Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
"คุณแพร" แม่ลูกสองวัยสามสิบแปด อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านคลองสามวา กรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำเข้าชั้นล่างสูงราวสามสิบเซนติเมตรและขังอยู่ห้าวัน ครอบครัวย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบน ส่วนชั้นล่างมีตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน ตู้ใต้ซิงก์ครัว ชั้นวางทีวี และโต๊ะทำการบ้านของลูก ซึ่งทั้งหมดทำจากไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF ปิดผิวเมลามีนลายไม้
เมื่อน้ำลด คุณแพรลงมาเปิดตู้เสื้อผ้าและพบว่าขาตู้ด้านล่างบวมพองจนดูหนากว่าเดิมเกือบเท่าตัว ประตูตู้ปิดไม่สนิท บานพับหลวม แผ่นผิวลายไม้ที่ขอบล่างเผยอขึ้นมา พอเอานิ้วกดดู เนื้อไม้ข้างในยุ่ยเหมือนขนมปังชื้น ด้านหลังตู้ที่ชิดผนังมีจุดราสีเขียวปนดำเป็นแนวยาว ส่วนตู้ใต้ซิงก์มีกลิ่นอับเหม็นเปรี้ยว ลูกคนเล็กที่เป็นภูมิแพ้เริ่มจามทุกครั้งที่เดินผ่านห้องนั้น
คำถามแรกที่คุณแพรถามคือ "ตู้พวกนี้ตากแดดให้แห้งแล้วใช้ต่อได้ไหม หรือต้องทิ้งทั้งหมด" เพราะตู้บิลต์อินเพิ่งทำได้ไม่ถึงสามปี คำถามนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากในบ้านหลังน้ำลด บทความนี้จะช่วยตอบอย่างตรงไปตรงมา ว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดชนิดนี้ต่างจากไม้จริงอย่างไร ชิ้นไหนควรปล่อยวาง ชิ้นไหนยังเก็บได้ และเมื่อขนย้ายออกแล้ว จะทำให้ห้องปลอดเชื้อราและกลิ่นอับได้อย่างไร
เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปและตู้บิลต์อินราคาประหยัดในบ้านจัดสรรส่วนใหญ่ทำจากไม้แปรรูปสองชนิด ชนิดแรกคือปาร์ติเคิลบอร์ด ซึ่งเป็นเศษไม้ชิ้นเล็กอัดรวมกันด้วยกาวและแรงกด ชนิดที่สองคือ MDF ซึ่งเป็นเส้นใยไม้ละเอียดอัดแน่นด้วยกาวเช่นกัน ทั้งสองชนิดมักปิดผิวด้วยเมลามีน ลามิเนต หรือฟิล์มลายไม้ ทำให้ดูสวยและทำความสะอาดง่ายในสภาพปกติ
จุดอ่อนอยู่ที่เนื้อในและขอบ เมื่อแช่น้ำ น้ำจะซึมเข้าทางขอบที่ตัด รูเจาะสกรู และด้านหลังตู้ที่ไม่ได้ปิดผิว เศษไม้หรือเส้นใยไม้ข้างในจะดูดน้ำและพองตัว แรงยึดของกาวลดลง เนื้อไม้จึงบวมหนาขึ้นและมักไม่หดกลับเท่าเดิมแม้แห้งแล้ว ต่างจากไม้จริงที่บวมแล้วยังพอหดคืนได้บ้างเมื่อผึ่งอย่างถูกวิธี
ผลที่ตามมาคือความแข็งแรงหายไป สกรูและบานพับหลุดง่าย ชั้นวางแอ่นตัว ขาตู้รับน้ำหนักไม่ไหว และที่สำคัญคือเนื้อในที่ยุ่ยกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อรา เพราะมีทั้งความชื้น เศษไม้ และกาวที่เชื้อราใช้เป็นอาหารได้ เชื้อราจึงเติบโตอยู่ข้างในโดยที่เรามองไม่เห็นจากผิวเมลามีนด้านหน้า
สุขภาพ: เฟอร์นิเจอร์ที่เปียกน้ำท่วมสัมผัสทั้งโคลน น้ำเสีย และเชื้อโรคจากท่อระบายน้ำ ซึ่งอาจมีแบคทีเรียอย่างอีโคไล และในพื้นที่น้ำขังยังมีความเสี่ยงโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส หากมือที่มีแผลไปสัมผัสคราบโคลนในตู้โดยไม่ได้ป้องกัน ส่วนสปอร์เชื้อราจากด้านหลังตู้จะฟุ้งในอากาศทุกครั้งที่เปิดปิดประตู ซึ่งอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก และหอบหืดในเด็กและผู้สูงอายุ
ความปลอดภัย: ตู้ที่ขาบวมยุ่ยอาจล้มหรือชั้นวางพังลงมาได้โดยไม่มีสัญญาณเตือน โดยเฉพาะตู้สูงที่วางของหนักไว้ข้างบน และตู้ที่เด็กชอบปีนเล่น
เงินและเวลา: การเก็บตู้ที่เสียแล้วไว้ด้วยความเสียดาย มักจบที่การเสียเงินสองรอบ รอบแรกคือค่าทำความสะอาดและน้ำยาที่ใช้กับตู้ที่สุดท้ายต้องทิ้งอยู่ดี รอบที่สองคือเชื้อราที่ลามจากตู้ไปยังผนัง เสื้อผ้า และที่นอน ทำให้ต้องจัดการห้องใหม่ทั้งห้อง
กลิ่นในบ้าน: เนื้อไม้อัดที่ชื้นและเริ่มเน่าจะส่งกลิ่นอับเปรี้ยวออกมาเรื่อย ๆ กลิ่นนี้ติดเสื้อผ้าที่แขวนในตู้ ติดผ้าม่าน และทำให้ทั้งชั้นล่างมีกลิ่นเหมือนห้องเก็บของเก่า
ก่อนตัดสินใจ ให้สวมถุงมือยางและหน้ากากอนามัยชนิดกระชับ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท แล้วตรวจเฟอร์นิเจอร์ทีละชิ้นตามหลักง่าย ๆ ดังนี้
กลุ่มที่ควรทิ้ง: ชิ้นที่ขอบหรือขาบวมพองจนเห็นได้ชัด กดแล้วยุ่ยหรือเป็นผง แผ่นผิวเผยอหลุด สกรูหรือบานพับหลวมจนยึดไม่อยู่ มีราขึ้นที่ด้านหลังหรือด้านในเป็นวงกว้าง หรือแช่น้ำโคลนน้ำเสียนานหลายวัน ชิ้นเหล่านี้แม้จะแห้งแล้วก็ไม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม และเชื้อราในเนื้อในก็ยากจะกำจัดให้หมด
กลุ่มที่อาจเก็บได้: ชิ้นที่โดนน้ำแค่กระเซ็นหรือเปียกเพียงช่วงสั้น ๆ ขอบยังเรียบ ไม่บวม เนื้อไม้ยังแน่น ไม่มีกลิ่นเน่าจากข้างใน และไม่มีราที่ด้านหลัง ชิ้นเหล่านี้ทำความสะอาด ผึ่งให้แห้งสนิท และฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้ แต่ควรสังเกตอาการต่ออีกหลายสัปดาห์
กลุ่มที่แยกชิ้นส่วนได้: ตู้ที่ส่วนล่างเสีย แต่ส่วนบนไม่โดนน้ำ บางครั้งช่างไม้สามารถตัดส่วนล่างออกแล้วทำฐานใหม่ หรือเปลี่ยนเฉพาะแผงที่เสียได้ ส่วนอุปกรณ์อย่างมือจับโลหะ รางลิ้นชัก บานกระจก และขาโลหะ มักล้างฆ่าเชื้อแล้วนำกลับมาใช้ได้ การตัดสินใจเรื่องโครงสร้างและการซ่อมแบบนี้ควรให้ช่างไม้หรือช่างเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเป็นผู้ประเมิน
อีกข้อที่ควรรู้คือ ตู้บิลต์อินที่ยึดติดผนังมักซ่อนความชื้นไว้ด้านหลัง เมื่อรื้อตู้ออกมักพบคราบน้ำและราบนผนังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน การวางแผนรื้อและทำความสะอาดผนังไปพร้อมกันจึงคุ้มกว่าการรื้อทีหลัง
ตากแดดแล้วใช้ต่อ: แดดช่วยให้ผิวนอกแห้ง แต่ไม้อัดที่บวมแล้วไม่หดคืน และความชื้นในเนื้อในยังอยู่นาน บางครั้งแดดทำให้ผิวเมลามีนบิดงอและหลุดเร็วขึ้นด้วย
เช็ดด้วยน้ำยาซักผ้าขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวช่วยทำให้คราบจางลง แต่ไม่ซึมเข้าไปถึงเชื้อราในเนื้อไม้อัด และการเติมน้ำเข้าไปอีกยิ่งทำให้ไม้อมความชื้นมากขึ้น ที่สำคัญคือห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย
เปิดพัดลมแล้วปิดห้องไว้: พัดลมช่วยไล่ความชื้นที่ผิว แต่ถ้ายังมีตู้เปียกอยู่ในห้อง ความชื้นจะวนกลับมา และสปอร์เชื้อราจะถูกพัดไปทั่วห้อง
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลิ่นหอมแค่กลบกลิ่นอับไว้ชั่วคราว พอหมดฤทธิ์ กลิ่นเปรี้ยวจากเนื้อไม้อัดก็กลับมา
ทาสีหรือแปะสติกเกอร์ทับ: การปิดทับรอยราบนตู้หรือผนังโดยไม่แก้ที่ต้นเหตุ ทำให้ราเติบโตต่ออยู่ข้างใต้ และมักดันสีหรือฟิล์มให้พองออกมาภายในไม่กี่เดือน
ความจริงที่ต้องพูดตรง ๆ คือ ไม่มีบริการใดทำให้ไม้อัดที่บวมยุ่ยกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ หน้าที่ของ World Health Disinfection (WHD) คือดูแลส่วนที่เหลือ ได้แก่ ห้อง ผนัง พื้น ซอกหลังตู้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังเก็บไว้ ให้ปลอดเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับ ก่อนที่ครอบครัวจะกลับมาใช้ห้องตามปกติ หรือก่อนที่ช่างจะเข้ามาติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่
บริการพ่นฆ่าเชื้อ ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ซึ่งทำให้ละอองเล็กมากพอจะลอยเข้าถึงซอกมุม ใต้ซิงก์ หลังตู้ ขอบบัว และพื้นผิวที่มือเข้าไม่ถึง ช่วยลดเชื้อโรคบนพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม
บริการอบโอโซน ใช้เครื่องผลิตโอโซนกำลังสูงปิดห้องอบตามระยะเวลาที่เหมาะกับขนาดห้อง ก๊าซโอโซนกระจายไปทั่วห้อง ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศและติดตามพื้นผิว และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นเปรี้ยวที่ซึมอยู่ในห้อง ได้ผลดีกว่าการกลบกลิ่น
สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ยังเก็บไว้ การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนช่วยจัดการผิวและกลิ่นได้ดี แต่โอโซนไม่ได้ซึมลึกเข้าไปแก้เนื้อไม้อัดที่ชุ่มน้ำ จึงต้องทำควบคู่กับการผึ่งให้แห้งจริงและการคัดแยกที่ถูกต้อง
หากผนังด้านหลังตู้มีรอยร้าว ปลั๊กไฟหรือสายไฟเคยจมน้ำ หรือมีปัญหาโครงสร้าง ควรให้ช่างก่อสร้างและช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญตรวจก่อน งานของ WHD คือการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น
"ตอนแรกเสียดายตู้บิลต์อินมาก อยากเก็บไว้ทั้งหมด ทีมงานช่วยชี้ให้ดูว่าส่วนล่างยุ่ยจริง ๆ และบอกตรง ๆ ว่าโอโซนช่วยเรื่องเชื้อราและกลิ่นในห้องได้ แต่ทำให้ไม้ที่บวมกลับมาแข็งไม่ได้ เลยตัดสินใจให้ช่างรื้อส่วนล่างออก แล้วนัดพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนทำตู้ใหม่ ตอนนี้ห้องไม่มีกลิ่นแล้ว ลูกก็กลับมานอนชั้นล่างได้"
— คุณแพร ทาวน์โฮม เขตคลองสามวา (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: ไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดที่บวมแล้ว ตากแดดจะยุบกลับไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่ไม่ยุบกลับเท่าเดิม และความแข็งแรงลดลง หากบวมชัดเจนหรือกดแล้วยุ่ย ควรพิจารณาเปลี่ยน
ถาม: อบโอโซนแล้วตู้ที่ขึ้นราใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: โอโซนช่วยจัดการสปอร์ที่ผิวและกลิ่นในห้อง แต่ไม่ได้ซ่อมเนื้อไม้ที่บวมหรือกำจัดราที่ฝังลึกในเนื้อในทั้งหมด ตู้ที่ราขึ้นเป็นวงกว้างจึงควรทิ้ง
ถาม: ควรรื้อตู้ก่อนหรือพ่นฆ่าเชื้อก่อน?
ตอบ: แนะนำให้รื้อชิ้นที่เสียออกก่อน เพื่อให้ละอองน้ำยาและโอโซนเข้าถึงผนังด้านหลังตู้ได้เต็มที่
ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งเวลาอบและเวลาระบายอากาศให้ชัดเจน ระหว่างนั้นต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ในห้อง
ถาม: เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องต้องย้ายออกไหม?
ตอบ: ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซน และจะคลุมหรือแนะนำให้ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อ่อนไหวหรือของมีค่าออกก่อน ส่วนเครื่องที่เคยจมน้ำควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเสียบปลั๊ก
ถาม: WHD รับซ่อมหรือทำตู้ใหม่ไหม?
ตอบ: ไม่ WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเท่านั้น งานรื้อ ซ่อม หรือทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ควรใช้ช่างไม้หรือร้านเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน
ปรึกษาทีม World Health Disinfection เรื่องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังน้ำท่วมได้ทุกวัน
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #เฟอร์นิเจอร์บวมน้ำ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #คลองสามวา
คำค้นหา: เฟอร์นิเจอร์ MDF บวมน้ำ, ไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดบวม, ตู้เสื้อผ้าขึ้นรา, ตู้ครัวบวมน้ำ, กำจัดเชื้อรา, อบโอโซน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, คลองสามวา กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569