ห้องเปลี่ยนน้ำยาล้างไตทางช่องท้อง (CAPD) ต้องสะอาดแค่ไหนหลังน้ำลด? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนบ้านผู้ป่วยล้างไต บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 14 ต.ค. 2569  |  38 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าโรงพยาบาล

ห้องเปลี่ยนน้ำยาล้างไตทางช่องท้อง (CAPD) ต้องสะอาดแค่ไหนหลังน้ำลด? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนบ้านผู้ป่วยล้างไต บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านการทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำยา การดูแลสายและแผลช่องทางออกของสาย รวมถึงการตัดสินใจว่าน้ำยาหรืออุปกรณ์ชิ้นใดยังใช้ได้ ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลหน่วยไตที่ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น หากมีไข้ ปวดท้อง หรือน้ำยาที่ปล่อยออกมาขุ่น ให้ติดต่อหน่วยไตหรือโรงพยาบาลทันที

เรื่องเล่าจากหน้างาน: มุมเล็ก ๆ ที่พ่อใช้เปลี่ยนน้ำยาวันละสี่รอบ

"คุณวรรณา" อายุสี่สิบห้าปี ดูแลคุณพ่อ "คุณประยูร" วัยหกสิบเจ็ด ซึ่งเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ล้างไตทางช่องท้องแบบ CAPD มาเกือบสองปี บ้านของครอบครัวเป็นทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยแยกถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน คุณพ่อใช้ห้องเล็กด้านหลังชั้นล่างเป็น "ห้องเปลี่ยนน้ำยา" มีโต๊ะสแตนเลส ราวแขวนถุงน้ำยา อ่างล้างมือ และชั้นวางกล่องน้ำยาที่โรงพยาบาลส่งมาทุกเดือน ห้องนี้ถูกจัดตามที่พยาบาลไตเคยมาเยี่ยมบ้านแนะนำไว้ทุกอย่าง

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากคลองและน้ำฝนที่ระบายไม่ทันเอ่อเข้าชั้นล่างสูงราวคืบหนึ่งและขังอยู่หลายวัน ครอบครัวยกกล่องน้ำยาขึ้นชั้นบนได้เกือบหมด แล้วย้ายคุณพ่อไปพักบ้านน้องสาวที่อยู่บนพื้นที่สูงกว่า เมื่อน้ำลด คุณวรรณากลับมาเปิดบ้านคนเดียว สิ่งที่เจอคือกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโคลนที่ลอยมาตั้งแต่หน้าประตู ผนังห้องเปลี่ยนน้ำยามีคราบน้ำเป็นเส้น ใต้โต๊ะสแตนเลสมีโคลนบาง ๆ ติดอยู่ ขอบประตูไม้บวม และมุมผนังเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ เป็นกลุ่ม

คุณพ่อรีบอยากกลับบ้าน เพราะการขนน้ำยาวันละหลายถุงไปทำที่บ้านคนอื่นไม่สะดวกและไม่คุ้นเคย แต่คุณวรรณาจำคำพูดของพยาบาลไตได้ดีว่า "ห้องเปลี่ยนน้ำยาต้องสะอาด ปิดพัดลม ไม่มีฝุ่น เพราะการติดเชื้อในช่องท้องเป็นเรื่องที่ต้องระวังที่สุด" คำถามที่เธอวนคิดอยู่ทั้งคืนคือ "ห้องที่เพิ่งจมน้ำแบบนี้ จะกลับมาใช้ได้เมื่อไร และต้องทำอะไรบ้าง"

คำถามนี้เป็นคำถามของอีกหลายครอบครัวในบางขุนเทียน จอมทอง ทุ่งครุ และบางบอน ที่มีผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอยู่ในบ้าน บทความนี้จะไม่สอนวิธีเปลี่ยนน้ำยา เพราะเป็นหน้าที่ของทีมแพทย์และพยาบาล แต่จะอธิบายฝั่ง "ตัวบ้าน" ว่าห้องหลังน้ำลดมีความเสี่ยงอะไร วิธีที่ทำกันทั่วไปขาดอะไร และการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับการอบโอโซนช่วยเตรียมห้องได้อย่างไร

ทำไมห้องเปลี่ยนน้ำยาหลังน้ำลดจึงต้องระวังมากกว่าห้องอื่น

การล้างไตทางช่องท้องเป็นการเปิดระบบสายเข้าสู่ช่องท้องหลายครั้งต่อวัน ทีมแพทย์จึงย้ำเสมอเรื่องการล้างมือ การใส่หน้ากาก การปิดพัดลมและหน้าต่างระหว่างเปลี่ยนน้ำยา สิ่งเหล่านี้ทำเพื่อลดโอกาสที่เชื้อจากสิ่งแวดล้อมจะเข้าสู่ระบบ เมื่อตัวห้องเพิ่งผ่านน้ำท่วม สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยก็เปลี่ยนไปในทางที่ต้องจัดการเพิ่ม

  • เชื้อโรคจากน้ำท่วมและโคลน น้ำท่วมมักปนเปื้อนน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และดินโคลน ซึ่งอาจมีแบคทีเรียหลายชนิดรวมถึงเชื้อที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) คราบที่เหลือบนพื้น ใต้โต๊ะ และขาตู้ คือแหล่งสะสมที่มองข้ามได้ง่าย
  • สปอร์เชื้อราในอากาศ ผนังปูน ฝ้า ขอบประตูไม้ และกล่องกระดาษที่ชื้นจะเริ่มมีเชื้อราภายในไม่กี่วัน สปอร์ขนาดเล็กลอยอยู่ในอากาศและตกลงบนพื้นผิวที่ผู้ป่วยใช้วางอุปกรณ์
  • ฝุ่นจากโคลนแห้ง เมื่อโคลนแห้งจะกลายเป็นฝุ่นละเอียดที่ฟุ้งง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ห้องเปลี่ยนน้ำยาควรหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว
  • ความชื้นสะสม ห้องเล็กด้านหลังบ้านมักอากาศถ่ายเทน้อย ความชื้นจึงค้างนานและทำให้เชื้อราโตต่อเนื่อง
  • กลิ่นอับและกลิ่นท่อ นอกจากจะรบกวนแล้ว ยังเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นหรือคราบตกค้างอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ในด้านสุขภาพ ความเสี่ยงหลังน้ำท่วมที่พบบ่อยในชุมชน ได้แก่ โรคฉี่หนู ท้องเสีย ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ และอาการภูมิแพ้หรือหอบจากเชื้อรา ส่วนความเสี่ยงเฉพาะของผู้ป่วยล้างไตแต่ละคน ผู้ที่ประเมินได้ดีที่สุดคือแพทย์และพยาบาลไตผู้ดูแล ครอบครัวควรโทรแจ้งหน่วยไตว่าบ้านเพิ่งถูกน้ำท่วม และถามว่าควรทำอะไรเพิ่มก่อนให้ผู้ป่วยกลับมาเปลี่ยนน้ำยาในห้องเดิม

ด้านเงินและเวลา ห้องเปลี่ยนน้ำยาที่ยังไม่พร้อมหมายถึงผู้ป่วยต้องพักที่อื่นนานขึ้น ญาติต้องขนน้ำยาไปมา หรือบางครอบครัวต้องลางานเพิ่ม การวางแผนฟื้นฟูห้องให้เป็นขั้นตอนตั้งแต่แรกจึงช่วยประหยัดทั้งแรงและค่าใช้จ่ายแฝง

สิ่งที่ครอบครัวควรถามหน่วยไตก่อนเริ่มทำความสะอาด

ก่อนจ้างใครเข้ามาทำอะไรในบ้าน แนะนำให้โทรคุยกับพยาบาลหน่วยไตก่อน เพราะบางเรื่องเป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ที่บริษัททำความสะอาดไม่ควรตอบแทน ตัวอย่างคำถามที่หลายครอบครัวใช้:

  1. กล่องน้ำยาที่ถูกน้ำหรือความชื้นโดน ยังใช้ได้หรือไม่ ควรทิ้งหรือขอเปลี่ยนใหม่
  2. อุปกรณ์อย่างที่แขวนถุง ตาชั่ง หรือเครื่องอุ่นน้ำยา ที่เคยวางอยู่ชั้นล่าง ควรทำอย่างไร
  3. ระหว่างที่ห้องเดิมยังไม่พร้อม ผู้ป่วยควรเปลี่ยนน้ำยาที่ไหน และต้องจัดมุมชั่วคราวอย่างไร
  4. หลังห้องได้รับการฆ่าเชื้อและระบายอากาศแล้ว มีข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยหรือไม่
  5. อาการแบบไหนที่ต้องรีบกลับมาโรงพยาบาล

เมื่อได้คำตอบจากทีมแพทย์แล้ว ส่วนที่เหลือคือ "งานบ้าน" ระดับลึก ได้แก่ การล้างโคลน ทำให้แห้ง ฆ่าเชื้อพื้นผิวและอากาศ และกำจัดกลิ่นอับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม World Health Disinfection (WHD) ช่วยได้

ทำไมวิธีที่ทำกันทั่วไปยังไม่พอสำหรับห้องแบบนี้

  • ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว ช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่เช็ดถึงได้ แต่ไม่ได้จัดการสปอร์ที่ลอยในอากาศหรือซ่อนในรอยต่อ ใต้ขอบประตู และหลังตู้ อีกทั้งกลิ่นคลอรีนแรงในห้องเล็กยังรบกวนผู้ป่วยได้หากผสมเข้มเกินหรือระบายอากาศไม่พอ
  • เปิดพัดลมเป่าให้แห้ง ช่วยลดความชื้นก็จริง แต่พัดลมยังพัดสปอร์และฝุ่นโคลนให้ฟุ้งไปทั่วบ้าน และเมื่อปิดพัดลม เชื้อราที่ยังไม่ตายก็กลับมาโตได้
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดเทียนหอม เป็นการกลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้ทำลายต้นเหตุ และกลิ่นแรงอาจไม่เหมาะกับห้องที่ต้องการความสะอาดแบบเรียบง่าย
  • ทาสีทับคราบ หากผนังยังชื้นอยู่ เชื้อราจะดันขึ้นมาใหม่ใต้สีภายในไม่กี่สัปดาห์ เสียทั้งเงินและเวลา
  • เช็ดเฉพาะโต๊ะที่ใช้เปลี่ยนน้ำยา โต๊ะสะอาดแต่ผนัง พื้น และอากาศรอบตัวยังมีเชื้อ ก็เท่ากับยังมีแหล่งปนเปื้อนอยู่ในห้อง

สิ่งที่ห้องเปลี่ยนน้ำยาต้องการจึงไม่ใช่การทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นลำดับที่ถูกต้อง ตั้งแต่เอาโคลนและของเสียหายออก ทำให้แห้ง ฆ่าเชื้อทั้งพื้นผิวและอากาศ แล้วจึงกำจัดกลิ่นและตรวจซ้ำ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซนแบบมีขั้นตอน

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ WHD ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่อง ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองฝอยละเอียด ลอยเข้าถึงซอกมุม ใต้โต๊ะ หลังชั้นวาง และรอยต่อผนังที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ส่วน บริการอบโอโซน ใช้ก๊าซโอโซนความเข้มข้นที่ควบคุมในห้องปิด เพื่อช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในผนัง ขอบประตู และวัสดุพรุน

ขั้นตอนการทำงานสำหรับบ้านที่มีห้องเปลี่ยนน้ำยา

  1. สำรวจหน้างาน ทีมดูระดับน้ำที่เคยท่วม จุดที่มีคราบเชื้อรา ความชื้นของผนัง และสอบถามว่าห้องไหนเป็นห้องเปลี่ยนน้ำยา ห้องนอนผู้ป่วย และจุดเก็บน้ำยา
  2. แนะนำการเคลียร์โคลนและของเสียหาย ให้คำแนะนำว่าวัสดุใดควรทิ้ง เช่น กล่องกระดาษที่เปียก พรม หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่บวม และย้ำให้ครอบครัวนำกล่องน้ำยาและอุปกรณ์การแพทย์ทั้งหมดออกจากพื้นที่ก่อนเริ่มงาน
  3. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ครอบคลุมพื้น ผนังถึงระดับเหนือคราบน้ำ ใต้โต๊ะ ขาตู้ อ่างล้างมือ ห้องน้ำ และทางเดินที่ผู้ป่วยใช้
  4. อบโอโซน ปิดห้องและอบตามเวลาที่ทีมประเมินจากขนาดห้องและระดับกลิ่น โดย ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อโอโซนและของที่เป็นยางจะถูกนำออกหรือคลุมไว้ และควบคุมปริมาณให้เหมาะสม
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทจนโอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจนก่อนให้ใครกลับเข้าห้อง
  6. ตรวจซ้ำ ตรวจกลิ่นและจุดเชื้อราซ้ำ หากผนังยังชื้นจะแนะนำให้รอแห้งหรือทำรอบเสริม

หลังจากนี้ การทำความสะอาดโต๊ะเปลี่ยนน้ำยาประจำวันและการเตรียมห้องก่อนเปลี่ยนน้ำยาแต่ละรอบ ให้ทำตามวิธีที่พยาบาลไตสอนไว้เหมือนเดิม บริการของ WHD เป็นการฟื้นฟูสภาพห้องหลังน้ำท่วม ไม่ได้แทนกิจวัตรทางการแพทย์ของผู้ป่วย

10 เหตุผลที่บ้านผู้ป่วยล้างไตในบางขุนเทียนเลือกฟื้นฟูกับ WHD

  1. เข้าใจว่าห้องไหนสำคัญที่สุด ทีมให้ความสำคัญกับห้องเปลี่ยนน้ำยาและห้องนอนผู้ป่วยเป็นอันดับแรก
  2. ละอองฝอยถึงทุกซอกมุม การพ่นแบบ ULV เข้าถึงจุดที่เช็ดไม่ถึง
  3. น้ำยามาตรฐานสูง ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่ใช้ในงานฆ่าเชื้อหลายประเภท
  4. จัดการเชื้อราในอากาศ การอบโอโซน ช่วยลดสปอร์ที่ลอยอยู่
  5. กลิ่นอับหายจากต้นเหตุ โอโซนสลายโมเลกุลกลิ่น ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  6. ไม่ทิ้งกลิ่นหอมแรง เหมาะกับห้องที่ต้องการความเรียบง่ายและสะอาด
  7. ขั้นตอนความปลอดภัยชัดเจน ไม่มีคนหรือสัตว์อยู่ระหว่างอบ และระบายอากาศก่อนเข้า
  8. เคารพบทบาทของทีมแพทย์ ทีมไม่ให้คำแนะนำทางการแพทย์ และแนะนำให้ถามหน่วยไตในเรื่องน้ำยาและอุปกรณ์
  9. ดูแลทั้งบ้าน ต่อยอดด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น สำหรับที่นอนผู้ป่วยที่ไม่ได้จมน้ำ
  10. ใกล้พื้นที่ฝั่งธนฯ ให้บริการบางขุนเทียน จอมทอง ทุ่งครุ บางบอน และพื้นที่ใกล้เคียง

ก่อน

  • กลิ่นอับและกลิ่นโคลนตั้งแต่เปิดประตู
  • คราบน้ำเป็นเส้นบนผนังห้องเปลี่ยนน้ำยา
  • จุดเชื้อราสีดำที่มุมผนังและขอบประตู
  • โคลนบางใต้โต๊ะและขาชั้นวาง
  • ผู้ป่วยต้องพักที่อื่น ญาติขนน้ำยาไปมา

หลัง

  • อากาศในห้องโล่ง ไม่มีกลิ่นอับค้าง
  • พื้นผิวและซอกมุมได้รับการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • เชื้อราที่มองเห็นถูกจัดการ พร้อมคำแนะนำเรื่องความชื้น
  • ห้องพร้อมให้ครอบครัวจัดกลับตามที่พยาบาลไตแนะนำ
  • ผู้ป่วยกลับบ้านได้ตามที่ทีมแพทย์เห็นควร

เสียงจากครอบครัวผู้ใช้บริการ

"ตอนแรกกังวลมากว่าห้องที่พ่อใช้เปลี่ยนน้ำยาจะกลับมาใช้ได้ไหม ทีมงานถามละเอียดว่าห้องไหนสำคัญ ให้ย้ายกล่องน้ำยาออกก่อน แล้วบอกตรง ๆ ว่าเรื่องน้ำยาที่โดนน้ำให้ถามพยาบาลไต พอทำเสร็จ กลิ่นอับที่เคยลอยมาจากห้องหลังบ้านหายไป เราจัดห้องกลับตามที่พยาบาลแนะนำ แล้วค่อยพาพ่อกลับบ้าน"

— เรื่องเล่าจากครอบครัวผู้ดูแลผู้ป่วยล้างไต ย่านพระราม 2 บางขุนเทียน (สถานการณ์ตัวอย่าง)

เคล็ดลับดูแลห้องเปลี่ยนน้ำยาหลังฟื้นฟูแล้ว

  • คุมความชื้น เปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงที่ไม่ได้เปลี่ยนน้ำยา และปิดตามที่พยาบาลแนะนำระหว่างเปลี่ยนน้ำยา
  • เก็บกล่องน้ำยาบนชั้นที่ยกสูงจากพื้น ห่างจากผนังที่เคยชื้น
  • สังเกตจุดเชื้อราใหม่ที่มุมผนังทุกสัปดาห์ในเดือนแรก หากพบให้แจ้งทีมเพื่อตรวจซ้ำ
  • หากผนังยังชื้น อย่าเพิ่งทาสีใหม่ ให้รอจนแห้งสนิท
  • ทำความสะอาดพื้นผิวประจำวันด้วย สเปรย์ CHEMGENE HLD4H สำหรับพื้นผิวทั่วไปในบ้าน ส่วนการเตรียมโต๊ะเปลี่ยนน้ำยาให้ทำตามที่หน่วยไตสอน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ผู้ป่วยกลับเข้าห้องได้เมื่อไรหลังอบโอโซน
ตอบ: หลังจบการอบต้องเปิดระบายอากาศจนโอโซนสลายตัว ทีมงานจะแจ้งเวลาที่เหมาะสมในวันทำงาน ส่วนการตัดสินใจว่าผู้ป่วยพร้อมกลับมาเปลี่ยนน้ำยาในห้องนี้เมื่อไร ควรปรึกษาพยาบาลหน่วยไตร่วมด้วย

ถาม: น้ำยาล้างไตที่กล่องเปียก ทีมงานช่วยฆ่าเชื้อให้ใช้ต่อได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ทีมงานไม่ตัดสินเรื่องน้ำยาหรืออุปกรณ์การแพทย์ กรุณาสอบถามหน่วยไตหรือบริษัทที่จัดส่งน้ำยา และนำออกจากพื้นที่ก่อนเริ่มงาน

ถาม: น้ำยา Chemgene ที่พ่นจะตกค้างบนโต๊ะเปลี่ยนน้ำยาไหม
ตอบ: หลังพ่นและระบายอากาศแล้ว ครอบครัวสามารถเช็ดทำความสะอาดโต๊ะตามวิธีที่พยาบาลไตสอนก่อนใช้งานรอบแรก

ถาม: ต้องทำทั้งบ้านหรือแค่ห้องเปลี่ยนน้ำยา
ตอบ: แนะนำอย่างน้อยห้องเปลี่ยนน้ำยา ห้องนอนผู้ป่วย ห้องน้ำ และทางเดินที่ใช้ร่วมกัน เพราะสปอร์และกลิ่นเคลื่อนที่ไปทั่วชั้นล่าง

ถาม: ผนังยังชื้นอยู่ ควรรอให้แห้งก่อนเรียกทีมไหม
ตอบ: เรียกสำรวจได้เลย ทีมจะประเมินว่าควรพ่นฆ่าเชื้อรอบแรกทันทีเพื่อหยุดเชื้อรา แล้วอบโอโซนเมื่อความชื้นลดลง หรือทำพร้อมกันได้

ถาม: บทความนี้ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เป็นข้อมูลทั่วไปเรื่องการฟื้นฟูบ้าน หากผู้ป่วยมีไข้ ปวดท้อง หรือน้ำยาขุ่น ให้ติดต่อหน่วยไตทันที

ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง
ตอบ: บางขุนเทียน จอมทอง ทุ่งครุ บางบอน ราษฎร์บูรณะ และพื้นที่ใกล้เคียง สอบถามคิวได้ทาง LINE @whd268

เตรียมห้องให้พร้อมก่อนคนที่คุณรักกลับมาเปลี่ยนน้ำยาที่บ้าน

นัดสำรวจหน้างานสำหรับบ้านในบางขุนเทียนและพื้นที่ใกล้เคียงได้วันนี้

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#ผู้ป่วยล้างไต #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางขุนเทียน

คำค้นหา: ห้องเปลี่ยนน้ำยาล้างไตหลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง CAPD กลับบ้านหลังน้ำลด, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วยล้างไต, อบโอโซนกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้