ผู้ป่วยติดเตียงใช้ที่นอนลมและมีแผลกดทับ จะพากลับห้องเดิมหลังน้ำลดได้เมื่อไร? คู่มือเตรียมห้องให้สะอาด แห้ง ไร้กลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน บ้านริมคลองตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผู้ป่วยติดเตียงใช้ที่นอนลมและมีแผลกดทับ จะพากลับห้องเดิมหลังน้ำลดได้เมื่อไร? คู่มือเตรียมห้องให้สะอาด แห้ง ไร้กลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน บ้านริมคลองตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ปี 2569

ผู้ป่วยติดเตียงใช้ที่นอนลมและมีแผลกดทับ จะพากลับห้องเดิมหลังน้ำลดได้เมื่อไร? คู่มือเตรียมห้องให้สะอาด แห้ง ไร้กลิ่นอับ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน บ้านริมคลองตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเรื่องการดูแลสภาพแวดล้อมในบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การดูแลแผลกดทับ การเปลี่ยนท่า และการใช้ยา ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล หรือทีมเยี่ยมบ้านที่ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ห้องชั้นล่างที่ย้ายแม่ลงมาเพื่อความสะดวก

"คุณแอน" อายุสี่สิบเก้า ดูแลคุณแม่วัยแปดสิบสองที่ติดเตียงมาสองปีหลังเส้นเลือดในสมองตีบ บ้านของครอบครัวเป็นบ้านไม้สองชั้นริมคลองในเขตตลิ่งชัน เดิมคุณแม่นอนชั้นบน แต่เมื่อป่วย คุณแอนย้ายเตียงผู้ป่วยลงมาไว้ห้องชั้นล่างใกล้ห้องน้ำและประตูหน้าบ้าน เพื่อให้รถพยาบาลและทีมเยี่ยมบ้านเข้าถึงง่าย บนเตียงมีที่นอนลมพร้อมปั๊มไฟฟ้า เพราะคุณแม่มีแผลกดทับเล็ก ๆ ที่บริเวณก้นกบซึ่งพยาบาลแนะนำให้ดูแลใกล้ชิด

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำในคลองเอ่อเข้าบ้านสูงราวสี่สิบเซนติเมตร คุณแอนกับน้องชายช่วยกันยกคุณแม่ขึ้นไปพักชั้นบนบนฟูกธรรมดาชั่วคราว ส่วนเตียงผู้ป่วย ปั๊มที่นอนลม ตู้ยา และกล่องผ้าอ้อมผู้ใหญ่ยกได้ไม่หมด ปั๊มลมที่วางอยู่ข้างเตียงจมน้ำทั้งเครื่อง

เมื่อน้ำลด ห้องชั้นล่างมีกลิ่นโคลนปนกลิ่นอับ พื้นไม้มีคราบ ผนังไม้ด้านล่างเริ่มมีจุดราสีเขียวเทา ผ้าม่านและผ้าปูที่เก็บไว้ในตู้ล่างมีกลิ่นเหม็น ขณะเดียวกัน การนอนบนฟูกธรรมดาชั้นบนที่ร้อนและแคบทำให้คุณแอนกังวลเรื่องแผลกดทับของคุณแม่มากขึ้นทุกวัน เธออยากพาคุณแม่กลับห้องเดิมให้เร็วที่สุด แต่ก็กลัวว่าห้องที่เพิ่งจมน้ำจะยิ่งทำให้แผลติดเชื้อ

คำถามของคุณแอนคือคำถามเดียวกับครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงอีกหลายบ้านในตลิ่งชัน บางกอกน้อย และฝั่งธนบุรี "ห้องต้องสะอาดแค่ไหน และต้องทำอะไรบ้าง ก่อนพาผู้ป่วยกลับมานอนที่เดิมได้อย่างสบายใจ"

ทำไมห้องผู้ป่วยติดเตียงต้องเข้มงวดกว่าห้องทั่วไป

  • ผู้ป่วยอยู่ในห้องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ได้ออกไปรับอากาศข้างนอกเหมือนคนทั่วไป ทุกลมหายใจคืออากาศในห้องนั้น
  • ผิวหนังบางและมีแผลเปิด แผลกดทับคือช่องทางที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ ความสะอาดของผ้าปู พื้นผิวรอบเตียง และมือผู้ดูแลจึงสำคัญมาก
  • ความชื้นซ้ำเติมผิวหนัง ห้องที่อับชื้นทำให้ผิวบริเวณที่ถูกกดทับอับเหงื่อ ผ้าปูแห้งช้า และกลิ่นค้าง
  • อุปกรณ์การแพทย์ในบ้านใช้ไฟฟ้า ที่นอนลม เครื่องดูดเสมหะ หรือเครื่องผลิตออกซิเจน หากเคยจมน้ำหรือเสียบปลั๊กที่เคยจมน้ำ อาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้า
  • ภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุติดเตียงมักต่ำ การติดเชื้อทางเดินหายใจหรือผิวหนังจึงอาจรุนแรงกว่าคนทั่วไป

หลังน้ำท่วม ห้องชั้นล่างจึงมีความเสี่ยงซ้อนกันหลายชั้น ทั้งเชื้อโรคจากน้ำท่วมที่ติดพื้นผิว สปอร์เชื้อราในอากาศ ความชื้นสะสมในไม้ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจไม่ปลอดภัย

ความเสี่ยงที่ผู้ดูแลควรรู้

ด้านสุขภาพของผู้ป่วย น้ำท่วมพาเชื้อแบคทีเรียจากท่อระบายน้ำ ดินโคลน และสิ่งปฏิกูลเข้ามาในบ้าน คราบที่หลงเหลือบนพื้น ขาเตียง และราวเตียงอาจกลายเป็นแหล่งเชื้อ ส่วนสปอร์เชื้อราอาจกระตุ้นอาการทางเดินหายใจ หากผู้ป่วยมีไข้ แผลมีหนอง บวมแดงมากขึ้น มีกลิ่นผิดปกติ หรือหายใจเหนื่อยกว่าเดิม ควรติดต่อแพทย์หรือทีมเยี่ยมบ้านโดยเร็ว

ด้านสุขภาพของผู้ดูแล ผู้ดูแลที่ลุยน้ำขนของ หากมีบาดแผลที่เท้าหรือขา ควรระวังโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส หากมีไข้สูง ปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรพบแพทย์ ผู้ดูแลที่ป่วยเองย่อมดูแลผู้ป่วยต่อได้ยาก

ด้านเวลาและกำลังใจ ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงมักมีคนดูแลหลักเพียงหนึ่งหรือสองคน การขัดล้างห้องซ้ำไปซ้ำมาขณะยังต้องพลิกตัวผู้ป่วยทุกสองชั่วโมง ทำให้ผู้ดูแลหมดแรงเร็ว

ด้านค่าใช้จ่าย หากห้องยังอับชื้น อุปกรณ์อย่างที่นอนลม หมอน และผ้าปูอาจขึ้นราซ้ำจนต้องซื้อใหม่หลายรอบ

สิ่งที่ไม่ควรทำ แม้จะรีบอยากพาผู้ป่วยกลับห้อง

  1. เสียบปั๊มที่นอนลมที่เคยจมน้ำทันที อุปกรณ์ไฟฟ้าที่จมน้ำต้องให้ช่างไฟฟ้าหรือผู้จำหน่ายตรวจก่อน ส่วนใหญ่แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ และปลั๊กหรือเต้ารับที่เคยจมน้ำต้องตรวจเช่นกัน
  2. ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นในห้องที่ปิดอยู่ แล้วพาผู้ป่วยเข้าทันที ไอระเหยฉุนอาจระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่นอนอยู่ตลอดเวลา
  3. ฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น กลิ่นอับยังอยู่ และกลิ่นแรงอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายคลื่นไส้หรือไอ
  4. นำผ้าปูและผ้าขวางเตียงที่จมน้ำกลับมาใช้โดยซักธรรมดา ควรแยกซักด้วยน้ำร้อนตามที่ผ้ารับได้ ตากแดดให้แห้งสนิท หรือทิ้งหากมีกลิ่นและคราบไม่หาย
  5. ใช้ยาและเวชภัณฑ์ที่จมน้ำ ยา ผ้าก๊อซ ชุดทำแผล และน้ำเกลือที่โดนน้ำท่วม ไม่ควรนำมาใช้ ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือทีมเยี่ยมบ้าน
  6. ทาสีทับผนังไม้ที่ยังชื้น ราจะขึ้นใต้สีอีกครั้งและกลิ่นยังค้างอยู่

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ + อบโอโซน ในช่วงที่ผู้ป่วยพักห้องอื่น

World Health Disinfection (WHD) ฟื้นฟูห้องหลังน้ำท่วมด้วยสองขั้นตอนที่เสริมกัน

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ละอองขนาดเล็กเข้าถึงใต้เตียง ซอกราวเตียง ร่องพื้นไม้ ขอบประตู และมุมห้องน้ำ ช่วยลดเชื้อโรคบนพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม

2. บริการอบโอโซน ใช้ก๊าซโอโซนในห้องที่ปิด ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในไม้ ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์

ลำดับงานที่เหมาะกับบ้านผู้ป่วยติดเตียง

  1. วางแผนที่พักชั่วคราวของผู้ป่วย ผู้ป่วยต้องอยู่ห้องอื่นหรือชั้นอื่นที่แยกจากพื้นที่ทำงานตลอดการพ่นและการอบโอโซน รวมถึงช่วงระบายอากาศ หากบ้านเล็ก อาจต้องพักบ้านญาติชั่วคราว ควรปรึกษาทีมเยี่ยมบ้านเรื่องการเคลื่อนย้ายและการดูแลแผลระหว่างนั้น
  2. สำรวจหน้างาน ทีมงานดูระดับน้ำ ผนังไม้ พื้น ตู้ยา จุดอับชื้น และขนาดห้อง เพื่อกำหนดปริมาณน้ำยาและโอโซน
  3. ทำความสะอาดเบื้องต้นและคัดแยกของ ล้างโคลน ทิ้งเวชภัณฑ์และวัสดุซึมน้ำที่เสียหาย แยกที่นอนลม ปั๊ม และเครื่องมือแพทย์ไว้ให้ผู้จำหน่ายหรือช่างตรวจ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟในห้อง
  4. พ่นฆ่าเชื้อ ทั่วห้องผู้ป่วย ห้องน้ำ และทางเดินที่ใช้เข็นวีลแชร์หรือเปลหาม
  5. อบโอโซน ปิดห้องและควบคุมปริมาณ ระหว่างนี้ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้อง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือแพทย์ที่บอบบางควรย้ายออกหรือคลุมไว้ ชิ้นส่วนยางบางชนิดอาจเสื่อมเร็วขึ้นหากโดนโอโซนเข้มข้นนาน ทีมงานจะแนะนำรายกรณี
  6. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมจนโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ก่อนพาผู้ป่วยกลับเข้าห้อง
  7. ตรวจซ้ำและจัดห้องใหม่ ประเมินกลิ่น จุดชื้น และแนะนำการจัดวางเตียงให้ห่างผนังที่เคยเปียก

ห้องที่สะอาดและแห้งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแล การดูแลแผลกดทับยังต้องทำตามแผนของแพทย์และพยาบาลต่อเนื่อง

เช็กลิสต์ก่อนพาผู้ป่วยกลับห้องเดิม

  • พื้นและผนังไม้แห้งสนิท ไม่มีกลิ่นอับเมื่อเปิดประตูเข้ามาจากข้างนอก
  • พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแล้ว และระบายอากาศครบตามที่ทีมงานแจ้ง
  • ที่นอนลมและปั๊มผ่านการตรวจจากผู้จำหน่ายหรือช่าง หรือเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว
  • ปลั๊กไฟและเต้ารับในห้องผ่านการตรวจจากช่างไฟฟ้า
  • ผ้าปู ผ้าขวางเตียง ปลอกหมอน ซักและตากแห้งสนิท หรือเปลี่ยนใหม่
  • เวชภัณฑ์และยาที่จมน้ำทิ้งแล้ว และมีชุดใหม่สำรองพร้อม
  • เตียงวางห่างผนังที่เคยเปียก และมีทางระบายอากาศ
  • มีจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ใกล้เตียงสำหรับผู้ดูแล
  • แจ้งทีมเยี่ยมบ้านหรือพยาบาลว่าผู้ป่วยกลับห้องเดิมแล้ว เพื่อนัดประเมินแผล

ดูแลห้องต่อเนื่องหลังผู้ป่วยกลับมา

บ้านไม้ริมคลองในตลิ่งชันมีความชื้นสูงตามธรรมชาติ หลังฟื้นฟูแล้วควรเปิดหน้าต่างช่วงสายและบ่ายเพื่อให้แดดและลมผ่าน หากผู้ป่วยไม่สะดวกกับลมแรง ให้เปิดฝั่งที่ไกลจากเตียง เช็ดราวเตียง ลูกบิดประตู และโต๊ะข้างเตียงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดสเปรย์ เช่น CHEMGENE ชนิดสเปรย์ ตามวิธีใช้บนฉลาก เปลี่ยนผ้าปูทันทีที่เปียก และคอยสังเกตจุดราใหม่ที่มุมห้องหรือหลังตู้ หากกลิ่นอับกลับมา อาจแสดงว่ายังมีแหล่งความชื้นที่ต้องแก้

10 เหตุผลที่ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงในตลิ่งชันเลือก WHD

  1. วางแผนงานโดยคำนึงถึงที่พักชั่วคราวและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นอันดับแรก
  2. พ่นฆ่าเชื้อ แบบละอองฝอย เข้าถึงใต้เตียง ราวเตียง และร่องพื้นไม้
  3. ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อที่ WHD จัดจำหน่ายและใช้งานจริง
  4. อบโอโซน ช่วยจัดการกลิ่นอับในบ้านไม้ที่ระบายอากาศยาก
  5. ควบคุมปริมาณโอโซนตามขนาดห้อง พร้อมคำแนะนำเรื่องเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  6. มีขั้นตอนระบายอากาศชัดเจนก่อนผู้ป่วยกลับเข้าห้อง
  7. ช่วยแนะนำว่าอะไรควรเก็บ อะไรควรทิ้ง โดยเฉพาะผ้าและวัสดุซึมน้ำ
  8. มีบริการ กำจัดไรฝุ่น สำหรับฟูก หมอน และโซฟาของผู้ดูแล
  9. ลดภาระผู้ดูแลที่ต้องดูแลผู้ป่วยไปพร้อมกับฟื้นฟูบ้าน
  10. ติดต่อง่ายทางโทรศัพท์และ LINE @whd268

ก่อนและหลัง: ห้องชั้นล่างของคุณแม่

ก่อน

  • กลิ่นโคลนปนกลิ่นอับทันทีที่เปิดประตู
  • ผนังไม้ด้านล่างมีจุดราสีเขียวเทา
  • ปั๊มที่นอนลมจมน้ำ ใช้ไม่ได้
  • ผ้าปูและเวชภัณฑ์ในตู้ล่างเปียกและเหม็น
  • ผู้ป่วยต้องนอนฟูกธรรมดาชั้นบนที่ร้อนและแคบ

หลัง

  • ห้องแห้ง กลิ่นอับลดลงชัดเจนหลังระบายอากาศ
  • พื้นและผนังผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • ที่นอนลมชุดใหม่ ปลั๊กไฟผ่านการตรวจ
  • ผ้าปูและเวชภัณฑ์ชุดใหม่ จัดเก็บสูงจากพื้น
  • ผู้ป่วยกลับมานอนห้องเดิม และนัดทีมเยี่ยมบ้านประเมินแผลต่อ

เสียงจากผู้ใช้บริการ (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"สิ่งที่ช่วยมากคือทีมงานถามก่อนเลยว่าแม่จะไปพักที่ไหนระหว่างทำ แล้วค่อยวางแผนเวลา เราได้กลับมาที่ห้องที่แห้งและไม่มีกลิ่น แม่ได้นอนที่นอนลมเครื่องใหม่ในห้องเดิม ส่วนแผลก็ให้พยาบาลเยี่ยมบ้านดูต่อตามนัด"

คุณแอน ผู้ดูแลคุณแม่ติดเตียง บ้านริมคลอง ตลิ่งชัน (เรื่องเล่าเชิงสถานการณ์)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในบ้านระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ไหม?
ตอบ: ผู้ป่วยต้องอยู่นอกพื้นที่ทำงานตลอดการพ่น การอบ และการระบายอากาศ หากอยู่บ้านเดียวกัน ต้องเป็นห้องหรือชั้นที่แยกกันชัดเจน ทีมงานจะประเมินในวันสำรวจว่าบ้านแบบไหนทำได้ หรือควรไปพักที่อื่นชั่วคราว

ถาม: ปั๊มที่นอนลมที่จมน้ำ ตากแห้งแล้วใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ไม่ควรใช้ก่อนผ่านการตรวจจากผู้จำหน่ายหรือช่าง อุปกรณ์ไฟฟ้าที่จมน้ำอาจเกิดไฟฟ้ารั่วหรือทำงานผิดปกติ ซึ่งอันตรายสำหรับผู้ป่วยที่ขยับตัวเองไม่ได้

ถาม: ตัวที่นอนลมที่โดนน้ำท่วมทำความสะอาดได้ไหม?
ตอบ: ขึ้นกับวัสดุและคำแนะนำของผู้ผลิต หากน้ำท่วมซึมเข้าด้านในหรือท่อลม ส่วนใหญ่ควรเปลี่ยนใหม่ ปรึกษาผู้จำหน่ายเป็นรายกรณี

ถาม: อบโอโซนช่วยรักษาแผลกดทับไหม?
ตอบ: ไม่ใช่ การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมในห้อง ลดสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับ ไม่ใช่การรักษาแผล การดูแลแผลต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล

ถาม: หลังอบโอโซนต้องรอนานเท่าไรจึงพาผู้ป่วยกลับห้องได้?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้องและปริมาณที่ใช้ ทีมงานจะแจ้งเวลาระบายอากาศที่เหมาะสมในวันทำงาน สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ควรเผื่อเวลาระบายอากาศให้มากพอ

ถาม: ผู้ดูแลควรป้องกันตัวเองอย่างไรระหว่างทำความสะอาด?
ตอบ: สวมถุงมือยาง รองเท้าบูต และหน้ากาก เมื่อจับของที่ขึ้นราหรือเปื้อนโคลน ล้างมือให้สะอาดก่อนกลับไปดูแลผู้ป่วยทุกครั้ง

เตรียมห้องให้พร้อม ก่อนพาคนที่คุณรักกลับบ้าน

นัดสำรวจบ้านผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วมในตลิ่งชันและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมวางแผนที่พักชั่วคราวระหว่างทำงาน

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#บ้านผู้ป่วยติดเตียง #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ตลิ่งชัน

คำค้นหา: บ้านผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำลด, ที่นอนลม, แผลกดทับ, ผู้ดูแลผู้ป่วย, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, อบโอโซน, กำจัดเชื้อรา, ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้