เบาะยูยิตสูที่คนกลิ้งทับวันละ 9 คลาส ทำให้สมาชิก 38 คนหายไปใน 6 เดือน เรื่องจริงของยิมย่านอ่อนนุชที่จบลงด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เบาะยูยิตสูที่คนกลิ้งทับวันละ 9 คลาส ทำให้สมาชิก 38 คนหายไปใน 6 เดือน  เรื่องจริงของยิมย่านอ่อนนุชที่จบลงด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น

เบาะยูยิตสูที่คนกลิ้งทับวันละ 9 คลาส ทำให้สมาชิก 38 คนหายไปใน 6 เดือน — เรื่องจริงของยิมย่านอ่อนนุชที่จบลงด้วย “บริการกำจัดไรฝุ่น”

สามทุ่มสี่สิบห้านาที ของคืนวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ บางกอก รอนิน ยูยิตสู อะคาเดมี ยิมสอนบราซิลเลียนยูยิตสูและยูโดบนชั้นสองของอาคารพาณิชย์สามคูหาในซอยอ่อนนุช 17 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร คลาสสุดท้ายของวันเพิ่งจบลงไปได้เจ็ดนาที

โค้ชภูริช ตันติเวชกุล วัย 38 ปี เจ้าของยิมและหัวหน้าผู้ฝึกสอนสายดำดั้งหนึ่ง ยืนพิงเสาอยู่ที่มุมเบาะ มือขวากำขอบกางเกงไว้แน่น หน้าอกเขาขยับขึ้นลงถี่กว่าที่ควรจะเป็นสำหรับคนที่เพิ่งเดินดูนักเรียนซ้อม ไม่ได้ลงไปม้วนตัวกับใครเลยตลอดชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา

“ตอนนั้นผมยังไม่ยอมรับกับตัวเองเลยครับ” เขาเล่าในภายหลัง “ผมคิดแค่ว่าอายุมากขึ้น น้ำหนักขึ้นมาหกกิโล ฟิตหายไป คนเป็นโค้ชมันมีข้ออ้างให้ตัวเองได้เยอะ”

ห่างจากเขาไปสิบก้าว น้องเบส นักเรียนสายฟ้าอายุ 24 ปี นั่งอยู่บนขอบเบาะ ขยี้ตาทั้งสองข้างจนขอบตาแดงก่ำ แล้วจามติดกันเจ็ดครั้ง ส่วนที่ห้องเปลี่ยนชุด พี่หนึ่ง พนักงานบริษัทวัย 31 ปีที่มาซ้อมสัปดาห์ละสามวัน กำลังยืนเกาปลายแขนทั้งสองข้างอยู่หน้ากระจก ผื่นแดงเป็นปื้นที่ขึ้นมาตั้งแต่ต้นปียังไม่ยอมหายไปไหน

สามคนนี้คิดว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาคนละอย่าง

ความจริงคือพวกเขากำลังเจอปัญหาเดียวกัน และปัญหานั้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของทุกคนในห้องพอดี

พื้นที่เบาะฝึกของยิมแห่งนี้มีขนาด 186 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซนเอที่ปูด้วยเบาะจิ๊กซอว์ยางอีวีเอหนา 40 มิลลิเมตร จำนวน 420 แผ่น และโซนบีที่ปูด้วยเบาะทาทามิแบบหุ้มผ้าใบอีก 24 ผืน สำหรับคลาสยูโดที่ต้องทุ่มลง รอบห้องมีเบาะกันกระแทกติดผนังอีก 38 แผ่น และมีแคร็ชแพดสำหรับฝึกล้ม 6 ใบวางอยู่มุมห้อง

ยิมเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2566 มีคลาสวันละ 9 คลาส ตั้งแต่ 06.30 น. ถึง 21.00 น. เปิดหกวันต่อสัปดาห์ และในช่วงที่คนเยอะที่สุดของเดือนมิถุนายน 2569 ยิมมีสมาชิกที่ยังจ่ายค่าสมาชิกอยู่ 176 คน

ตัวเลขนั้นน่าสนใจตรงที่เมื่อหกเดือนก่อนหน้านั้น ยิมมีสมาชิก 214 คน

สมาชิก 38 คนหายไประหว่างทาง และเกือบทุกคนให้เหตุผลตอนแจ้งยกเลิกด้วยประโยคที่คล้ายกันอย่างน่าขนลุก

เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ใต้ผิวเบาะ 186 ตารางเมตรนั้น

โค้ชภูริชเก็บข้อความแจ้งยกเลิกสมาชิกไว้ในโทรศัพท์ทุกข้อความ ไม่ใช่เพราะอยากเก็บ แต่เพราะเขาไม่กล้าลบ และเมื่อเขานั่งไล่อ่านทั้งหมดในคืนวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เขาถึงเห็นรูปแบบบางอย่างที่มองข้ามมาตลอด

“ผมนึกว่าเขาเบื่อ นึกว่าเขาไม่มีเวลา นึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี” เขาบอก “แต่พอเอามาเรียงกัน มันไม่ใช่เลยครับ”

จากข้อความแจ้งยกเลิก 38 ข้อความ มี 23 ข้อความ ที่พูดถึงอาการทางร่างกายที่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากการซ้อม

  • เก้าคนบอกว่า “ผื่นขึ้นแล้วไม่หายสักที” หรือ “คันมากจนนอนไม่หลับ”
  • เจ็ดคนบอกว่า “จามไม่หยุดทุกครั้งหลังซ้อม” หรือ “กลับบ้านแล้วคัดจมูกทั้งคืน”
  • สี่คนบอกว่า “ตาแดงตาคันทุกครั้งที่มาโรล”
  • สามคนเป็นผู้ปกครองที่บอกว่า “ลูกไอตอนกลางคืนหลังวันที่มาเรียน”

และที่ทำให้โค้ชภูริชนั่งนิ่งไปนาน คือ 7 ใน 23 คนนี้เคยไปหาหมอผิวหนังมาแล้ว และเกือบทุกคนได้รับการรักษาแบบเดียวกันคือ ยาทาฆ่าเชื้อรา

ความเข้าใจผิดที่วงการกีฬาต่อสู้เชื่อกันมานาน

ในโลกของยูยิตสูและยูโด เมื่อใครก็ตามมีผื่นขึ้นหลังลงเบาะ คำตอบแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ “กลาก” หรือเชื้อราบนผิวหนังที่ติดต่อกันได้จากการสัมผัสตัวกันและจากเบาะที่ไม่สะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่มีจริงและต้องระวังจริง

แต่กลากมีลักษณะเฉพาะของมัน คือเป็นวงขอบนูนชัด ขยายออกเป็นวง และตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อราภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์

ผื่นของสมาชิกยิมแห่งนี้ไม่ใช่แบบนั้น มันเป็นปื้นแดงกระจาย คันมากในตอนกลางคืน ขึ้นที่ข้อพับแขน ข้อพับขา ด้านข้างลำคอ และแนวกรามที่แนบกับเบาะเวลาโดนกดคอหรือเวลาฝึกท่าลงบนพื้น และที่สำคัญที่สุดคือ ทายาฆ่าเชื้อรามาแล้วหลายสัปดาห์ก็ยังไม่ดีขึ้น

คำถามห้าข้อที่เปลี่ยนทุกอย่าง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 โค้ชภูริชไปพบ พญ.ชนัญชิดา วิริยะพงศ์ แพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เขาไปเพราะอาการแน่นหน้าอกของตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะไปแก้ปัญหาธุรกิจ

คุณหมอถามเขาห้าข้อ

ข้อแรก อาการแน่นหน้าอกเกิดตอนไหนบ่อยที่สุด คำตอบคือ ช่วงคลาสเย็นตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ไม่ใช่คลาสเช้า

ข้อสอง วันหยุดของยิมอาการเป็นอย่างไร คำตอบคือ วันจันทร์ที่ยิมปิด เขาแทบไม่มีอาการเลย

ข้อสาม ตอนไปแข่งหรือไปสัมมนาที่ยิมอื่น อาการเป็นอย่างไร คำตอบคือ ดีกว่าที่ยิมตัวเองอย่างชัดเจน ทั้งที่ออกแรงหนักกว่ามาก

ข้อสี่ เบาะปูมากี่ปีแล้วและเคยถอดขึ้นมาทำความสะอาดชั้นใต้เบาะหรือยัง คำตอบคือ สามปีสี่เดือน และไม่เคยถอดทั้งผืนเลยสักครั้ง

ข้อห้า ที่ยิมเช็ดเบาะด้วยอะไร คำตอบคือ ไม้ม็อบชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดทุกคืนหลังปิด

คุณหมอฟังจบแล้วพูดประโยคที่โค้ชภูริชจำได้ทุกคำ

“การเช็ดเบาะทุกคืนจัดการเชื้อโรคบนผิวหน้าได้ดีมากค่ะ แต่มันไม่ได้แตะสิ่งที่อยู่ใต้ผิวเลย และอาการที่หนักตอนเย็น เบาลงวันหยุด และดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนสถานที่ มันไม่ใช่รูปแบบของความเหนื่อยหรืออายุ มันคือรูปแบบของการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอาคาร”

ผลทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังในวันเดียวกันยืนยันคำพูดนั้น ตุ่มนูนที่ตำแหน่งสารสกัด ไรฝุ่น บ้านมีขนาด 13 มิลลิเมตร ใหญ่กว่าตำแหน่งอื่นทั้งหมดอย่างไม่ต้องสงสัย

โค้ชสายดำที่ฝึกมาสิบเจ็ดปี แพ้สิ่งมีชีวิตที่ตัวยาวไม่ถึงสามในสิบของมิลลิเมตร และมันอาศัยอยู่ในที่ทำงานของเขาเองมาตลอดสามปี

ทำไม “เบาะฝึกศิลปะป้องกันตัว” ถึงร้ายกว่าที่นอนในบ้านหลายเท่า

ถ้าให้เลือกสถานที่หนึ่งแห่งในกรุงเทพมหานครที่ออกแบบมาเพื่อเลี้ยงไรฝุ่นได้ดีที่สุดโดยไม่ตั้งใจ ยิมยูยิตสูจะติดอันดับต้น ๆ เสมอ และเหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความสกปรก แต่อยู่ที่ ลักษณะเฉพาะของกีฬาชนิดนี้

1) ใบหน้าอยู่ติดเบาะตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เท้า

กีฬาอื่นสัมผัสพื้นด้วยรองเท้า ยูยิตสูและยูโดสัมผัสพื้นด้วย ทุกส่วนของร่างกาย ผู้ฝึกนอนหงาย นอนคว่ำ ม้วนตัว กลิ้งข้าง เอาแก้มแนบเบาะตอนหนีท่าล็อก เอาหน้าผากดันเบาะตอนพยายามลุก และหายใจแรงที่สุดในชีวิตโดยที่จมูกห่างจากผิวเบาะไม่ถึงห้าเซนติเมตร

นี่คือความต่างที่สำคัญที่สุด สารก่อภูมิแพ้ที่ฟุ้งขึ้นจากเบาะไม่ได้ลอยอยู่ที่ระดับเข่าแบบในออฟฟิศ แต่ลอยอยู่ที่ ระดับใบหน้าของคนที่กำลังหายใจถี่ที่สุด พอดี ปริมาณที่เข้าสู่ทางเดินหายใจต่อชั่วโมงจึงสูงกว่าการนั่งอยู่ในห้องเดียวกันเฉย ๆ หลายเท่า

2) เหงื่อจำนวนมหาศาลลงไปที่จุดเดิมทุกวัน

โค้ชภูริชลองคำนวณเล่น ๆ หลังกลับจากพบแพทย์ คลาสหนึ่งมีผู้ฝึกเฉลี่ย 14 คน แต่ละคนเสียเหงื่อระหว่างซ้อมหนึ่งชั่วโมงครึ่งประมาณ 0.8 ถึง 1.2 ลิตร ส่วนหนึ่งระเหย ส่วนหนึ่งซับอยู่ในชุดกิ แต่อีกส่วนหนึ่ง ลงไปที่เบาะโดยตรง

เมื่อมี 9 คลาสต่อวัน 6 วันต่อสัปดาห์ เบาะผืนเดียวกันจึงรับเหงื่อจากร่างกายมนุษย์ประมาณ 126 คนต่อวัน ต่อเนื่องมาเป็นเวลาสามปีสี่เดือน

และเหงื่อไม่ได้กระจายเท่ากันทั้งห้อง มันกระจุกอยู่บริเวณกลางเบาะที่ทุกคนชอบมาโรลกัน กระจุกอยู่ตรงมุมที่โค้ชสาธิตท่าประจำ และกระจุกอยู่ริมผนังที่คนชอบนั่งพัก

3) เซลล์ผิวหนังที่ถูกขัดออกด้วยแรงเสียดทาน

คนทั่วไปผลัดเซลล์ผิวหนังวันละประมาณ 1.5 กรัม แต่ผู้ฝึกยูยิตสูไม่ได้แค่ผลัดตามธรรมชาติ พวกเขา ถูผิวหนังกับผ้าใบและกับผิวเบาะด้วยแรงกดของน้ำหนักตัวทั้งคน ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เซลล์ผิวหนัง ขนตามตัว และคราบมันจากผิวจึงหลุดลงเบาะในปริมาณที่มากกว่าคนนั่งทำงานในออฟฟิศอย่างเทียบไม่ได้

เซลล์ผิวหนังของมนุษย์คือ อาหารหลักของไรฝุ่น พูดง่าย ๆ คือทุกคลาสที่เปิดสอน คือการเสิร์ฟอาหารมื้อใหญ่ให้ประชากรที่อยู่ใต้เท้าเรา

4) รอยต่อระหว่างแผ่นเบาะคือช่องทางลงสู่ชั้นล่าง

นี่คือจุดที่เจ้าของยิมส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง

เบาะจิ๊กซอว์ยางอีวีเอมีผิวหน้าเป็นยางปิด น้ำซึมผ่านตัวแผ่นไม่ได้ก็จริง แต่ระหว่างแผ่นแต่ละแผ่นมี รอยต่อแบบฟันปลา และรอยต่อนั้นไม่ได้ปิดสนิทแบบกันน้ำ ยิ่งใช้งานนานหลายปี ยิ่งโดนคนกระแทกลงไปนับล้านครั้ง รอยต่อก็ยิ่งอ้าและยิ่งเผยอ

เหงื่อ น้ำลาย และความชื้นจากลมหายใจจึงไหลลงตามรอยต่อ ลงไปสะสมอยู่ ระหว่างแผ่นเบาะกับพื้นกระเบื้องด้านล่าง ซึ่งเป็นชั้นที่ไม่เคยเจอแสง ไม่เคยเจอลม และไม่เคยเจอไม้ม็อบเลยตลอดสามปี

ส่วนเบาะทาทามิหุ้มผ้าใบในโซนบียิ่งชัดกว่านั้น เพราะผ้าใบคือ เส้นใย เต็มรูปแบบ มันซับเหงื่อเข้าไปในเนื้อผ้าได้โดยตรง และใต้ผ้าใบคือฟองน้ำอัดแน่นที่อุ้มความชื้นไว้ได้ดีเยี่ยม

5) เงื่อนไขครบทั้งสี่ข้อในห้องเดียว

อาหารไม่มีวันขาด จากเซลล์ผิวหนังของผู้ฝึก 126 คนต่อวัน

ความชื้นสูงตลอดเวลา จากเหงื่อที่ไหลลงรอยต่อและซึมเข้าผ้าใบ โดยไม่มีช่วงให้ระเหยเพราะคลาสถัดไปเริ่มอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง

อุณหภูมิเหมาะสมคงที่ ห้องซ้อมเปิดเครื่องปรับอากาศทั้งวันที่ราว 24 ถึง 26 องศาเซลเซียส แต่ผิวเบาะที่มีคนนอนทับตลอดจะอยู่ที่ 27 ถึง 31 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่ไรฝุ่นขยายพันธุ์ได้ดีที่สุด

ไม่มีแสงแดดแม้แต่นิดเดียว ห้องซ้อมอยู่ชั้นสองของอาคารพาณิชย์ หน้าต่างถูกปิดด้วยเบาะกันกระแทกและกระจกเงาฝึกท่าจนหมด แสงธรรมชาติเข้าไม่ถึงพื้นเบาะเลยตลอดสามปี

เมื่อครบสี่ข้อนี้ในที่เดียวกัน ยิมยูยิตสูจึงไม่ใช่แค่สถานที่ที่มีไรฝุ่น แต่เป็น ระบบเพาะเลี้ยงไรฝุ่นที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และความมืดไว้อย่างดี พร้อมระบบเติมอาหารอัตโนมัติวันละ 9 รอบ

และสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เจ็บเป็นพิเศษ คือห้องนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้คนแข็งแรงขึ้น

ผลกระทบที่ลามไกลกว่าอาการคัน: สุขภาพ รายได้ และชื่อเสียงของยิม

ถ้ามองแบบผิวเผิน ปัญหาของยิมแห่งนี้คือ “สมาชิกบางคนคันบ้าง จามบ้าง” ฟังดูเป็นเรื่องที่ทนได้ แต่เมื่อโค้ชภูริชนั่งลงเปิดบัญชีย้อนหลังพร้อมกับผู้จัดการยิม ภาพที่ออกมาไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

1) รายได้ที่หายไปเดือนละหกหลัก

ค่าสมาชิกรายเดือนของยิมอยู่ที่ 2,900 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 2,400 บาทสำหรับคลาสเด็ก เมื่อสมาชิกลดจาก 214 คนเหลือ 176 คน ตัวเลขที่ออกมาคือ

  • สมาชิกผู้ใหญ่หายไป 31 คน คิดเป็นรายได้ที่หายไป 89,900 บาทต่อเดือน
  • สมาชิกเด็กหายไป 7 คน คิดเป็นรายได้ที่หายไป 16,800 บาทต่อเดือน
  • รวมรายได้ค่าสมาชิกที่หายไป 106,700 บาทต่อเดือน
  • รายได้จากการขายชุดกิ เข็มขัด และเครื่องดื่มลดลงตามอีกราว 18,000 บาทต่อเดือน

รวมกันแล้วรายได้ต่อเดือนหายไปประมาณ 124,700 บาท และเมื่อนับสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 ที่การยกเลิกทยอยเกิดขึ้น ยอดรายได้ที่หายไปรวมอยู่ที่ประมาณ 487,000 บาท

สำหรับยิมที่มีค่าเช่าอาคารเดือนละ 78,000 บาท ค่าจ้างโค้ชผู้ช่วยสามคน และค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดวันละสิบห้าชั่วโมง ตัวเลขนี้คือความต่างระหว่างการอยู่รอดกับการต้องคิดเรื่องปิดกิจการ

2) ค่ารักษาของโค้ชเอง

โค้ชภูริชรวมยอดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของตัวเองในรอบเก้าเดือน

  • ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน เฉลี่ยเดือนละ 690 บาท รวม 6,210 บาท
  • ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ ขวดละ 620 บาท ใช้เดือนละขวด รวม 5,580 บาท
  • ยาพ่นขยายหลอดลมที่แพทย์สั่งเพิ่มในเดือนที่เจ็ด รวม 3,400 บาท
  • ค่าพบแพทย์เฉพาะทาง 4 ครั้ง รวม 7,600 บาท
  • ค่าทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังและตรวจสมรรถภาพปอด รวม 8,660 บาท

รวมทั้งสิ้น 31,450 บาท ที่จ่ายไปเพื่อ “กดอาการ” โดยไม่ได้แตะต้นตอแม้แต่นิดเดียว

3) ค่ารักษาของสมาชิกที่ไม่มีใครนับ

เมื่อโค้ชภูริชสอบถามสมาชิกที่ยังอยู่ 176 คนผ่านแบบสอบถามในกลุ่มไลน์ของยิม มีคนตอบกลับ 131 คน และผลที่ได้ทำให้เขานอนไม่หลับไปหนึ่งคืน

  • 54 คน ระบุว่ามีอาการอย่างน้อยหนึ่งอย่างหลังซ้อม ไม่ว่าจะเป็นจาม คัดจมูก ตาแดง หรือผื่นคัน
  • 29 คน ระบุว่าเคยซื้อยาแก้แพ้มากินเองโดยไม่ได้บอกใคร
  • 17 คน ระบุว่าเคยไปพบแพทย์ผิวหนังเพราะผื่นที่คิดว่าติดมาจากเบาะ
  • 11 คน ระบุว่าเคยลดจำนวนวันที่มาซ้อมลงเพราะอาการ

ถ้าคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 2,000 ถึง 4,000 บาท เฉพาะกลุ่มที่ตอบแบบสอบถามก็คิดเป็นเงินหลายแสนบาทที่ชุมชนเล็ก ๆ ของยิมแห่งนี้จ่ายออกไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าจ่ายเพื่ออะไร

4) ชื่อเสียงที่เสียหายในชุมชนที่เล็กมาก

วงการยูยิตสูในกรุงเทพมหานครเป็นชุมชนที่เล็กและพูดกันเร็ว เมื่อมีคนเริ่มโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กของวงการว่า “ยิมนี้เบาะมีปัญหาหรือเปล่า เพื่อนไปมาแล้วผื่นขึ้น” ข้อความนั้นก็เดินทางไปถึงคนที่กำลังจะตัดสินใจสมัครภายในไม่กี่ชั่วโมง

โค้ชภูริชนับได้ว่าในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 มีคนติดต่อมาขอทดลองเรียนลดลงจากเฉลี่ยเดือนละ 22 คน เหลือเพียง เดือนละ 8 คน

“เจ็บที่สุดไม่ใช่เงินนะครับ” เขาบอก “เจ็บที่สุดคือผมเป็นคนที่บอกนักเรียนทุกคนว่ายิมนี้คือบ้านหลังที่สอง แล้ววันหนึ่งผมมารู้ว่าบ้านหลังที่สองที่ผมสร้างมันทำให้เขาป่วย”

5) ผลกระทบต่อการสอนและความปลอดภัย

เรื่องที่โค้ชภูริชไม่เคยพูดกับใครจนกระทั่งหลังจากนั้น คือในเดือนพฤษภาคม 2569 มีคลาสเย็นหนึ่งคลาสที่เขาต้องหยุดสาธิตท่ากลางคัน เดินออกไปนั่งที่บันไดหนีไฟห้านาที เพราะรู้สึกว่าหายใจไม่ทัน

“การสอนกีฬาต่อสู้มันเป็นงานที่ต้องพร้อมจับคนที่กำลังจะล้มผิดท่า ต้องเบรกคนที่กำลังล็อกแรงเกินไป” เขาบอก “คนที่หายใจไม่เต็มปอด ไม่ควรยืนรับผิดชอบความปลอดภัยของคนสิบสี่คนบนเบาะ ผมรู้ตัวดี แต่ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าต้องแก้ตรงไหน”

องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคหอบหืดและโรคทางเดินหายใจเรื้อรังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสามารถในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องโรคหอบหืดขององค์การอนามัยโลก และในอาชีพที่ต้องดูแลความปลอดภัยของผู้อื่น ผลกระทบนั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวคนป่วยเพียงคนเดียว

ทำไมสิ่งที่ยิมทำอยู่แล้วทุกวันถึงยังไม่พอ

ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมที่สุดคือการบอกว่ายิมแห่งนี้สกปรกหรือปล่อยปละละเลย ความจริงคือ บางกอก รอนิน เป็นยิมที่ทำความสะอาดเข้มกว่าค่าเฉลี่ยของวงการเสียอีก แต่ทุกวิธีที่พวกเขาทำ ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการ เชื้อโรคบนผิวหน้า ไม่ใช่เพื่อจัดการ สารก่อภูมิแพ้ในชั้นใต้ผิว

เช็ดเบาะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกคืน — ดีมาก แต่คนละเป้าหมาย

ทีมงานยิมเช็ดเบาะทั้ง 186 ตารางเมตรทุกคืนหลังคลาสสุดท้าย ใช้ไม้ม็อบชุบน้ำยา ฆ่าเชื้อ แล้วปล่อยให้แห้ง นี่เป็นสิ่งที่ควรทำและควรทำต่อไป เพราะมันลดความเสี่ยงของเชื้อราและแบคทีเรียบนผิวหนังได้จริง

แต่การฆ่าเชื้อไม่ได้ทำให้ มูลและซากของไรฝุ่น ที่สะสมอยู่ในรอยต่อ ในผ้าใบ และในฟองน้ำใต้เบาะหายไปแม้แต่กรัมเดียว เพราะปัญหาของภูมิแพ้ไม่ได้อยู่ที่ว่าไรฝุ่นยังมีชีวิตหรือไม่ แต่อยู่ที่ ปริมาณโปรตีนก่อภูมิแพ้ที่ยังค้างอยู่

เปลี่ยนน้ำยาให้แรงขึ้น — แก้ผิดจุด

ช่วงต้นปี 2569 โค้ชภูริชเปลี่ยนไปใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นขึ้นและแพงขึ้นเกือบเท่าตัว ด้วยความเชื่อว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้นแปลว่าน้ำยาไม่แรงพอ ผลคือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 4,200 บาท แต่จำนวนคนที่บ่นเรื่องผื่นและจามไม่ลดลงเลยแม้แต่คนเดียว เพราะน้ำยาที่แรงขึ้นก็ยังทำงานอยู่บนผิวหน้าเบาะเหมือนเดิม

เครื่องดูดฝุ่นที่ซื้อมาใช้เอง — เสี่ยงทำให้แย่ลง

เดือนมีนาคม 2569 ยิมซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบถังขนาดกลางมาใช้ดูดตามรอยต่อเบาะ ผลที่ได้คือสมาชิกคลาสเช้าวันถัดมา จามหนักกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด จนโค้ชผู้ช่วยต้องเปิดประตูระบายอากาศ

เหตุผลคือเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่ไม่มีระบบกรองละเอียดพอ จะดูดอนุภาคเข้าไปแล้วปล่อยอนุภาคที่เล็กที่สุดกลับออกมาทางช่องลม ซึ่งอนุภาคเล็กที่สุดนั่นแหละคือสารก่อภูมิแพ้ตัวจริง แรงลมจากเครื่องยังช่วยให้มัน ฟุ้งกระจาย ไปทั่วห้องปิดที่มีเครื่องปรับอากาศหมุนเวียนอากาศเดิมอยู่แล้ว

ยกเบาะออกไปตากแดด — เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือให้ยกเบาะออกไปตากแดด แต่ยิมอยู่ชั้นสองของอาคารพาณิชย์ในซอยที่ไม่มีลานว่าง เบาะจิ๊กซอว์ 420 แผ่นหนัก รวมแล้วกว่า 700 กิโลกรัม ส่วนเบาะทาทามิหุ้มผ้าใบแต่ละผืนหนักเกิน 25 กิโลกรัม และยิมมีวันปิดสัปดาห์ละหนึ่งวันเท่านั้น

ต่อให้ยกออกไปได้จริง แดดก็ทำให้ร้อนเฉพาะผิวหน้าไม่กี่มิลลิเมตร ไรฝุ่นจะหลบลงชั้นลึกที่เย็นกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ แดดไม่ได้ดูดสารก่อภูมิแพ้ออกไปจากเบาะแม้แต่กรัมเดียว

เปลี่ยนเบาะใหม่ทั้งห้อง — แพงมากและไม่ได้แก้ที่ระบบ

โค้ชภูริชขอใบเสนอราคาเบาะจิ๊กซอว์ใหม่ทั้งห้องพร้อมทาทามิโซนบี ได้ตัวเลขมาที่ 318,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ยิมไม่มีในช่วงที่รายได้เพิ่งหายไปเกือบห้าแสนบาท

แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าเรื่องเงินคือ ถ้ารูปแบบการใช้งานยังเหมือนเดิม คือผู้ฝึก 126 คนต่อวันในห้องปิดที่ไม่มีแดดและไม่มีลม เบาะใหม่ก็จะกลับไปอยู่ในสภาพเดิมภายในสองถึงสามปี การซื้อใหม่จึงเป็นการรีเซ็ตนาฬิกา ไม่ใช่การแก้ปัญหา

บอกให้สมาชิกกินยาแก้แพ้ก่อนมาซ้อม — คือการยอมแพ้แบบสุภาพ

โค้ชผู้ช่วยคนหนึ่งเคยเสนอแบบติดตลกว่าให้ตั้งกล่องยาแก้แพ้ไว้ที่เคาน์เตอร์ ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องขำในตอนนั้น แต่พอนึกย้อนกลับไป มันคือการยอมรับว่าเราจะให้คนกินยาเพื่อเข้ามาใช้บริการของเรา ในกีฬาที่ต้องใช้ปฏิกิริยาตอบสนองและการทรงตัว ยาแก้แพ้ชนิดที่ทำให้ง่วงคือสิ่งสุดท้ายที่ควรอยู่ในร่างกายคนที่กำลังจะโดนทุ่ม

ทำความรู้จักไรฝุ่น: คู่ต่อสู้ที่ไม่มีใครในยิมเคยเห็นตัว

ไรฝุ่นเป็นสัตว์ขาข้อขนาดจิ๋วที่มี 8 ขา เป็นญาติห่าง ๆ ของแมงมุมและเห็บ ขนาดลำตัวอยู่ที่ประมาณ 0.1 ถึง 0.3 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กเกินกว่าตาเปล่าจะมองเห็น พวกมันชอบที่ อับชื้น ไม่มีแสง และเกาะอยู่ตามเส้นใย ที่นอน หมอน โซฟา พรม ผ้าม่าน และผ้าใบหุ้มเบาะฝึกจึงเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของพวกมัน

ไรฝุ่นไม่กัด ไม่ดูดเลือด และไม่เป็นพาหะนำโรคติดต่อ ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ มูลของมัน ซึ่งมีโปรตีนที่ระบบภูมิคุ้มกันของคนแพ้ง่ายตีความว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมอันตราย ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการหลั่งฮีสตามีน ทำให้เกิดอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา เยื่อบุตาอักเสบ จมูกอักเสบ ปวดศีรษะ ผิวหนังอักเสบและผื่นคัน ไปจนถึง หอบหืด ในผู้ที่มีหลอดลมไว

ทำไมอาการถึงหนักที่สุดตอนกำลังโรล

ก้อนมูลของไรฝุ่นมีขนาดในระดับไมครอน เบาพอที่จะฟุ้งขึ้นมาเมื่อมีการกวนหรือกระแทก แต่หนักพอที่จะตกกลับลงมาเกาะเส้นใยภายในไม่กี่นาที

นี่คือคำอธิบายที่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเบาะอย่างน่าขนลุก เพราะการซ้อมยูยิตสูคือ การกวนสารก่อภูมิแพ้ขึ้นมาให้ลอยอยู่ที่ระดับใบหน้าอย่างต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทุกครั้งที่มีคนถูกทุ่มลง ทุกครั้งที่มีคนม้วนตัว ทุกครั้งที่ฝ่ามือปัดลงเบาะ อนุภาคจะพุ่งขึ้นเป็นกลุ่มควันที่มองไม่เห็น แล้วถูกสูดเข้าไปโดยคนที่กำลังหายใจแรงที่สุดในรอบวัน

และในห้องปรับอากาศที่ปิดสนิท อนุภาคเหล่านั้นก็หมุนเวียนอยู่ในห้องได้นานกว่าปกติหลายเท่า

วงจรชีวิตที่เร่งตัวได้เร็วอย่างน่าตกใจ

ไรฝุ่นตัวเมียหนึ่งตัววางไข่ได้ราว 40 ถึง 80 ฟองตลอดช่วงชีวิต ไข่ฟักภายใน 6 ถึง 12 วัน และเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้ภายในราวหนึ่งเดือนเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ประชากรในพื้นที่หนึ่งจึงเพิ่มแบบทวีคูณได้ในเวลาไม่กี่เดือน ยิ่งพื้นที่นั้นได้รับอาหารและความชื้นในปริมาณระดับยิมฝึกกีฬาต่อสู้ ความเร็วในการเพิ่มจำนวนก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

ทำไมเมืองไทยถึงเป็นสภาพแวดล้อมในฝันของไรฝุ่น

ประเทศไทยมีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยทั้งปีอยู่ในช่วงสูง หลายพื้นที่อยู่ที่ 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และอุณหภูมิเฉลี่ยตรงกับช่วงที่ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีที่สุดพอดี ต่างจากประเทศเขตหนาวที่มีฤดูหนาวแห้งจัดจนประชากรไรฝุ่นลดลงตามธรรมชาติปีละครั้ง บ้านเราไม่มีช่วงพักแบบนั้นเลยตลอดทั้งปี

เมื่อรวมกับอาคารสมัยใหม่ที่ปิดสนิทและใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโดมิเนียม สำนักงาน หรือยิมชั้นสองของอาคารพาณิชย์ เราก็ยิ่งสร้างพื้นที่ให้ไรฝุ่นมากขึ้นทุกปี ข้อมูลด้านโรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจของไทยติดตามได้จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งย้ำเสมอว่าการควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในอาคารคือหัวใจของการจัดการโรคภูมิแพ้ในระยะยาว

ทางออกที่โค้ชภูริชเลือก: บริการกำจัดไรฝุ่นครบวงจรจาก World Health Disinfection

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โค้ชภูริชนั่งเขียนสิ่งที่เขาต้องการลงในกระดาษแผ่นเดียว ก่อนจะเริ่มโทรหาผู้ให้บริการ เขาเขียนไว้สี่ข้อ

  1. ต้องดึงสิ่งที่อยู่ ใต้ผิวเบาะ ออกมาได้จริง ไม่ใช่แค่เช็ดผิวหน้า
  2. ต้องไม่ปล่อยฝุ่นกลับคืนสู่ห้องระหว่างทำ เพราะห้องนี้ปิดสนิทและมีคนมาซ้อมในวันรุ่งขึ้น
  3. ต้องทำให้เสร็จภายในวันจันทร์วันเดียว เพราะยิมหยุดได้แค่วันเดียว
  4. ต้องมีเอกสารรับรองที่เอาไปแสดงให้สมาชิกดูได้ เพราะความเชื่อมั่นเสียไปแล้วต้องเรียกกลับ

สี่วันต่อมา ผู้จัดการยิมโทรไปที่เบอร์ 065-556-6294 เพื่อนัดหมาย บริการกำจัดไรฝุ่น ซักพรม ที่นอน โซฟา พร้อมฆ่าเชื้อโรคครบวงจร ของบริษัท World Health Disinfection ซึ่งเป็น เจ้าแรกในประเทศไทย ที่ให้บริการลักษณะนี้จบครบในการเข้าบริการครั้งเดียว

เมื่อทีมงานเข้าสำรวจหน้างานในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สิ่งที่พวกเขาชี้ให้โค้ชภูริชดูคือจุดที่เขาไม่เคยคิดถึงเลยสักจุด

จุดที่หนึ่ง รอยต่อฟันปลาระหว่างแผ่นเบาะทุกแผ่น ซึ่งเป็นช่องทางที่ความชื้นและเศษผิวหนังไหลลงสู่ชั้นล่าง

จุดที่สอง ผ้าใบหุ้มเบาะทาทามิโซนบีทั้ง 24 ผืน ซึ่งเป็นเส้นใยเต็มรูปแบบและซับเหงื่อไว้มาสามปี

จุดที่สาม เบาะกันกระแทกติดผนัง 38 แผ่น ที่ไม่มีใครเคยแตะเลยตั้งแต่วันติดตั้ง ทั้งที่ผู้ฝึกเอาหลังและหัวกระแทกใส่มันทุกวัน

จุดที่สี่ แคร็ชแพดหุ้มผ้า 6 ใบ ซึ่งเป็นฟองน้ำหนาที่อุ้มความชื้นได้ดีที่สุดในห้อง

จุดที่ห้า โซฟาผ้าสองตัวและพรมในโซนนั่งรอของผู้ปกครองที่มานั่งรอลูกเรียนวันละหลายชั่วโมง

จุดที่หก ผ้าม่านทึบแสงสี่ผืนที่ปิดหน้าต่างด้านทิศตะวันตกไว้ตลอดเวลาเพื่อกันแดดบ่าย โดย ผ้าม่านทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องรื้อถอนลงมาจากราง

“ตอนเขาชี้ให้ดูรอยต่อเบาะ ผมยังเถียงในใจอยู่เลยว่ามันเป็นยาง น้ำไม่ซึมหรอก” โค้ชภูริชเล่า “พอเขาให้ผมลองยกแผ่นเดียวขึ้นมาดู ผมเลิกเถียงทันที”

เทคโนโลยีเบื้องหลัง: SIRENA System ระบบกรองน้ำ + HEPA

หัวใจของบริการคือเครื่อง SIRENA System เครื่องกำจัดไรฝุ่นที่ออกแบบจากประเทศแคนาดา ใช้มอเตอร์ไซโคลนกำลัง 1200 วัตต์ จากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นระดับแรงดูดที่เครื่องดูดฝุ่นตามบ้านหรือเครื่องดูดฝุ่นพื้นทั่วไปเทียบไม่ได้ และแรงดูดคือปัจจัยชี้ขาดว่าจะดึงอนุภาคที่ฝังแน่นอยู่ในรอยต่อเบาะและในเนื้อผ้าใบขึ้นมาได้หรือไม่

ระบบกรองน้ำ (Water Filtration) ทำงานอย่างไร

แทนที่จะใช้ถุงเก็บฝุ่นหรือถังไซโคลนแบบแห้ง SIRENA จะดึงอากาศที่มีฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ให้วิ่งผ่านมวลน้ำในถัง อนุภาคทุกขนาดที่ถูกดูดเข้าไปจะถูกน้ำจับไว้และจมอยู่ในถัง ไม่สามารถลอยกลับออกมาได้ ผลลัพธ์คือ ฝุ่นถูกดักไว้ในน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ฟุ้งกลับสู่ห้อง

สำหรับยิมที่เป็นห้องปิดและมีคลาสเช้าวันรุ่งขึ้น ข้อนี้คือเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้ และเป็นจุดที่เครื่องดูดฝุ่นที่ยิมซื้อมาเองล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

แผ่นกรอง HEPA ที่กรองละเอียดถึง 0.02 ไมครอน

หลังผ่านชั้นน้ำแล้ว อากาศยังต้องผ่านแผ่นกรอง HEPA อีกชั้น ซึ่งกรองละเอียดถึงระดับ 0.02 ไมครอน เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่ออกจากเครื่องสะอาดกว่าอากาศที่ดูดเข้าไป ระบบสองชั้นนี้เองที่ทำให้เครื่องสามารถ กำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นระดับ ประสิทธิภาพ ที่ต่างจากการเช็ดผิวหน้าโดยสิ้นเชิง

มาตรฐานรับรองที่เอาไปแสดงให้สมาชิกดูได้

SIRENA System ได้รับการรับรองจาก Asthma Society of Canada ซึ่งเป็นสมาคมโรคหืดแห่งประเทศแคนาดา รวมถึงมาตรฐาน TUV Rheinland, Certified Vacuums, Quality Tested, Certified Space Technology, Dust Mite Proof และมาตรฐาน Go Green / Eco Friendly ด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับโค้ชภูริชที่ต้องเรียกความเชื่อมั่นของสมาชิกกลับมา ข้อนี้มีค่ามากกว่าที่คิด เพราะเขาสามารถติดประกาศที่บอร์ดหน้ายิมพร้อมรายละเอียดมาตรฐานได้อย่างมั่นใจ

MASTER VACUUM สำหรับงานซักลึก

นอกจาก SIRENA แล้ว ทีมช่างยังใช้เครื่อง MASTER VACUUM เสริมสำหรับงานซักที่นอน โซฟา และพรม ในกรณีที่มีคราบเหงื่อฝังลึกหรือกลิ่นอับที่การดูดอย่างเดียวจัดการไม่หมด ซึ่งเป็นสภาพที่พบในเบาะทาทามิหุ้มผ้าใบ แคร็ชแพด และโซฟาโซนผู้ปกครองของยิมแห่งนี้อย่างชัดเจน

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความมั่นใจเพิ่ม ยังมี บริการพ่นฆ่าเชื้อโรคเสริม ที่จัดการทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ซึ่งยิมเลือกเพิ่มทั้งห้องซ้อม ห้องเปลี่ยนชุด และห้องอาบน้ำ เพราะเชื้อราบนผิวหนังยังเป็นความเสี่ยงจริงของกีฬาประเภทนี้ที่ต้องดูแลควบคู่กันไป

10 เหตุผลที่ควรเลือกบริการกำจัดไรฝุ่นของ World Health Disinfection

  1. เจ้าแรกในประเทศไทย ที่ให้บริการกำจัดไรฝุ่น ซักพรม ที่นอน โซฟา พร้อมฆ่าเชื้อโรคครบวงจรจบในครั้งเดียว ไม่ต้องเรียกผู้รับเหมาหลายเจ้ามาทำหลายรอบ
  2. กำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเป้าหมายคนละระดับกับการเช็ดผิวหน้าเบาะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  3. ระบบกรองน้ำดักฝุ่นไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ปล่อยอนุภาคกลับสู่ห้อง จึงเหมาะกับห้องซ้อมปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศหมุนเวียนอากาศเดิมโดยเฉพาะ
  4. กรองละเอียดถึง 0.02 ไมครอน ด้วยแผ่นกรอง HEPA ซึ่งละเอียดกว่าขนาดอนุภาคสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นมาก
  5. มอเตอร์ไซโคลน 1200 วัตต์จากอิตาลี แรงพอที่จะดึงอนุภาคที่ฝังอยู่ในรอยต่อเบาะและในเนื้อผ้าใบขึ้นมาได้จริง ไม่ใช่แค่ปัดผิวหน้าให้ดูสะอาด
  6. รับรองโดย Asthma Society of Canada พร้อมมาตรฐาน TUV Rheinland, Certified Vacuums และ Dust Mite Proof ซึ่งนำไปแสดงต่อสมาชิกและผู้ปกครองได้อย่างมั่นใจ
  7. ครอบคลุมทุกจุดสะสม ทั้งเบาะฝึก แคร็ชแพด เบาะกันกระแทกผนัง โซฟา พรม และผ้าม่าน โดยผ้าม่านทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องรื้อถอนลงมาจากราง
  8. บริการถึงที่ ทีมงานขนอุปกรณ์ขึ้นไปทำถึงชั้นสอง ไม่ต้องขนเบาะ 700 กิโลกรัมลงมาข้างล่าง ไม่ต้องหาพื้นที่พักของระหว่างรอ
  9. มีบริการพ่นฆ่าเชื้อโรคเสริม จัดการไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ในรอบเดียวกับการกำจัดไรฝุ่น ซึ่งตอบโจทย์ความเสี่ยงเรื่องเชื้อราผิวหนังของกีฬาต่อสู้ไปพร้อมกัน
  10. มีของแถมที่ใช้ต่อได้จริง ทั้งทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อ WELLGIENIC และน้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H สำหรับการดูแลต่อเนื่องระหว่างรอบบริการ

ขั้นตอนการให้บริการถึงที่: วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ทีมงานเข้ายิมเวลา 08.00 น. และปิดงานทั้งหมดเวลา 19.30 น. รวมเวลาทำงานประมาณ 11 ชั่วโมง 30 นาที ในวันที่ยิมปิดทำการตามปกติ ทำให้ไม่ต้องยกเลิกคลาสใดเลยแม้แต่คลาสเดียว

ขั้นที่ 1 — สำรวจและวางแผนพื้นที่

ทีมงานแบ่งพื้นที่ 186 ตารางเมตรออกเป็นตาราง 12 ช่อง เพื่อไล่ทำเป็นระบบโดยไม่ให้มีจุดตกหล่น พร้อมจัดลำดับความสำคัญจากข้อมูลที่โค้ชภูริชให้ไว้ คือบริเวณกลางเบาะที่ใช้โรลหนักที่สุด มุมสาธิตของโค้ช และแถบริมผนังที่คนนั่งพัก

ขั้นที่ 2 — ยกเบาะจิ๊กซอว์และทำความสะอาดชั้นใต้เบาะ

นี่คือขั้นตอนที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนตลอดสามปีสี่เดือน ทีมงานทยอยยกเบาะจิ๊กซอว์ขึ้นเป็นโซน ทำความสะอาดทั้งด้านล่างของแผ่นเบาะและพื้นกระเบื้องข้างใต้ แล้วจึงปูกลับ

โค้ชภูริชถ่ายวิดีโอขั้นตอนนี้ไว้ทั้งหมด และมันกลายเป็นวิดีโอที่มีคนดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพจของยิม

ขั้นที่ 3 — ดูดกำจัดไรฝุ่นด้วย SIRENA System

ทีมงานไล่ดูดอย่างเป็นระบบทีละแถบ ทับซ้อนกันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มีจุดตกหล่น โดยเน้นเป็นพิเศษที่รอยต่อระหว่างแผ่นทุกเส้น ผ้าใบทาทามิทั้ง 24 ผืน แคร็ชแพด 6 ใบ และเบาะกันกระแทกผนัง 38 แผ่น จากนั้นจึงทำโซฟา พรม และผ้าม่านของโซนผู้ปกครองตามลำดับ

ขั้นที่ 4 — เปิดถังกรองให้ดู

นี่คือช่วงเวลาที่โค้ชภูริชบอกว่าเปลี่ยนวิธีคิดของเขาไปตลอดกาล หลังทำโซนแรกซึ่งเป็นบริเวณกลางเบาะเสร็จ ทีมงานยกถังกรองน้ำมาวางกลางห้อง น้ำใสที่ใส่เข้าไปตอนเริ่มงานกลายเป็นของเหลวสีเทาอมน้ำตาลข้น มีตะกอนละเอียดลอยเป็นชั้นบนผิวน้ำ

“ผมยืนดูอยู่สามสิบวินาทีโดยไม่พูดอะไรเลย” เขาเล่า “แล้วผมก็นึกถึงหน้าน้องคนหนึ่งที่เลิกเรียนไปเพราะผื่น ผมเคยบอกเขาว่าอดทนหน่อย เดี๋ยวก็หาย”

ขั้นที่ 5 — ซักลึกด้วย MASTER VACUUM

เบาะทาทามิหุ้มผ้าใบ 18 ผืนจาก 24 ผืน แคร็ชแพดทั้ง 6 ใบ และโซฟาโซนผู้ปกครองทั้งสองตัว มีคราบเหงื่อสะสมและกลิ่นอับที่การดูดอย่างเดียวจัดการไม่หมด ทีมงานจึงใช้ MASTER VACUUM ซักลึกเพิ่ม พร้อมแจ้งเวลาที่ควรเว้นก่อนกลับมาใช้งาน

ขั้นที่ 6 — พ่นฆ่าเชื้อโรคเสริม

ตามที่ยิมขอเพิ่ม ทีมงานพ่นฆ่าเชื้อครอบคลุมห้องซ้อม ห้องเปลี่ยนชุดทั้งสองห้อง ห้องอาบน้ำ และโซนเก็บชุดกิสำรอง ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ซึ่งสำคัญมากสำหรับกีฬาที่ผิวหนังสัมผัสกันโดยตรง

ขั้นที่ 7 — ตรวจรับงานและมอบของแถม

ทีมงานพาโค้ชภูริชและผู้จัดการยิมเดินตรวจทุกโซน อธิบายวิธีดูแลต่อเนื่องระหว่างรอบบริการ แนะนำรอบการทำซ้ำที่เหมาะกับพื้นที่ที่มีคนใช้งานหมุนเวียนสูงระดับ 126 คนต่อวัน และมอบทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อ WELLGIENIC พร้อมน้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ให้ใช้ต่อ

เวลา 19.30 น. โค้ชภูริชเดินลงเบาะด้วยเท้าเปล่า นอนหงายลงกลางห้องที่เพิ่งปูเสร็จ แล้วหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง

“ผมไม่ได้คาดหวังปาฏิหาริย์ในวันแรกนะครับ” เขาบอก “แต่คืนนั้นผมกลับบ้านแล้วไม่ต้องพ่นยาก่อนนอนเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน”

ตารางเปรียบเทียบวิธีจัดการไรฝุ่นบนเบาะฝึกแต่ละแบบ

วิธีการลึกถึงใต้ผิวเบาะหรือไม่นำสารก่อภูมิแพ้ออกจากห้องผลลัพธ์โดยรวม
เช็ดเบาะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกคืนไม่ ได้เฉพาะผิวหน้าไม่ มูลและซากยังอยู่ในรอยต่อควรทำต่อ แต่ไม่พอ
เปลี่ยนน้ำยาให้เข้มข้นขึ้นไม่ ทำงานอยู่บนผิวหน้าเหมือนเดิมไม่ค่าใช้จ่ายเพิ่ม อาการเท่าเดิม
เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปตื้น แรงดูดไม่พอถึงรอยต่อไม่ อาจปล่อยกลับออกทางลมเสี่ยงทำให้ฟุ้งกระจายมากขึ้น
ยกเบาะออกไปตากแดดไม่ ร้อนเฉพาะผิวไม่กี่มิลลิเมตรไม่ ไม่ได้ดูดอะไรออกไปเลยเบาะรวม 700 กิโลกรัม ทำจริงไม่ได้
เปลี่ยนเบาะใหม่ทั้งห้องเริ่มต้นใหม่ชั่วคราวไม่ เพราะสะสมกลับได้เร็วงบ 318,000 บาท และกลับสู่สภาพเดิมใน 2-3 ปี
ให้สมาชิกกินยาแก้แพ้ก่อนซ้อมไม่ ไม่แตะต้นตอเลยไม่กดอาการ แต่เสี่ยงง่วงและตอบสนองช้าบนเบาะ
บริการกำจัดไรฝุ่น WHD (SIRENA)ใช่ ยกเบาะทำถึงชั้นล่างและดูดถึงในเนื้อผ้าใบใช่ ดักไว้ในน้ำ 100% แล้วนำออกไปกำจัดสารก่อภูมิแพ้ 99.99%

เปรียบเทียบก่อน–หลังใช้บริการ ที่บางกอก รอนิน ยูยิตสู อะคาเดมี

ก่อนใช้บริการ (ตุลาคม 2568 – กรกฎาคม 2569)

  • สมาชิกลดจาก 214 คนเหลือ 176 คน ภายใน 6 เดือน
  • รายได้หายไปสะสมประมาณ 487,000 บาท
  • สมาชิก 54 คนจาก 131 คนที่ตอบแบบสอบถามมีอาการหลังซ้อม
  • สมาชิก 17 คนเคยไปพบแพทย์ผิวหนังโดยเข้าใจว่าเป็นเชื้อรา
  • โค้ชภูริชแน่นหน้าอกทุกคลาสเย็น ค่ารักษาตัวเอง 31,450 บาท
  • มีคลาสที่ต้องหยุดสาธิตกลางคันเพราะหายใจไม่ทัน
  • คนขอทดลองเรียนลดจากเดือนละ 22 คน เหลือ 8 คน
  • มีคนพูดถึงยิมในทางลบในกลุ่มออนไลน์ของวงการ
  • ทุกคนเชื่อว่าสาเหตุคือเชื้อราบนเบาะหรือความไม่ฟิตของตัวเอง

หลังใช้บริการ (สิงหาคม – กันยายน 2569)

  • คืนแรกหลังทำ โค้ชภูริชไม่ต้องพ่นยาก่อนนอนเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
  • อาการแน่นหน้าอกระหว่างสอนคลาสเย็นหายไปภายในสองสัปดาห์
  • ผื่นของพี่หนึ่งยุบลงภายใน 18 วัน หลังจากทายาฆ่าเชื้อรามาห้าเดือนโดยไม่ดีขึ้น
  • น้องเบสรายงานว่าไม่ต้องขยี้ตาหลังซ้อมอีกเลย
  • จำนวนคนที่บ่นเรื่องจามหลังซ้อมในกลุ่มไลน์ลดลงเกือบหมด
  • สมาชิกเก่า 9 คนกลับมาสมัครใหม่ภายใน 7 สัปดาห์
  • คนขอทดลองเรียนเพิ่มกลับเป็นเดือนละ 19 คน
  • ห้องซ้อมไม่มีกลิ่นอับตอนเปิดประตูเช้าวันแรกของสัปดาห์
  • ยิมบรรจุการกำจัดไรฝุ่นเข้าเป็นงานบำรุงรักษาประจำทุก 4 เดือน

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับไรฝุ่นที่เจอบ่อยที่สุดในวงการกีฬาต่อสู้

“เบาะยางอีวีเอเป็นยาง น้ำซึมไม่ได้ ไรฝุ่นอยู่ไม่ได้หรอก”

ตัวแผ่นยางน้ำซึมไม่ได้จริง แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ในเนื้อยาง ปัญหาอยู่ที่ รอยต่อฟันปลาระหว่างแผ่น ซึ่งเป็นช่องที่เหงื่อ น้ำลาย เศษผิวหนัง และเส้นผมไหลลงไปสะสมอยู่ด้านล่างได้ตลอดเวลา ยิ่งใช้งานนานและยิ่งโดนกระแทกมาก รอยต่อยิ่งอ้า และพื้นที่ใต้เบาะก็คือจุดที่ไม่เคยเจอแสงหรือลมเลยตลอดอายุการใช้งาน

“ผื่นในยิมคือกลากทั้งหมด ทายาฆ่าเชื้อราก็จบ”

เชื้อราบนผิวหนังเป็นความเสี่ยงจริงของกีฬาประเภทนี้และต้องดูแลอย่างจริงจัง แต่ไม่ใช่ทุกผื่นจะเป็นเชื้อรา ผื่นจากสารก่อภูมิแพ้ของไรฝุ่นมักเป็นปื้นแดงกระจาย คันหนักตอนกลางคืน ขึ้นตามข้อพับและบริเวณที่ผิวหนังแนบเบาะ และที่สำคัญคือ ไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อรา ถ้าทายาฆ่าเชื้อรามาเกินสองสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น นั่นคือสัญญาณให้ทบทวนสมมติฐานใหม่

“เบาะเรายังใหม่ เพิ่งปูได้สามปีเอง”

สิ่งที่กำหนดปริมาณสะสมไม่ใช่อายุของเบาะ แต่คือ จำนวนชั่วโมงที่มีร่างกายมนุษย์สัมผัสอยู่บนนั้น เบาะยิมอายุ 3 ปีที่รับคน 126 คนต่อวัน มีชั่วโมงการใช้งานสะสมมากกว่าพรมในบ้านอายุ 15 ปีหลายเท่าตัว

“เปิดแอร์เย็น ๆ ห้องแห้ง ไรฝุ่นอยู่ไม่ได้”

เข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด เครื่องปรับอากาศทำให้อากาศในห้องเย็นลง แต่ไม่ได้ทำให้ชั้นใต้เบาะหรือเนื้อผ้าใบแห้ง ความชื้นจากเหงื่อของผู้ฝึกเก้าคลาสต่อวันซึมลงไปสะสมและไม่มีทางระบายออกเพราะไม่มีแดดและไม่มีลมพัดผ่าน ผิวสัมผัสของเบาะจึง อับชื้น ตลอดเวลาแม้ห้องจะเย็น

“ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร มีแต่บางคนเท่านั้น”

ในกรณีนี้ พอเริ่มถามจริงจังผ่านแบบสอบถาม กลับพบว่ามีสมาชิกถึง 54 คนจาก 131 คนที่มีอาการ คนที่แพ้ไรฝุ่นแสดงอาการชัดที่สุดก่อน แต่คนที่ไม่แพ้ก็ยังสูดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปเหมือนกัน เพียงแต่ร่างกายยังไม่ตอบสนองรุนแรงพอให้สังเกตเห็น

“ทำครั้งเดียวก็หายขาดตลอดไป”

อันนี้เชื่อผิดในทางกลับกัน การกำจัดไรฝุ่นทำให้ปริมาณสารก่อภูมิแพ้ลดลงอย่างมากในทันที แต่ตราบใดที่ยังมีผู้ฝึกลงเบาะวันละเก้าคลาส การสะสมก็จะเริ่มใหม่ พื้นที่ที่มีการใช้งานหนักระดับนี้จึงควรทำเป็นรอบสม่ำเสมอ เหมือนกับที่ทุกยิมมีรอบเปลี่ยนสายรัดและตรวจอุปกรณ์ของตัวเอง

เสียงจากผู้ใช้บริการจริง

“ดิฉันพาลูกชายอายุ 9 ขวบมาเรียนยูยิตสูที่นี่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เพราะอยากให้เขามีวินัยและป้องกันตัวเองได้ ผ่านไปสามเดือน เขาเริ่มไอตอนกลางคืนเฉพาะวันที่มาเรียน แล้วมีผื่นขึ้นที่ข้อพับแขนสองข้าง

ดิฉันพาไปหาหมอสามครั้ง ได้ยาทามาสองหลอด ไม่ดีขึ้นเลยค่ะ พอถึงเดือนเมษายน 2569 ดิฉันตัดสินใจหยุดพาเขามา ทั้งที่เขาร้องไห้เพราะไม่อยากเลิกเรียน วันนั้นดิฉันก็โกรธยิมอยู่ลึก ๆ นะคะ คิดว่าเบาะไม่สะอาด

ต้นเดือนสิงหาคม โค้ชภูริชส่งข้อความหาดิฉันเอง เล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้น ส่งวิดีโอตอนทีมงานยกเบาะขึ้นทำชั้นล่าง และส่งรูปน้ำในถังกรองมาให้ดู ดิฉันดูแล้วขนลุกค่ะ เพราะลูกดิฉันนอนคลุกอยู่ตรงนั้นสัปดาห์ละสามวัน

ดิฉันพาลูกกลับมาเรียนวันที่ 24 สิงหาคม และจนถึงวันนี้เขาไม่ไอตอนกลางคืนอีกเลยค่ะ ผื่นที่ข้อพับก็หายไปเอง โดยที่ไม่ได้ทายาอะไรเพิ่มเลยสักหลอด

สิ่งที่ทำให้ดิฉันประทับใจที่สุดไม่ใช่ผลลัพธ์นะคะ แต่เป็นการที่โค้ชยอมบอกความจริงกับผู้ปกครองตรง ๆ ทั้งที่เสียหน้า ดิฉันเลยแนะนำยิมนี้ให้เพื่อนอีกสองคนไปแล้วค่ะ”

— คุณพิมพ์มาดา เรืองวรกุล ผู้ปกครองนักเรียนคลาสเด็ก เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

บทสรุปเรื่องราวของโค้ชภูริช

คืนวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 โค้ชภูริชยืนอยู่ที่มุมเดิมของเบาะ ในคลาสเย็นเวลาเดิม กับนักเรียนจำนวนใกล้เคียงกับคืนที่เขาต้องพิงเสาเมื่อสามเดือนก่อน

สิ่งที่ต่างออกไปคือ คืนนั้นเขาลงไปโรลกับนักเรียนสายฟ้าสามคนติดกันโดยไม่ต้องหยุดพักกลางคัน และเมื่อคลาสจบ เขาเดินขึ้นบันไดไปห้องทำงานชั้นสามโดยไม่ต้องเกาะราว

“ผมไม่ได้กลับไปเป็นคนอายุยี่สิบแปดนะครับ” เขาพูดพร้อมหัวเราะ “งานยังหนักเหมือนเดิม เข่ายังเจ็บเหมือนเดิม แต่ก่อนหน้านี้ผมสู้อยู่สองอย่างพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว คือสู้กับอายุ กับสู้กับอากาศในห้องตัวเอง ตอนนี้ผมเหลือสู้แค่อย่างเดียว แล้วมันต่างกันมากจริง ๆ”

ตัวเลขของยิมในเดือนกันยายน 2569 กลับมาที่สมาชิก 194 คน ยังไม่เท่าเดิม แต่เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุด 18 คน และที่สำคัญกว่าคือ ไม่มีข้อความแจ้งยกเลิกที่อ้างเรื่องผื่นหรืออาการแพ้เข้ามาอีกเลยตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม

สิ่งที่โค้ชภูริชทำต่อจากนั้นคือสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เดินทางไปไกลกว่ายิมเดียว เขาโพสต์เรื่องทั้งหมดลงในกลุ่มของวงการยูยิตสูไทย พร้อมวิดีโอตอนยกเบาะและรูปถังกรองน้ำ โดยไม่ปิดบังว่าตัวเองพลาดตรงไหน

โพสต์นั้นมีคนแชร์ต่อ 412 ครั้ง และมีเจ้าของยิมจากจังหวัดอื่นทักมาถามอีก 11 แห่ง

“ผมโดนล้อในคอมเมนต์อยู่บ้างนะครับ” เขาบอก “แต่ถ้าผมเงียบไว้ ก็จะมีเด็กอีกหลายคนที่ถูกพ่อแม่ห้ามไม่ให้เรียนกีฬาที่เขารัก เพราะคิดว่าตัวเองแพ้กีฬา ทั้งที่จริง ๆ เขาแค่แพ้สิ่งที่สะสมอยู่ใต้เบาะ”

“ในยูยิตสู เราสอนกันว่าถ้าแพ้เพราะยังไม่รู้ ก็ไปเรียนมาให้รู้ แล้วกลับมาใหม่” เขาพูดปิดท้าย “ผมแพ้เรื่องนี้ไปสามปี แล้วผมก็กลับมาแล้วครับ”

ครบวงจรในครั้งเดียว พร้อมของแถมที่ใช้ต่อได้จริง

จุดที่ทำให้บริการนี้ต่างจากการจ้างทำความสะอาดทั่วไป คือทุกอย่างจบในรอบเดียว ตั้งแต่การดูดกำจัดไรฝุ่นด้วย SIRENA System การซักลึกด้วย MASTER VACUUM ไปจนถึงการพ่นฆ่าเชื้อโรคเสริมที่ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ไม่ต้องประสานผู้รับเหมาหลายเจ้า ไม่ต้องนัดหลายวัน ซึ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจที่หยุดได้สัปดาห์ละวันเดียว

และหลังใช้บริการ ยังได้รับของแถมที่ใช้งานได้จริงในการดูแลต่อเนื่อง

  • ทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อ WELLGIENIC ที่ฆ่าเชื้อได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์ เหมาะกับการเช็ดพื้นผิวสัมผัสบ่อยในยิม ทั้งราวจับ ตู้ล็อกเกอร์ ที่จับประตูห้องเปลี่ยนชุด และอุปกรณ์ฝึกส่วนกลาง
  • น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ที่ฆ่าเชื้อได้ 99.85 เปอร์เซ็นต์ภายใน 1 นาที และให้การป้องกันต่อเนื่องได้นานถึง 14 วัน ซึ่งเหมาะกับรอบการเช็ดเบาะประจำคืนของยิมอย่างมาก

โค้ชภูริชปรับขั้นตอนปิดยิมประจำคืนใหม่ทั้งหมดหลังใช้บริการ โดยยังเช็ดเบาะทุกคืนเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้ CHEMGENE HLD4H ตามอัตราส่วนที่ทีมงานแนะนำ และเพิ่มการเปิดประตูระบายอากาศ 20 นาทีก่อนปิดไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีต้นทุนแต่ช่วยลดความชื้นสะสมได้จริง

ถ้ายิมของคุณ หรือห้องที่คนของคุณใช้ทุกวัน กำลังทำร้ายคนที่อยู่บนนั้น

อย่ารอให้สมาชิกหายไป 38 คนเหมือนโค้ชภูริช ให้ทีมงานเข้าไปประเมินและกำจัดที่ต้นตอถึงที่ ทั้งเบาะฝึก แคร็ชแพด ที่นอน โซฟา พรม และผ้าม่าน จบครบในครั้งเดียว

ดูรายละเอียดบริการและราคา คลิกที่นี่

โทรเลย: 065-556-6294

LINE: @whd268

บริษัท World Health Disinfection Co., Ltd.
88/268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการกำจัดไรฝุ่นในยิมและเบาะฝึกศิลปะป้องกันตัว

เบาะยางอีวีเอเป็นยางผิวปิด น้ำซึมไม่ได้ ทำไมยังต้องใช้บริการกำจัดไรฝุ่น

เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ในเนื้อยาง แต่อยู่ที่รอยต่อฟันปลาระหว่างแผ่น ซึ่งเป็นช่องที่เหงื่อ เศษผิวหนัง เส้นผม และความชื้นไหลลงไปสะสมอยู่ระหว่างเบาะกับพื้นด้านล่าง พื้นที่ตรงนั้นไม่เคยเจอแสง ไม่เคยเจอลม และไม่เคยถูกทำความสะอาดจากการเช็ดผิวหน้า ยิ่งใช้งานนานหลายปีและโดนกระแทกมาก รอยต่อยิ่งอ้าและยิ่งสะสมมากขึ้น

ยิมเช็ดเบาะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกคืนอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องทำอีกไหม

จำเป็นครับ และควรเช็ดต่อไปด้วย เพราะเป็นคนละเป้าหมายกัน การเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อจัดการเชื้อราและแบคทีเรียบนผิวหน้าเบาะซึ่งสำคัญมากสำหรับกีฬาที่ผิวหนังสัมผัสกัน ส่วนการกำจัดไรฝุ่นจัดการสารก่อภูมิแพ้ที่ฝังอยู่ใต้ผิว ในรอยต่อ และในเนื้อผ้าใบ ซึ่งน้ำยาเช็ดผิวหน้าเข้าไม่ถึง การทำทั้งสองอย่างควบคู่กันจึงได้ผลดีที่สุด

ต้องปิดยิมกี่วัน และต้องยกเบาะออกจากอาคารหรือไม่

ไม่ต้องขนเบาะออกจากอาคารเลยครับ ทีมงานขนอุปกรณ์เข้าไปทำถึงหน้างาน สำหรับยิมขนาดพื้นที่เบาะประมาณ 180 ถึง 200 ตารางเมตร ทีมงานทำเสร็จได้ภายในวันเดียว จึงแนะนำให้นัดในวันที่ยิมปิดทำการตามปกติ งานดูดกำจัดไรฝุ่นสามารถกลับมาใช้งานได้ทันที ส่วนงานซักลึกจะมีคำแนะนำเรื่องระยะเวลารอให้แห้ง ซึ่งทีมงานจะแจ้งตารางล่วงหน้า

ผื่นของสมาชิกเป็นเชื้อราหรือเป็นภูมิแพ้ไรฝุ่น แยกอย่างไร

ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเสมอครับ แต่ข้อสังเกตเบื้องต้นคือ ผื่นเชื้อรามักเป็นวงขอบนูนชัด ขยายเป็นวง และดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์เมื่อใช้ยาฆ่าเชื้อรา ส่วนผื่นจากสารก่อภูมิแพ้ของไรฝุ่นมักเป็นปื้นแดงกระจาย คันหนักตอนกลางคืน ขึ้นตามข้อพับและบริเวณที่ผิวหนังแนบเบาะ และไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อรา ถ้าทายามาเกินสองสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ควรทบทวนสมมติฐานใหม่และตรวจสิ่งแวดล้อมในยิมด้วย

เครื่อง SIRENA System ต่างจากเครื่องดูดฝุ่นที่ยิมซื้อมาใช้เองอย่างไร

SIRENA System ออกแบบจากประเทศแคนาดา ใช้มอเตอร์ไซโคลน 1200 วัตต์จากอิตาลี ร่วมกับระบบกรองน้ำและแผ่นกรอง HEPA ที่กรองละเอียดถึง 0.02 ไมครอน ฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ที่ถูกดูดเข้าไปจะถูกดักไว้ในน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ฟุ้งกลับสู่ห้อง ต่างจากเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่มักปล่อยอนุภาคละเอียดที่สุดออกมาทางช่องลม ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายคนอาการแย่ลงหลังการทำความสะอาด

ยิมที่มีคลาสวันละหลายรอบควรใช้บริการกำจัดไรฝุ่นบ่อยแค่ไหน

สำหรับยิม สตูดิโอ หรือพื้นที่ฝึกซ้อมที่มีผู้ใช้งานหมุนเวียนหลายสิบถึงหลักร้อยคนต่อวัน แนะนำให้ทำถี่กว่าบ้านทั่วไป ประมาณทุก 3 ถึง 4 เดือน ส่วนบ้านพักอาศัยที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือหอบหืดแนะนำทุก 4 ถึง 6 เดือน ทีมงานจะประเมินจากจำนวนคลาส จำนวนผู้ฝึก ชนิดของเบาะ และการระบายอากาศของห้อง แล้วแนะนำรอบที่เหมาะสมให้ในวันเข้าบริการ

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

ส่งบทความนี้ให้เจ้าของยิม โค้ช และผู้ปกครองที่พาลูกไปเรียนกีฬาต่อสู้

#บริการกำจัดไรฝุ่น   #เบาะยูยิตสู   #เบาะฝึกศิลปะป้องกันตัว   #ภูมิแพ้ไรฝุ่น   #ทำความสะอาดยิม   #SIRENASystem   #WorldHealthDisinfection

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: บริการกำจัดไรฝุ่น, กำจัดไรฝุ่นเบาะยูยิตสู, ทำความสะอาดเบาะยูโด, เบาะทาทามิไรฝุ่น, เบาะจิ๊กซอว์ EVA ทำความสะอาด, ซักที่นอน โซฟา พรม ผ้าม่าน, ภูมิแพ้ในยิมกีฬาต่อสู้, ผื่นคันหลังซ้อมยูยิตสู, ตาแดงจามหลังซ้อม, SIRENA System, เครื่องกำจัดไรฝุ่นระบบกรองน้ำ, HEPA 0.02 ไมครอน, สารก่อภูมิแพ้ในเบาะฝึก, บริการกำจัดไรฝุ่นถึงที่ กรุงเทพมหานคร, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้