Last updated: 13 ต.ค. 2569 | 44 จำนวนผู้เข้าชม |
"ลุงสมพงษ์" อายุหกสิบสามปี เป็นไวยาวัจกรของสำนักสงฆ์สายวัดป่าแห่งหนึ่งในอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี สำนักสงฆ์ตั้งอยู่ในสวนป่าร่มรื่นไม่ไกลจากแม่น้ำป่าสัก มีกุฏิไม้ยกพื้นเตี้ย ๆ กระจายอยู่ในป่าสิบกว่าหลัง ศาลาไม้หลังใหญ่สำหรับทำวัตรและฉันภัตตาหาร และห้องเก็บของด้านหลังศาลาที่ใช้เก็บผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม เสื่อ และเครื่องใช้ที่ญาติโยมนำมาถวาย
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากแม่น้ำป่าสักเอ่อล้นเข้าพื้นที่สวนป่า ระดับน้ำสูงเกินใต้ถุนกุฏิหลายหลังและท่วมพื้นห้องเก็บของนานเกือบสัปดาห์ พระภิกษุสามเณรย้ายไปพักบนศาลาซึ่งพื้นสูงกว่าชั่วคราว ญาติโยมช่วยกันขนของบางส่วนขึ้นที่สูง แต่ตู้ไม้ใบใหญ่ที่เก็บผ้าไตรจีวรสำรองยกไม่ไหว
หลังน้ำลด ลุงสมพงษ์เปิดห้องเก็บของเป็นครั้งแรก กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนลอยออกมาทันที ผ้าไตรจีวรที่พับซ้อนกันในตู้ชั้นล่างมีจุดราสีเขียวและสีดำ ผ้าห่มและเสื่อเปียกชื้น พื้นไม้ของกุฏิหลายหลังมีคราบโคลน ผนังไม้ด้านล่างเริ่มมีราขาวเป็นปุย และพระบางรูปเริ่มมีอาการไอและจามในช่วงทำวัตรเช้า
"ผ้าไตรจีวรเป็นของสำคัญ ญาติโยมตั้งใจถวายมา ผมไม่อยากให้เสียหาย และไม่อยากทำอะไรที่ไม่เหมาะสม" ลุงสมพงษ์บอก คำถามนี้คือสิ่งที่วัดและสำนักสงฆ์ริมแม่น้ำป่าสักหลายแห่งในเสาไห้ เมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงกำลังเผชิญ บทความนี้จะสรุปแนวทางที่ทั้งได้ผลและเคารพสถานที่
กุฏิไม้และศาลาไม้ที่อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ได้รับแดดน้อย อากาศรอบตัวชื้นตลอดเวลา ไม้ที่แช่น้ำจึงคายความชื้นช้ากว่าอาคารปูนในเมืองมาก เชื้อราจึงมีเวลาเติบโตบนพื้นไม้ ฝาผนัง และใต้ถุนนานหลายสัปดาห์
ผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม เสื่อ หมอน และอาสนะ เป็นวัสดุที่ดูดน้ำได้ดี เมื่อพับเก็บซ้อนกันในตู้ไม้ที่ปิดสนิท ความชื้นจะค้างอยู่ด้านในและกลายเป็นแหล่งเชื้อราและกลิ่นอับที่แพร่ไปทั้งห้อง
พระภิกษุที่นั่งสมาธิและจำวัดในกุฏิที่มีสปอร์ราอาจมีอาการภูมิแพ้ ไอ หรือหอบหืดกำเริบ ส่วนญาติโยมผู้สูงอายุที่มาทำบุญและช่วยงานวัดก็เสี่ยงเช่นกัน นอกจากนี้โคลนและน้ำขังรอบวัดอาจปนเปื้อนเชื้ออีโคไลซึ่งทำให้ท้องเสีย และเชื้อเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูที่เข้าทางบาดแผล
การทำงานในวัดต้องคำนึงถึงพระธรรมวินัยและธรรมเนียมของสถานที่ ทั้งการเข้าออกกุฏิ การแตะต้องสิ่งของของพระ และเวลาที่ไม่ควรรบกวน เช่น ช่วงทำวัตร บิณฑบาต และฉันภัตตาหาร ผู้ให้บริการที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้อาจทำให้ทางวัดและญาติโยมไม่สบายใจ
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อโรค ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่เข้าถึงร่องพื้นไม้ ใต้ถุน และมุมอับของกุฏิ ร่วมกับ บริการอบโอโซน ที่ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายกลิ่นอับที่ฝังในเนื้อไม้และห้องเก็บของ
หลักสำคัญของการทำงานในวัดคือ ทางวัดเป็นผู้กำหนด ทีมงานจะไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร บาตร หรือบริขารของพระด้วยตนเอง แต่จะขอให้ไวยาวัจกร ศิษย์วัด หรือผู้ที่ทางวัดมอบหมายเป็นผู้จัดการตามความเหมาะสม และทีมงานจะปฏิบัติตนอย่างสำรวมตลอดเวลาที่อยู่ในเขตวัด
ผ้าต้องแห้งสนิทก่อนเก็บ หลังซักและผึ่งแดด ควรให้ผ้าแห้งสนิททั้งด้านในและตะเข็บก่อนพับเก็บ หากไม่แน่ใจให้ผึ่งต่ออีกวัน การเก็บผ้าที่ยังชื้นเพียงเล็กน้อยกลับเข้าตู้คือสาเหตุหลักที่ราขึ้นซ้ำ
ปรับตู้เก็บผ้าให้อากาศถ่ายเท วางตู้ห่างผนังเล็กน้อย ยกตู้ขึ้นจากพื้น ใส่สารดูดความชื้นในตู้ และเปิดตู้ระบายอากาศในวันที่แดดดี ช่วยลดความชื้นสะสมได้มาก
ดูแลพื้นไม้และใต้ถุนกุฏิ ขูดโคลนออกจากใต้ถุนให้มากที่สุด ปล่อยให้ไม้แห้งก่อนทาน้ำมันรักษาเนื้อไม้ และสังเกตร่องรอยปลวก หากพบควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านปลวกโดยเฉพาะ
ดูแลยุงในเขตวัด วัดป่ามีภาชนะ โอ่ง และแอ่งน้ำจำนวนมากที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหลังน้ำลด ควรคว่ำภาชนะ ปิดโอ่ง และพิจารณา บริการพ่นยุง ตามความเหมาะสม
ป้องกันตัวเองเมื่อช่วยงาน ญาติโยมที่มาช่วยขนโคลนควรสวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และหน้ากาก ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีแผลที่เท้าหรือขา
นอกจากกุฏิและห้องเก็บผ้า ยังมีอีกหลายจุดในวัดป่าและสำนักสงฆ์ที่มักเป็นแหล่งสะสมเชื้อและกลิ่นอับ ควรรวมไว้ในแผนตั้งแต่วันสำรวจ
การวางแผนให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นช่วยให้ทางวัดไม่ต้องเรียกทีมงานกลับมาหลายรอบ และญาติโยมกลับมาทำบุญได้อย่างสบายใจ
"ทีมงานมาขออนุญาตท่านเจ้าสำนักก่อน แล้วนัดทำช่วงบ่ายหลังพระฉันเพลเสร็จ ผ้าไตรจีวรผมกับศิษย์วัดเป็นคนขนออกไปซักและตากเอง ทีมงานดูแลตู้กับห้องที่ว่างแล้ว พอระบายอากาศและเก็บผ้ากลับเข้าที่ ห้องก็ไม่อับเหมือนเดิม ญาติโยมที่มาทำบุญก็บอกว่าศาลาโปร่งขึ้น"
— ลุงสมพงษ์ ไวยาวัจกรสำนักสงฆ์ อำเภอเสาไห้ (เรื่องเล่าจำลองจากสถานการณ์หน้างาน)
ถาม: นำผ้าไตรจีวรไปอบโอโซนโดยตรงได้ไหม?
ตอบ: แนะนำให้ทางวัดซักและผึ่งแดดผ้าที่ขึ้นราตามความเหมาะสมก่อน ทีมงานจะดูแลห้องและตู้ที่ว่างแล้ว หากทางวัดต้องการให้ช่วยดับกลิ่นผ้าที่แห้งสนิทแล้ว ควรปรึกษาทีมงานเป็นกรณีไป เพื่อเลือกวิธีและปริมาณโอโซนที่เหมาะสม
ถาม: ใครเป็นผู้เคลื่อนย้ายพระพุทธรูปและบริขาร?
ตอบ: ไวยาวัจกร ศิษย์วัด หรือผู้ที่ทางวัดมอบหมาย เป็นผู้ดูแลตามธรรมเนียม ทีมงานจะไม่เคลื่อนย้ายเอง
ถาม: พระภิกษุต้องออกจากกุฏินานแค่ไหน?
ตอบ: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีผู้ใดอยู่ในกุฏิ และต้องระบายอากาศตามคำแนะนำของทีมงานก่อนกลับเข้าใช้ ทีมงานจะวางแผนทำทีละหลังหรือทีละโซน เพื่อให้พระภิกษุสามเณรมีที่พักระหว่างทำงาน
ถาม: น้ำยาพ่นฆ่าเชื้อมีผลต่อเนื้อไม้เก่าไหม?
ตอบ: ทีมงานพ่นเป็นละอองฝอยในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ได้ราดหรือแช่ หากเป็นไม้เก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควรแจ้งทีมงานตั้งแต่วันสำรวจ เพื่อพิจารณาวิธีที่เหมาะสมเป็นพิเศษ
ถาม: ใต้ถุนกุฏิที่มีโคลนหนาต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ควรขูดและขนโคลนออกก่อนให้มากที่สุด เพราะโคลนเป็นแหล่งสะสมเชื้อและกลิ่น จากนั้นจึงพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะแนะนำลำดับงานในวันสำรวจ
ถาม: วัดมีงบประมาณจำกัด ควรเริ่มตรงไหนก่อน?
ตอบ: แนะนำให้เริ่มจากห้องเก็บผ้าและกุฏิที่พระภิกษุใช้จำวัด ตามด้วยโรงครัวและห้องน้ำ แล้วจึงขยายไปยังพื้นที่อื่น ทีมงานยินดีช่วยจัดลำดับให้เหมาะกับงบประมาณของวัด
ปรึกษาทีมงาน WHD เพื่อนัดสำรวจวัดและสำนักสงฆ์ในเสาไห้ เมืองสระบุรี เฉลิมพระเกียรติ และพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก พร้อมวางตารางงานที่ไม่กระทบกิจของสงฆ์
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
ข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพ: องค์การอนามัยโลก (WHO): Floods · กรมควบคุมโรค
#พ่นฆ่าเชื้อวัด #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ผ้าไตรจีวรขึ้นรา #เสาไห้
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วม, ผ้าไตรจีวรขึ้นรา, กุฏิไม้ขึ้นรา, อบโอโซนวัดป่า สำนักสงฆ์, กำจัดกลิ่นอับห้องเก็บผ้า เสาไห้ สระบุรี 2569