อบโอโซนห้องสมุดโรงเรียนและห้องคอมพิวเตอร์หลังน้ำท่วม หนังสือขึ้นรา คอมพิวเตอร์ต้องทำอย่างไร? พ่นฆ่าเชื้อแบบควบคุม ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ปี 2569

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  52 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน

อบโอโซนห้องสมุดโรงเรียนและห้องคอมพิวเตอร์หลังน้ำท่วม หนังสือขึ้นรา คอมพิวเตอร์ต้องทำอย่างไร? พ่นฆ่าเชื้อแบบควบคุม ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ครูวิไลวรรณกับชั้นหนังสือแถวล่างสุด

ครูวิไลวรรณเป็นครูบรรณารักษ์ของโรงเรียนประถมขยายโอกาสแห่งหนึ่งในอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ห้องสมุดของโรงเรียนอยู่ชั้นล่างของอาคารเรียนหลังเก่า ติดกับห้องคอมพิวเตอร์ที่ครูธนากรดูแล ทั้งสองห้องเป็นที่ที่เด็ก ๆ ชอบมากที่สุด ช่วงพักกลางวันจะมีนักเรียนมานั่งอ่านการ์ตูนความรู้ ทำการบ้าน และต่อคิวใช้คอมพิวเตอร์หาข้อมูลทำรายงาน

ปีนี้น้ำจากแม่น้ำท่าจีนและลำน้ำสาขาเอ่อเข้าพื้นที่ โรงเรียนต้องปิดเรียน น้ำท่วมชั้นล่างสูงราวหนึ่งคืบเศษ ครูและภารโรงช่วยกันยกหนังสือและคอมพิวเตอร์ขึ้นที่สูงเท่าที่ทำได้ แต่ชั้นหนังสือแถวล่างสุดยกไม่ทัน เมื่อน้ำลด ครูวิไลวรรณเปิดประตูห้องสมุดเข้าไปเจอกลิ่นกระดาษชื้นอับปนกลิ่นโคลนลอยมาปะทะหน้า หนังสือนิทานและสารานุกรมเด็กแถวล่างบวมเป็นคลื่น บางเล่มติดกันเป็นก้อน ปกมีจุดราสีดำและสีเขียว พรมปูพื้นมุมอ่านหนังสือชุ่มน้ำและเหม็น ส่วนผนังด้านหลังชั้นหนังสือมีคราบราขึ้นเป็นแนวยาว

ห้องข้าง ๆ ครูธนากรกำลังนั่งมองโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ขาโต๊ะมีคราบโคลน เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยกขึ้นโต๊ะทัน แต่ปลั๊กพ่วงและสายไฟที่วางบนพื้นจมน้ำ ห้องมีกลิ่นอับชื้นมาก แอร์ที่เปิดลองก็มีกลิ่นเหม็น ครูธนากรถามคำถามที่หลายโรงเรียนสงสัย ว่าห้องที่มีทั้งคอมพิวเตอร์และหนังสือแบบนี้ จะอบโอโซนหรือพ่นฆ่าเชื้อได้ไหม และจะทำให้อุปกรณ์เสียหายหรือเปล่า

ทำไมห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์จึงต้องดูแลต่างจากห้องเรียนทั่วไป

ห้องเรียนทั่วไปมีโต๊ะ เก้าอี้ และกระดาน ซึ่งล้างและฆ่าเชื้อได้ค่อนข้างง่าย แต่ห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์มีลักษณะพิเศษที่ทำให้การฟื้นฟูซับซ้อนกว่า

  • กระดาษคืออาหารของเชื้อรา: หนังสือ วารสาร และแฟ้มเอกสาร ดูดความชื้นได้มาก เมื่อชื้นนานหลายวัน เชื้อราจะเติบโตบนปกและแทรกเข้าไปในเนื้อกระดาษ และปล่อยสปอร์ลอยในห้อง
  • ชั้นหนังสือชิดผนัง: ด้านหลังชั้นเป็นมุมอับที่อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นสะสมนาน และมักเป็นจุดที่ราขึ้นหนาที่สุดโดยไม่มีใครเห็น
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: คอมพิวเตอร์ จอภาพ เครื่องพิมพ์ และเราเตอร์ ไม่ควรสัมผัสน้ำยาหรือละอองชื้นโดยตรง และชิ้นส่วนยางหรือพลาสติกบางชนิดไวต่อโอโซนความเข้มข้นสูง
  • ระบบไฟฟ้า: ปลั๊กพ่วง สายไฟ และเต้ารับที่เคยจมน้ำ เสี่ยงไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าลัดวงจร ต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • ห้องปิดและเปิดแอร์: ทั้งสองห้องมักเป็นห้องปิดเพื่อกันฝุ่นและความร้อน ทำให้กลิ่นอับและสปอร์เชื้อราวนอยู่ในห้อง

ผู้ใช้ห้องเหล่านี้คือ เด็กนักเรียน ซึ่งนั่งอยู่ในห้องนานครั้งละหลายสิบนาที ใกล้ชิดกับหนังสือ หยิบจับ เปิดอ่าน และบางคนเป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดอยู่แล้ว หากห้องยังมีเชื้อราและกลิ่นอับ เด็กอาจไอ จาม คันตา หรือมีอาการภูมิแพ้กำเริบ ผู้ปกครองก็จะกังวลและไม่อยากให้ลูกเข้าห้องสมุด

ผลกระทบที่มากกว่ากลิ่นเหม็น: การเรียนรู้ งบประมาณ และเวลา

ห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนขนาดเล็กในต่างอำเภอ มักสร้างขึ้นจากงบประมาณที่จำกัดและเงินบริจาคที่สะสมมาหลายปี หนังสือบางชุดได้มาจากโครงการรับบริจาค คอมพิวเตอร์บางเครื่องได้มาจากศิษย์เก่า หากปล่อยให้เชื้อราลามจากชั้นล่างขึ้นไปถึงชั้นบน ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นทุกวัน และการจัดหาของใหม่ทดแทนต้องใช้เวลานาน

ในด้านการเรียน ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงที่ครูต้องเร่งสอนชดเชยบทเรียนที่ขาดไป ห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์คือเครื่องมือสำคัญในการค้นคว้าและทำงานส่งครู หากต้องปิดสองห้องนี้ไปอีกหลายสัปดาห์ นักเรียนที่ไม่มีหนังสือหรือคอมพิวเตอร์ที่บ้านจะได้รับผลกระทบมากที่สุด การฟื้นฟูที่วางแผนดีจึงช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการเรียนรู้หลังภัยพิบัติได้ด้วย

สิ่งที่โรงเรียนมักทำ และทำไมยังแก้ไม่จบ

  • นำหนังสือเปียกไปตากแดดจัด: แดดจัดทำให้กระดาษกรอบ ปกโก่ง และสีซีด อีกทั้งถ้าตากไม่แห้งสนิทถึงด้านใน ราจะกลับมาเมื่อนำเข้าชั้น
  • ฉีดน้ำยาฟอกขาวที่ชั้นหนังสือ: คลอรีนทำให้กระดาษด่างและเหลือง ไอระเหยรบกวนเด็ก และไม่ควรใช้ใกล้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • เปิดคอมพิวเตอร์ทดสอบทันที: อุปกรณ์ที่ยังมีความชื้นข้างในหรือสายไฟที่จมน้ำ อาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเสียหายถาวร
  • วางถุงดูดความชื้นหรือถ่าน: ช่วยได้บ้างในตู้เล็ก แต่ไม่พอสำหรับห้องทั้งห้อง และไม่ได้จัดการเชื้อราที่ขึ้นแล้ว
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่กลิ่นอับจากกระดาษชื้นจะกลับมาภายในไม่กี่วัน

ห้องแบบนี้ต้องการ วิธีที่แม่นยำและควบคุมได้ คือฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ควรฆ่าเชื้อ จัดการกลิ่นและสปอร์ในอากาศ โดยปกป้องหนังสือและอุปกรณ์ไปพร้อมกัน

ทางออก: อบโอโซนแบบควบคุม + พ่นฆ่าเชื้อเฉพาะจุด พร้อมคลุมอุปกรณ์

ทีมงาน WHD ใช้ บริการอบโอโซน เพื่อจัดการกลิ่นอับและสปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์ โดยกำหนดปริมาณโอโซนและระยะเวลาให้เหมาะกับขนาดห้องและสิ่งของภายใน ส่วนพื้น ผนัง โต๊ะ ขาโต๊ะ และโครงชั้นหนังสือ ใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H โดยหลีกเลี่ยงการพ่นตรงไปที่หนังสือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ขั้นตอนการทำงานสำหรับห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์

  1. สำรวจร่วมกับครูผู้ดูแลห้อง: ดูระดับน้ำที่ท่วม จุดที่ราขึ้น ชั้นหนังสือที่ได้รับผลกระทบ และรายการอุปกรณ์ในห้องคอมพิวเตอร์
  2. ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อน: ทีมงานจะแนะนำให้โรงเรียนให้ช่างไฟฟ้าตรวจเต้ารับ สายไฟ และปลั๊กพ่วงที่จมน้ำก่อนเปิดใช้ไฟในห้อง อุปกรณ์ที่จมน้ำควรให้ช่างคอมพิวเตอร์ตรวจ ไม่เปิดเครื่องเอง
  3. คัดแยกหนังสือ: แยกเป็นสามกลุ่ม คือเล่มที่แห้งดี เล่มที่ชื้นเล็กน้อยซึ่งผึ่งในที่ร่มให้แห้งได้ และเล่มที่เปื่อยหรือราขึ้นหนาซึ่งควรจำหน่ายออกตามระเบียบพัสดุของโรงเรียน
  4. ทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ล้างโคลนที่พื้นและขาโต๊ะ ขนย้ายพรมที่ชุ่มน้ำออก แล้วพ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ที่พื้น ผนัง โครงชั้น และโต๊ะ ส่วนคีย์บอร์ดและเมาส์ใช้วิธีเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาบิดหมาด
  5. คลุมอุปกรณ์และอบโอโซนแบบควบคุม: คลุมคอมพิวเตอร์ จอ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์เครือข่ายด้วยผ้าคลุมหรือพลาสติก ถอดปลั๊กทุกเครื่อง ย้ายสิ่งของที่เป็นยางหรือของสะสมที่บอบบางออก แล้วอบโอโซนในปริมาณที่ควบคุม โดยไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในห้อง
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมดูดอากาศ จนโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ก่อนครูและนักเรียนกลับเข้าห้อง
  7. ตรวจซ้ำ: นัดตรวจกลิ่นและผนังด้านหลังชั้นหนังสืออีกครั้ง หากยังชื้น แนะนำให้ขยับชั้นออกจากผนังเพื่อให้อากาศไหลเวียน

ข้อควรระวังเรื่องโอโซนกับหนังสือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

  • โอโซนช่วยจัดการกลิ่นและสปอร์ในอากาศได้ดี แต่ ไม่ได้ทำให้หนังสือที่เปียกแห้ง หนังสือต้องผึ่งให้แห้งก่อน โอโซนจึงจะช่วยลดกลิ่นอับได้เต็มที่
  • ชิ้นส่วนยาง เช่น ยางรัด สายพานเครื่องพิมพ์ และยางรองขาอุปกรณ์ อาจเสื่อมเร็วขึ้นถ้าสัมผัสโอโซนความเข้มข้นสูงนาน จึงต้องควบคุมปริมาณและระยะเวลา และคลุมหรือย้ายออก
  • หนังสือหายาก เอกสารประวัติโรงเรียน และภาพถ่ายเก่า ควรแยกเก็บและดูแลเป็นพิเศษ ไม่ควรอยู่ในห้องระหว่างอบ
  • ห้ามมีผู้ใดอยู่ในห้องระหว่างอบโอโซน ติดป้ายห้ามเข้าทุกประตู และระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง
  • ห้ามเปิดคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่จมน้ำจนกว่าช่างจะตรวจแล้ว

10 เหตุผลที่โรงเรียนเลือก WHD ฟื้นฟูห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์

  1. อบโอโซนแบบควบคุมปริมาณ เหมาะกับห้องที่มีกระดาษและอุปกรณ์
  2. คลุมและถอดปลั๊กอุปกรณ์ทุกครั้งก่อนอบ
  3. พ่นฆ่าเชื้อเฉพาะพื้นผิวที่เหมาะสม ไม่พ่นตรงไปที่หนังสือหรือคอมพิวเตอร์
  4. น้ำยา CHEMGENE HLD4H ไม่มีกลิ่นฉุนแรงรบกวนเด็ก
  5. ช่วยลดกลิ่นอับจากกระดาษชื้นที่ทำให้ห้องสมุดไม่น่าเข้า
  6. แนะนำการคัดแยกหนังสือเป็นกลุ่ม ช่วยครูบรรณารักษ์ตัดสินใจได้ง่าย
  7. ชี้จุดเสี่ยงหลังชั้นหนังสือที่มักถูกมองข้าม
  8. มีสเปรย์ Chemgene HLD4H ขนาด 750 มล.ให้ครูใช้เช็ดโต๊ะและเมาส์ต่อเนื่อง
  9. ต่อยอดด้วยบริการกำจัดไรฝุ่นสำหรับเบาะและมุมอ่านหนังสือ
  10. นัดทำในวันหยุดหรือหลังเลิกเรียน ไม่กระทบการเรียนการสอน

ก่อนและหลังการฟื้นฟูห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์

ก่อน

  • กลิ่นกระดาษชื้นอับตั้งแต่ประตู
  • หนังสือแถวล่างบวม มีจุดราดำและเขียว
  • ผนังหลังชั้นหนังสือมีคราบรายาว
  • ห้องคอมพิวเตอร์เปิดแอร์แล้วเหม็นอับ
  • ครูไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์จะปลอดภัยหรือไม่

หลัง

  • ห้องสมุดโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • หนังสือคัดแยกแล้ว เล่มที่ใช้ได้กลับขึ้นชั้น
  • พื้น ผนัง และโครงชั้นผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • อุปกรณ์ได้รับการคลุมและตรวจโดยช่างก่อนใช้
  • นักเรียนกลับมาอ่านหนังสือและเรียนคอมพิวเตอร์ได้

เสียงจากผู้ใช้บริการ (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"ตอนแรกกังวลมากว่าโอโซนจะทำให้คอมพิวเตอร์เสีย ทีมงานให้เราถอดปลั๊ก คลุมเครื่องทุกเครื่อง และอธิบายว่าคุมปริมาณอย่างไร ส่วนหนังสือก็ช่วยแนะนำวิธีคัดแยก พอเปิดเทอมเด็ก ๆ เข้าห้องสมุดแล้วไม่บ่นเรื่องกลิ่นอีก"
— ครูบรรณารักษ์ โรงเรียนในอำเภอศรีประจันต์ (สถานการณ์จำลองจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อบโอโซนแล้วคอมพิวเตอร์จะเสียไหม?
ตอบ: เมื่อถอดปลั๊ก คลุมอุปกรณ์ และใช้โอโซนในปริมาณและระยะเวลาที่ควบคุม ความเสี่ยงจะลดลงมาก ทีมงานจะประเมินห้องและแนะนำว่าอุปกรณ์ใดควรย้ายออก

ถาม: หนังสือที่ขึ้นราแล้ว อบโอโซนช่วยได้ไหม?
ตอบ: โอโซนช่วยลดกลิ่นและสปอร์ในอากาศได้ แต่หนังสือต้องแห้งสนิทก่อน เล่มที่เปื่อยหรือราขึ้นถึงเนื้อกระดาษหนามาก ควรพิจารณาจำหน่ายออก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเชื้อราในห้อง

ถาม: พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนหนังสือได้ไหม?
ตอบ: ไม่แนะนำ เพราะความชื้นจากน้ำยาอาจทำให้กระดาษเสียหาย ทีมงานจะพ่นฆ่าเชื้อที่พื้น ผนัง โต๊ะ และโครงชั้นแทน

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้องและปริมาณหนังสือ โดยทั่วไปทีมงานจะวางแผนให้เสร็จในวันหยุด และเผื่อเวลาระบายอากาศก่อนวันเปิดเรียน

ถาม: พรมมุมอ่านหนังสือที่เปียกน้ำ เก็บไว้ได้ไหม?
ตอบ: พรมที่ชุ่มน้ำท่วมนานหลายวันมักสะสมเชื้อและราในเส้นใยลึก ส่วนใหญ่ควรทิ้งและเปลี่ยนใหม่

ถาม: ป้องกันไม่ให้ราขึ้นอีกได้อย่างไร?
ตอบ: ขยับชั้นหนังสือห่างจากผนังเล็กน้อย เปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกเช้า ใช้เครื่องลดความชื้นถ้ามี และตรวจหนังสือแถวล่างทุกสัปดาห์ในช่วงฤดูฝน

เคล็ดลับดูแลหนังสือที่ชื้นสำหรับครูบรรณารักษ์

  • ตั้งหนังสือที่ชื้นเล็กน้อยแบบกางปกเป็นรูปพัด ในห้องที่อากาศถ่ายเทและไม่โดนแดดจัด
  • สอดกระดาษซับหรือกระดาษทิชชูระหว่างหน้าทุก ๆ ช่วง และเปลี่ยนบ่อย ๆ
  • แยกหนังสือที่มีราออกจากเล่มที่สะอาด เพื่อไม่ให้สปอร์ลามไปเล่มอื่น
  • สวมหน้ากากและถุงมือขณะคัดแยกหนังสือที่มีรา และล้างมือทุกครั้งหลังทำงาน
  • บันทึกรายการหนังสือที่จำหน่ายออกตามระเบียบของโรงเรียน เพื่อใช้ขอรับบริจาคหรือจัดซื้อทดแทน

ข้อมูลด้านสุขภาพหลังน้ำท่วมเพิ่มเติม ดูได้จากกรมอนามัย

คืนห้องสมุดและห้องคอมพิวเตอร์ให้นักเรียน อย่างปลอดภัยต่อทั้งเด็กและอุปกรณ์

ปรึกษาทีมงาน WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนแบบควบคุมและพ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดเทอม

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซนห้องสมุด #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ห้องคอมพิวเตอร์ #ศรีประจันต์

คำค้นหา: อบโอโซนห้องสมุดโรงเรียนหลังน้ำท่วม, ห้องคอมพิวเตอร์น้ำท่วม, หนังสือขึ้นรา, อบโอโซนแบบควบคุม คลุมอุปกรณ์, พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้