Last updated: 13 ต.ค. 2569 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
"คุณเบียร์" และสามีอาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสามชั้นในโครงการแห่งหนึ่งย่านบางพลี ใกล้ถนนบางนา-ตราด กับลูกสาววัยเจ็ดขวบที่เป็นภูมิแพ้ และคุณแม่ของสามีวัยเจ็ดสิบกว่าปี ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นและครัว ชั้นสองเป็นห้องนอนสองห้อง ส่วนชั้นสามเป็นห้องทำงานและห้องพระเล็ก ๆ
ช่วงน้ำท่วมเดือนตุลาคม 2569 น้ำเข้าชั้นล่างสูงราวครึ่งแข้งและขังอยู่หกวัน ครอบครัวขนของขึ้นชั้นบนและอยู่กันที่ชั้นสองตลอดช่วงน้ำท่วม ประตูหน้าต่างปิดเกือบตลอดเพราะฝนตกและกลัวยุง เมื่อน้ำลด ทั้งคู่ช่วยกันล้างโคลน ทิ้งโซฟาและตู้ไม้ใต้บันไดที่บวม แล้วทาสีผนังชั้นล่างใหม่ คิดว่าเรื่องทั้งหมดจบที่ชั้นล่าง
แต่หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ คุณเบียร์เริ่มสังเกตเห็นจุดราขาวบนหลังตู้เสื้อผ้าบิลต์อินในห้องนอนชั้นสอง ผ้าม่านมีกลิ่นอับ ที่นอนของลูกสาวรู้สึกชื้นเวลากลางคืน ลูกเริ่มไอและคัดจมูกทุกเช้า ส่วนห้องพระชั้นสามซึ่งปิดไว้ตลอดช่วงน้ำท่วม ก็มีกลิ่นอับคล้ายห้องเก็บของเก่า และผ้าปูโต๊ะหมู่บูชามีจุดด่าง
"น้ำไม่ได้ขึ้นไปถึงห้องนอนเลย แล้วทำไมชั้นบนถึงเป็นแบบนี้" คุณเบียร์ถามช่างที่มาดูบ้าน คำถามต่อมาคือคำถามที่เจ้าของทาวน์โฮมหลายคนในบางพลีสงสัยเหมือนกัน "ต้องทำทั้งหลังเลยไหม หรือทำแค่ชั้นล่างก็พอ"
หมายเหตุ: เป็นสถานการณ์ตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อยในทาวน์โฮมหลังน้ำท่วม ไม่ได้อ้างอิงข่าวหรือสถิติของหน่วยงานใด
บันไดคือปล่องลมของบ้าน: ทาวน์โฮมมีบันไดเปิดเชื่อมทุกชั้น อากาศอุ่นและชื้นจากชั้นล่างที่น้ำขังหลายวันจะลอยขึ้นไปตามช่องบันได ไปสะสมในห้องชั้นบนที่ปิดประตูหน้าต่าง
คนอยู่กันแน่นในชั้นเดียว: ช่วงน้ำท่วม ทุกคนอยู่ชั้นบน ทั้งหายใจ อาบน้ำ ตากผ้าในห้อง และทำอาหารง่าย ๆ ความชื้นจากกิจกรรมเหล่านี้เพิ่มเข้าไปอีก ขณะที่หน้าต่างปิดเกือบตลอด
ของเปียกถูกขนขึ้นชั้นบน: กล่อง เสื้อผ้า และเครื่องใช้ที่เปียกน้ำบางส่วนถูกยกขึ้นไปวางชั้นสองหรือชั้นสาม กลายเป็นแหล่งความชื้นและสปอร์เชื้อราในห้องที่น้ำไม่ได้ท่วม
ผนังและพื้นดูดความชื้นขึ้นด้านบน: ผนังก่ออิฐฉาบปูนชั้นล่างที่แช่น้ำนานหลายวันจะดูดน้ำขึ้นสูงกว่าระดับน้ำที่เห็น และปล่อยความชื้นออกมาอีกหลายสัปดาห์ บ้านที่โครงสร้างติดกับเพื่อนบ้านสองฝั่งยังระบายความชื้นได้ช้ากว่าบ้านเดี่ยว
ตู้บิลต์อินและห้องที่ปิดตาย: พื้นที่หลังตู้ ห้องพระ และห้องเก็บของที่ไม่ได้เปิดเลยระหว่างน้ำท่วม คือจุดที่อากาศนิ่งที่สุด เชื้อราจึงเริ่มจากตรงนั้นก่อน
ห้องนอนคือที่ที่เราใช้เวลานานที่สุดในแต่ละวัน สปอร์เชื้อราและไรฝุ่นในที่นอน ผ้าม่าน และตู้เสื้อผ้าที่ชื้น อาจกระตุ้นอาการไอ จาม คัดจมูก และหอบในเด็กที่เป็นภูมิแพ้และผู้สูงอายุ ส่วนชั้นล่างที่เคยแช่น้ำท่วมอาจมีเชื้อโรคจากน้ำปนเปื้อนที่ทำให้ท้องร่วง หรือมีความเสี่ยงโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) หากมีแผลแล้วสัมผัสโคลน ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
ตู้บิลต์อิน ที่นอน เสื้อผ้า หนังสือ และของบูชาในห้องพระ หากปล่อยให้ราลามจะเสียหายถาวร ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสูงกว่าการจัดการตั้งแต่ต้นมาก
การทำความสะอาดทีละห้องซ้ำไปซ้ำมาโดยกลิ่นไม่หาย ทำให้เหนื่อยและเครียด โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องทำงานและดูแลเด็กและผู้สูงอายุไปพร้อมกัน
สรุปง่าย ๆ คือ หากชั้นบนมีกลิ่นอับ มีจุดรา หรือมีคนในบ้านเริ่มมีอาการ การทำทั้งหลังมักคุ้มค่ากว่า เพราะบันไดเชื่อมอากาศทุกชั้นเข้าด้วยกัน ทำแค่ชั้นล่างแล้วปล่อยชั้นบนไว้ สปอร์จากชั้นบนก็กลับลงมาได้ แต่หากชั้นบนแห้งดี ไม่มีกลิ่น และไม่มีของเปียกถูกยกขึ้นไป อาจเน้นที่ชั้นล่างเป็นหลักได้
หากพบตั้งแต่สองข้อขึ้นไป มีแนวโน้มว่าชั้นบนต้องได้รับการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนร่วมกับชั้นล่าง
World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการอบโอโซน และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้านและทาวน์โฮมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในบางพลี บางเสาธง เมืองสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง ทีมงานประเมินทีละชั้น แล้ววางแผนให้จบในวันเดียวเพื่อไม่ให้สปอร์จากชั้นหนึ่งย้อนกลับไปอีกชั้น
การพ่นฆ่าเชื้อ ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไล่จากชั้นบนลงชั้นล่าง ละอองเข้าถึงหลังตู้ ใต้เตียง ใต้บันได และซอกมุมห้องน้ำ
การอบโอโซน ใช้ เครื่องอบโอโซน โดยวางเครื่องให้ก๊าซกระจายทั่วทุกชั้นผ่านช่องบันได หรือแยกอบทีละชั้นตามขนาดบ้าน ก๊าซโอโซนแทรกซึมเข้าผ้าม่าน ที่นอน และตู้เสื้อผ้า ช่วยสลายกลิ่นอับและจัดการสปอร์เชื้อรา
"เราคิดว่าน้ำท่วมแค่ชั้นล่างก็ทำแค่ชั้นล่าง พอทีมงานอธิบายว่าบันไดเป็นทางที่ความชื้นและสปอร์ขึ้นไปชั้นบน ก็เข้าใจทันที ทำทั้งหลังในวันเดียว ห้องนอนลูกกลิ่นดีขึ้นมาก และเรารู้แล้วว่าต้องเปิดหน้าต่างระบายอากาศชั้นบนบ่อย ๆ"
— เจ้าของทาวน์โฮมในอำเภอบางพลี (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: น้ำท่วมแค่ชั้นล่าง จำเป็นต้องอบโอโซนทั้งหลังไหม
ตอบ: ถ้าชั้นบนมีกลิ่นอับ มีจุดรา หรือคนในบ้านมีอาการ ควรทำทั้งหลัง เพราะบันไดเชื่อมอากาศทุกชั้น แต่ถ้าชั้นบนแห้งดีและไม่มีกลิ่น อาจเน้นที่ชั้นล่างได้ ทีมงานจะประเมินให้ในวันสำรวจ
ถาม: ต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับขนาดบ้านและระยะเวลาอบ รวมถึงเวลาระบายอากาศ ส่วนใหญ่จัดการได้ภายในวันเดียว ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าบ้านได้
ถาม: ห้องพระและพระพุทธรูปต้องทำอย่างไร
ตอบ: แนะนำให้อัญเชิญพระพุทธรูปและของบูชาที่บอบบางออกหรือคลุมอย่างเหมาะสมก่อนอบ และทำความสะอาดด้วยความเคารพหลังเสร็จ
ถาม: บ้านข้าง ๆ จะได้กลิ่นโอโซนไหม
ตอบ: ทีมงานใช้ปริมาณแบบควบคุมและปิดบ้านระหว่างอบ แนะนำให้แจ้งเพื่อนบ้านที่ผนังติดกันล่วงหน้า และให้ปิดหน้าต่างด้านที่ติดกันระหว่างอบ
ถาม: ทาสีใหม่แล้ว อบโอโซนได้ไหม
ตอบ: ได้ และช่วยลดกลิ่นสีใหม่ได้ด้วย แต่ควรตรวจว่าผนังแห้งสนิทก่อนทาสี เพื่อไม่ให้ราขึ้นใต้สีภายหลัง
ถาม: ที่นอนที่ชื้นควรทิ้งไหม
ตอบ: ที่นอนที่แช่น้ำท่วมโดยตรงควรทิ้ง ส่วนที่นอนชั้นบนที่แค่ชื้นจากอากาศ มักฟื้นฟูได้ด้วยการตากแดด กำจัดไรฝุ่น และอบโอโซน
เจ้าของทาวน์โฮมและทาวน์เฮาส์ในบางพลีและสมุทรปราการ ปรึกษาทีมงาน WHD เพื่อประเมินทีละชั้นและพ่นฆ่าเชื้อพร้อมอบโอโซนทั้งหลัง
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซนทั้งหลัง #พ่นฆ่าเชื้อทาวน์โฮม #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางพลี
คำค้นหา: ทาวน์โฮม 3 ชั้น น้ำท่วมชั้นล่าง อบโอโซนทั้งหลัง, ชั้นบนอับชื้น, พ่นฆ่าเชื้อทาวน์โฮม, กำจัดกลิ่นอับ, กำจัดเชื้อรา, บางพลี สมุทรปราการ 2569