Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
"คุณแพร" ครูประถมวัยสี่สิบ อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นครึ่งในซอยย่อยเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ กับสามีและลูกชายวัยเก้าขวบ บ้านหลังนี้มีห้องใต้หลังคาที่ต่อเติมเป็นห้องนอนของลูก ฝ้าเพดานเป็นไม้ระแนงสีธรรมชาติเรียงเป็นแนวลาดตามหลังคา เป็นมุมที่ทุกคนในบ้านชอบที่สุด เพราะดูอบอุ่นเหมือนบ้านพักต่างจังหวัด
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากคลองใกล้บ้านเอ่อเข้ามาในชั้นล่างสูงเกือบครึ่งเมตรและขังอยู่หลายวัน ครอบครัวขนของจากชั้นล่างขึ้นไปไว้ชั้นบน ทั้งฟูก หมอน กล่องหนังสือ และผ้าที่เปียก บางส่วนก็นำขึ้นไปผึ่งในห้องใต้หลังคา เพราะเป็นห้องที่ร้อนที่สุดในบ้าน คิดว่าจะช่วยให้ของแห้งเร็ว ระหว่างนั้นยังมีพายุฝนเข้ามาอีกสองครั้ง
สามสัปดาห์หลังน้ำลด คุณแพรขึ้นไปเก็บของในห้องลูกแล้วได้กลิ่นอับคล้ายโกดังเก่า เมื่อเงยหน้าดูจึงเห็นจุดดำเล็ก ๆ กระจายตามแนวไม้ระแนงช่วงใกล้ชายคา บางแผ่นมีขุยขาวฟูขึ้นตามลายไม้ ร่องระหว่างไม้มีคราบสีเข้ม และลูกชายเริ่มจามทุกเช้าหลังตื่นนอน
"น้ำไม่ได้ขึ้นไปถึงชั้นบนเลย ทำไมห้องบนสุดถึงขึ้นรา" คือคำถามที่คุณแพรถามทีมงาน คำตอบคือความชื้นไม่จำเป็นต้องมาในรูปของน้ำท่วม มันเดินทางขึ้นไปได้ทั้งในอากาศ ในของที่ขนขึ้นไป และจากหลังคาที่อาจรั่วซึมระหว่างพายุ บทความนี้จะอธิบายทีละขั้นว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจัดการอย่างไรให้ห้องกลับมาแห้ง สะอาด และนอนได้อย่างสบายใจ
1. ความชื้นลอยขึ้นตามอากาศ: ระหว่างที่ชั้นล่างแช่น้ำและช่วงหลังน้ำลด พื้น ผนัง และของในชั้นล่างคายไอน้ำออกมาตลอดเวลา อากาศอุ่นที่อุ้มความชื้นไว้จะลอยขึ้นไปตามช่องบันได และไปสะสมอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของบ้าน ซึ่งก็คือห้องใต้หลังคา
2. ของเปียกที่ขนขึ้นไป: ฟูก ผ้า กล่องกระดาษ และหนังสือที่เปียกน้ำ เมื่อนำขึ้นไปวางในห้องปิด ความชื้นในของเหล่านั้นจะระเหยออกมาสู่อากาศในห้องเป็นเวลาหลายวัน การผึ่งผ้าในห้องใต้หลังคาจึงเท่ากับเติมน้ำเข้าไปในอากาศของห้องนั้นโดยตรง
3. กลางวันร้อน กลางคืนเย็น: ห้องใต้หลังคาร้อนจัดตอนกลางวัน อากาศร้อนจึงอุ้มไอน้ำไว้ได้มาก แต่เมื่อถึงกลางคืน หลังคาเย็นลงเร็ว ไอน้ำจะควบแน่นเป็นหยดเล็ก ๆ ที่ผิวด้านในของหลังคาและด้านหลังไม้ระแนง วนแบบนี้ทุกวัน ไม้จึงชื้นอยู่ตลอดโดยที่เราไม่เห็นน้ำหยดลงมา
4. การระบายอากาศน้อย: ห้องใต้หลังคาหลายห้องมีหน้าต่างเล็กหรือมีแค่ช่องลมด้านเดียว อากาศชื้นจึงค้างอยู่ด้านใน โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างไม้ระแนงกับหลังคาที่แทบไม่มีลมผ่าน
5. หลังคาหรือรางน้ำรั่วซึม: พายุฝนที่ตามมาหลังน้ำท่วมอาจทำให้น้ำซึมผ่านรอยต่อกระเบื้อง ครอบหลังคา หรือรางน้ำที่อุดตันจากใบไม้ หากมีคราบน้ำเป็นวงหรือเป็นทางไหลบนไม้ระแนง ควรให้ช่างหลังคาตรวจก่อนเริ่มงานอื่นทั้งหมด
บ้านในเขตทวีวัฒนาหลายหลังอยู่ใกล้คลองและสวนเดิม อากาศช่วงปลายฝนจึงชื้นกว่าย่านใจกลางเมือง เมื่อรวมกับบ้านที่ต่อเติมห้องใต้หลังคาโดยไม่ได้ออกแบบการระบายอากาศไว้ตั้งแต่แรก ความชื้นจึงสะสมได้ง่ายเป็นพิเศษ
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่ดูดและคายความชื้นตามอากาศรอบตัวตลอดเวลา เมื่ออากาศชื้นต่อเนื่องหลายวัน เนื้อไม้ก็ชื้นตาม และไม้ที่ชื้นมีทั้งความชื้นและสารอาหารที่เชื้อราต้องการ
ราบนไม้มักเริ่มจากขุยขาวหรือเขียวอ่อนตามลายไม้ แล้วกลายเป็นจุดดำในร่องและขอบแผ่น หากปล่อยไว้นาน คราบจะฝังเข้าไปในเนื้อไม้และเช็ดไม่ออก
สุขภาพ: สปอร์เชื้อราจากเพดานจะร่วงลงมาตรงที่เรานอน อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และอาการหอบหืดในเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคทางเดินหายใจ ส่วนของที่ขนขึ้นมาจากชั้นล่างก็อาจปนเปื้อนน้ำท่วมที่มีเชื้อโรคจากท่อระบายน้ำ เช่น อีโคไล และในพื้นที่น้ำขังยังมีความเสี่ยงโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส จึงควรสวมถุงมือเมื่อคัดแยกของเหล่านี้
ทรัพย์สิน: ที่นอน ตุ๊กตา เสื้อผ้า หนังสือ และกล่องเก็บของในห้องใต้หลังคาจะดูดกลิ่นและความชื้นไปด้วย
เงิน: หากทาสีหรือเคลือบทับไม้ที่ยังชื้นและมีรา คราบจะกลับมาภายในไม่กี่เดือน และอาจต้องรื้อเปลี่ยนแผ่นไม้ ซึ่งแพงกว่าการจัดการให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก
ความปลอดภัย: โคมไฟ ดาวน์ไลท์ และสายไฟที่เดินอยู่เหนือฝ้า หากเคยโดนน้ำรั่วซึม ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้งาน และหากพบไม้ผุ ร่วน หรือมีร่องรอยปลวก ควรให้ช่างไม้หรือบริษัทกำจัดปลวกประเมินแยกต่างหาก
เช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาว: น้ำยาฟอกขาวทำให้คราบบนผิวดูจางลง แต่ไม้มีรูพรุนและดูดน้ำเข้าไปด้วย เนื้อไม้จึงชื้นมากขึ้น ราที่อยู่ลึกยังคงอยู่ และกลิ่นคลอรีนผสมกลิ่นอับยิ่งทำให้ห้องอยู่ยาก
ทาสีหรือเคลือบทับ: การปิดคราบด้วยสีหรือแลคเกอร์โดยที่ไม้ยังชื้นเท่ากับขังความชื้นและเชื้อราไว้ใต้ผิว ไม่นานคราบจะดันกลับขึ้นมา และการแก้ครั้งต่อไปจะต้องขัดลอกผิวออกทั้งหมด
สเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้จัดการต้นเหตุ และกลิ่นหอมผสมกลิ่นอับมักทำให้หลายคนเวียนศีรษะ
เปิดพัดลมเป่าอย่างเดียว: ช่วยระบายอากาศได้บ้าง แต่ถ้ายังไม่ขนของเปียกออกและยังไม่จัดการราที่มีอยู่ พัดลมอาจพาสปอร์ให้ฟุ้งไปทั่วห้อง
ปิดห้องแล้วเปิดแอร์: แอร์ช่วยลดความชื้นในอากาศได้ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าแหล่งความชื้นยังอยู่ ราจะยังโตต่อเหนือฝ้า และแอร์เองก็อาจดูดสปอร์เข้าไปในคอยล์ ทำให้มีกลิ่นอับทุกครั้งที่เปิดเครื่อง
1. สำรวจและสอบถาม: ทีมงานดูตำแหน่งราบนไม้ระแนง คราบน้ำ กลิ่น และของที่อยู่ในห้อง สอบถามว่าห้องนี้ใช้ทำอะไร ใครนอน และมีเด็กหรือผู้มีโรคประจำตัวหรือไม่ หากเห็นร่องรอยหลังคารั่วหรือสายไฟเปียก จะแนะนำให้เรียกช่างที่เกี่ยวข้องก่อน
2. แนะนำการเตรียมห้อง: ช่วยวางแผนว่าของชิ้นไหนควรนำออก ชิ้นไหนเก็บไว้ในห้องได้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นไหนควรย้ายออกหรือคลุมไว้
3. พ่นฆ่าเชื้อ: ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ซึ่งให้ละอองเล็กและกระจายได้ทั่ว ทั้งร่องไม้ระแนง มุมหลังคาลาด พื้น และผนัง โดยควบคุมปริมาณไม่ให้ไม้เปียก
4. อบโอโซน: ใช้ เครื่องอบโอโซน ตามขนาดห้อง ปิดห้องในช่วงเวลาที่กำหนด ให้โอโซนเข้าถึงช่องว่างเหนือฝ้าและร่องไม้ เพื่อจัดการสปอร์และกลิ่น
5. ระบายอากาศ: หลังครบเวลา เปิดห้องให้อากาศถ่ายเท และแจ้งเวลาที่กลับเข้าห้องได้อย่างชัดเจน
6. ติดตามผล: แนะนำวิธีสังเกตกลิ่นและจุดราในช่วงสัปดาห์ถัดไป และนัดตรวจซ้ำหากยังพบปัญหา
สำคัญ: WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น ไม่ได้รับซ่อมหลังคา เดินสายไฟ เปลี่ยนไม้ หรือเคลือบผิวไม้ งานเหล่านี้ควรใช้ช่างหลังคา ช่างไฟฟ้า และช่างไม้ที่มีประสบการณ์
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
"ตอนแรกจะซื้อแลคเกอร์มาทาทับเองเลย ทีมงานบอกให้เรียกช่างดูหลังคาก่อน ปรากฏว่ารางน้ำตันจริง ๆ พอแก้ตรงนั้นแล้วก็มาพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนให้ กลิ่นในห้องลูกหายไปเยอะ ตอนนี้ลูกกลับมานอนห้องตัวเองได้แล้ว และรู้ว่าต้องรอให้ไม้แห้งก่อนค่อยเคลือบใหม่"
— คุณแพร บ้านเดี่ยวสองชั้นครึ่ง เขตทวีวัฒนา (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: น้ำท่วมแค่ชั้นล่าง ทำไมห้องใต้หลังคาขึ้นรา?
ตอบ: เพราะความชื้นลอยขึ้นตามอากาศอุ่น ของเปียกที่ขนขึ้นไปคายความชื้นออกมา และอาจมีน้ำรั่วซึมจากหลังคาระหว่างพายุ ห้องใต้หลังคาที่ระบายอากาศน้อยจึงสะสมความชื้นได้มาก
ถาม: ไม้ระแนงที่ขึ้นราต้องรื้อทิ้งไหม?
ตอบ: ไม่เสมอไป หากราอยู่ที่ผิวและไม้ยังแข็งแรง มักทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และเคลือบผิวใหม่ได้ แต่แผ่นที่ผุ นิ่ม หรือดำลึกเข้าเนื้อไม้ควรให้ช่างไม้ประเมินเพื่อเปลี่ยน
ถาม: ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดไม้ได้ไหม?
ตอบ: ไม่แนะนำ เพราะไม้ดูดน้ำเข้าไปและอาจด่างได้ ควรเช็ดแบบหมาดและใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะกับพื้นผิว
ถาม: อบโอโซนช่วยให้ไม้แห้งไหม?
ตอบ: ไม่ใช่หน้าที่ของโอโซน โอโซนช่วยจัดการสปอร์และกลิ่นอับ ส่วนการทำให้ไม้แห้งต้องอาศัยการระบายอากาศ พัดลม และเครื่องลดความชื้น
ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องออกจากบ้านทั้งหลังไหม?
ตอบ: ต้องออกจากพื้นที่ที่อบ และควรปิดทางเชื่อมไปยังส่วนอื่นของบ้าน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ในพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้
ถาม: WHD ซ่อมหลังคาหรือเปลี่ยนไม้ระแนงให้ด้วยไหม?
ตอบ: ไม่ WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น งานหลังคา ไฟฟ้า และงานไม้ควรใช้ช่างเฉพาะทาง
ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังน้ำท่วมได้ทุกวัน
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #ฝ้าไม้ระแนงขึ้นรา #ห้องใต้หลังคาชื้น #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ทวีวัฒนา
คำค้นหา: ฝ้าไม้ระแนงขึ้นรา, ห้องใต้หลังคาชื้น, เชื้อราบนไม้, กลิ่นอับห้องใต้หลังคา, กำจัดเชื้อรา, อบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอับ, ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569