Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 38 จำนวนผู้เข้าชม |
หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านการทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำยา การดูแลสายและแผลช่องทางออกของสาย รวมถึงการตัดสินใจว่าน้ำยาหรืออุปกรณ์ชิ้นใดยังใช้ได้ ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลหน่วยไตที่ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น หากมีไข้ ปวดท้อง หรือน้ำยาที่ปล่อยออกมาขุ่น ให้ติดต่อหน่วยไตหรือโรงพยาบาลทันที
"คุณวรรณา" อายุสี่สิบห้าปี ดูแลคุณพ่อ "คุณประยูร" วัยหกสิบเจ็ด ซึ่งเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ล้างไตทางช่องท้องแบบ CAPD มาเกือบสองปี บ้านของครอบครัวเป็นทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยแยกถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน คุณพ่อใช้ห้องเล็กด้านหลังชั้นล่างเป็น "ห้องเปลี่ยนน้ำยา" มีโต๊ะสแตนเลส ราวแขวนถุงน้ำยา อ่างล้างมือ และชั้นวางกล่องน้ำยาที่โรงพยาบาลส่งมาทุกเดือน ห้องนี้ถูกจัดตามที่พยาบาลไตเคยมาเยี่ยมบ้านแนะนำไว้ทุกอย่าง
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากคลองและน้ำฝนที่ระบายไม่ทันเอ่อเข้าชั้นล่างสูงราวคืบหนึ่งและขังอยู่หลายวัน ครอบครัวยกกล่องน้ำยาขึ้นชั้นบนได้เกือบหมด แล้วย้ายคุณพ่อไปพักบ้านน้องสาวที่อยู่บนพื้นที่สูงกว่า เมื่อน้ำลด คุณวรรณากลับมาเปิดบ้านคนเดียว สิ่งที่เจอคือกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโคลนที่ลอยมาตั้งแต่หน้าประตู ผนังห้องเปลี่ยนน้ำยามีคราบน้ำเป็นเส้น ใต้โต๊ะสแตนเลสมีโคลนบาง ๆ ติดอยู่ ขอบประตูไม้บวม และมุมผนังเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ เป็นกลุ่ม
คุณพ่อรีบอยากกลับบ้าน เพราะการขนน้ำยาวันละหลายถุงไปทำที่บ้านคนอื่นไม่สะดวกและไม่คุ้นเคย แต่คุณวรรณาจำคำพูดของพยาบาลไตได้ดีว่า "ห้องเปลี่ยนน้ำยาต้องสะอาด ปิดพัดลม ไม่มีฝุ่น เพราะการติดเชื้อในช่องท้องเป็นเรื่องที่ต้องระวังที่สุด" คำถามที่เธอวนคิดอยู่ทั้งคืนคือ "ห้องที่เพิ่งจมน้ำแบบนี้ จะกลับมาใช้ได้เมื่อไร และต้องทำอะไรบ้าง"
คำถามนี้เป็นคำถามของอีกหลายครอบครัวในบางขุนเทียน จอมทอง ทุ่งครุ และบางบอน ที่มีผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอยู่ในบ้าน บทความนี้จะไม่สอนวิธีเปลี่ยนน้ำยา เพราะเป็นหน้าที่ของทีมแพทย์และพยาบาล แต่จะอธิบายฝั่ง "ตัวบ้าน" ว่าห้องหลังน้ำลดมีความเสี่ยงอะไร วิธีที่ทำกันทั่วไปขาดอะไร และการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับการอบโอโซนช่วยเตรียมห้องได้อย่างไร
การล้างไตทางช่องท้องเป็นการเปิดระบบสายเข้าสู่ช่องท้องหลายครั้งต่อวัน ทีมแพทย์จึงย้ำเสมอเรื่องการล้างมือ การใส่หน้ากาก การปิดพัดลมและหน้าต่างระหว่างเปลี่ยนน้ำยา สิ่งเหล่านี้ทำเพื่อลดโอกาสที่เชื้อจากสิ่งแวดล้อมจะเข้าสู่ระบบ เมื่อตัวห้องเพิ่งผ่านน้ำท่วม สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยก็เปลี่ยนไปในทางที่ต้องจัดการเพิ่ม
ในด้านสุขภาพ ความเสี่ยงหลังน้ำท่วมที่พบบ่อยในชุมชน ได้แก่ โรคฉี่หนู ท้องเสีย ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ และอาการภูมิแพ้หรือหอบจากเชื้อรา ส่วนความเสี่ยงเฉพาะของผู้ป่วยล้างไตแต่ละคน ผู้ที่ประเมินได้ดีที่สุดคือแพทย์และพยาบาลไตผู้ดูแล ครอบครัวควรโทรแจ้งหน่วยไตว่าบ้านเพิ่งถูกน้ำท่วม และถามว่าควรทำอะไรเพิ่มก่อนให้ผู้ป่วยกลับมาเปลี่ยนน้ำยาในห้องเดิม
ด้านเงินและเวลา ห้องเปลี่ยนน้ำยาที่ยังไม่พร้อมหมายถึงผู้ป่วยต้องพักที่อื่นนานขึ้น ญาติต้องขนน้ำยาไปมา หรือบางครอบครัวต้องลางานเพิ่ม การวางแผนฟื้นฟูห้องให้เป็นขั้นตอนตั้งแต่แรกจึงช่วยประหยัดทั้งแรงและค่าใช้จ่ายแฝง
ก่อนจ้างใครเข้ามาทำอะไรในบ้าน แนะนำให้โทรคุยกับพยาบาลหน่วยไตก่อน เพราะบางเรื่องเป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ที่บริษัททำความสะอาดไม่ควรตอบแทน ตัวอย่างคำถามที่หลายครอบครัวใช้:
เมื่อได้คำตอบจากทีมแพทย์แล้ว ส่วนที่เหลือคือ "งานบ้าน" ระดับลึก ได้แก่ การล้างโคลน ทำให้แห้ง ฆ่าเชื้อพื้นผิวและอากาศ และกำจัดกลิ่นอับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม World Health Disinfection (WHD) ช่วยได้
สิ่งที่ห้องเปลี่ยนน้ำยาต้องการจึงไม่ใช่การทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นลำดับที่ถูกต้อง ตั้งแต่เอาโคลนและของเสียหายออก ทำให้แห้ง ฆ่าเชื้อทั้งพื้นผิวและอากาศ แล้วจึงกำจัดกลิ่นและตรวจซ้ำ
บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ WHD ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นด้วยเครื่อง ULV ที่ทำให้น้ำยาเป็นละอองฝอยละเอียด ลอยเข้าถึงซอกมุม ใต้โต๊ะ หลังชั้นวาง และรอยต่อผนังที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ส่วน บริการอบโอโซน ใช้ก๊าซโอโซนความเข้มข้นที่ควบคุมในห้องปิด เพื่อช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในผนัง ขอบประตู และวัสดุพรุน
หลังจากนี้ การทำความสะอาดโต๊ะเปลี่ยนน้ำยาประจำวันและการเตรียมห้องก่อนเปลี่ยนน้ำยาแต่ละรอบ ให้ทำตามวิธีที่พยาบาลไตสอนไว้เหมือนเดิม บริการของ WHD เป็นการฟื้นฟูสภาพห้องหลังน้ำท่วม ไม่ได้แทนกิจวัตรทางการแพทย์ของผู้ป่วย
"ตอนแรกกังวลมากว่าห้องที่พ่อใช้เปลี่ยนน้ำยาจะกลับมาใช้ได้ไหม ทีมงานถามละเอียดว่าห้องไหนสำคัญ ให้ย้ายกล่องน้ำยาออกก่อน แล้วบอกตรง ๆ ว่าเรื่องน้ำยาที่โดนน้ำให้ถามพยาบาลไต พอทำเสร็จ กลิ่นอับที่เคยลอยมาจากห้องหลังบ้านหายไป เราจัดห้องกลับตามที่พยาบาลแนะนำ แล้วค่อยพาพ่อกลับบ้าน"
— เรื่องเล่าจากครอบครัวผู้ดูแลผู้ป่วยล้างไต ย่านพระราม 2 บางขุนเทียน (สถานการณ์ตัวอย่าง)
ถาม: ผู้ป่วยกลับเข้าห้องได้เมื่อไรหลังอบโอโซน
ตอบ: หลังจบการอบต้องเปิดระบายอากาศจนโอโซนสลายตัว ทีมงานจะแจ้งเวลาที่เหมาะสมในวันทำงาน ส่วนการตัดสินใจว่าผู้ป่วยพร้อมกลับมาเปลี่ยนน้ำยาในห้องนี้เมื่อไร ควรปรึกษาพยาบาลหน่วยไตร่วมด้วย
ถาม: น้ำยาล้างไตที่กล่องเปียก ทีมงานช่วยฆ่าเชื้อให้ใช้ต่อได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ทีมงานไม่ตัดสินเรื่องน้ำยาหรืออุปกรณ์การแพทย์ กรุณาสอบถามหน่วยไตหรือบริษัทที่จัดส่งน้ำยา และนำออกจากพื้นที่ก่อนเริ่มงาน
ถาม: น้ำยา Chemgene ที่พ่นจะตกค้างบนโต๊ะเปลี่ยนน้ำยาไหม
ตอบ: หลังพ่นและระบายอากาศแล้ว ครอบครัวสามารถเช็ดทำความสะอาดโต๊ะตามวิธีที่พยาบาลไตสอนก่อนใช้งานรอบแรก
ถาม: ต้องทำทั้งบ้านหรือแค่ห้องเปลี่ยนน้ำยา
ตอบ: แนะนำอย่างน้อยห้องเปลี่ยนน้ำยา ห้องนอนผู้ป่วย ห้องน้ำ และทางเดินที่ใช้ร่วมกัน เพราะสปอร์และกลิ่นเคลื่อนที่ไปทั่วชั้นล่าง
ถาม: ผนังยังชื้นอยู่ ควรรอให้แห้งก่อนเรียกทีมไหม
ตอบ: เรียกสำรวจได้เลย ทีมจะประเมินว่าควรพ่นฆ่าเชื้อรอบแรกทันทีเพื่อหยุดเชื้อรา แล้วอบโอโซนเมื่อความชื้นลดลง หรือทำพร้อมกันได้
ถาม: บทความนี้ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เป็นข้อมูลทั่วไปเรื่องการฟื้นฟูบ้าน หากผู้ป่วยมีไข้ ปวดท้อง หรือน้ำยาขุ่น ให้ติดต่อหน่วยไตทันที
ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง
ตอบ: บางขุนเทียน จอมทอง ทุ่งครุ บางบอน ราษฎร์บูรณะ และพื้นที่ใกล้เคียง สอบถามคิวได้ทาง LINE @whd268
นัดสำรวจหน้างานสำหรับบ้านในบางขุนเทียนและพื้นที่ใกล้เคียงได้วันนี้
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
แหล่งข้อมูลด้านสุขภาพ: องค์การอนามัยโลก (WHO): Floods · กรมควบคุมโรค
#ผู้ป่วยล้างไต #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางขุนเทียน
คำค้นหา: ห้องเปลี่ยนน้ำยาล้างไตหลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง CAPD กลับบ้านหลังน้ำลด, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วยล้างไต, อบโอโซนกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ 2569