอบยาง และถังนอก และห้องซักล้างเองก็อาจยังอับชื้น ต้องจัดการทั้งตัวเครื่องและห้องไปพร้อมกัน
ถาม: อบโอโซนในเครื่องซักผ้าได้ไหม?
ตอบ: ทีมงานอบโอโซนในห้องซักล้าง ไม่ได้อบเข้าไปในเครื่องโดยตรง และจะแนะนำให้ปิดประตูเครื่องหรือคลุมไว้ เพราะชิ้นส่วนยางไม่ควรสัมผัสโอโซนเข้มข้นนาน ส่วนการล้างถังควรทำตามคู่มือผู้ผลิต
ถาม: ผ้าที่จมน้ำท่วมต้องทิ้งไหม?
ตอบ: ผ้าที่ซักได้มักซักด้วยน้ำร้อนตามที่ป้ายผ้าระบุและตากแดดให้แห้งสนิทได้ แต่ผ้าที่มีคราบราฝังลึก ขาด หรือกลิ่นไม่หายหลังซักหลายรอบ ควรพิจารณาทิ้ง โดยเฉพาะผ้าที่ใช้กับเด็กเล็ก
ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องออกจากบ้านไหม?
ตอบ: ต้องออกจากพื้นที่ที่อบ และปิดทางเชื่อมไปส่วนอื่นของบ้าน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้
ถาม: WHD ซ่อมเครื่องซักผ้าหรือท่อระบายน้ำไหม?
ตอบ: ไม่ WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น งานไฟฟ้า งานซ่อมเครื่อง และงานประปาควรใช้ช่างเฉพาะทาง
ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังน้ำท่วมได้ทุกวัน
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #เครื่องซักผ้าจมน้ำ #ห้องซักล้าง #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #จอมทอง
คำค้นหา: เครื่องซักผ้าจมน้ำ, เชื้อราในถังซักผ้า, กลิ่นอับเครื่องซักผ้า, ห้องซักล้างหลังน้ำท่วม, ผ้าซักแล้วเหม็นอับ, อบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอับ, จอมทอง กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569