ผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านม้วน จมน้ำท่วม ซักได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนใหม่? วิธีแยกตามวัสดุ กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับด้วยการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้านเขตสายไหม กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านม้วน จมน้ำท่วม ซักได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนใหม่? วิธีแยกตามวัสดุ กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับด้วยการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้านเขตสายไหม กรุงเทพฯ ปี 2569

ผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านม้วน จมน้ำท่วม ซักได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนใหม่? วิธีแยกตามวัสดุ กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับด้วยการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้านเขตสายไหม กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ผ้าม่านผืนโปรดที่ชายผ้าเปลี่ยนสี

"คุณนุ่น" อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยแห่งหนึ่งย่านสายไหม กรุงเทพฯ เธอตกแต่งบ้านเองทุกมุม ห้องนั่งเล่นชั้นล่างใช้ผ้าม่านจีบสีครีมยาวจรดพื้น ห้องทำงานเล็ก ๆ ข้างบันไดติดมู่ลี่ไม้ ส่วนห้องครัวด้านหลังใช้ม่านม้วนกันแดด เธอเลือกผ้าแต่ละผืนอย่างพิถีพิถัน เพราะอยากให้บ้านดูอบอุ่นเวลาลูกสาวกลับจากโรงเรียน

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากคลองและท่อระบายน้ำในซอยเอ่อเข้าบ้านสูงราวหนึ่งคืบถึงครึ่งเข่า ขังอยู่หลายวัน ครอบครัวต้องย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบน แล้วไปพักบ้านญาติชั่วคราว เมื่อน้ำลด คุณนุ่นเปิดประตูกลับเข้าบ้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาไม่ใช่โคลนบนพื้น แต่เป็นชายผ้าม่านที่เคยเป็นสีครีม กลายเป็นสีน้ำตาลเป็นแนวตรงสูงเท่าระดับน้ำ เหนือแนวนั้นขึ้นไปมีจุดดำเล็ก ๆ กระจายอยู่ และเมื่อเดินเข้าใกล้ กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนก็ลอยออกมาจากเนื้อผ้า

มู่ลี่ไม้ในห้องทำงานแผ่นล่าง ๆ บิดงอ มีคราบขาวเป็นฝ้า ส่วนม่านม้วนในครัวที่ม้วนเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง พอดึงลงมาก็เจอรอยด่างและจุดราสีเทาเขียวซ่อนอยู่ในม้วน คุณนุ่นถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า "ผ้าม่านพวกนี้ซักแล้วจะกลับมาเหมือนเดิมไหม หรือต้องทิ้งทั้งหมด แล้วกลิ่นในห้องจะหายไหมถ้าเอาผ้าม่านออกไปแล้ว"

คำถามของคุณนุ่นเป็นคำถามที่หลายบ้านในสายไหมและพื้นที่ใกล้เคียงกำลังเจอ บทความนี้จึงพาไล่ดูทีละวัสดุ ว่าแบบไหนซักได้ แบบไหนควรเปลี่ยน และจะจัดการเชื้อรากับกลิ่นอับที่ค้างอยู่ในห้องได้อย่างไรให้จบในรอบเดียว

ทำไมผ้าม่านที่จมน้ำท่วมจึงต้องระวังมากกว่าผ้าทั่วไป

น้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาด น้ำที่ไหลผ่านถนน ท่อระบายน้ำ และคลอง มักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล เชื้อแบคทีเรีย เช่น อีโคไล และอาจมีเชื้อเลปโตสไปราจากปัสสาวะหนู ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู เมื่อผ้าดูดน้ำเหล่านี้เข้าไป เชื้อและตะกอนจะฝังอยู่ในเส้นใย

ผ้าม่านอยู่ในตำแหน่งที่แห้งยาก ผ้าม่านแขวนชิดหน้าต่างและผนัง ชายผ้ากองบนพื้นที่เปียก อากาศรอบ ๆ ไม่ค่อยถ่ายเท ผ้าจึงแห้งช้ากว่าผ้าที่ตากกลางแดด เชื้อราจึงมีเวลาเติบโตได้หลายวัน

น้ำซึมขึ้นสูงกว่าระดับน้ำ เส้นใยผ้าดูดน้ำขึ้นไปตามแรงคาปิลลารี ทำให้ส่วนที่ดูเหมือนไม่โดนน้ำก็ชื้นด้วย จุดราจึงมักปรากฏสูงกว่าแนวคราบน้ำขึ้นไปอีก

ผ้าม่านเป็นแหล่งปล่อยกลิ่นและสปอร์ ผ้าผืนใหญ่มีพื้นที่ผิวมาก เมื่อขึ้นราจะปล่อยสปอร์และกลิ่นอับออกมาทุกครั้งที่มีลมพัดหรือมีคนเปิดปิดม่าน คนในบ้านที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดอาจมีอาการจาม คัดจมูก หรือไอมากขึ้น ผู้ที่มีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

สิ่งที่บ้านต้องเสีย ถ้าตัดสินใจผิด

เสียสุขภาพ ถ้าซักไม่สะอาดแล้วแขวนกลับ เชื้อราและแบคทีเรียที่ค้างอยู่จะกลับมาส่งกลิ่นและปล่อยสปอร์ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องที่ครอบครัวใช้เวลานานที่สุด

เสียเงินซ้ำ ส่งผ้าม่านไปซักแล้วกลิ่นไม่หาย หรือซื้อผ้าม่านใหม่มาแขวนในห้องที่ผนังยังชื้น ไม่นานผ้าผืนใหม่ก็ขึ้นราตาม เท่ากับจ่ายเงินสองรอบ

เสียของที่ยังกู้ได้ ในทางกลับกัน หลายบ้านทิ้งผ้าม่านทั้งหมดด้วยความตกใจ ทั้งที่บางผืนเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ซักได้ หรือมู่ลี่อะลูมิเนียมที่ล้างแล้วใช้ต่อได้ดี

เสียเวลา การซักผ้าม่านผืนใหญ่ ถอดตะขอ ตากให้แห้ง แล้วแขวนกลับ ใช้แรงและเวลามาก ถ้าทำผิดลำดับ เช่น แขวนกลับก่อนทำความสะอาดห้อง ก็ต้องถอดมาซักใหม่อีกรอบ

แยกตามวัสดุ: แบบไหนซักได้ แบบไหนควรเปลี่ยน

หลักง่าย ๆ คือ วัสดุผิวเรียบไม่ดูดน้ำ ล้างและฆ่าเชื้อได้ ส่วนวัสดุที่ดูดน้ำลึก มีชั้นเคลือบ หรือมีโครงไม้ภายใน มักกู้ได้ยากกว่า และต้องดูระดับการปนเปื้อนประกอบด้วย หากผ้าแช่น้ำเสียนานหลายวันจนมีกลิ่นเน่าแรงหรือราขึ้นเป็นวงกว้าง โดยทั่วไปควรพิจารณาเปลี่ยน

ผ้าม่านโพลีเอสเตอร์และผ้าผสม เป็นผ้าที่ซักได้ค่อนข้างดี ถ้าราขึ้นเป็นจุดไม่มาก ให้ปัดโคลนแห้งออกนอกบ้าน แช่น้ำยาซักผ้า ซักตามป้ายดูแลผ้า แล้วตากแดดจนแห้งสนิท ผ้าหลายผืนกลับมาใช้ได้ แต่คราบเหลืองที่ชายผ้าอาจไม่หายทั้งหมด

ผ้าฝ้ายและผ้าลินิน ดูดน้ำได้ดีและแห้งช้า ราจึงฝังลึกได้ง่าย ผ้าบางชนิดหดหรือเสียรูปเมื่อซักน้ำอุ่น ถ้าราขึ้นทั่วผืนหรือผ้าเปื่อย มักคุ้มกว่าที่จะเปลี่ยน

ผ้ากำมะหยี่และผ้าที่ป้ายระบุว่าซักแห้งเท่านั้น ไม่ควรซักน้ำเองที่บ้าน เพราะขนผ้าอาจล้มเป็นด่างและผ้าเสียทรง ควรส่งร้านซักแห้งที่รับงานผ้าม่าน และแจ้งว่าเป็นผ้าที่จมน้ำท่วม เพื่อให้ร้านประเมินว่ารับได้หรือไม่

ผ้าม่านทึบแสงที่มีชั้นเคลือบด้านหลัง ชั้นเคลือบมักลอกหรือแตกเมื่อแช่น้ำนาน และเชื้อรามักเกาะอยู่ระหว่างชั้นเคลือบกับเนื้อผ้า ซักให้หายสนิทได้ยาก ถ้าชั้นเคลือบร่อนหรือมีราด้านหลัง ควรพิจารณาเปลี่ยน

ม่านจีบที่มีเทปจีบและผ้าซับใน ต้องซักทั้งผ้าหน้าและผ้าซับ ส่วนเทปจีบที่ดูดน้ำอาจมีกลิ่นค้าง ถ้าผ้าหน้ายังดีแต่ผ้าซับขึ้นรา ช่างผ้าม่านอาจเปลี่ยนเฉพาะผ้าซับให้ได้

มู่ลี่อะลูมิเนียมและมู่ลี่พีวีซี ผิวไม่ดูดน้ำ ล้างได้ ให้ถอดลงมาล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด ขัดตามแผ่นและเชือก แล้วเช็ดหรือพ่นฆ่าเชื้อ ตากให้แห้ง ข้อควรระวังคือเชือกและเทปบันไดที่เป็นผ้าอาจมีกลิ่นค้าง ถ้าเป็นแบบนั้นให้ช่างเปลี่ยนเชือก

มู่ลี่ไม้จริง ไม้ไผ่ และไม้เทียมเนื้อ MDF ไม้ดูดน้ำ บวม และบิดงอได้ ไม้เทียมเนื้ออัดมักพองจนกลับคืนรูปไม่ได้ ถ้าแผ่นบิดหรือมีราฝังในเนื้อ ควรเปลี่ยน ถ้าโดนน้ำเพียงแผ่นล่างไม่กี่แผ่นและยังตรงอยู่ ช่างบางรายเปลี่ยนเฉพาะแผ่นได้

ม่านม้วนผ้าเคลือบและม่านม้วนผ้าซันสกรีน ส่วนผ้าเป็นวัสดุเคลือบ หากโดนน้ำเพียงปลายและไม่ได้ม้วนเก็บขณะเปียก อาจเช็ดล้างได้ แต่ถ้าม้วนเก็บขณะเปียก ราจะเจริญในม้วนจนเป็นรอยถาวร ส่วนกลไกด้านบนต้องเช็ดและให้แห้งสนิท

ม่านปรับแสงแนวตั้งและม่านพับ ม่านปรับแสงแบบผ้าแยกใบได้ ถ้าใบล่างเสียหายอาจเปลี่ยนเฉพาะใบ ส่วนม่านพับมีแกนและเชือกด้านหลัง ซักยากกว่า ควรปรึกษาช่างผ้าม่าน

ม่านไฟฟ้าและม่านที่มีมอเตอร์ อย่าเปิดใช้งานทันที ให้ช่างไฟฟ้าหรือช่างของผู้ผลิตตรวจมอเตอร์ สายไฟ และรีโมตก่อน โดยเฉพาะถ้าปลั๊กหรือกล่องควบคุมเคยจมน้ำ

ทำไมแค่ซักผ้าม่านอย่างเดียว กลิ่นในห้องจึงยังไม่หาย

ต้นเหตุกลิ่นไม่ได้อยู่ที่ผ้าอย่างเดียว ผนังช่วงล่าง วงกบหน้าต่าง ราวม่าน ฝาครอบรางม่าน และพื้นใต้หน้าต่างล้วนดูดน้ำและมีเชื้อราได้ ถ้าซักผ้าม่านแล้วแขวนกลับในห้องที่ยังมีกลิ่น ผ้าจะดูดกลิ่นกลับมาอีก

น้ำยาฟอกขาวไม่เหมาะกับผ้าสีและห้องปิด น้ำยาฟอกขาวทำให้ผ้าสีด่าง และไอระเหยในห้องที่ปิดหน้าต่างระคายเคืองทางเดินหายใจ ห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด

สเปรย์หอมกลบกลิ่นได้ชั่วคราว ผ้าม่านที่ฉีดน้ำหอมจะหอมไม่กี่ชั่วโมง แล้วกลิ่นอับก็กลับมา บางครั้งกลิ่นหอมผสมกลิ่นอับยิ่งทำให้เวียนหัว

พัดลมเป่าผ้าม่านในห้อง ช่วยให้แห้งเร็วขึ้นก็จริง แต่ถ้าผ้ามีราแล้ว ลมจะพาสปอร์ฟุ้งไปทั่วห้อง ควรนำผ้าที่มีราออกไปจัดการนอกบ้านก่อน

ทาสีผนังใหม่ก่อนผนังแห้ง หลายบ้านทาสีผนังรอบหน้าต่างใหม่ทันทีเพื่อให้ห้องดูสะอาด แต่ถ้าผนังยังชื้นและยังไม่ได้กำจัดเชื้อรา สีจะพองและราจะกลับมา ผ้าม่านใหม่ก็จะได้กลิ่นตามไปด้วย

ทางออก: จัดการผ้าให้ถูกวิธี แล้วฟื้นฟูทั้งห้องด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ และ อบโอโซน สำหรับบ้านหลังน้ำท่วม แนวคิดคือจัดการทั้งต้นเหตุบนพื้นผิวและกลิ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ ไม่ใช่แค่ทำความสะอาดผ้าทีละผืน

พ่นฆ่าเชื้อแบบละอองฝอย ULV ทีมงานใช้น้ำยา Chemgene HLD4H พ่นเป็นละอองขนาดเล็กให้ทั่วผนังช่วงล่าง วงกบหน้าต่าง รางม่าน ขอบบัวพื้น และมุมห้องที่น้ำเคยขัง ละอองเข้าถึงซอกหลังรางม่านและร่องหน้าต่างที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

อบโอโซน โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายได้ทั่วห้อง ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในเนื้อผ้าม่านที่ซักแล้ว ผ้าบุโซฟา และผนัง ทีมงานใช้เครื่อง Master Ozone Generator และควบคุมปริมาณกับเวลาให้เหมาะกับขนาดห้อง

ความปลอดภัยของโอโซน ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้อง หลังอบต้องเปิดหน้าต่างระบายอากาศจนปลอดภัยก่อนกลับเข้า โอโซนความเข้มข้นสูงอาจทำให้ยางและวัสดุบางชนิดเสื่อมเร็วขึ้น ทีมงานจึงควบคุมปริมาณ และแนะนำให้คลุมหรือย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไวต่อความชื้น งานศิลปะ หรือผ้าเนื้อบอบบางที่มีมูลค่าสูงออกก่อน

ลำดับงานที่แนะนำ ตั้งแต่ถอดผ้าม่านจนแขวนกลับ

1. ถ่ายรูปก่อนถอด ถ่ายผ้าม่านแต่ละผืน ระดับคราบน้ำ และจุดรา เผื่อใช้ประกอบการเคลมประกันหรือแจ้งความเสียหาย

2. ถอดผ้าม่านออกจากห้องโดยเร็ว สวมถุงมือยางและหน้ากาก พับด้านที่สกปรกเข้าด้านใน ใส่ถุงหรือตะกร้า แล้วนำออกไปนอกบ้าน เพื่อไม่ให้สปอร์ฟุ้งในห้อง

3. แยกกองตามวัสดุ กองซักเองได้ กองส่งร้านซักแห้ง กองที่ต้องให้ช่างประเมิน และกองที่ควรทิ้ง ใช้หลักการแยกตามหัวข้อด้านบน

4. ให้ช่างไฟตรวจม่านไฟฟ้า ถ้ามีมอเตอร์ ปลั๊ก หรือกล่องควบคุมที่เคยจมน้ำ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้

5. นัดทีมงานสำรวจห้อง ทีมงานดูระดับน้ำ ความชื้นของผนัง จุดรา และจุดที่กลิ่นแรง แล้วแนะนำการเคลียร์โคลนและทำความสะอาดเบื้องต้น

6. พ่นฆ่าเชื้อทั้งห้อง พ่นผนังช่วงล่าง วงกบ รางม่าน ขอบหน้าต่าง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ที่เคยจมน้ำ

7. อบโอโซนแบบปิดห้อง ปิดประตูหน้าต่าง ไม่มีคนและสัตว์อยู่ในห้อง ถ้ามีผ้าม่านที่ซักแล้วแต่ยังมีกลิ่นจาง ๆ ก็แขวนไว้ในห้องระหว่างอบได้ตามคำแนะนำของทีมงาน

8. ระบายอากาศให้เต็มที่ เปิดหน้าต่างทุกบาน เปิดพัดลมดูดอากาศ จนกลิ่นโอโซนจางและทีมงานยืนยันว่าเข้าห้องได้

9. แขวนผ้าม่านกลับเมื่อผ้าและผนังแห้งสนิท อย่าแขวนผ้าที่ยังหมาด ๆ ชิดผนังที่ยังชื้น ทีมงานจะกลับมาตรวจซ้ำว่าความชื้นและกลิ่นลดลงตามที่ควร

10 เหตุผลที่ควรฟื้นฟูทั้งห้อง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนผ้าม่าน

  1. พ่นฆ่าเชื้อเข้าถึงรางม่าน วงกบ และร่องหน้าต่างที่เป็นแหล่งเชื้อราซ่อนอยู่
  2. อบโอโซนสลายกลิ่นอับที่ฝังในผนังและผ้าบุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  3. ผ้าม่านที่ซักแล้วไม่ดูดกลิ่นจากห้องกลับมาอีก
  4. ผ้าม่านผืนใหม่ไม่ขึ้นราเร็ว เพราะห้องได้รับการจัดการเชื้อราก่อน
  5. ใช้น้ำยา Chemgene HLD4H ที่ออกแบบมาสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นผิว
  6. ลดการใช้น้ำยาฟอกขาวในห้องปิด ซึ่งเสี่ยงต่อทางเดินหายใจและทำให้ของใช้ด่าง
  7. ทีมงานช่วยแนะนำว่าผ้าผืนไหนควรเก็บ ผืนไหนควรเปลี่ยน ลดการทิ้งของที่ยังกู้ได้
  8. มีขั้นตอนความปลอดภัยเรื่องโอโซนชัดเจน ทั้งการปิดห้อง ระบายอากาศ และยืนยันก่อนกลับเข้า
  9. ช่วยให้คนในบ้านที่เป็นภูมิแพ้หายใจได้สบายขึ้นในห้องที่ใช้ทุกวัน
  10. ต่อยอดได้ด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น สำหรับโซฟา ที่นอน และพรมในห้องเดียวกัน

ก่อนและหลังการฟื้นฟู

ก่อน

  • ชายผ้าม่านมีคราบน้ำตาลเป็นแนวตรง เหนือแนวมีจุดราดำ
  • มู่ลี่ไม้แผ่นล่างบิดงอ มีคราบขาวเป็นฝ้า
  • ม่านม้วนมีรอยด่างและราซ่อนในม้วน
  • ห้องนั่งเล่นมีกลิ่นอับปนกลิ่นโคลน
  • ไม่แน่ใจว่าผืนไหนควรเก็บ ผืนไหนควรทิ้ง

หลัง

  • ผ้าม่านโพลีเอสเตอร์ซักแล้วแขวนกลับได้ กลิ่นไม่ย้อนกลับมา
  • มู่ลี่ที่บิดงอเปลี่ยนใหม่ ติดในห้องที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  • รางม่านและวงกบสะอาด ไม่มีคราบรา
  • กลิ่นอับในห้องลดลงชัดเจน
  • มีแผนติดตามผนังที่ยังชื้นก่อนทาสีใหม่

เสียงจากเจ้าของบ้าน

"ตอนแรกจะทิ้งผ้าม่านทั้งหมดแล้วซื้อใหม่ ทีมงานช่วยดูให้ว่าผืนในห้องนั่งเล่นเป็นโพลีเอสเตอร์ ซักได้ ส่วนผืนในห้องนอนที่เป็นผ้าทึบแสงเคลือบหลังลอกแล้วควรเปลี่ยน พอพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเสร็จ แขวนผ้าม่านกลับไป กลิ่นก็ไม่ย้อนกลับมาเหมือนตอนที่ลองซักเองรอบแรก"

— คุณนุ่น เจ้าของทาวน์เฮาส์ย่านสายไหม (เรื่องเล่าตัวอย่างจากหน้างาน)

เคล็ดลับซักผ้าม่านที่จมน้ำท่วมเองที่บ้าน

ปัดโคลนแห้งนอกบ้านก่อนซัก โคลนที่ติดผ้าจะทำให้น้ำซักขุ่นและเครื่องซักผ้าสกปรก ควรเคาะหรือปัดออกในพื้นที่โล่งนอกบ้าน

ถอดตะขอและห่วงออก ตะขอโลหะอาจเป็นสนิมและทิ้งคราบบนผ้า ถ้าเป็นม่านตาไก่ให้ดูว่าห่วงเป็นสนิมหรือไม่

แช่ก่อนซัก แช่น้ำยาซักผ้าตามปริมาณที่ฉลากแนะนำ เปลี่ยนน้ำจนน้ำไม่ขุ่น แล้วจึงซักตามป้ายดูแลผ้า

ตากแดดจัดจนแห้งสนิท ผ้าม่านผืนใหญ่ควรตากแบบคลี่ให้ลมผ่านทั้งสองด้าน อย่าพับตากหรือตากในร่ม เพราะผ้าจะแห้งไม่ทั่วและกลับมามีกลิ่น

ล้างเครื่องซักผ้าหลังซัก ผ้าที่จมน้ำท่วมอาจทิ้งตะกอนและเชื้อไว้ในถัง ควรเดินเครื่องเปล่าทำความสะอาดถังตามคู่มือหลังซักเสร็จ

เช็ดรางม่านและตะขอด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ใช้สเปรย์ Chemgene HLD4H ชนิดสเปรย์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม แล้วเช็ดให้แห้ง

ดูแลตัวเองระหว่างทำงาน สวมถุงมือยาง หน้ากาก และรองเท้าที่ปิดเท้า ล้างมือหลังจับผ้าที่จมน้ำทุกครั้ง หากมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง หลังสัมผัสน้ำท่วม ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติ ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก กรมควบคุมโรค

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผ้าม่านที่โดนน้ำแค่ชายผ้า ต้องซักทั้งผืนไหม
ตอบ: ควรซักทั้งผืน เพราะน้ำซึมขึ้นไปสูงกว่าแนวคราบ และสปอร์ราอาจกระจายไปทั่วผืนแล้ว

ถาม: อบโอโซนแทนการซักผ้าม่านได้ไหม
ตอบ: ไม่แนะนำให้ใช้แทนกัน ผ้าที่มีโคลนและคราบต้องซักออกก่อน โอโซนช่วยจัดการกลิ่นอับและสปอร์ที่เหลือหลังซักและในห้องโดยรวม

ถาม: มู่ลี่อะลูมิเนียมล้างแล้วยังมีกลิ่น เกิดจากอะไร
ตอบ: มักมาจากเชือกหรือเทปบันไดที่เป็นผ้า หรือจากรางด้านบน ลองเช็ดรางและเปลี่ยนเชือก ถ้ากลิ่นมาจากห้อง การอบโอโซนทั้งห้องช่วยได้

ถาม: ผ้าม่านใหม่ควรแขวนเมื่อไร
ตอบ: หลังพ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน และระบายอากาศเสร็จ และผนังรอบหน้าต่างแห้งพอแล้ว ทีมงานจะช่วยประเมินตอนตรวจซ้ำ

ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องเอาผ้าม่านออกจากห้องไหม
ตอบ: ผ้าม่านที่ซักแล้วแขวนไว้ได้ แต่ผ้าเนื้อบอบบาง ผ้าไหม หรือผ้ามีมูลค่าสูง ควรแจ้งทีมงานก่อน เพื่อพิจารณาย้ายออกหรือปรับปริมาณโอโซน

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง
ตอบ: ให้บริการเขตสายไหม บางเขน ดอนเมือง หลักสี่ คลองสามวา และพื้นที่ใกล้เคียงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สอบถามได้ทาง LINE @whd268

ให้ห้องที่แขวนผ้าม่านกลับมาหายใจได้สบายอีกครั้ง

นัดสำรวจบ้านหลังน้ำท่วมในเขตสายไหมและพื้นที่ใกล้เคียง

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#ผ้าม่านจมน้ำ #กำจัดกลิ่นอับผ้าม่าน #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #สายไหม

คำค้นหา: ผ้าม่านจมน้ำ ซักได้ไหม, มู่ลี่ขึ้นรา, ม่านม้วนกลิ่นอับ, กำจัดกลิ่นอับผ้าม่าน, กำจัดเชื้อรา, อบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, สายไหม กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้