บ้านใหม่ยังไม่ทันได้โอน แต่น้ำท่วมมาก่อน ควรทำอย่างไรดี? คู่มือผู้ซื้อบ้านจัดสรรบางเสาธง สมุทรปราการ ปี 2569 ตรวจอะไร ประสานโครงการอย่างไร และพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนก่อนเข้าอยู่จำเป็นแค่ไหน

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านใหม่ยังไม่ทันได้โอน แต่น้ำท่วมมาก่อน ควรทำอย่างไรดี? คู่มือผู้ซื้อบ้านจัดสรรบางเสาธง สมุทรปราการ ปี 2569 ตรวจอะไร ประสานโครงการอย่างไร และพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนก่อนเข้าอยู่จำเป็นแค่ไหน

บ้านใหม่ยังไม่ทันได้โอน แต่น้ำท่วมมาก่อน ควรทำอย่างไรดี? คู่มือผู้ซื้อบ้านจัดสรรบางเสาธง สมุทรปราการ ปี 2569 ตรวจอะไร ประสานโครงการอย่างไร และพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนก่อนเข้าอยู่จำเป็นแค่ไหน

เรื่องเล่าจากหน้างาน: บ้านที่ยังไม่เคยมีใครนอน แต่กลิ่นเหมือนบ้านร้าง

"คุณมินตรา" กับสามีเก็บเงินดาวน์บ้านทาวน์โฮมสองชั้นในโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านบางเสาธงมาเกือบสามปี นัดโอนกรรมสิทธิ์ไว้ปลายเดือนตุลาคม 2569 ทั้งคู่ซื้อม่าน สั่งเตียงเด็ก และวางแผนว่าลูกชายวัยสามขวบจะได้มีห้องของตัวเองเป็นครั้งแรก

แล้วฝนก็ตกหนักติดกันหลายวัน น้ำจากคลองและพื้นที่ลุ่มรอบหมู่บ้านไหลเข้าท่วมถนนในโครงการ บ้านหลังที่ทั้งคู่จองไว้ยังล็อกกุญแจอยู่ ไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครเปิดหน้าต่าง น้ำเข้าไปค้างในบ้านสูงประมาณยี่สิบเซนติเมตรอยู่หลายวัน

เมื่อน้ำลด ฝ่ายขายของโครงการโทรมาแจ้งว่าจะทำความสะอาดให้ คุณมินตราขอเข้าไปดูด้วยตัวเอง ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไขกุญแจเปิดประตู กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนก็พุ่งออกมา พื้นกระเบื้องยังมีคราบดินบาง ๆ ผนังยิปซัมใต้บันไดมีรอยน้ำเป็นเส้นชัดเจน ตู้ใต้ซิงก์ที่เป็นไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดบวมขึ้น และมุมห้องนั่งเล่นเริ่มมีจุดสีเทาเขียวเล็ก ๆ กระจายอยู่

"บ้านใหม่ที่เรายังไม่เคยได้นอนสักคืน ทำไมกลิ่นเหมือนบ้านร้างที่ปิดไว้เป็นปี" คุณมินตราพูดกับสามี เธอกังวลเรื่องลูกที่มีอาการแพ้ฝุ่นอยู่แล้ว และไม่รู้ว่าควรเซ็นรับโอนตามกำหนดเดิมหรือไม่ ควรขอให้โครงการซ่อมอะไรบ้าง และการทำความสะอาดแบบที่โครงการเสนอจะพอหรือเปล่า

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับคุณมินตราคนเดียว ในน้ำท่วมปี 2569 มีบ้านใหม่จำนวนไม่น้อยในสมุทรปราการที่อยู่ระหว่างรอโอน ตกแต่งเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีคนอยู่ บทความนี้จึงรวบรวมสิ่งที่ผู้ซื้อควรรู้ ตั้งแต่การตรวจบ้าน การพูดคุยกับโครงการ จนถึงการฟื้นฟูบ้านให้สะอาดปลอดภัยก่อนย้ายเข้า

ทำไมบ้านใหม่ที่ปิดไว้จึงเสียหายจากความชื้นมากกว่าที่คิด

หลายคนคิดว่าบ้านใหม่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีของใช้ น่าจะฟื้นฟูง่าย ความจริงคือบ้านที่ปิดทึบไม่มีคนอยู่มีจุดอ่อนเฉพาะตัวหลายข้อ

  • ไม่มีการระบายอากาศเลย บ้านที่มีคนอยู่จะมีการเปิดประตูหน้าต่าง เปิดพัดลม เปิดแอร์ แต่บ้านรอโอนถูกล็อกไว้ ความชื้นจากน้ำที่ค้างจึงถูกขังอยู่ข้างในหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ในบ้านสูงเกินระดับที่เชื้อราชอบ
  • วัสดุใหม่ดูดน้ำได้ดี ผนังยิปซัม ฝ้า ไม้บัวพื้น ตู้บิวท์อินที่ทำจากปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ MDF ล้วนดูดน้ำและเก็บความชื้นได้นาน ปูนฉาบและสีที่เพิ่งทาไม่นานก็ยังบ่มตัวไม่เต็มที่
  • ไม่มีใครเห็นปัญหาตั้งแต่ต้น เชื้อรามักเริ่มเติบโตภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียก เมื่อไม่มีใครอยู่ก็ไม่มีใครเช็ดหรือเปิดระบาย ปัญหาจึงลามไปเงียบ ๆ จนกว่าจะมีคนมาเปิดบ้าน
  • ระบบท่อยังไม่เคยถูกใช้งานจริง ท่อระบายน้ำ บ่อพัก และถังบำบัดน้ำเสียอาจมีโคลนและน้ำสกปรกไหลย้อนเข้าไป กลิ่นท่อจึงอาจโผล่ขึ้นมาทีหลังเมื่อเริ่มใช้งาน

ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ผู้ซื้อควรรู้

น้ำท่วมที่ไหลผ่านถนน คลอง และท่อระบายน้ำ อาจพาเชื้อแบคทีเรียอย่างอีโคไล (E. coli) เชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร และเชื้อเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) เข้ามาพร้อมโคลน คราบที่หลงเหลือบนพื้นและผนังจึงไม่ใช่แค่สิ่งสกปรก แต่อาจเป็นแหล่งเชื้อโรค ส่วนเชื้อราที่เติบโตบนผนังและตู้จะปล่อยสปอร์ลอยในอากาศ ซึ่งอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง หรือระคายเคืองตาและจมูก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

ความเสี่ยงด้านเงินและเวลา

ผู้ซื้อบ้านใหม่ส่วนใหญ่ผ่อนบ้านด้วยสินเชื่อระยะยาว หากรับโอนไปแล้วเพิ่งพบว่าผนังด้านในขึ้นรา ตู้บวม หรือมีกลิ่นอับที่ไม่ยอมหาย ค่าซ่อมจะตกเป็นภาระของผู้ซื้อในเวลาที่เงินสำรองตึงที่สุด นอกจากนี้ การเลื่อนย้ายเข้าก็หมายถึงค่าเช่าที่พักเดิมที่ต้องจ่ายต่อ เวลาลางานไปดูบ้าน และความเครียดของทั้งครอบครัว

ก่อนรับโอน: ผู้ซื้อควรประสานกับโครงการอย่างไร

ช่วงก่อนโอนกรรมสิทธิ์ บ้านยังอยู่ในความดูแลของผู้ประกอบการโครงการ ผู้ซื้อจึงมีโอกาสสำคัญที่จะตรวจและขอให้แก้ไขก่อนเซ็นรับ ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไป รายละเอียดเรื่องสิทธิและความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับสัญญาจะซื้อจะขายของแต่ละโครงการ หากไม่แน่ใจควรสอบถามฝ่ายนิติกรรมของโครงการหรือที่ปรึกษากฎหมาย

  1. แจ้งโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งข้อความหรืออีเมลถึงฝ่ายขายหรือฝ่ายบริการลูกค้า ระบุบ้านเลขที่ แปลง และขอให้นัดตรวจบ้านร่วมกันหลังน้ำลด เก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง
  2. ถ่ายรูปและวิดีโออย่างละเอียด ทั้งระดับคราบน้ำบนผนัง ตู้ใต้ซิงก์ ประตูไม้ ไม้บัว ปลั๊กไฟระดับต่ำ และจุดราทุกจุด ระบุวันที่ไว้ชัดเจน
  3. ขอรายการงานแก้ไข เช่น การเปลี่ยนผนังยิปซัมส่วนล่างที่อมน้ำ การเปลี่ยนตู้หรือบานประตูที่บวม การตรวจระบบไฟฟ้าโดยช่างไฟฟ้า การตรวจปั๊มน้ำ ถังบำบัด และบ่อพัก
  4. ถามว่าโครงการจะทำความสะอาดอย่างไร การล้างพื้นและเช็ดผนังเป็นขั้นแรกที่ดี แต่ควรถามต่อว่าจะมีการฆ่าเชื้อและกำจัดเชื้อราในอากาศและในซอกมุมหรือไม่
  5. พิจารณากำหนดวันโอนให้เหมาะสม หากงานซ่อมยังไม่เสร็จหรือบ้านยังชื้นอยู่ ควรพูดคุยกับโครงการเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ตรวจรับบ้านได้ในสภาพที่พร้อมจริง

WHD สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายโครงการได้โดยตรง ไม่ว่าโครงการจะเป็นผู้ว่าจ้างก่อนส่งมอบ หรือผู้ซื้อจะว่าจ้างเองหลังรับโอน โดยได้รับอนุญาตจากโครงการให้เข้าพื้นที่ ทีมงานจะนัดหมายผ่านช่องทางที่ทุกฝ่ายตกลงกัน

ทำไมวิธีแก้แบบเดิม ๆ มักไม่จบปัญหา

  • ล้างพื้นด้วยน้ำยาซักผ้าขาวอย่างเดียว น้ำยาซักผ้าขาวช่วยฟอกสีคราบบนพื้นผิวเรียบได้ แต่ซึมไม่ถึงเนื้อยิปซัมหรือไม้ที่อมน้ำ และไม่ได้จัดการสปอร์ที่ลอยในอากาศ อีกทั้งกลิ่นคลอรีนที่รุนแรงในบ้านปิดอาจระคายเคืองทางเดินหายใจ และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด
  • เปิดพัดลมสองสามวันแล้วปิดบ้านต่อ พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในผนังและตู้ยังอยู่ เมื่อปิดบ้านอีกครั้ง ความชื้นก็กลับมาและเชื้อราก็เติบโตต่อ
  • ทาสีทับรอยรา นี่คือสิ่งที่ผู้ซื้อควรระวังที่สุด รอยราที่ถูกทาสีทับจะหายไปจากสายตาชั่วคราว แต่เชื้อราใต้สียังอยู่ และจะดันสีให้พองหรือเกิดจุดดำใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือก้อนหอมปรับอากาศ กลบกลิ่นได้ชั่วคราวในวันตรวจบ้าน แต่ไม่ได้ทำลายต้นเหตุของกลิ่นเลย

ข้อสังเกตเล็ก ๆ ในวันตรวจบ้าน: หากบ้านมีกลิ่นน้ำหอมแรงผิดปกติ หรือผนังบางจุดมีสีใหม่ไม่เข้ากับส่วนอื่น ควรถามโครงการตรง ๆ ว่าจุดนั้นแก้ไขอย่างไร และขอดูภาพก่อนแก้

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซนก่อนวันเข้าอยู่

เมื่อโคลนถูกล้างออก วัสดุที่เสียหายถูกรื้อเปลี่ยน และระบบไฟฟ้าได้รับการตรวจจากช่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดการสิ่งที่มองไม่เห็น คือเชื้อโรคบนพื้นผิวและสปอร์เชื้อราในอากาศ ซึ่งเป็นงานที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ และ บริการอบโอโซน ของ World Health Disinfection (WHD) ออกแบบมาเพื่อจัดการ

การพ่นฆ่าเชื้อแบบละอองฝอย ULV

ทีมงานใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยขนาดเล็กมาก ละอองจะลอยกระจายเข้าถึงซอกมุม ใต้บันได หลังตู้บิวท์อิน และพื้นผิวที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิวหลังน้ำท่วม เหมาะกับบ้านที่ยังว่างเพราะทีมงานทำงานได้เต็มพื้นที่โดยไม่ต้องหลบเฟอร์นิเจอร์

การอบโอโซนแบบช็อก

หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะตั้งเครื่องผลิตโอโซนกำลังสูง เช่น Master Ozone Generator ในบ้านที่ปิดสนิท ก๊าซโอโซนจะกระจายทั่วทุกห้อง ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นท่อที่ฝังอยู่ในบ้าน ระยะเวลาและความเข้มข้นจะกำหนดตามขนาดบ้านและระดับปัญหา

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจและประเมิน ดูระดับคราบน้ำ จุดเชื้อรา วัสดุที่อมน้ำ และพูดคุยกับผู้ซื้อหรือเจ้าหน้าที่โครงการถึงงานซ่อมที่วางแผนไว้
  2. แนะนำการเตรียมบ้าน ล้างโคลนให้หมด รื้อวัสดุที่บวมหรือขึ้นราลึกออกก่อน และให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กกับเบรกเกอร์ก่อนเปิดไฟ
  3. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ครอบคลุมทุกห้อง รวมถึงห้องน้ำ ใต้บันได ช่องเก็บของ และโรงจอดรถ
  4. อบโอโซนแบบช็อก ปิดบ้านระหว่างอบ ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนก่อนกลับเข้าบ้าน
  6. ตรวจซ้ำ ประเมินกลิ่นและจุดที่ยังน่ากังวล พร้อมคำแนะนำการดูแลความชื้นหลังเข้าอยู่
ความปลอดภัยของการอบโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในบ้าน และต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าไป หากบ้านมีแอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือชิ้นงานที่ไวต่อโอโซน เช่น ยางหรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง ทีมงานจะควบคุมปริมาณโอโซนและแนะนำให้คลุมหรือย้ายออกก่อน

10 เหตุผลที่ผู้ซื้อบ้านใหม่หลังน้ำท่วมควรพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนย้ายเข้า

  1. บ้านว่างคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ขวาง ทีมงานเข้าถึงได้ทุกซอกมุม ทำครั้งเดียวครอบคลุมทั้งหลัง
  2. ลดเชื้อโรคจากน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยลดเชื้อแบคทีเรียที่มากับโคลนบนพื้นและผนัง
  3. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศ การอบโอโซน เข้าถึงอากาศทุกห้อง ไม่ใช่แค่จุดที่มองเห็น
  4. กำจัดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ สลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบกลิ่นด้วยน้ำหอม
  5. ปกป้องสมาชิกที่บอบบาง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีอาการภูมิแพ้จะได้เข้าอยู่ในบ้านที่อากาศสะอาดขึ้น
  6. ช่วยให้ตรวจรับบ้านได้ชัดเจนขึ้น เมื่อกลิ่นและราถูกจัดการ ผู้ซื้อจะเห็นจุดที่ยังมีปัญหาจริงได้ง่ายขึ้น
  7. ใช้น้ำยาที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ทีมงานใช้ในงานพ่นละอองฝอย
  8. ลดโอกาสราย้อนกลับ เมื่อทำร่วมกับการรื้อวัสดุเสียหายและการคุมความชื้น ปัญหามีโอกาสกลับมาน้อยลง
  9. ประสานงานกับโครงการได้ ทีมงานนัดหมายร่วมกับฝ่ายโครงการหรือนิติบุคคล ไม่ต้องให้ผู้ซื้อวิ่งประสานทุกเรื่องเอง
  10. เริ่มต้นชีวิตในบ้านใหม่อย่างสบายใจ ไม่ต้องย้ายเข้าไปพร้อมความกังวลว่าห้องลูกจะมีเชื้อราซ่อนอยู่ ดูเพิ่มเติมเรื่อง โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย

เช็กลิสต์วันตรวจรับบ้านหลังน้ำท่วม

นอกจากรายการตรวจบ้านใหม่ตามปกติ บ้านที่เคยโดนน้ำควรตรวจเพิ่มดังนี้

  • ผนังยิปซัมส่วนล่างและไม้บัว: กดดูว่ายังนิ่มหรือมีรอยพองหรือไม่ และมีจุดราหรือคราบน้ำซ้ำหรือไม่
  • ตู้ใต้ซิงก์และตู้บิวท์อิน: ดูว่าแผ่นไม้บวม ขอบหลุดล่อน หรือมีกลิ่นอับเมื่อเปิดตู้หรือไม่
  • วงกบและบานประตูไม้: ปิดเปิดได้สนิทหรือฝืด บวมหรือไม่
  • ปลั๊กไฟและสวิตช์ระดับต่ำ: ควรได้รับการตรวจและเซ็นรับรองจากช่างไฟฟ้าของโครงการ
  • ระบบน้ำ: เปิดก๊อกทุกจุด กดชักโครก สังเกตการระบายน้ำ และกลิ่นจากท่อหรือรูระบายน้ำที่พื้น
  • ถังบำบัดน้ำเสียและบ่อพัก: สอบถามว่าโครงการได้ตรวจหรือสูบตะกอนแล้วหรือยัง
  • ปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ: ตรวจว่าปั๊มทำงานปกติ และถังน้ำไม่มีน้ำท่วมปนเปื้อน
  • กลิ่นโดยรวม: ปิดบ้านไว้ครู่หนึ่งแล้วเปิดเข้าไปใหม่ หากยังมีกลิ่นอับชัดเจน แปลว่ายังมีความชื้นหรือเชื้อราที่ต้องจัดการ

ก่อน

  • เปิดประตูบ้านแล้วเจอกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนทันที
  • จุดราสีเทาเขียวที่มุมห้องและใต้บันได
  • คราบน้ำบนผนังยิปซัมและไม้บัว
  • ตู้ใต้ซิงก์มีกลิ่นเหม็นอับเมื่อเปิด
  • ผู้ซื้อไม่มั่นใจว่าจะพาลูกเล็กเข้าอยู่ได้หรือไม่

หลัง

  • วัสดุที่เสียหายถูกรื้อเปลี่ยนตามรายการที่ตกลงกับโครงการ
  • พื้นผิวทั้งบ้านผ่านการพ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H
  • อากาศในบ้านผ่านการอบโอโซนและระบายอากาศแล้ว
  • กลิ่นอับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตรวจรับบ้านได้ชัดเจนขึ้น
  • ครอบครัวย้ายเข้าด้วยความมั่นใจมากขึ้น

เสียงจากผู้ซื้อบ้าน

"ตอนแรกเราคิดว่าแค่ล้างพื้นก็จบ แต่พอคุยกับโครงการแล้วขอให้รื้อผนังส่วนล่างที่อมน้ำออก จากนั้นนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนวันตรวจรับ บ้านไม่มีกลิ่นอับแบบวันแรกแล้ว วันที่ย้ายเข้าเราสบายใจขึ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องห้องของลูก"
— คุณมินตรา (นามสมมุติ) ผู้ซื้อทาวน์โฮมในบางเสาธง

ข้อความนี้เป็นเรื่องเล่าตัวอย่างจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสภาพบ้านแต่ละหลัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: บ้านยังไม่โอน ใครควรเป็นคนจ้างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน?
ตอบ: ก่อนโอน บ้านยังอยู่ในความดูแลของโครงการ ผู้ซื้อจึงควรพูดคุยกับโครงการก่อน บางโครงการอาจจัดการให้ หรืออนุญาตให้ผู้ซื้อนัดทีมงานเข้าทำเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาและข้อตกลงของแต่ละโครงการ WHD ทำงานได้ทั้งสองแบบ

ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนหรือหลังซ่อมผนัง?
ตอบ: ควรล้างโคลนและรื้อวัสดุที่เสียหายออกก่อน จากนั้นพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังงานซ่อมหลักเสร็จ เพื่อจัดการฝุ่นและสปอร์ที่ฟุ้งขึ้นระหว่างรื้อด้วย หากรอซ่อมนาน อาจทำรอบแรกเพื่อหยุดการลุกลาม แล้วทำอีกครั้งก่อนเข้าอยู่

ถาม: บ้านว่าง ไม่มีของ ทำไมยังต้องอบโอโซน?
ตอบ: เพราะกลิ่นและสปอร์อยู่ในอากาศ ผนัง และวัสดุของตัวบ้าน การอบโอโซนช่วยจัดการสิ่งที่เช็ดถูไม่ถึง และบ้านที่ว่างก็ทำให้โอโซนกระจายได้ทั่วถึง

ถาม: อบโอโซนแล้วเข้าบ้านได้เมื่อไร?
ตอบ: หลังอบเสร็จต้องเปิดระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวก่อน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่เหมาะสมตามขนาดบ้านและความเข้มข้นที่ใช้ ระหว่างอบห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในบ้าน

ถาม: ถ้าผนังยังชื้นอยู่ การพ่นฆ่าเชื้อจะช่วยได้ไหม?
ตอบ: การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ได้ทำให้ผนังแห้ง หากวัสดุยังอมน้ำมาก ควรรื้อหรือเร่งให้แห้งก่อน มิฉะนั้นเชื้อราอาจกลับมาได้

ถาม: แอร์ที่ติดตั้งไว้แล้วต้องทำอย่างไร?
ตอบ: หากคอยล์ร้อนหรือส่วนใดของแอร์จมน้ำ ควรให้ช่างแอร์ตรวจก่อนเปิดใช้งาน ส่วนคอยล์เย็นในบ้านควรล้างทำความสะอาดก่อนเข้าอยู่ ทีมงานจะคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์

บ้านใหม่ควรเริ่มต้นด้วยอากาศที่สะอาด

ปรึกษาทีม WHD ได้ตั้งแต่วันที่น้ำลด เราประสานกับผู้ซื้อและฝ่ายโครงการในบางเสาธงและพื้นที่ใกล้เคียงของสมุทรปราการ

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#บ้านใหม่น้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #ตรวจรับบ้าน #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บางเสาธง

คำค้นหา: บ้านใหม่น้ำท่วมก่อนโอน, ตรวจรับบ้านหลังน้ำท่วม, บ้านจัดสรรน้ำท่วม บางเสาธง, กลิ่นอับและเชื้อราบ้านใหม่, พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนเข้าอยู่ สมุทรปราการ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้