ห้องเวชระเบียนโรงพยาบาลโดนน้ำท่วม แฟ้มผู้ป่วยชื้นและขึ้นรา ควรทำอย่างไร? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บเอกสารแบบควบคุม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ปี 2569

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  50 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องเวชระเบียนโรงพยาบาลโดนน้ำท่วม แฟ้มผู้ป่วยชื้นและขึ้นรา ควรทำอย่างไร? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บเอกสารแบบควบคุม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ปี 2569

ห้องเวชระเบียนโรงพยาบาลโดนน้ำท่วม แฟ้มผู้ป่วยชื้นและขึ้นรา ควรทำอย่างไร? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเก็บเอกสารแบบควบคุม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันแรกที่กลับเข้าห้องเวชระเบียน

"คุณอรุณี" เป็นหัวหน้างานเวชระเบียนของโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางแห่งหนึ่งในอำเภอพระนครศรีอยุธยา ห้องเวชระเบียนอยู่ชั้นล่างด้านหลังอาคารผู้ป่วยนอก ภายในมีชั้นเหล็กเลื่อนเก็บแฟ้มประวัติผู้ป่วยเรียงยาวหลายแถว ตู้เก็บเอกสารประกันสุขภาพ เครื่องสแกนเอกสาร และโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ แม้โรงพยาบาลจะเริ่มใช้ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์มาหลายปีแล้ว แต่แฟ้มกระดาษของผู้ป่วยเก่าและเอกสารที่ต้องเก็บตามระเบียบยังมีอยู่จำนวนมาก

เมื่อน้ำจากแม่น้ำป่าสักและเจ้าพระยาท่วมเกาะเมืองในปี 2569 ทีมงานโรงพยาบาลช่วยกันย้ายแฟ้มที่ใช้บ่อยขึ้นชั้นบนได้ส่วนหนึ่ง แต่น้ำขึ้นเร็วเกินกว่าจะย้ายได้ทั้งหมด แฟ้มบนชั้นล่างสุดของชั้นเหล็กเลื่อนจมน้ำอยู่หลายวัน รางของชั้นเลื่อนเต็มไปด้วยโคลน

เช้าวันแรกที่น้ำลดและคุณอรุณีได้กลับเข้าห้อง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นกระดาษเปียกที่หนักจนต้องรีบใส่หน้ากาก ผนังด้านล่างมีคราบน้ำและจุดราสีเขียวดำ แฟ้มชั้นล่างบวมติดกัน ส่วนแฟ้มชั้นที่สูงขึ้นไปแม้ไม่โดนน้ำ แต่เริ่มมีจุดราสีขาวตามสันแฟ้ม เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่มีโรคหอบหืดเริ่มไอทันทีที่ก้าวเข้าห้อง

"เราห่วงสองเรื่องพร้อมกัน" คุณอรุณีเล่า "เรื่องแรกคือสุขภาพของเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานในห้องนี้ทุกวัน เรื่องที่สองคือข้อมูลผู้ป่วยที่เราต้องรับผิดชอบ จะให้คนภายนอกเข้ามาทำความสะอาดก็ต้องมั่นใจว่าเอกสารปลอดภัยและไม่มีใครแตะต้องข้อมูล" นี่คือโจทย์ที่ทีมงาน WHD ได้รับจากโรงพยาบาลและคลินิกหลายแห่งในพระนครศรีอยุธยาหลังน้ำลด

ทำไมห้องเวชระเบียนหลังน้ำท่วมจึงเป็นปัญหาเร่งด่วน

กระดาษเป็นวัสดุที่ดูดความชื้นได้ดีและเป็นอาหารของเชื้อรา ห้องเก็บเอกสารมักเป็นห้องปิด อากาศถ่ายเทน้อย และมีแฟ้มเรียงชิดกันแน่น เมื่อความชื้นจากน้ำท่วมค้างอยู่ในห้อง ราจะเริ่มขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน และลามจากแฟ้มที่จมน้ำไปยังแฟ้มที่ยังดีอยู่

สุขภาพของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่เวชระเบียนต้องหยิบจับแฟ้มทั้งวัน สปอร์เชื้อราที่ฟุ้งขึ้นจากแฟ้มทำให้เกิดอาการจาม คันตา ไอ และกระตุ้นโรคภูมิแพ้และหอบหืด ส่วนโคลนจากน้ำท่วมที่ค้างในรางชั้นเลื่อนและมุมห้องอาจมีเชื้อแบคทีเรีย เช่น อีโคไล และเชื้อเลปโตสไปราที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู เจ้าหน้าที่จึงควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตามแนวทางของหน่วยป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาล

สภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลโดยรวม

ห้องเวชระเบียนเชื่อมกับทางเดินและพื้นที่บริการผู้ป่วย หากห้องนี้ยังมีกลิ่นอับและสปอร์เชื้อราในอากาศ อาจส่งผลต่อบรรยากาศและคุณภาพอากาศในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำและผู้สูงอายุผ่านไปมา

การให้บริการที่สะดุด

เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำงานในห้องเวชระเบียนได้ การค้นแฟ้มเก่า การออกเอกสารรับรอง และงานเอกสารประกันสุขภาพจะล่าช้าลง ส่งผลต่อผู้ป่วยและงานบริหารของโรงพยาบาล

ความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคล

เวชระเบียนเป็นข้อมูลสุขภาพที่อ่อนไหว การฟื้นฟูห้องจึงต้องวางแผนให้ผู้ให้บริการภายนอกไม่ต้องเปิดอ่านหรือจัดการแฟ้มเอง โดยการคัดแยกและเคลื่อนย้ายเอกสารเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตามนโยบายของโรงพยาบาล

วิธีที่มักทำ แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

  • เช็ดแฟ้มที่ขึ้นราด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฟอกขาว: ของเหลวทำให้กระดาษเปียกซ้ำ หมึกเลือน และน้ำยาฟอกขาวทำลายเอกสารโดยตรง
  • เปิดพัดลมเป่าแฟ้มในห้องปิด: พัดลมช่วยให้แห้งเร็วขึ้น แต่ก็พาสปอร์จากแฟ้มที่มีราไปกระจายทั่วห้อง
  • ทาสีผนังทับคราบน้ำทันที: ผนังที่ยังชื้นด้านในจะทำให้สีพองและราขึ้นซ้ำ
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น: กลิ่นอับยังอยู่ และสารหอมบางชนิดไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้
  • ยัดแฟ้มเปียกกลับเข้าชั้นที่ยังชื้น: ทำให้ราลามไปทั้งแถว และรางชั้นเลื่อนที่มีโคลนจะเป็นแหล่งเชื้อต่อไป

ทางออกจาก WHD: ทำงานกับห้อง ส่วนเอกสารเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาล

World Health Disinfection (WHD) ฟื้นฟูห้องเวชระเบียนและห้องเก็บเอกสารโดยแบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเป็นผู้คัดแยกและเคลื่อนย้ายแฟ้มทั้งหมดตามนโยบายของโรงพยาบาล ทีมงานของเราไม่เปิดอ่านหรือจัดการเอกสารผู้ป่วย หน้าที่ของเราคือทำให้ ห้อง ชั้นเก็บ ราง ผนัง พื้น และอากาศ สะอาดและหมดกลิ่น

เราใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นแบบ ULV กับพื้นผิวของห้องและชั้นที่ว่างเปล่าหลังย้ายแฟ้มออกแล้ว และใช้ บริการอบโอโซน แบบควบคุมเพื่อจัดการสปอร์เชื้อราในอากาศและกลิ่นอับที่ฝังในผนังและฝ้า เราประสานงานกับหน่วยป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ฝ่ายอาคารสถานที่ และฝ่ายเวชระเบียนของโรงพยาบาลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

สำหรับแฟ้มที่จมน้ำหรือเปียกจนติดกัน โรงพยาบาลควรพิจารณาบริการกู้เอกสารเฉพาะทาง เช่น การทำให้แห้งแบบควบคุมหรือการแช่แข็งก่อนทำให้แห้ง ซึ่งเป็นงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้เอกสาร และควรปฏิบัติตามระเบียบการเก็บรักษาเวชระเบียนของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ประชุมวางแผนกับทีมโรงพยาบาล: กำหนดขอบเขตพื้นที่ เวลาที่ห้องว่าง เส้นทางเข้าออก และผู้ประสานงานของแต่ละฝ่าย
  2. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลย้ายแฟ้มออก: แยกแฟ้มที่จมน้ำ แฟ้มที่ชื้น และแฟ้มที่แห้งดีออกจากกันตามแนวทางของโรงพยาบาล ห้องต้องว่างจากเอกสารก่อนเริ่มพ่นและอบ
  3. ล้างโคลนและทำความสะอาดเบื้องต้น: ล้างโคลนในรางชั้นเลื่อน ใต้ชั้น และมุมห้อง ผู้ปฏิบัติงานใช้อุปกรณ์ป้องกันครบ
  4. ป้องกันอุปกรณ์: คอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์เครือข่ายถูกย้ายออกหรือคลุมให้มิดชิด และควรให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งาน
  5. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV: พ่นน้ำยา CHEMGENE HLD4H ทั่วพื้น ผนัง ชั้นเหล็ก ราง และโต๊ะทำงาน ปล่อยให้น้ำยาทำงานตามเวลาที่เหมาะสม
  6. อบโอโซนแบบควบคุม: ปิดห้อง ปิดทางลมที่เชื่อมกับพื้นที่อื่นตามที่ฝ่ายอาคารกำหนด ตั้งเครื่องโอโซนตามขนาดห้อง
  7. ระบายอากาศและตรวจซ้ำ: ระบายอากาศจนโอโซนสลายตัวหมด ตรวจกลิ่นและความชื้น แล้วจึงส่งมอบห้องให้โรงพยาบาลนำแฟ้มที่แห้งและสะอาดกลับเข้าชั้น
ข้อควรระวังเรื่องโอโซน: โอโซนมีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง จึงจัดการกลิ่นและสปอร์เชื้อราได้ดีในห้องปิด แต่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจหากสูดในความเข้มข้นสูง ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้ในห้อง และต้องไม่ให้โอโซนรั่วไปยังพื้นที่ที่มีผู้ป่วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางต้องย้ายออกหรือคลุม ยางและเอกสารสำคัญไม่ควรอยู่ในห้องระหว่างอบ เราควบคุมปริมาณตามขนาดห้อง และระบายอากาศให้ครบก่อนกลับเข้าไปทุกครั้ง

จุดเสี่ยงในห้องเวชระเบียนที่มักถูกมองข้าม

รางชั้นเหล็กเลื่อน: โคลนและน้ำค้างอยู่ในรางได้นาน ทำให้ชั้นเลื่อนฝืดและเป็นแหล่งเชื้อ ควรล้างให้สะอาด ปล่อยให้แห้ง แล้วรวมไว้ในการพ่นฆ่าเชื้อ

ฝ้าเพดานและช่องแอร์: ความชื้นลอยขึ้นสะสมที่ฝ้าและในเครื่องปรับอากาศ ควรให้ช่างล้างแอร์และตรวจฝ้าที่บวมหรือมีคราบ

กล่องเอกสารกระดาษลูกฟูก: กล่องที่จมน้ำหรือชื้นควรเปลี่ยนเป็นกล่องใหม่หรือกล่องพลาสติกปิดฝา เพราะกระดาษลูกฟูกเก็บความชื้นและกลิ่นไว้ได้นาน

ห้องพักเจ้าหน้าที่และห้องน้ำใกล้เคียง: ควรรวมไว้ในแผนพ่นฆ่าเชื้อ และหากมีพรมหรือเบาะผ้า พิจารณา บริการกำจัดไรฝุ่น ร่วมด้วย

ยุงรอบอาคาร: น้ำขังรอบโรงพยาบาลหลังน้ำลดทำให้ยุงชุก สามารถใช้ บริการพ่นยุง รอบอาคารตามที่โรงพยาบาลกำหนด

10 เหตุผลที่ห้องเวชระเบียนและห้องเอกสารเลือก WHD

  1. แบ่งหน้าที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจัดการเอกสาร ทีมงานของเราไม่เปิดอ่านหรือแตะต้องแฟ้มผู้ป่วย
  2. ประสานงานกับหน่วยป้องกันและควบคุมการติดเชื้อและฝ่ายอาคารของโรงพยาบาลก่อนเริ่มงาน
  3. ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H กับพื้นผิวห้องและชั้นที่ว่างเปล่า
  4. อบโอโซน แบบควบคุม และป้องกันไม่ให้โอโซนรั่วไปยังพื้นที่ผู้ป่วย
  5. เครื่องพ่น ULV เข้าถึงรางชั้นเลื่อน ใต้ชั้น และมุมห้องที่เช็ดไม่ถึง
  6. ย้ายหรือคลุมคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกน และอุปกรณ์เครือข่ายก่อนทำงาน
  7. วางเวลาทำงานนอกช่วงให้บริการ เพื่อไม่ให้กระทบงานของโรงพยาบาล
  8. ไม่ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้
  9. มี สเปรย์ CHEMGENE 750 มล. สำหรับเช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น มือจับชั้นเลื่อนและเคาน์เตอร์
  10. มีเครื่อง Master Ozone Generator สำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการอุปกรณ์ไว้ดูแลห้องเก็บเอกสารระยะยาว พร้อมคำแนะนำการใช้อย่างปลอดภัย

ก่อน: ห้องเวชระเบียนหลังน้ำลด

  • กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นกระดาษเปียก
  • แฟ้มชั้นล่างบวมติดกัน
  • จุดราขาวตามสันแฟ้มชั้นบน
  • รางชั้นเลื่อนเต็มไปด้วยโคลน
  • ผนังมีคราบน้ำและราสีเขียวดำ
  • เจ้าหน้าที่ไอและจามเมื่อเข้าห้อง

หลัง: พร้อมกลับมาให้บริการ

  • ห้อง ชั้น และรางสะอาด ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • กลิ่นอับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • แฟ้มที่เสียหายส่งต่อบริการกู้เอกสารเฉพาะทาง
  • แฟ้มที่แห้งดีกลับเข้าชั้นในกล่องปิดฝา
  • เจ้าหน้าที่ทำงานได้สบายขึ้น
  • มีบันทึกขั้นตอนสำหรับงานคุณภาพของโรงพยาบาล

เสียงจากหัวหน้างานเวชระเบียน

"สิ่งที่ทำให้เราสบายใจคือทีมงานบอกตั้งแต่แรกว่าเขาจะไม่แตะแฟ้มเลย ให้เจ้าหน้าที่ของเราย้ายเอกสารออกเอง แล้วเขาจัดการห้องให้ ประสานกับทีมควบคุมการติดเชื้อก่อนทำงาน พอได้ห้องคืน กลิ่นอับหายไปมาก น้องที่เป็นหอบหืดก็กลับมานั่งทำงานในห้องได้"
— หัวหน้างานเวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชนในอำเภอพระนครศรีอยุธยา (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ทีมงานจะเห็นหรือจัดการข้อมูลผู้ป่วยหรือไม่
ตอบ: ไม่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเป็นผู้ย้ายแฟ้มทั้งหมดออกก่อนเริ่มงาน ทีมงานทำงานกับห้องที่ว่างจากเอกสารเท่านั้น

ถาม: อบโอโซนแฟ้มเอกสารพร้อมกับห้องได้ไหม
ตอบ: เราแนะนำให้ย้ายเอกสารออกก่อน แฟ้มที่แห้งดีแต่มีกลิ่นอับ โรงพยาบาลสามารถปรึกษาวิธีจัดการเพิ่มเติมกับทีมงานได้ โดยใช้ปริมาณและเวลาที่ควบคุม และไม่ใช้กับเอกสารที่ยังเปียก

ถาม: แฟ้มที่จมน้ำควรทำอย่างไร
ตอบ: ควรพิจารณาบริการกู้เอกสารเฉพาะทาง และปฏิบัติตามระเบียบการเก็บรักษาเวชระเบียนของโรงพยาบาล ไม่ควรเช็ดด้วยน้ำยาหรือแกะหน้าที่ติดกันขณะเปียก

ถาม: งานนี้ต้องหยุดให้บริการผู้ป่วยหรือไม่
ตอบ: ไม่จำเป็น เราวางเวลาทำงานนอกช่วงให้บริการหรือในวันหยุด และกั้นพื้นที่ไม่ให้โอโซนรั่วไปยังส่วนอื่นของอาคาร

ถาม: ใช้เวลานานเท่าไร
ตอบ: การพ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน และระบายอากาศสำหรับห้องขนาดทั่วไปมักเสร็จในหนึ่งวัน แต่ขึ้นกับขนาดห้องและความชื้นที่เหลือในผนัง ทีมงานจะประเมินหลังสำรวจ

ถาม: ป้องกันราขึ้นในห้องเอกสารซ้ำได้อย่างไร
ตอบ: ควบคุมความชื้นในห้องด้วยเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องลดความชื้น เก็บแฟ้มในกล่องปิดฝา ยกชั้นล่างสุดให้สูงจากพื้น และตรวจห้องเป็นประจำในฤดูฝน

ให้ห้องเวชระเบียนกลับมาสะอาด ปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่

ปรึกษาทีมงาน WHD เรื่องการฟื้นฟูห้องเวชระเบียน ห้องเก็บเอกสาร และพื้นที่สนับสนุนของโรงพยาบาลและคลินิกในพระนครศรีอยุธยา

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#ห้องเวชระเบียน #อบโอโซนห้องเอกสาร #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #เอกสารขึ้นรา #พระนครศรีอยุธยา

คำค้นหา: ห้องเวชระเบียนหลังน้ำท่วม, ห้องเก็บเอกสารโรงพยาบาล, แฟ้มผู้ป่วยขึ้นรา, อบโอโซนห้องเอกสาร, พ่นฆ่าเชื้อ, กำจัดกลิ่นอับ, พระนครศรีอยุธยา 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้