อบโอโซนบ้านผู้ป่วยโรคปอด COPD ที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัย? ย้ายถังออกซิเจนก่อน แล้วค่อยกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำลด บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนบ้านผู้ป่วยโรคปอด COPD ที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัย? ย้ายถังออกซิเจนก่อน แล้วค่อยกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำลด บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปี 2569

อบโอโซนบ้านผู้ป่วยโรคปอด COPD ที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัย? ย้ายถังออกซิเจนก่อน แล้วค่อยกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำลด บางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ อัตราการให้ออกซิเจน ยาพ่น และการตัดสินใจว่าผู้ป่วยพร้อมกลับบ้านเมื่อไร ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น ส่วนเครื่องผลิตออกซิเจนหรืออุปกรณ์ที่เคยโดนน้ำ ควรให้บริษัทผู้จำหน่ายหรือผู้ให้เช่าตรวจสอบก่อนใช้งาน หากผู้ป่วยหายใจเหนื่อยมากขึ้น ริมฝีปากเขียว หรือสับสน ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เสียงไอของพ่อที่ดังขึ้นทุกคืนหลังน้ำลด

"คุณธนพล" อายุห้าสิบปี อาศัยอยู่กับคุณพ่อ "คุณบุญส่ง" วัยเจ็ดสิบสี่ ในบ้านไม้ครึ่งปูนริมคลองบางกอกน้อย ย่านแขวงศิริราช คุณพ่อเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) จากการสูบบุหรี่มาหลายสิบปี ปัจจุบันเลิกบุหรี่แล้ว แต่ต้องใช้ออกซิเจนที่บ้านตามที่แพทย์สั่ง มีเครื่องผลิตออกซิเจนวางข้างเตียงชั้นล่าง และถังออกซิเจนสำรองอีกหนึ่งถังไว้ใช้ตอนไฟดับ

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากคลองหนุนขึ้นมาท่วมใต้ถุนและชั้นล่างสูงราวข้อเท้าอยู่หลายวัน คุณธนพลรีบย้ายคุณพ่อพร้อมถังออกซิเจนขึ้นไปพักห้องชั้นบน เมื่อน้ำลด ชั้นล่างทิ้งคราบโคลน ผนังไม้ฝาบ้านดูดน้ำจนเป็นคราบด่าง พื้นไม้มีกลิ่นอับ และไม่กี่วันต่อมาก็เริ่มเห็นจุดเชื้อราสีเขียวเทาตามขอบผนังและใต้เตียงเดิมของคุณพ่อ

ที่น่ากังวลที่สุดคือ แม้คุณพ่อจะพักอยู่ชั้นบน แต่กลิ่นอับก็ลอยขึ้นมาตามช่องบันไดไม้ และช่วงกลางคืนคุณพ่อไอถี่ขึ้น เสมหะเยอะขึ้น ต้องลุกนั่งหอบบ่อยกว่าปกติ คุณธนพลพาคุณพ่อไปพบแพทย์ แพทย์ปรับยาและกำชับให้หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และเชื้อรา คุณธนพลจึงตั้งใจจะทำความสะอาดบ้านให้จริงจัง และเริ่มค้นหาบริการอบโอโซน

แต่ระหว่างหาข้อมูล เขาเจอคำถามที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า "ถ้าบ้านมีถังออกซิเจน อบโอโซนได้ไหม ต้องทำอย่างไร" บทความนี้ตอบคำถามนี้ และอธิบายลำดับการฟื้นฟูบ้านของผู้ป่วยโรคปอดหลังน้ำลด สำหรับครอบครัวในบางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชัน และพื้นที่ใกล้เคียง

ทำไมบ้านหลังน้ำลดจึงหนักกว่าสำหรับผู้ป่วยโรคปอด

ผู้ป่วย COPD มีหลอดลมและถุงลมที่เสียหายเรื้อรัง ปอดจึงรับมือกับสิ่งระคายเคืองในอากาศได้น้อยกว่าคนทั่วไป เมื่อบ้านเพิ่งผ่านน้ำท่วม อากาศในบ้านมักเต็มไปด้วยสิ่งที่ปอดไม่ชอบ

  • สปอร์เชื้อรา ผนังไม้ พื้นไม้ ฝ้า ที่นอน และผ้าม่านที่ชื้น เป็นที่โปรดของเชื้อรา สปอร์ที่ลอยในอากาศเป็นสิ่งกระตุ้นอาการไอ แน่นหน้าอก และภูมิแพ้ในหลายคน
  • ฝุ่นโคลนแห้ง เมื่อโคลนแห้งจะกลายเป็นฝุ่นละเอียด ฟุ้งขึ้นทุกครั้งที่เดินหรือกวาด
  • ความชื้นสูง อากาศชื้นทำให้หายใจอึดอัดและทำให้เชื้อราโตเร็ว
  • เชื้อโรคจากน้ำท่วม น้ำคลองที่ไหลเข้าบ้านมักปนน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล อาจมีเชื้อที่ทำให้ท้องเสีย ผิวหนังติดเชื้อ หรือโรคฉี่หนู
  • กลิ่นสารเคมีแรง การใช้น้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาทำความสะอาดเข้มข้นในห้องปิดเพื่อแก้ปัญหา อาจกลายเป็นสิ่งระคายเคืองซ้ำเติมปอดเสียเอง

ผลที่ตามมาไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพ การที่ผู้ป่วยต้องกลับไปโรงพยาบาลบ่อยขึ้นหมายถึงค่าเดินทาง ค่ารักษา และเวลางานที่หายไปของลูกหลาน การทำให้บ้านกลับมาเป็นพื้นที่ที่หายใจได้สบายจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะบ้านผู้ป่วยโรคปอดมีอุปกรณ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

กฎข้อแรก: ย้ายถังออกซิเจนและเครื่องผลิตออกซิเจนออกก่อนอบโอโซน

โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง ส่วนออกซิเจนความเข้มข้นสูงก็ช่วยให้การติดไฟรุนแรงขึ้น ทีม WHD จึงมีกฎชัดเจนว่า จะไม่อบโอโซนในพื้นที่ที่ยังมีถังออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน สายให้ออกซิเจน หรืออุปกรณ์พ่นยาวางอยู่ สิ่งที่ครอบครัวต้องเตรียม:

  1. ย้ายผู้ป่วยออกจากบ้านหรือโซนที่จะอบ พร้อมถังออกซิเจนที่ใช้อยู่ ไปพักในที่ที่ปลอดภัยและอากาศถ่ายเท ตลอดช่วงการอบและการระบายอากาศ
  2. ย้ายถังสำรองและเครื่องผลิตออกซิเจนออกจากพื้นที่ ปิดวาล์วถังให้สนิท วางถังในแนวตั้งและยึดไม่ให้ล้ม เก็บให้ห่างจากเปลวไฟและแหล่งความร้อน
  3. นำสายให้ออกซิเจน หน้ากาก และอุปกรณ์พ่นยาออกไปด้วย อุปกรณ์ที่เป็นยางหรือพลาสติกอ่อนอาจเสื่อมเร็วขึ้นเมื่อโดนโอโซน
  4. เครื่องผลิตออกซิเจนที่เคยโดนน้ำ อย่าเสียบไฟใช้เอง ให้ติดต่อบริษัทผู้จำหน่ายหรือผู้ให้เช่าเพื่อตรวจสอบหรือเปลี่ยนเครื่อง
  5. แจ้งทีมงานตั้งแต่ตอนนัด ว่าบ้านมีผู้ใช้ออกซิเจน ทีมจะวางแผนลำดับโซนและเวลาให้สอดคล้อง

หลังการอบและระบายอากาศจนโอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจนแล้ว จึงค่อยนำอุปกรณ์กลับเข้าที่ และให้ผู้ป่วยกลับเข้าบ้านตามเวลาที่ทีมงานแจ้ง

ทำไมวิธีแก้แบบเดิมจึงไม่เหมาะกับบ้านผู้ป่วยโรคปอด

  • ขัดเชื้อราแห้ง ๆ ด้วยแปรง ทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยโรคปอดควรหลีกเลี่ยงที่สุด
  • ผสมน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นในห้องปิด ไอระเหยระคายเคืองทางเดินหายใจ และห้ามผสมกับน้ำยาอื่นเด็ดขาด
  • จุดธูป ยากันยุง หรือเทียนหอมกลบกลิ่น ควันเป็นศัตรูของปอด และเปลวไฟใกล้ถังออกซิเจนเป็นอันตรายร้ายแรง
  • เปิดพัดลมเป่าทั้งวัน ช่วยให้แห้ง แต่ก็พัดฝุ่นและสปอร์ไปทั่ว
  • ทาสีทับคราบบนผนังไม้ ถ้าไม้ยังชื้น เชื้อราจะกลับมาใต้สี และกลิ่นสีใหม่ก็รบกวนการหายใจ

บ้านผู้ป่วยโรคปอดต้องการวิธีที่ฆ่าเชื้อได้ลึก ลดสปอร์ในอากาศ ไม่ทิ้งกลิ่นแรง และมีลำดับความปลอดภัยที่ชัดเจน

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแบบวางแผนรอบผู้ป่วย

WHD ใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่อง ULV ที่สร้างละอองฝอยละเอียดเข้าถึงร่องไม้ ใต้พื้น หลังตู้ และซอกผนัง ร่วมกับ บริการอบโอโซน ที่ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายโมเลกุลกลิ่นอับในเนื้อไม้ ผ้า และวัสดุพรุน เมื่อระบายอากาศแล้วโอโซนจะกลายเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำหอม

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจหน้างาน ดูระดับน้ำ จุดเชื้อรา ความชื้นของผนังไม้ และถามว่าผู้ป่วยนอนห้องไหน อุปกรณ์ออกซิเจนอยู่ตรงไหน
  2. วางแผนย้ายผู้ป่วยและอุปกรณ์ กำหนดวันเวลาที่ผู้ป่วยต้องอยู่นอกบ้าน และเช็กว่าถังออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน และอุปกรณ์พ่นยาถูกย้ายออกครบ
  3. แนะนำการเคลียร์โคลนและวัสดุเสียหาย เช่น ที่นอนที่จมน้ำ พรม กล่องกระดาษ เพื่อตัดแหล่งเชื้อราใหญ่ออกก่อน
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ครอบคลุมพื้นไม้ ผนังเหนือระดับคราบน้ำ ใต้เตียง บันได และห้องน้ำ
  5. อบโอโซน ปิดห้องและอบตามเวลาที่ประเมิน ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และอุปกรณ์ออกซิเจนอยู่ในพื้นที่ คลุมหรือย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไวต่อโอโซน และควบคุมปริมาณ
  6. ระบายอากาศเต็มที่ เปิดประตูหน้าต่างจนโอโซนสลายตัว ก่อนให้ผู้ป่วยและอุปกรณ์กลับเข้าบ้าน
  7. ตรวจซ้ำ ตรวจกลิ่นและจุดเชื้อรา หากไม้ยังชื้นจะแนะนำการทำรอบเสริม

เตรียมวันทำงาน: ผู้ป่วยจะไปอยู่ไหน และต้องพกอะไรไปบ้าง

วันที่ทีมเข้าพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน ผู้ป่วยต้องอยู่นอกบ้านตั้งแต่เริ่มงานจนระบายอากาศเสร็จ ซึ่งมักใช้เวลาหลายชั่วโมง ครอบครัวควรวางแผนล่วงหน้า เช่น ไปพักบ้านญาติที่อยู่ใกล้ หรือห้องพักชั่วคราวที่มีไฟฟ้าและอากาศถ่ายเทดี เตรียมยาประจำตัว ยาพ่น และออกซิเจนให้พอใช้ตลอดช่วงที่อยู่ข้างนอก รวมถึงเบอร์โทรของโรงพยาบาลที่รักษา หากผู้ป่วยต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา ควรถามผู้ให้เช่าอุปกรณ์ว่ามีถังพกพาหรือเครื่องสำรองให้ยืมช่วงนี้หรือไม่

สำหรับบ้านไม้ริมคลองบางกอกน้อย ซึ่งมักเป็นบ้านที่มีหลายรุ่นอยู่ด้วยกัน ทีมแนะนำให้กำหนดคนในครอบครัวหนึ่งคนเป็นผู้ประสานงานกับทีม คอยเปิดปิดบ้าน ส่งต่อข้อมูล และเป็นคนสุดท้ายที่ตรวจว่าไม่มีใครหรือสัตว์เลี้ยงหลงเหลืออยู่ในบ้านก่อนเริ่มอบ การมีผู้ประสานงานที่ชัดเจนช่วยให้งานจบเร็ว และผู้ป่วยได้กลับบ้านเร็วขึ้น

10 เหตุผลที่ครอบครัวผู้ป่วยโรคปอดในบางกอกน้อยไว้ใจ WHD

  1. ถามเรื่องออกซิเจนก่อนเสมอ ทีมวางแผนรอบอุปกรณ์ของผู้ป่วยตั้งแต่วันนัด
  2. ไม่อบโอโซนในพื้นที่ที่มีถังออกซิเจน เป็นกฎที่ไม่มีข้อยกเว้น
  3. ฆ่าเชื้อลึกถึงร่องไม้ ด้วย การพ่นแบบ ULV
  4. น้ำยาที่ใช้ในงานฆ่าเชื้อหลายประเภท CHEMGENE HLD4H
  5. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศ ด้วย การอบโอโซน
  6. ไม่ทิ้งกลิ่นหอมหรือควัน เหมาะกับคนที่ปอดไวต่อกลิ่น
  7. เข้าใจบ้านไม้ริมคลอง รู้ว่าไม้ดูดความชื้นและต้องใช้เวลาแห้ง
  8. ดูแลที่นอนที่ไม่ได้จมน้ำ ต่อด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น
  9. ไม่ให้คำแนะนำทางการแพทย์ เรื่องยาและออกซิเจนให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
  10. ให้บริการฝั่งธนฯ บางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชัน บางกอกใหญ่ และใกล้เคียง

ก่อน

  • กลิ่นอับไม้ชื้นลอยขึ้นชั้นบน
  • จุดเชื้อราสีเขียวเทาตามผนังและใต้เตียง
  • ฝุ่นโคลนแห้งบนพื้นไม้
  • ผู้ป่วยไอถี่ขึ้นตอนกลางคืน
  • ครอบครัวไม่แน่ใจว่าอบโอโซนกับถังออกซิเจนได้ไหม

หลัง

  • อากาศในบ้านโล่ง ไม่มีกลิ่นอับค้าง
  • เชื้อราที่มองเห็นถูกจัดการ พื้นผิวได้รับการฆ่าเชื้อ
  • อุปกรณ์ออกซิเจนถูกย้ายออกและนำกลับอย่างเป็นระบบ
  • ห้องผู้ป่วยพร้อมใช้หลังระบายอากาศ
  • ครอบครัวรู้วิธีคุมความชื้นต่อในระยะยาว

เสียงจากครอบครัวผู้ใช้บริการ

"สิ่งที่ประทับใจคือ ตอนโทรนัด ทีมงานถามก่อนเลยว่ามีถังออกซิเจนไหม แล้วอธิบายว่าต้องย้ายออกพร้อมพ่อในวันทำงาน เราเลยพาพ่อไปนั่งเล่นบ้านญาติครึ่งวัน กลับมาบ้านโล่งขึ้นมาก กลิ่นไม้อับที่ลอยขึ้นชั้นบนหายไป ส่วนเรื่องอาการไอ เรายังพาพ่อไปตามนัดหมอเหมือนเดิม"

— เรื่องเล่าจากครอบครัวผู้ดูแลผู้ป่วย COPD ริมคลองบางกอกน้อย (สถานการณ์ตัวอย่าง)

ดูแลบ้านต่ออย่างไรให้ปอดของคนในบ้านหายใจสบาย

  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศช่วงที่อากาศแห้ง และสังเกตจุดชื้นบนผนังไม้ทุกสัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ จุดธูป หรือเทียนในบ้าน โดยเฉพาะใกล้ถังออกซิเจน
  • เก็บถังออกซิเจนตั้งตรง ยึดแน่น ห่างจากเตาแก๊สและแหล่งความร้อน
  • เช็ดพื้นผิวทั่วไปด้วย สเปรย์ CHEMGENE HLD4H แทนการใช้น้ำยาที่มีกลิ่นฉุน
  • หากเห็นเชื้อราใหม่ อย่าขัดแห้ง ให้แจ้งทีมตรวจซ้ำ
  • ไปพบแพทย์ตามนัด และแจ้งแพทย์หากอาการเปลี่ยนแปลง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: อบโอโซนเฉพาะชั้นล่าง โดยให้พ่อและถังออกซิเจนอยู่ชั้นบนได้ไหม
ตอบ: ไม่แนะนำ บ้านไม้มีช่องลมและบันไดเปิด โอโซนลอยขึ้นชั้นบนได้ ควรให้ผู้ป่วยและอุปกรณ์ออกซิเจนออกจากบ้านตลอดช่วงอบและระบายอากาศ

ถาม: ผู้ป่วยกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร
ตอบ: หลังระบายอากาศจนโอโซนสลายตัวแล้ว ทีมจะแจ้งเวลาในวันทำงาน หากผู้ป่วยมีอาการกำเริบ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

ถาม: เครื่องผลิตออกซิเจนที่โดนน้ำ ทีมงานช่วยตรวจได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องให้บริษัทผู้จำหน่ายหรือผู้ให้เช่าเป็นผู้ตรวจ ห้ามเสียบไฟใช้เองก่อนได้รับการตรวจ

ถาม: น้ำยา Chemgene มีกลิ่นแรงไหม
ตอบ: ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน และทีมจะระบายอากาศหลังพ่นทุกครั้ง

ถาม: บ้านไม้ต้องรอให้แห้งก่อนไหม
ตอบ: เรียกสำรวจได้เลย ทีมจะประเมินว่าควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนเพื่อหยุดเชื้อรา แล้วอบโอโซนเมื่อไม้แห้งลง

ถาม: บทความนี้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เรื่องยา ออกซิเจน และอาการของผู้ป่วยต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษา

ให้บ้านกลับมาเป็นที่ที่ปอดของพ่อหายใจได้สบาย

นัดสำรวจหน้างานบ้านในบางกอกน้อยและฝั่งธนฯ แจ้งเรื่องอุปกรณ์ออกซิเจนได้ตั้งแต่ตอนโทร

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#ผู้ป่วยCOPD #อบโอโซน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางกอกน้อย

คำค้นหา: บ้านผู้ป่วย COPD หลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยใช้ออกซิเจนที่บ้านกับการอบโอโซน, ย้ายถังออกซิเจนก่อนอบโอโซน, กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับบ้านไม้ บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้