เชื้อราห้องน้ำหลังน้ำท่วม ยาแนวดำ ซิลิโคนขึ้นรา กลิ่นท่อไม่หาย และเครื่องทำน้ำอุ่นที่จมน้ำ ฟื้นฟูอย่างไรให้ปลอดภัย ย่านประเวศ กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื้อราห้องน้ำหลังน้ำท่วม ยาแนวดำ ซิลิโคนขึ้นรา กลิ่นท่อไม่หาย และเครื่องทำน้ำอุ่นที่จมน้ำ ฟื้นฟูอย่างไรให้ปลอดภัย ย่านประเวศ กรุงเทพฯ ปี 2569

เชื้อราห้องน้ำหลังน้ำท่วม ยาแนวดำ ซิลิโคนขึ้นรา กลิ่นท่อไม่หาย และเครื่องทำน้ำอุ่นที่จมน้ำ ฟื้นฟูอย่างไรให้ปลอดภัย ย่านประเวศ กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ห้องน้ำของคุณวิภาที่ "ขัดเท่าไรก็ไม่ขาว"

คุณวิภาอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตประเวศ กับสามีและลูกชายวัยแปดขวบที่เป็นภูมิแพ้ ช่วงน้ำท่วม ระดับน้ำในบ้านสูงราวครึ่งแข้งและขังอยู่เกือบสองสัปดาห์ ทั้งครอบครัวย้ายไปพักบ้านน้องสาวที่บางนา

วันที่น้ำลดและกลับเข้าบ้าน สิ่งแรกที่คุณวิภาสังเกตไม่ใช่ห้องนั่งเล่น แต่เป็นห้องน้ำ เพราะกลิ่นเหม็นเหมือนท่อน้ำทิ้งลอยออกมาตั้งแต่เปิดประตูบ้าน เมื่อเปิดไฟห้องน้ำก็เห็นว่าเส้นยาแนวระหว่างกระเบื้องพื้นที่เคยเป็นสีเทาอ่อน กลายเป็นสีน้ำตาลปนดำ ขอบซิลิโคนรอบอ่างล้างหน้าและรอบฐานชักโครกมีจุดดำเรียงเป็นแนว มุมผนังหลังประตูมีคราบน้ำเป็นเส้นระดับชัดเจน ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นที่ติดผนังไว้ไม่สูงนักก็มีคราบโคลนเกาะใต้ตัวเครื่อง

สามีของคุณวิภาขัดห้องน้ำด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำและแปรงอยู่สองรอบ ยาแนวขาวขึ้นบ้างแต่ผ่านไปสามวันจุดดำก็กลับมา กลิ่นอับยังคงอยู่โดยเฉพาะตอนเช้า ลูกชายเริ่มจามและบ่นว่าคันจมูกทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ และที่ทำให้ทั้งบ้านลังเลที่สุดคือ "เครื่องทำน้ำอุ่นจะเปิดใช้ได้ไหม" เพราะไม่มีใครกล้าลองกดสวิตช์

คุณวิภาจึงติดต่อทีม WHD ผ่าน LINE เพื่อถามเรื่องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน คำแนะนำแรกที่ทีมงานให้คือ "อย่าเพิ่งเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น ให้ช่างไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตรวจก่อน" แล้วจึงวางแผนฟื้นฟูห้องน้ำทั้งห้องเป็นลำดับ บทความนี้เล่าลำดับนั้นอย่างละเอียด เพื่อให้บ้านอื่นในประเวศและย่านใกล้เคียงนำไปใช้ได้

ทำไมห้องน้ำจึงเป็นห้องที่ฟื้นตัวช้าที่สุดหลังน้ำลด

ห้องน้ำเป็นห้องที่ชื้นที่สุดในบ้านอยู่แล้วแม้ในวันปกติ เมื่อโดนน้ำท่วมขังนาน ความชื้นจึงซึมลึกกว่าห้องอื่น และมีจุดซ่อนตัวของเชื้อราและแบคทีเรียอยู่หลายแห่งที่มองไม่เห็นจากการขัดผิวหน้า

  • ยาแนวกระเบื้อง ยาแนวซีเมนต์ทั่วไปมีรูพรุนเล็ก ๆ เหมือนฟองน้ำ น้ำท่วมที่ปนโคลนและน้ำเสียจะซึมเข้าไปในเนื้อยาแนว เชื้อราจึงเติบโตจากด้านในออกมา ขัดผิวด้านบนออกไปได้ แต่รากที่อยู่ในเนื้อยาแนวยังอยู่
  • ซิลิโคนรอบอ่าง ชักโครก และขอบกระจกกั้นอาบน้ำ ซิลิโคนที่ใช้มานานมักมีรอยแยกเล็ก ๆ ระหว่างซิลิโคนกับกระเบื้อง น้ำจะซึมเข้าใต้แนวซิลิโคน กลายเป็นจุดดำที่ขัดไม่ออกเพราะอยู่ใต้ผิว
  • ท่อระบายน้ำและข้องอดักกลิ่น น้ำท่วมอาจทำให้น้ำในข้องอที่เคยกันกลิ่นถูกดันหรือปนเปื้อน ตะกอนจากท่อสาธารณะอาจย้อนเข้ามา กลิ่นเหม็นจึงลอยขึ้นจากรูระบายน้ำพื้นอยู่ตลอด
  • ใต้ตู้ใต้อ่างล้างหน้าและชั้นวางของ ตู้ไม้อัดหรือตู้ปาร์ติเคิลบอร์ดที่จมน้ำจะบวม ดูดน้ำไว้ในเนื้อไม้ และเป็นที่สะสมเชื้อราแบบเงียบ ๆ
  • ฝ้าเพดานและพัดลมดูดอากาศ แม้น้ำไม่ถึงเพดาน แต่ไอชื้นที่ขังในห้องปิดหลายวันทำให้ฝ้าและใบพัดลมดูดอากาศมีฝุ่นชื้นเกาะ เป็นแหล่งสปอร์ราที่ปลิวลงมาทุกครั้งที่เปิดพัดลม

ความเสี่ยงต่อสุขภาพ เงิน และเวลา ที่ซ่อนอยู่ในห้องน้ำหลังน้ำท่วม

ด้านสุขภาพ

น้ำท่วมในเขตเมืองมักปนน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และปัสสาวะสัตว์ เชื้อแบคทีเรียกลุ่มที่ทำให้ท้องเสีย เช่น อี. โคไล (E. coli) อาจติดค้างอยู่บนพื้นผิวและในร่องยาแนว ส่วนเชื้อเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูมักเข้าทางบาดแผลหรือเยื่อบุ ห้องน้ำซึ่งผู้คนเดินเท้าเปล่าจึงเป็นจุดที่ควรระวัง โดยเฉพาะคนที่มีแผลที่เท้า

สปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศของห้องน้ำปิดทึบอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และอาจทำให้ผู้ที่เป็นหอบหืดมีอาการกำเริบ เด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ใช้เวลาในห้องน้ำนาน เช่น ระหว่างอาบน้ำ ย่อมได้รับสปอร์มากกว่าคนอื่น ผิวหนังที่สัมผัสน้ำและพื้นผิวปนเปื้อนก็อาจเกิดผื่น คัน หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังได้

ด้านเงิน

หลายบ้านตัดสินใจรื้อกระเบื้องทั้งห้องเพราะคิดว่ายาแนวดำแก้ไม่ได้ ซึ่งเป็นงานใหญ่และใช้เวลานาน ทั้งที่หลายกรณีเซาะยาแนวและซิลิโคนเฉพาะจุดแล้วทำใหม่ได้ การประเมินอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่ต้นช่วยไม่ให้เสียเงินกับงานที่ไม่จำเป็น

ด้านเวลาและความปลอดภัย

ห้องน้ำเป็นห้องที่ขาดไม่ได้ ครอบครัวที่ต้องย้ายกลับบ้านจึงมักรีบใช้ทั้งที่ยังไม่พร้อม และบางบ้านรีบเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นที่เพิ่งจมน้ำ ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางไฟฟ้าที่ไม่ควรเสี่ยงเด็ดขาด ลำดับงานที่ถูกต้องจึงช่วยให้ใช้ห้องน้ำได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยง

เรื่องสำคัญที่สุด: เครื่องทำน้ำอุ่นและปลั๊กไฟที่จมน้ำ ต้องให้ช่างไฟตรวจก่อนเสมอ

เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า ปลั๊กเต้ารับ สวิตช์ไฟ และพัดลมดูดอากาศที่เคยจมน้ำหรือโดนความชื้นสูง อาจมีความเสียหายภายในที่มองไม่เห็น เช่น ความชื้นในแผงวงจร คราบโคลนในขั้วต่อ หรือระบบตัดไฟรั่วที่ทำงานผิดปกติ การเปิดใช้เองโดยไม่ตรวจสอบอาจเสี่ยงต่อไฟฟ้าดูดหรือไฟฟ้าลัดวงจร

  • อย่าเปิดสวิตช์เครื่องทำน้ำอุ่นหรือปลั๊กในห้องน้ำ จนกว่าช่างไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติจะตรวจและยืนยันว่าปลอดภัย
  • ให้ช่างตรวจระบบเบรกเกอร์และเครื่องตัดไฟรั่วของบ้าน รวมถึงสายดินของเครื่องทำน้ำอุ่น
  • การตัดสินใจว่าเครื่องทำน้ำอุ่นควรซ่อม เปลี่ยน หรือใช้ต่อได้ เป็นหน้าที่ของช่างไฟฟ้าหรือศูนย์บริการของผู้ผลิต ไม่ใช่ทีมพ่นฆ่าเชื้อ

ทีม WHD ไม่ทำงานด้านระบบไฟฟ้าและไม่รับรองความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า หน้าที่ของเราคือฆ่าเชื้อพื้นผิวและอากาศ กำจัดเชื้อราและกลิ่น หลังจากที่ช่างไฟฟ้าตรวจแล้ว ระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เราจะขอให้ปิดไฟในส่วนที่ช่างแนะนำ และคลุมหรือหลีกเลี่ยงการพ่นตรงเข้าตัวเครื่องทำน้ำอุ่นและเต้ารับ

ทำไมวิธีที่หลายบ้านใช้ จึงยังไม่จบปัญหา

ราดน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวช่วยให้ยาแนวดูขาวขึ้นได้เร็ว แต่บนพื้นผิวที่มีรูพรุน สารฟอกขาวมักทำงานที่ผิวหน้าเป็นหลัก ความชื้นที่เหลืออยู่ในเนื้อยาแนวยังเลี้ยงเชื้อราต่อได้ ที่สำคัญคือห้องน้ำเป็นห้องแคบ การใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นโดยไม่ระบายอากาศ หรือผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดกรด อาจเกิดก๊าซที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ ไม่ควรผสมน้ำยาเองเด็ดขาด

เปิดพัดลมดูดอากาศทิ้งไว้ ช่วยลดความชื้นได้บ้าง แต่ถ้าพัดลมเพิ่งจมน้ำก็ยังไม่ควรเปิดจนกว่าช่างจะตรวจ และการระบายอากาศไม่ได้ฆ่าเชื้อที่ฝังอยู่ในร่องยาแนวหรือใต้ซิลิโคน

สเปรย์ปรับอากาศและก้อนดับกลิ่น กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ต้นตอกลิ่นจากท่อและเชื้อราไม่ได้หายไป บางครั้งกลิ่นหอมผสมกลิ่นอับยิ่งทำให้ระคายเคืองจมูกมากขึ้น

ทาซิลิโคนใหม่ทับของเดิม เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด การยิงซิลิโคนทับแนวเก่าที่มีราอยู่ข้างใต้ เท่ากับปิดเชื้อราไว้ใต้ชั้นใหม่ ไม่นานจุดดำก็จะทะลุขึ้นมาอีก และยังเสียค่าซิลิโคนกับค่าแรงซ้ำ

ทางออกที่ครบกว่า: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซนแบบควบคุมปริมาณ

WHD ใช้สองเทคนิคที่เสริมกัน เพื่อจัดการทั้งเชื้อบนพื้นผิวและสิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศของห้องน้ำ

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ทีมงานใช้เครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยเข้าถึงร่องยาแนว มุมห้อง ใต้อ่างล้างหน้า หลังชักโครก และซอกที่แปรงเข้าไม่ถึง น้ำยาเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ออกแบบมาสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นผิว ไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนน้ำยาฟอกขาว เหมาะกับห้องแคบที่การระบายอากาศจำกัด

2. บริการอบโอโซน หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานปิดห้องน้ำและพื้นที่ใกล้เคียง แล้วปล่อยโอโซนในปริมาณที่ควบคุมตามขนาดห้อง โอโซนเป็นก๊าซที่แพร่เข้าถึงทุกช่องว่าง ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นท่อ กลิ่นโคลน ที่ฝังอยู่ในพื้นผิว เมื่อครบเวลาที่กำหนด โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมี

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของการอบโอโซน

  • ระหว่างอบโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ในพื้นที่ ทีมงานจะติดป้ายและปิดทางเข้า
  • หลังครบเวลา ต้องเปิดหน้าต่างหรือประตูระบายอากาศตามเวลาที่ทีมงานกำหนด ก่อนให้ทุกคนกลับเข้าพื้นที่
  • ใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุม เพื่อลดผลต่อวัสดุยาง เช่น ยางขอบประตูกระจกหรือสายฝักบัว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง เช่น ไดร์เป่าผม แปรงสีฟันไฟฟ้า ควรนำออกหรือคลุมไว้ก่อน
  • เครื่องทำน้ำอุ่นและเต้ารับต้องอยู่ในสภาพปิดไฟตามคำแนะนำของช่างไฟฟ้า

ลำดับงานฟื้นฟูห้องน้ำหลังน้ำท่วม แบบที่ทีม WHD ใช้จริง

  1. สำรวจหน้างานและถ่ายภาพ ทีมงานดูระดับคราบน้ำ สภาพยาแนว ซิลิโคน ตู้ใต้อ่าง ฝ้า รูระบายน้ำ และจุดที่มีกลิ่นแรงที่สุด พร้อมถามว่าช่างไฟฟ้าตรวจเครื่องทำน้ำอุ่นและปลั๊กแล้วหรือยัง
  2. แนะนำงานเตรียมพื้นที่ ให้เจ้าของบ้านหรือช่างล้างโคลนออกให้หมด ทิ้งของที่ดูดน้ำ เช่น พรมเช็ดเท้า ม่านห้องน้ำ ฟองน้ำ แปรงขัดเก่า และพิจารณาว่าตู้ใต้อ่างที่บวมควรเปลี่ยนหรือไม่
  3. เซาะยาแนวและซิลิโคนที่เสียหาย (ถ้าจำเป็น) หากยาแนวหรือซิลิโคนเป็นราลึกหรือหลุดร่อน ควรให้ช่างกระเบื้องเซาะออกเฉพาะจุดก่อน ทีมงานจะฆ่าเชื้อร่องที่เปิดออกแล้วให้แห้งสนิท ก่อนทำยาแนวและซิลิโคนใหม่
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H พ่นละอองฝอยทั่วผนัง พื้น ร่องยาแนว ใต้อ่าง หลังชักโครก ประตู มือจับ และรอบรูระบายน้ำ โดยหลีกเลี่ยงการพ่นตรงเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้า
  5. อบโอโซนแบบควบคุมปริมาณ ปิดพื้นที่ ไม่มีคนและสัตว์อยู่ภายใน ปล่อยโอโซนตามเวลาที่คำนวณจากขนาดห้อง
  6. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างตามเวลาที่ทีมงานแนะนำ จนกลิ่นโอโซนจางลงก่อนกลับเข้าใช้
  7. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำดูแลต่อ ทีมงานตรวจกลิ่นและพื้นผิวอีกครั้ง พร้อมแนะนำการดูแลห้องน้ำให้แห้งในสัปดาห์แรก และนัดตรวจซ้ำหากยังมีจุดที่น่าสงสัย

10 เหตุผลที่ห้องน้ำหลังน้ำท่วมควรได้รับการฟื้นฟูแบบมืออาชีพ

  1. เชื้อราในยาแนวอยู่ลึกกว่าที่แปรงเข้าถึง ละอองฝอยจากการพ่นฆ่าเชื้อเข้าถึงร่องเล็กได้ทั่วกว่า
  2. กลิ่นท่อและกลิ่นอับต้องจัดการที่ต้นตอ การอบโอโซนสลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบ
  3. ห้องน้ำแคบ การใช้สารเคมีแรงเองมีความเสี่ยง ทีมงานเลือกน้ำยาและวิธีที่เหมาะกับห้องปิด
  4. ลดสปอร์ราที่กระตุ้นภูมิแพ้ เหมาะกับบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุที่ไวต่อเชื้อรา
  5. ประหยัดกว่าการรื้อทั้งห้อง ประเมินก่อนว่าจุดไหนต้องเซาะ จุดไหนฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้
  6. ใช้น้ำยาที่ออกแบบสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นผิว อย่าง CHEMGENE HLD4H ที่ไม่มีกลิ่นฉุน
  7. ลำดับงานชัดเจน ช่างไฟตรวจก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อและอบ ไม่มีขั้นตอนไหนข้าม
  8. จัดการทั้งชั้นได้ในคราวเดียว ห้องน้ำ ทางเดิน ห้องซักล้าง ให้กลิ่นไม่วนกลับ
  9. มีคำแนะนำดูแลต่อหลังงาน เพื่อไม่ให้ราย้อนกลับเมื่อเข้าฤดูฝนถัดไป
  10. ดูแลต่อได้ทั้งบ้าน เช่น โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย และบริการกำจัดไรฝุ่นสำหรับที่นอนในห้องนอน

ก่อนและหลังการฟื้นฟูห้องน้ำ

ก่อน

  • ยาแนวพื้นสีน้ำตาลปนดำ ขัดแล้วกลับมาดำใน 2–3 วัน
  • ซิลิโคนรอบอ่างและชักโครกมีจุดดำใต้ผิว
  • กลิ่นท่อลอยจากรูระบายน้ำตลอดวัน
  • ลูกจามและคันจมูกทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ
  • ไม่มีใครกล้าเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น

หลัง

  • ช่างไฟตรวจเครื่องทำน้ำอุ่นและระบบตัดไฟรั่วแล้ว
  • ซิลิโคนเก่าถูกเซาะออก ร่องฆ่าเชื้อและแห้งก่อนทำใหม่
  • พ่นฆ่าเชื้อทั่วห้องและอบโอโซนแบบควบคุมปริมาณ
  • กลิ่นอับและกลิ่นท่อลดลงอย่างชัดเจน
  • ครอบครัวกลับมาใช้ห้องน้ำได้อย่างมั่นใจ

เสียงจากเจ้าของบ้าน

"ตอนแรกคิดว่าต้องรื้อกระเบื้องทั้งห้อง เพราะขัดเท่าไรยาแนวก็ไม่ขาว ทีมงานช่วยอธิบายว่าส่วนไหนต้องเซาะ ส่วนไหนฆ่าเชื้อแล้วใช้ต่อได้ และย้ำให้เรียกช่างไฟมาดูเครื่องทำน้ำอุ่นก่อน พอทำครบทุกขั้นตอน กลิ่นในห้องน้ำก็เบาลงมาก ลูกไม่จามตอนอาบน้ำแล้ว"

— คุณวิภา เจ้าของบ้านย่านเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตประเวศ (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเชื้อราห้องน้ำหลังน้ำท่วม

ถาม: ยาแนวดำหลังน้ำท่วม ต้องรื้อกระเบื้องทั้งห้องไหม
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป หากกระเบื้องยังยึดแน่นและไม่โก่ง มักเซาะยาแนวเฉพาะจุดที่เสียหาย ฆ่าเชื้อร่อง รอให้แห้ง แล้วทำยาแนวใหม่ได้ การตัดสินใจขึ้นกับสภาพหน้างานและความเห็นของช่างกระเบื้อง

ถาม: เครื่องทำน้ำอุ่นที่จมน้ำ ทีม WHD ตรวจให้ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ครับ งานไฟฟ้าต้องให้ช่างไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติหรือศูนย์บริการของผู้ผลิตตรวจ ทีม WHD ทำงานด้านฆ่าเชื้อ กำจัดเชื้อราและกลิ่นเท่านั้น และจะเริ่มงานหลังจากช่างตรวจแล้ว

ถาม: ต้องรอกี่ชั่วโมงหลังอบโอโซนจึงใช้ห้องน้ำได้
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และระยะเวลาอบ ทีมงานจะแจ้งเวลาระบายอากาศที่ชัดเจนในวันงาน โดยทั่วไปเมื่อเปิดระบายอากาศจนกลิ่นโอโซนจางลงแล้วจึงกลับเข้าใช้ได้

ถาม: โอโซนจะทำให้ซิลิโคนหรือยางขอบประตูกระจกเสื่อมไหม
ตอบ: ทีมงานใช้ปริมาณแบบควบคุมตามขนาดห้องและเวลาที่จำกัด เพื่อลดผลต่อวัสดุยาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางควรนำออกหรือคลุมไว้ก่อน

ถาม: กลิ่นท่อจากรูระบายน้ำ อบโอโซนแล้วจะหายถาวรไหม
ตอบ: โอโซนช่วยสลายกลิ่นที่สะสมในห้อง แต่หากข้องอดักกลิ่นแห้งหรือท่อเสียหาย กลิ่นจากท่อสาธารณะอาจกลับมาได้ ควรเติมน้ำในรูระบายน้ำที่ไม่ค่อยใช้ และให้ช่างประปาตรวจท่อหากกลิ่นยังแรง

ถาม: ลูกเป็นภูมิแพ้ ควรให้อยู่บ้านระหว่างทำงานไหม
ตอบ: ระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน ไม่ควรมีใครอยู่ในพื้นที่ แนะนำให้เด็กไปอยู่นอกบ้านหรือพื้นที่ที่แยกออกไป และกลับมาหลังระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว

ห้องน้ำหลังน้ำท่วมยังมีกลิ่นและราดำ ให้ WHD ช่วยดูแล

ประเมินหน้างาน วางลำดับงาน พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซนแบบควบคุมปริมาณ ในเขตประเวศและพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#เชื้อราห้องน้ำ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ประเวศ

คำค้นหา: เชื้อราห้องน้ำหลังน้ำท่วม, ยาแนวดำ, ซิลิโคนขึ้นรา, กลิ่นท่อห้องน้ำ, เครื่องทำน้ำอุ่นหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อ ประเวศ, อบโอโซน ประเวศ, กำจัดเชื้อรา, น้ำท่วม 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้