เมื่อวัดเคยเป็นศูนย์พักพิงช่วงน้ำท่วม: พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนฟื้นฟูศาลา กุฏิ และห้องน้ำ หลังผู้อพยพกลับบ้าน อย่างเคารพกิจของสงฆ์ อำเภอผักไห่ พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อ

เมื่อวัดเคยเป็นศูนย์พักพิงช่วงน้ำท่วม: พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนฟื้นฟูศาลา กุฏิ และห้องน้ำ หลังผู้อพยพกลับบ้าน อย่างเคารพกิจของสงฆ์ อำเภอผักไห่ พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: หนึ่งเดือนที่ศาลากลายเป็นบ้านของคนทั้งตำบล

วัดแห่งหนึ่งริมแม่น้ำในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนที่ดอนกว่าหมู่บ้านรอบข้าง เมื่อน้ำท่วมปี 2569 มาถึง ท่านเจ้าอาวาสเมตตาเปิดศาลาการเปรียญให้ชาวบ้านที่บ้านจมน้ำมาพักอาศัย "ลุงสมพงษ์" ไวยาวัจกรของวัดวัยหกสิบห้า ช่วยประสานงานกับอาสาสมัครและหน่วยงานท้องถิ่นตลอดหนึ่งเดือน

ช่วงนั้นศาลามีคนพักกว่าร้อยคน ทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียงบางราย มีเสื่อ ฟูก และผ้าห่มบริจาคปูเต็มพื้น ห้องน้ำของวัดถูกใช้หนักตลอดวันตลอดคืน มีห้องน้ำชั่วคราวตั้งเพิ่มข้างโรงครัว ส่วนกุฏิบางหลังที่อยู่ต่ำกว่าศาลาก็มีน้ำซึมเข้าใต้พื้น พระสงฆ์ยังคงทำกิจวัตรตามปกติ ทั้งทำวัตรเช้าเย็น และรับบิณฑบาตทางเรือ

เมื่อน้ำลดและชาวบ้านทยอยกลับบ้าน ลุงสมพงษ์เดินดูรอบวัดแล้วพบว่างานยังมีอีกมาก พื้นไม้ศาลามีคราบและกลิ่นอับจากฟูกที่ปูทับกันนานหลายสัปดาห์ ผ้าห่มบริจาคที่เหลือกองอยู่มุมศาลาเริ่มมีกลิ่น ห้องน้ำมีกลิ่นแรงและคราบสะสม กุฏิที่น้ำซึมมีราขึ้นตามผนังไม้ด้านล่าง และพระสงฆ์บางรูปเริ่มไอ ท่านเจ้าอาวาสปรารภว่าอยากให้ศาลากลับมาสะอาดทันงานบุญทอดกฐินและงานบุญของชุมชนที่กำลังจะมาถึง

ทำไมวัดที่เป็นศูนย์พักพิงจึงต้องฟื้นฟูมากกว่าการกวาดถู

ศูนย์พักพิงในวัดต่างจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม เพราะปัญหาไม่ได้มาจากน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่คนจำนวนมากอยู่ร่วมกันในพื้นที่จำกัดเป็นเวลานาน ความชื้นจากลมหายใจ ผ้าเปียก และการตากผ้าในศาลา ทำให้พื้นไม้และผนังอมความชื้น เสื่อและฟูกที่ปูทับพื้นตลอดเวลา ทำให้พื้นด้านล่างไม่เคยได้แห้ง

ห้องน้ำที่รองรับคนจำนวนมากกว่าปกติหลายเท่า มีคราบปัสสาวะและสิ่งปฏิกูลสะสมตามร่องกระเบื้องและยาแนว ถังบำบัดอาจเต็มเร็วกว่าปกติ โรงครัววัดที่ทำอาหารวันละหลายมื้อ มีคราบไขมันและเศษอาหารที่ดึงดูดแมลงและหนู ส่วนกุฏิที่น้ำซึมเข้าใต้พื้น มักมีราขึ้นตามไม้ฝาด้านล่าง และกลิ่นอับลอยขึ้นมาในห้องที่พระสงฆ์จำวัด

นอกจากนี้ ช่วงที่คนอยู่รวมกันมาก ๆ โรคทางเดินหายใจ ไข้หวัด และโรคผิวหนังมักแพร่ได้ง่าย การทำความสะอาดอย่างทั่วถึงหลังปิดศูนย์จึงช่วยให้พระสงฆ์ ญาติโยม และเด็กที่มาวัดปลอดภัยยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงที่ทางวัดควรรู้

สุขภาพของพระสงฆ์และญาติโยม

น้ำท่วมและโคลนอาจมีเชื้ออีโคไลที่เกี่ยวข้องกับโรคท้องร่วง และเชื้อเลปโตสไปราซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส สปอร์เชื้อราในกุฏิและศาลาอาจกระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืด พระสงฆ์สูงวัยและญาติโยมผู้สูงอายุที่มาทำบุญเป็นประจำจึงเป็นกลุ่มที่ควรดูแลเป็นพิเศษ

ไม้เก่าและงานช่างดั้งเดิม

ศาลาและกุฏิเก่ามักเป็นไม้สักหรือไม้เนื้อแข็งที่มีคุณค่า บางหลังมีงานแกะสลัก ลายรดน้ำ หรือภาพจิตรกรรม การขัดถูแรง ๆ หรือราดน้ำยาเข้มข้นอาจทำให้เนื้อไม้และงานช่างเสียหาย ต้องเลือกวิธีที่อ่อนโยนและให้ทางวัดเป็นผู้กำหนดว่าจุดใดควรหลีกเลี่ยง

งานบุญที่ใกล้เข้ามา

หลังน้ำลดเป็นช่วงที่ชุมชนมักกลับมาทำบุญ ทอดกฐิน และรวมตัวกันที่วัด หากศาลายังมีกลิ่นอับหรือห้องน้ำยังไม่สะอาด ญาติโยมก็จะไม่สบายใจ

ทำไมวิธีทั่วไปจึงยังไม่พอ

  • ล้างพื้นศาลาด้วยน้ำปริมาณมาก: น้ำซึมลงร่องไม้และใต้พื้น ทำให้ไม้ชื้นนานขึ้นและกลิ่นอับกลับมา
  • ราดน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นในห้องน้ำ: กลิ่นฉุนรบกวนพระสงฆ์และญาติโยม และไม่ช่วยเรื่องกลิ่นที่ฝังในร่องยาแนวและท่อ
  • จุดธูปหรือกำยานกลบกลิ่น: เป็นธรรมเนียมที่งดงาม แต่ไม่ได้กำจัดต้นเหตุของกลิ่น และควันในพื้นที่ปิดไม่ดีต่อผู้ที่เป็นภูมิแพ้
  • เก็บผ้าห่มและฟูกบริจาคไว้ใช้ต่อทันที: ถ้ายังชื้นหรือมีกลิ่น ควรคัดแยก ซัก ตากแดดให้แห้งสนิท หรือพิจารณาทิ้งชิ้นที่ขึ้นรา
  • ทาสีหรือทาน้ำมันไม้ทับทันที: ถ้าไม้ยังชื้น ราจะขึ้นใต้ชั้นสีและน้ำมัน

ลำดับการเตรียมพื้นที่ก่อนทีมงานเข้า

  1. ประชุมสั้น ๆ กับทางวัด: ไวยาวัจกรหรือกรรมการวัดสรุปว่าพื้นที่ใดใช้เป็นศูนย์พักพิง พื้นที่ใดน้ำซึม และพื้นที่ใดไม่ประสงค์ให้เข้า
  2. ขนของบริจาคและขยะออก: อาสาสมัครช่วยยกฟูก เสื่อ ผ้าห่ม และขยะออกจากศาลาให้หมด เพื่อให้พื้นไม้ได้รับลมและแดด
  3. กวาดและเช็ดพื้นไม้: ใช้ผ้าบิดหมาด ไม่ใช้น้ำปริมาณมาก แล้วเปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่าน
  4. ล้างห้องน้ำ: ขัดคราบตามพื้น โถ และผนัง ด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป และไม่ผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  5. ล้างโรงครัววัด: ล้างคราบไขมัน ทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำหรือหมดอายุ และตักเศษอาหารออกจากท่อและบ่อพัก
  6. ตรวจระบบไฟ: ให้ช่างไฟตรวจปลั๊กและสายไฟในกุฏิที่น้ำซึม รวมถึงเครื่องสูบน้ำของวัด

เมื่อเตรียมพื้นที่เรียบร้อย การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนจะได้ผลเต็มที่ และใช้เวลาทำงานในวัดน้อยลง ไม่รบกวนกิจของสงฆ์นาน

หลักการทำงานในวัดอย่างเคารพ

  • ทางวัดเป็นผู้ตัดสินใจและเป็นผู้เคลื่อนย้ายวัตถุมงคล: พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เครื่องบูชา และของมีค่าทางศาสนา ทางวัดเป็นผู้ย้ายหรือคลุมเอง ทีมงานไม่แตะต้อง
  • จัดเวลาตามกิจของสงฆ์: นัดทำงานหลีกเลี่ยงช่วงบิณฑบาต ฉันภัตตาหาร ทำวัตรเช้าเย็น และงานพิธี โดยตกลงกับไวยาวัจกรหรือผู้ที่ทางวัดมอบหมาย
  • พื้นที่ที่ทางวัดไม่ประสงค์ให้เข้า: ทีมงานจะไม่เข้า และไม่พ่นหรืออบในพื้นที่นั้น
  • แต่งกายสุภาพและสำรวม: ถอดรองเท้าในจุดที่ทางวัดกำหนด และปฏิบัติตามธรรมเนียมของแต่ละวัด
  • กุฏิ: อบโอโซนเฉพาะเมื่อพระสงฆ์รูปนั้นอนุญาต และในเวลาที่ท่านไม่ได้อยู่ในกุฏิ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ + อบโอโซน โดย World Health Disinfection

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วย CHEMGENE HLD4H พ่นละอองฝอยแบบ ULV ในศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ โรงครัว และทางเดิน ละอองขนาดเล็กเข้าถึงร่องพื้นไม้ ซอกเสา และร่องยาแนวกระเบื้อง โดยไม่ต้องใช้น้ำปริมาณมากที่ทำให้ไม้ชื้น

บริการอบโอโซน เหมาะกับห้องที่ปิดได้ เช่น กุฏิ ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และศาลาที่มีประตูหน้าต่างปิดได้ โอโซนช่วยลดสปอร์เชื้อราในอากาศ และสลายกลิ่นอับที่ฝังในเนื้อไม้ ส่วนศาลาแบบเปิดโล่ง จะเน้นการพ่นฆ่าเชื้อเป็นหลัก

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจร่วมกับทางวัด: เดินดูพื้นที่ร่วมกับไวยาวัจกรหรือผู้ที่ทางวัดมอบหมาย ระบุพื้นที่ที่ทำได้และพื้นที่ที่ต้องหลีกเลี่ยง
  2. นัดเวลา: กำหนดวันและช่วงเวลาให้สอดคล้องกับกิจของสงฆ์
  3. แนะนำการเตรียมพื้นที่: คัดแยกฟูก ผ้าห่ม เสื่อ และขยะที่เหลือจากศูนย์พักพิง
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่น CHEMGENE HLD4H แบบ ULV ในศาลา ห้องน้ำ และโรงครัว
  5. อบโอโซน: อบกุฏิและห้องที่ปิดได้ เมื่อได้รับอนุญาตและไม่มีผู้อยู่ในห้อง
  6. ระบายอากาศและตรวจซ้ำ: เปิดประตูหน้าต่างจนปลอดภัย แล้วตรวจกลิ่นและความชื้นอีกครั้ง

ความปลอดภัยระหว่างอบโอโซน

  • ห้ามมีพระสงฆ์ สามเณร ญาติโยม สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบโอโซน รวมถึงสุนัขและแมวที่อาศัยในวัด
  • พระพุทธรูป ภาพจิตรกรรม ผ้าไตร ตาลปัตร และวัตถุมงคล ทางวัดเป็นผู้ย้ายหรือคลุมไว้ก่อน
  • เครื่องเสียง ไมโครโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในศาลา ควรย้ายออกหรือคลุมไว้ ทีมงานจะควบคุมปริมาณและเวลาอบให้เหมาะสม
  • หลังอบต้องระบายอากาศจนทีมงานแจ้งว่าปลอดภัย จึงกลับเข้าใช้ห้อง
  • ติดป้ายแจ้งญาติโยมล่วงหน้า ว่าพื้นที่ใดงดเข้าในช่วงเวลาใด

จัดการของบริจาคที่เหลือจากศูนย์พักพิง

หลังปิดศูนย์ มักมีฟูก หมอน ผ้าห่ม เสื่อ และเสื้อผ้าบริจาคเหลืออยู่จำนวนมาก ควรคัดแยกเป็นสามกลุ่ม ของที่สะอาดและแห้งดี ซัก ตากแดด แล้วเก็บในถุงหรือกล่องปิดสนิทสำหรับใช้ในอนาคต ของที่ชื้นหรือมีกลิ่นแต่ยังไม่ขึ้นรา ซักด้วยน้ำร้อนและตากแดดให้แห้งสนิทก่อนตัดสินใจ ส่วนฟูกและหมอนที่ขึ้นราดำหรือมีกลิ่นแรง ควรทิ้ง

ฟูกและที่นอนที่ยังดีอาจใช้ บริการกำจัดไรฝุ่น ช่วยดูดฝุ่นและไรฝุ่นก่อนเก็บ จดบันทึกจำนวนของที่เก็บไว้และที่ตั้ง เพื่อให้ครั้งหน้าทางวัดพร้อมเปิดศูนย์พักพิงได้เร็วขึ้น

สำหรับห้องน้ำชั่วคราว ให้ผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่นำมาตั้งเป็นผู้รื้อถอนและสูบสิ่งปฏิกูล ส่วนถังบำบัดของวัดที่ถูกใช้หนัก ควรให้ผู้ให้บริการสูบส้วมตรวจและสูบตามความจำเป็น

10 เหตุผลที่วัดในผักไห่ไว้วางใจ WHD

  1. ทำงานอย่างเคารพ ทางวัดเป็นผู้กำหนดพื้นที่และเป็นผู้ดูแลวัตถุมงคลเอง
  2. นัดเวลาให้สอดคล้องกับกิจของสงฆ์ ไม่รบกวนบิณฑบาต ฉันภัตตาหาร และทำวัตร
  3. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV โดยไม่ต้องใช้น้ำปริมาณมากบนพื้นไม้เก่า
  4. ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่ใช้กันในงานฆ่าเชื้อระดับมืออาชีพ
  5. อบโอโซน กุฏิและห้องที่ปิดได้ ลดกลิ่นอับและสปอร์ราในอากาศ
  6. ใช้ เครื่องอบโอโซน ที่ควบคุมปริมาณ เหมาะกับไม้เก่าและงานช่างดั้งเดิม
  7. ดูแลห้องน้ำที่ถูกใช้หนักช่วงเป็นศูนย์พักพิง
  8. แนะนำการคัดแยกของบริจาคที่เหลือ และต่อยอดด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น
  9. มี บริการพ่นยุง รอบบริเวณวัดหลังน้ำลด
  10. ประสานงานผ่านไวยาวัจกรหรือกรรมการวัดได้สะดวกทางโทรศัพท์และ LINE

ก่อนและหลังการฟื้นฟูวัด

ก่อน

  • พื้นไม้ศาลามีคราบและกลิ่นอับจากฟูกที่ปูนาน
  • ผ้าห่มบริจาคกองมุมศาลาเริ่มมีกลิ่น
  • ห้องน้ำกลิ่นแรง คราบสะสมตามยาแนว
  • กุฏิที่น้ำซึมมีราตามฝาไม้ พระสงฆ์บางรูปไอ

หลัง

  • คัดแยกของบริจาค ซัก ตาก และเก็บอย่างเป็นระบบ
  • พ่นฆ่าเชื้อศาลา ห้องน้ำ และโรงครัว
  • อบโอโซนกุฏิที่ได้รับอนุญาต กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ศาลาพร้อมสำหรับงานบุญของชุมชน

เสียงจากผู้ใช้บริการ (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"ตอนชาวบ้านมาอยู่ วัดก็ดูแลกันเต็มที่ พอทุกคนกลับบ้านแล้ว ศาลากับห้องน้ำต้องฟื้นฟูหนักกว่าที่คิด ทีมงานมาสำรวจกับลุงก่อน ถามว่าตรงไหนเข้าได้ ตรงไหนไม่ควรเข้า นัดเวลาไม่ให้ตรงกับเวลาที่พระท่านฉันและทำวัตร ส่วนพระพุทธรูปทางวัดจัดการเอง ตอนนี้ศาลาไม่มีกลิ่นแล้ว พร้อมรับญาติโยมมาทำบุญ"

— ลุงสมพงษ์ ไวยาวัจกร วัดแห่งหนึ่งในผักไห่ (สถานการณ์ตัวอย่างจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ทีมงานจะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลไหม
ตอบ: ไม่ ทางวัดเป็นผู้ย้ายหรือคลุมวัตถุมงคลเอง ทีมงานจะทำงานเฉพาะพื้นที่ที่ทางวัดอนุญาต

ถาม: ต้องให้พระสงฆ์ออกจากกุฏินานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้องและระดับกลิ่น ทีมงานจะแจ้งเวลาล่วงหน้า และเลือกช่วงที่ท่านไม่ได้อยู่ในกุฏิ เช่น ช่วงที่ท่านอยู่ที่ศาลาหรือโบสถ์

ถาม: ศาลาแบบเปิดโล่ง อบโอโซนได้ไหม
ตอบ: โอโซนต้องการพื้นที่ปิดจึงจะได้ผล ศาลาเปิดโล่งจึงเน้นการพ่นฆ่าเชื้อเป็นหลัก ส่วนห้องที่ปิดได้สามารถอบโอโซนได้

ถาม: พื้นไม้เก่าจะเสียหายจากการพ่นฆ่าเชื้อไหม
ตอบ: การพ่นแบบละอองฝอยใช้น้ำยาปริมาณน้อย ไม่ทำให้พื้นเปียกโชก ทีมงานจะหลีกเลี่ยงจุดที่มีงานช่างหรือภาพจิตรกรรมตามที่ทางวัดกำหนด

ถาม: ควรทำก่อนงานบุญกี่วัน
ตอบ: แนะนำให้ทำล่วงหน้าอย่างน้อยหลายวัน เพื่อให้มีเวลาระบายอากาศ ตรวจซ้ำ และจัดศาลาให้เรียบร้อย

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง
ตอบ: ให้บริการผักไห่ เสนา บางบาล ลาดบัวหลวง บางปะหัน และพื้นที่ใกล้เคียง สอบถามได้ทาง LINE @whd268

ให้วัดที่เคยเป็นที่พึ่งของชุมชน กลับมาสะอาดและสงบอีกครั้ง

นัดสำรวจศาลา กุฏิ และห้องน้ำของวัดในผักไห่และพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม#ฟื้นฟูวัดหลังน้ำท่วม#อบโอโซน#กำจัดกลิ่นอับ#กำจัดเชื้อรา#น้ำยาฆ่าเชื้อ#ศูนย์พักพิงในวัด#วัดผักไห่

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อวัดหลังเป็นศูนย์พักพิง, ฟื้นฟูศาลาการเปรียญ, กุฏิหลังน้ำท่วม, ห้องน้ำวัด, กำจัดกลิ่นอับ, อบโอโซน, กำจัดเชื้อรา, ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา, น้ำท่วม 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้