Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
"พี่เปิ้ล" เป็นผู้ประสานงานของที่พักชั่วคราวเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซอยเก่าย่านพระนคร กรุงเทพฯ ดำเนินงานโดยกลุ่มอาสาสมัครและผู้บริจาค อาคารเป็นตึกแถวสามคูหาที่ปรับชั้นล่างเป็นโรงครัว ห้องอาบน้ำรวม และห้องเก็บของ ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอนรวมเตียงเหล็กสองชั้นราวสามสิบเตียง ผู้พักส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีบ้านกลับ คนทำงานรายวันที่ตกงาน และคนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแต่ยังไม่มีที่ไป
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากถนนและท่อระบายน้ำไหลเข้าชั้นล่างสูงเกือบครึ่งเมตร ขังอยู่หลายวัน ทีมอาสาต้องพาผู้พักไปฝากไว้ที่ศูนย์พักพิงของหน่วยงานในพื้นที่ชั่วคราว พี่เปิ้ลบอกว่าคืนที่ต้องปิดประตูเป็นคืนที่ใจหายที่สุด เพราะสำหรับหลายคน ที่นี่คือที่เดียวที่มีเตียงให้นอน
เมื่อน้ำลด พี่เปิ้ลเดินกลับเข้าไปดูอาคาร กลิ่นแรกที่เจอคือกลิ่นโคลนปนกลิ่นท่อ ผนังชั้นล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นตรงยาว ใต้คราบเริ่มมีจุดราสีดำและเขียว ฟูกสำรองที่วางไว้ในห้องเก็บของบวมน้ำ ผ้าห่มบริจาคที่ยังไม่ได้แจกเปียกทั้งกอง ส่วนชั้นสองแม้น้ำไม่ขึ้น แต่ความชื้นลอยขึ้นมาตามบันได ทำให้ห้องนอนรวมมีกลิ่นอับจนแทบหายใจไม่ออก
คำถามที่พี่เปิ้ลถามทีมงานในวันแรกคือ "ผู้พักหลายคนร่างกายไม่แข็งแรง บางคนไอเรื้อรัง บางคนมีแผลที่เท้า ถ้าเปิดรับกลับเร็วเกินไป จะยิ่งทำให้เขาป่วยหรือเปล่า แล้วเราจะทำอย่างไรด้วยงบที่มีอยู่ไม่มาก" บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางที่ใช้ได้จริงสำหรับศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน บ้านพักชั่วคราว และที่พักรวมในลักษณะเดียวกัน
คนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่จำกัด ห้องนอนรวมที่มีเตียงชิดกัน ห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันหลายสิบคน และโรงครัวที่ทำอาหารวันละหลายรอบ ทำให้เชื้อโรคมีโอกาสส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนได้ง่ายกว่าบ้านทั่วไป หากพื้นผิวยังมีคราบน้ำท่วมตกค้าง ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น
ผู้พักจำนวนมากเป็นกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่มีบาดแผลตามร่างกาย มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคและเชื้อรามากกว่าคนทั่วไป ผู้ที่มีอาการไอ หอบ ไข้ ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ ควรได้รับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
น้ำท่วมในเมืองมักปนน้ำเสีย น้ำที่ไหลผ่านถนน ท่อระบายน้ำ และตลาด มักพาเชื้อแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล รวมถึงเชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งพบได้ในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุม เชื้อเหล่านี้ติดค้างตามพื้น ขาเตียง ผนังช่วงล่าง และสิ่งของที่จมน้ำ
เชื้อราโตเร็วในอาคารเก่า ตึกแถวเก่าย่านพระนครมักมีผนังปูนหนา ระบายความชื้นได้ช้า ช่องลมน้อย และอยู่ติดกับอาคารข้างเคียง เมื่อน้ำลดแล้วผนังยังอมน้ำอยู่นาน เชื้อราจึงเริ่มขึ้นภายในไม่กี่วัน สปอร์ราที่ลอยในอากาศเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้และอาการหอบหืดได้
ข้าวของส่วนใหญ่มาจากการบริจาค ฟูก หมอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้าสำรองมักเป็นของบริจาคที่มีจำกัด การทิ้งทั้งหมดอาจทำให้ไม่มีของพอใช้ ศูนย์จึงต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าอะไรควรทิ้ง อะไรซักและฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้
ด้านสุขภาพ หากเปิดรับผู้พักกลับในขณะที่ห้องยังชื้นและมีเชื้อรา ผู้ที่มีปัญหาทางเดินหายใจอาจไอมากขึ้น ผู้ที่มีแผลอาจติดเชื้อจากพื้นและผ้าปูที่นอน ห้องน้ำที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้ออาจเป็นจุดแพร่โรคท้องร่วง ซึ่งในที่พักรวมจะลามได้เร็วมาก
ด้านเวลา ทุกวันที่ศูนย์ยังเปิดไม่ได้ คือทุกวันที่ผู้พักต้องไปอยู่ที่อื่นหรือกลับไปนอนตามทางเท้า ศูนย์จึงต้องการวิธีที่ฟื้นฟูได้เร็วแต่ไม่ลวก ไม่ใช่รีบเปิดแล้วต้องปิดซ้ำเพราะมีคนป่วยตามมา
ด้านงบประมาณ ศูนย์ส่วนใหญ่พึ่งเงินบริจาค การซื้อของใหม่ทั้งหมดหรือทาสีใหม่ทั้งอาคารอาจเกินกำลัง การวางแผนว่าจุดใดต้องลงทุน จุดใดทำเองได้ จึงช่วยให้ใช้เงินได้คุ้มที่สุด
ด้านความไว้วางใจ ผู้พักบางคนเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับที่พักที่ไม่สะอาด หากกลับมาแล้วเจอกลิ่นอับหรือเห็นราบนผนัง อาจไม่อยากกลับมาอีก ผู้บริจาคและอาสาสมัครเองก็อยากเห็นว่าศูนย์ดูแลสุขอนามัยอย่างจริงจัง การฟื้นฟูที่ทำอย่างเป็นระบบจึงช่วยรักษาความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย
ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเรียบได้ แต่ถ้าใช้เข้มเกินไปในห้องปิดจะมีไอระเหยที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ ซึ่งไม่เหมาะกับผู้พักที่ปอดไม่แข็งแรง อีกทั้งไม่ซึมเข้าไปจัดการเชื้อราในเนื้อปูน และไม่ช่วยเรื่องกลิ่นอับที่ลอยอยู่ในอากาศ ที่สำคัญคือห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด
เปิดพัดลมเป่าหลายวัน พัดลมช่วยให้พื้นผิวแห้งเร็วขึ้น แต่ในอาคารที่ช่องลมน้อย พัดลมอาจแค่พาสปอร์ราให้ฟุ้งไปทั่วห้อง โดยเฉพาะจากชั้นล่างขึ้นไปยังห้องนอนรวมชั้นบน
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น กลิ่นหอมกลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ต้นเหตุยังอยู่ และในห้องนอนรวมที่คนอยู่หนาแน่น กลิ่นหอมแรง ๆ หรือควันอาจทำให้บางคนแน่นหน้าอก
ทาสีทับคราบรา หากผนังยังไม่แห้งสนิทและยังไม่ได้กำจัดเชื้อราก่อน สีใหม่จะพองและราจะดันกลับมาในไม่กี่สัปดาห์ เท่ากับเสียทั้งเงินและเวลา
ซักผ้าห่มด้วยน้ำเปล่าแล้วตากในร่ม ผ้าที่จมน้ำท่วมต้องซักด้วยน้ำยาซักผ้าและตากแดดจัดจนแห้งสนิท หากตากในร่มที่อับชื้น ผ้าจะยังมีกลิ่นและอาจขึ้นราซ้ำ
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ และ อบโอโซน สำหรับอาคารหลังน้ำท่วม ทั้งบ้านพัก ตึกแถว และพื้นที่ส่วนรวม การใช้สองวิธีร่วมกันช่วยให้จัดการได้ทั้งเชื้อโรคบนพื้นผิวและกลิ่นอับในอากาศ
พ่นฆ่าเชื้อแบบละอองฝอย ULV ทีมงานใช้น้ำยา Chemgene HLD4H พ่นเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายเข้าถึงซอกมุม ใต้เตียงสองชั้น หลังตู้ล็อกเกอร์ ผนังห้องอาบน้ำ และพื้นโรงครัว จุดที่ผ้าถูพื้นเข้าไม่ถึง เหมาะกับพื้นที่ที่มีคนใช้ร่วมกันจำนวนมาก
อบโอโซน โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายได้ทั่วห้อง ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับ ทั้งกลิ่นโคลน กลิ่นท่อ และกลิ่นอับชื้นที่ฝังในฟูก ผ้าม่าน และผนัง ทีมงานใช้เครื่อง Master Ozone Generator และควบคุมปริมาณกับเวลาให้เหมาะกับขนาดห้อง
ความปลอดภัยของโอโซนต้องมาก่อน ระหว่างอบโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ ทีมงานจะปิดพื้นที่และติดป้ายห้ามเข้า หลังอบเสร็จต้องระบายอากาศจนปลอดภัยก่อนให้ใครกลับเข้าไป สำหรับศูนย์พักพิงที่ผู้พักอาจกลับมาโดยไม่ได้นัด ควรมีอาสาสมัครเฝ้าประตูตลอดช่วงอบ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัวยาง หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อโอโซน ทีมงานจะแนะนำให้คลุมหรือย้ายออก และควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะสม
1. สำรวจอาคารร่วมกับผู้ประสานงาน ทีมงานเดินดูทุกชั้น จดระดับน้ำ จุดที่มีรา จุดที่กลิ่นแรง และโซนที่ผู้พักใช้มากที่สุด แล้วแบ่งพื้นที่เป็นโซน เช่น ห้องนอนรวม ห้องน้ำ โรงครัว ห้องเก็บของ และทางเดินบันได เพื่อวางลำดับงาน
2. แนะนำการเคลียร์โคลนและแยกของ ตักโคลนออก ล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด แยกฟูกและหมอนที่จมน้ำออกจากอาคาร ฟูกที่อมน้ำท่วมมักฟื้นคืนได้ยาก ควรพิจารณาทิ้ง ส่วนผ้าห่ม ผ้าปู และเสื้อผ้าให้ซักด้วยน้ำยาและตากแดดจนแห้งสนิท อาสาสมัครที่ช่วยงานควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก
3. ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้า ก่อนเปิดไฟชั้นล่างหรือใช้ปั๊มน้ำ ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊ก สายไฟ และเบรกเกอร์ที่เคยจมน้ำก่อนเสมอ
4. พ่นฆ่าเชื้อทุกโซน เริ่มจากโซนที่สกปรกที่สุดอย่างห้องน้ำและห้องเก็บของ แล้วจึงไปที่โรงครัว ทางเดิน และห้องนอนรวม พ่นให้ทั่วพื้น ผนังช่วงล่าง โครงเตียง ราวบันได ลูกบิดประตู และตู้ล็อกเกอร์ ซึ่งเป็นจุดที่มือสัมผัสบ่อย
5. อบโอโซนแบบปิดพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง อบทีละชั้นหรือทีละโซน โดยไม่มีคนอยู่ในอาคาร ห้องนอนรวมที่มีฟูกและผ้าม่านจำนวนมากมักต้องใช้เวลาอบนานกว่าห้องอื่น
6. ระบายอากาศให้เต็มที่ เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เปิดพัดลมดูดอากาศ จนกลิ่นโอโซนจางและทีมงานยืนยันว่าเข้าพื้นที่ได้
7. ตรวจซ้ำก่อนเปิดรับผู้พัก ทีมงานกลับมาดูความชื้น กลิ่น และจุดราที่เคยพบ หากผนังยังชื้นมาก จะแนะนำให้รอให้แห้งก่อนทาสีหรือวางเตียงชิดผนัง และนัดทำซ้ำเฉพาะจุดถ้าจำเป็น
"ตอนแรกคิดว่าจะขัดเองให้หมด แต่พอเห็นว่าห้องนอนชั้นบนก็มีกลิ่นด้วย เลยรู้ว่าต้องทำทั้งอาคาร ทีมงานช่วยแบ่งโซนให้ เราเปิดโรงครัวแจกข้าวได้ก่อน แล้วค่อยเปิดห้องนอน วันที่คุณลุงคนแรกกลับมาแล้วบอกว่าห้องไม่เหม็นแล้ว เราก็โล่งใจมาก"
— พี่เปิ้ล ผู้ประสานงานที่พักชั่วคราวย่านพระนคร (เรื่องเล่าตัวอย่างจากหน้างาน)
เปิดหน้าต่างทุกเช้า ให้ลมผ่านห้องนอนรวมอย่างน้อยวันละหนึ่งถึงสองชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงที่ผนังยังไม่แห้งสนิท
ผลัดตากฟูกและหมอน จัดตารางให้ผู้พักช่วยกันยกฟูกออกตากแดดสัปดาห์ละครั้ง เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ทุกคนมีส่วนร่วมดูแลที่พัก
เช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน ลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ และสวิตช์ไฟ ใช้สเปรย์ Chemgene HLD4H ชนิดสเปรย์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
สังเกตจุดราใหม่ ถ้าพบจุดราใหม่บนผนังหรือมุมห้อง ให้ถ่ายรูปและจดวันที่ไว้ หากลามเร็ว ควรนัดทีมงานตรวจซ้ำ
จัดการขยะและน้ำขังรอบอาคาร ขยะที่กองหน้าอาคารหลังน้ำลดดึงดูดหนูและแมลงสาบ ควรประสานเขตเก็บขยะ และคว่ำภาชนะที่มีน้ำขังเพื่อลดยุง
ประสานหน่วยบริการสุขภาพ หากผู้พักมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง หรือมีแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก กรมควบคุมโรค
ถาม: ต้องให้ผู้พักออกจากอาคารทั้งหมดระหว่างทำงานไหม
ตอบ: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีใครอยู่ในพื้นที่ที่อบ หากอาคารใหญ่พอ อาจทำทีละชั้นได้ แต่ต้องปิดกั้นทางเชื่อมให้ดี ทีมงานจะช่วยวางแผนตอนสำรวจ
ถาม: ฟูกที่จมน้ำแค่ช่วงล่าง ใช้ต่อได้ไหม
ตอบ: ฟูกที่อมน้ำท่วมมักมีความชื้นและเชื้อสะสมด้านใน ทำความสะอาดให้ปลอดภัยได้ยาก โดยทั่วไปแนะนำให้ทิ้ง ส่วนฟูกที่ไม่โดนน้ำแต่มีกลิ่นอับ สามารถตากแดดและอบโอโซนร่วมด้วยได้
ถาม: ต้องรอนานแค่ไหนจึงกลับเข้าอาคารได้หลังอบโอโซน
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้องและเวลาที่อบ ทีมงานจะระบายอากาศและยืนยันกับผู้ประสานงานก่อนให้ทุกคนกลับเข้า
ถาม: ทำครั้งเดียวพอไหม
ตอบ: หลายแห่งทำรอบเดียวแล้วกลิ่นหายชัดเจน แต่ถ้าผนังยังชื้นมากหรือยังมีของจมน้ำค้างอยู่ อาจต้องทำซ้ำเฉพาะจุด ทีมงานจะประเมินตอนตรวจซ้ำ
ถาม: งบจำกัด ควรเริ่มจากตรงไหน
ตอบ: แนะนำให้เริ่มจากห้องน้ำรวม โรงครัว และห้องนอนรวม ซึ่งเป็นจุดที่มีผลต่อสุขภาพผู้พักมากที่สุด ส่วนห้องเก็บของอาจทำความสะอาดเองก่อนได้ ปรึกษาทีมงานเพื่อจัดลำดับได้ทาง LINE @whd268
ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง
ตอบ: ให้บริการเขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต บางกอกน้อย และพื้นที่ใกล้เคียงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นัดสำรวจศูนย์พักพิงหรือที่พักรวมหลังน้ำท่วมในเขตพระนครและพื้นที่ใกล้เคียง
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูอาคารหลังน้ำท่วม #พระนคร
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน, ที่พักชั่วคราวหลังน้ำท่วม, อบโอโซนห้องนอนรวม, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, พระนคร กรุงเทพฯ, น้ำท่วม 2569