Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 18 จำนวนผู้เข้าชม |
"คุณมินตรา" กับสามีเก็บเงินดาวน์บ้านทาวน์โฮมสองชั้นในโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านบางเสาธงมาเกือบสามปี นัดโอนกรรมสิทธิ์ไว้ปลายเดือนตุลาคม 2569 ทั้งคู่ซื้อม่าน สั่งเตียงเด็ก และวางแผนว่าลูกชายวัยสามขวบจะได้มีห้องของตัวเองเป็นครั้งแรก
แล้วฝนก็ตกหนักติดกันหลายวัน น้ำจากคลองและพื้นที่ลุ่มรอบหมู่บ้านไหลเข้าท่วมถนนในโครงการ บ้านหลังที่ทั้งคู่จองไว้ยังล็อกกุญแจอยู่ ไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครเปิดหน้าต่าง น้ำเข้าไปค้างในบ้านสูงประมาณยี่สิบเซนติเมตรอยู่หลายวัน
เมื่อน้ำลด ฝ่ายขายของโครงการโทรมาแจ้งว่าจะทำความสะอาดให้ คุณมินตราขอเข้าไปดูด้วยตัวเอง ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไขกุญแจเปิดประตู กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนก็พุ่งออกมา พื้นกระเบื้องยังมีคราบดินบาง ๆ ผนังยิปซัมใต้บันไดมีรอยน้ำเป็นเส้นชัดเจน ตู้ใต้ซิงก์ที่เป็นไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดบวมขึ้น และมุมห้องนั่งเล่นเริ่มมีจุดสีเทาเขียวเล็ก ๆ กระจายอยู่
"บ้านใหม่ที่เรายังไม่เคยได้นอนสักคืน ทำไมกลิ่นเหมือนบ้านร้างที่ปิดไว้เป็นปี" คุณมินตราพูดกับสามี เธอกังวลเรื่องลูกที่มีอาการแพ้ฝุ่นอยู่แล้ว และไม่รู้ว่าควรเซ็นรับโอนตามกำหนดเดิมหรือไม่ ควรขอให้โครงการซ่อมอะไรบ้าง และการทำความสะอาดแบบที่โครงการเสนอจะพอหรือเปล่า
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับคุณมินตราคนเดียว ในน้ำท่วมปี 2569 มีบ้านใหม่จำนวนไม่น้อยในสมุทรปราการที่อยู่ระหว่างรอโอน ตกแต่งเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีคนอยู่ บทความนี้จึงรวบรวมสิ่งที่ผู้ซื้อควรรู้ ตั้งแต่การตรวจบ้าน การพูดคุยกับโครงการ จนถึงการฟื้นฟูบ้านให้สะอาดปลอดภัยก่อนย้ายเข้า
หลายคนคิดว่าบ้านใหม่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่มีของใช้ น่าจะฟื้นฟูง่าย ความจริงคือบ้านที่ปิดทึบไม่มีคนอยู่มีจุดอ่อนเฉพาะตัวหลายข้อ
น้ำท่วมที่ไหลผ่านถนน คลอง และท่อระบายน้ำ อาจพาเชื้อแบคทีเรียอย่างอีโคไล (E. coli) เชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร และเชื้อเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) เข้ามาพร้อมโคลน คราบที่หลงเหลือบนพื้นและผนังจึงไม่ใช่แค่สิ่งสกปรก แต่อาจเป็นแหล่งเชื้อโรค ส่วนเชื้อราที่เติบโตบนผนังและตู้จะปล่อยสปอร์ลอยในอากาศ ซึ่งอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง หรือระคายเคืองตาและจมูก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ผู้ซื้อบ้านใหม่ส่วนใหญ่ผ่อนบ้านด้วยสินเชื่อระยะยาว หากรับโอนไปแล้วเพิ่งพบว่าผนังด้านในขึ้นรา ตู้บวม หรือมีกลิ่นอับที่ไม่ยอมหาย ค่าซ่อมจะตกเป็นภาระของผู้ซื้อในเวลาที่เงินสำรองตึงที่สุด นอกจากนี้ การเลื่อนย้ายเข้าก็หมายถึงค่าเช่าที่พักเดิมที่ต้องจ่ายต่อ เวลาลางานไปดูบ้าน และความเครียดของทั้งครอบครัว
ช่วงก่อนโอนกรรมสิทธิ์ บ้านยังอยู่ในความดูแลของผู้ประกอบการโครงการ ผู้ซื้อจึงมีโอกาสสำคัญที่จะตรวจและขอให้แก้ไขก่อนเซ็นรับ ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไป รายละเอียดเรื่องสิทธิและความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับสัญญาจะซื้อจะขายของแต่ละโครงการ หากไม่แน่ใจควรสอบถามฝ่ายนิติกรรมของโครงการหรือที่ปรึกษากฎหมาย
WHD สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายโครงการได้โดยตรง ไม่ว่าโครงการจะเป็นผู้ว่าจ้างก่อนส่งมอบ หรือผู้ซื้อจะว่าจ้างเองหลังรับโอน โดยได้รับอนุญาตจากโครงการให้เข้าพื้นที่ ทีมงานจะนัดหมายผ่านช่องทางที่ทุกฝ่ายตกลงกัน
ข้อสังเกตเล็ก ๆ ในวันตรวจบ้าน: หากบ้านมีกลิ่นน้ำหอมแรงผิดปกติ หรือผนังบางจุดมีสีใหม่ไม่เข้ากับส่วนอื่น ควรถามโครงการตรง ๆ ว่าจุดนั้นแก้ไขอย่างไร และขอดูภาพก่อนแก้
เมื่อโคลนถูกล้างออก วัสดุที่เสียหายถูกรื้อเปลี่ยน และระบบไฟฟ้าได้รับการตรวจจากช่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดการสิ่งที่มองไม่เห็น คือเชื้อโรคบนพื้นผิวและสปอร์เชื้อราในอากาศ ซึ่งเป็นงานที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ และ บริการอบโอโซน ของ World Health Disinfection (WHD) ออกแบบมาเพื่อจัดการ
ทีมงานใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยขนาดเล็กมาก ละอองจะลอยกระจายเข้าถึงซอกมุม ใต้บันได หลังตู้บิวท์อิน และพื้นผิวที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิวหลังน้ำท่วม เหมาะกับบ้านที่ยังว่างเพราะทีมงานทำงานได้เต็มพื้นที่โดยไม่ต้องหลบเฟอร์นิเจอร์
หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะตั้งเครื่องผลิตโอโซนกำลังสูง เช่น Master Ozone Generator ในบ้านที่ปิดสนิท ก๊าซโอโซนจะกระจายทั่วทุกห้อง ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นท่อที่ฝังอยู่ในบ้าน ระยะเวลาและความเข้มข้นจะกำหนดตามขนาดบ้านและระดับปัญหา
นอกจากรายการตรวจบ้านใหม่ตามปกติ บ้านที่เคยโดนน้ำควรตรวจเพิ่มดังนี้
"ตอนแรกเราคิดว่าแค่ล้างพื้นก็จบ แต่พอคุยกับโครงการแล้วขอให้รื้อผนังส่วนล่างที่อมน้ำออก จากนั้นนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนวันตรวจรับ บ้านไม่มีกลิ่นอับแบบวันแรกแล้ว วันที่ย้ายเข้าเราสบายใจขึ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องห้องของลูก"
— คุณมินตรา (นามสมมุติ) ผู้ซื้อทาวน์โฮมในบางเสาธง
ข้อความนี้เป็นเรื่องเล่าตัวอย่างจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสภาพบ้านแต่ละหลัง
ถาม: บ้านยังไม่โอน ใครควรเป็นคนจ้างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน?
ตอบ: ก่อนโอน บ้านยังอยู่ในความดูแลของโครงการ ผู้ซื้อจึงควรพูดคุยกับโครงการก่อน บางโครงการอาจจัดการให้ หรืออนุญาตให้ผู้ซื้อนัดทีมงานเข้าทำเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาและข้อตกลงของแต่ละโครงการ WHD ทำงานได้ทั้งสองแบบ
ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนหรือหลังซ่อมผนัง?
ตอบ: ควรล้างโคลนและรื้อวัสดุที่เสียหายออกก่อน จากนั้นพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังงานซ่อมหลักเสร็จ เพื่อจัดการฝุ่นและสปอร์ที่ฟุ้งขึ้นระหว่างรื้อด้วย หากรอซ่อมนาน อาจทำรอบแรกเพื่อหยุดการลุกลาม แล้วทำอีกครั้งก่อนเข้าอยู่
ถาม: บ้านว่าง ไม่มีของ ทำไมยังต้องอบโอโซน?
ตอบ: เพราะกลิ่นและสปอร์อยู่ในอากาศ ผนัง และวัสดุของตัวบ้าน การอบโอโซนช่วยจัดการสิ่งที่เช็ดถูไม่ถึง และบ้านที่ว่างก็ทำให้โอโซนกระจายได้ทั่วถึง
ถาม: อบโอโซนแล้วเข้าบ้านได้เมื่อไร?
ตอบ: หลังอบเสร็จต้องเปิดระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวก่อน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่เหมาะสมตามขนาดบ้านและความเข้มข้นที่ใช้ ระหว่างอบห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในบ้าน
ถาม: ถ้าผนังยังชื้นอยู่ การพ่นฆ่าเชื้อจะช่วยได้ไหม?
ตอบ: การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ได้ทำให้ผนังแห้ง หากวัสดุยังอมน้ำมาก ควรรื้อหรือเร่งให้แห้งก่อน มิฉะนั้นเชื้อราอาจกลับมาได้
ถาม: แอร์ที่ติดตั้งไว้แล้วต้องทำอย่างไร?
ตอบ: หากคอยล์ร้อนหรือส่วนใดของแอร์จมน้ำ ควรให้ช่างแอร์ตรวจก่อนเปิดใช้งาน ส่วนคอยล์เย็นในบ้านควรล้างทำความสะอาดก่อนเข้าอยู่ ทีมงานจะคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์
ปรึกษาทีม WHD ได้ตั้งแต่วันที่น้ำลด เราประสานกับผู้ซื้อและฝ่ายโครงการในบางเสาธงและพื้นที่ใกล้เคียงของสมุทรปราการ
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
ข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพ: องค์การอนามัยโลก (WHO): Floods · กรมอนามัย
#บ้านใหม่น้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #ตรวจรับบ้าน #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บางเสาธง
คำค้นหา: บ้านใหม่น้ำท่วมก่อนโอน, ตรวจรับบ้านหลังน้ำท่วม, บ้านจัดสรรน้ำท่วม บางเสาธง, กลิ่นอับและเชื้อราบ้านใหม่, พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนเข้าอยู่ สมุทรปราการ 2569