เชื้อราสีเขียว สีดำ สีขาว หลังน้ำท่วม ต่างกันอย่างไร อันตรายแค่ไหน? คู่มือดูราในบ้านและวิธีกำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน สำหรับบ้านในเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื้อราสีเขียว สีดำ สีขาว หลังน้ำท่วม ต่างกันอย่างไร อันตรายแค่ไหน? คู่มือดูราในบ้านและวิธีกำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน สำหรับบ้านในเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ปี 2569

เชื้อราสีเขียว สีดำ สีขาว หลังน้ำท่วม ต่างกันอย่างไร อันตรายแค่ไหน? คู่มือดูราในบ้านและวิธีกำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน สำหรับบ้านในเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ปี 2569

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเชื้อราในบ้านหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากคุณหรือคนในบ้านมีอาการหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง หอบหืดกำเริบ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์

เรื่องเล่าจากหน้างาน: บ้านเดียว ราสามสี

"คุณธนพล" อายุสามสิบเก้าปี อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมย่านทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ กับภรรยาและลูกสาววัยหกขวบ ช่วงน้ำท่วมเดือนตุลาคม 2569 น้ำขังรอบบ้านสูงราวสามสิบเซนติเมตรนานเกือบหนึ่งสัปดาห์ ครอบครัวย้ายไปพักบ้านญาติแถวแจ้งวัฒนะ เมื่อน้ำลดและกลับมาเปิดบ้าน สิ่งแรกที่เจอคือกลิ่นอับหนักจนต้องรีบเปิดหน้าต่าง

เมื่อสำรวจทั่วบ้าน คุณธนพลพบเชื้อราสามแบบในวันเดียว แบบแรกเป็นปุยสีเขียวอมฟ้าบนโซฟาหนังและบานตู้ไม้ใต้ทีวี แบบที่สองเป็นจุดสีดำกระจายเป็นวงบนผนังยิปซัมช่วงล่างหลังตู้เสื้อผ้า บางจุดดูเปียกและลื่น แบบที่สามเป็นปุยสีขาวบนที่นอนสำรองและรองเท้าหนัง ส่วนผนังปูนด้านนอกห้องน้ำก็มีผงสีขาวเป็นแผ่นบาง ๆ

คืนนั้นเขาค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจนดึก บางเว็บบอกว่า "ราดำอันตรายที่สุด" บางเว็บบอกว่า "ราเขียวไม่เป็นไร เช็ดออกได้" ยิ่งอ่านยิ่งสับสน ลูกสาวเริ่มจามและคัดจมูกตั้งแต่วันที่สองที่กลับเข้าบ้าน เขาจึงอยากรู้ว่าสีของราบอกอะไรได้จริง และควรจัดการแต่ละจุดอย่างไร

สีของราบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้

ข้อเท็จจริงข้อแรกที่ควรรู้คือ สีของเชื้อราไม่ได้บอกชนิดหรือความอันตรายได้อย่างแน่นอน เชื้อราชนิดเดียวกันอาจเปลี่ยนสีตามอายุ วัสดุที่ขึ้น และความชื้น ขณะที่เชื้อราต่างชนิดกันก็อาจมีสีคล้ายกัน การระบุชนิดที่แน่ชัดต้องอาศัยการเก็บตัวอย่างไปตรวจในห้องปฏิบัติการ

สิ่งที่สีพอบอกได้คือเบาะแสคร่าว ๆ เท่านั้น ส่วนสิ่งที่สำคัญกว่าสีสำหรับการตัดสินใจจริงมีสามเรื่อง

  • ปริมาณ: ราขึ้นเป็นจุดเล็ก ๆ หรือเป็นผืนกว้าง
  • ตำแหน่ง: ขึ้นบนผิววัสดุแข็ง เช่น กระเบื้อง หรือฝังลึกในวัสดุพรุน เช่น ยิปซัม ไม้ ฟูก
  • คนในบ้าน: มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนเป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือไม่

ดังนั้น แทนที่จะถามว่า "ราสีไหนอันตรายที่สุด" ควรถามว่า "ราขึ้นมากแค่ไหน ขึ้นบนอะไร และใครอยู่ในบ้านบ้าง"

ราสีเขียวหรือเขียวอมฟ้า

ราสีเขียวเป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุดหลังน้ำท่วม มักขึ้นบนเครื่องหนัง ไม้ ผ้า กระดาษ และอาหารที่ค้างอยู่ในบ้าน เชื้อรากลุ่มที่มักพบว่ามีสีเขียวหรือเขียวอมฟ้า ได้แก่ กลุ่มเพนิซิลเลียม (Penicillium) และแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) บางชนิด ซึ่งพบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม

ความเสี่ยงที่ควรรู้: สปอร์ของราเหล่านี้ฟุ้งในอากาศได้ง่าย อาจกระตุ้นอาการจาม คัดจมูก คันตา และหอบหืดในคนที่แพ้ง่าย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเป็นพิเศษ

จุดที่มักพบในบ้านหลักสี่: โซฟาหนังและเก้าอี้หนัง ตู้ไม้อัดใต้ทีวี ชั้นหนังสือ กล่องเอกสาร และรองเท้าที่เก็บไว้ในตู้ปิดทึบ

ราสีดำหรือเทาเข้ม

ราสีดำเป็นสีที่คนกังวลที่สุด เพราะมักได้ยินคำว่า "ราดำอันตราย" ความจริงคือมีเชื้อราหลายชนิดที่มีสีดำหรือเขียวเข้มเกือบดำ เช่น คลาโดสปอเรียม (Cladosporium) และอัลเทอร์นาเรีย (Alternaria) ซึ่งพบได้บ่อยในบ้านที่ชื้น ส่วนสตาคีบอทริส (Stachybotrys) เป็นราสีดำที่มักขึ้นบนวัสดุที่มีเซลลูโลส เช่น กระดาษหุ้มแผ่นยิปซัม ซึ่งเปียกต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมักมีลักษณะเปียกหรือเป็นเมือก

ความเสี่ยงที่ควรรู้: ราสีดำไม่ได้อันตรายกว่าราสีอื่นเสมอไป แต่ราดำบนแผ่นยิปซัมหรือไม้มักเป็นสัญญาณว่าวัสดุนั้นเปียกนานและราอาจลามเข้าไปข้างใน ซึ่งเช็ดผิวหน้าอย่างเดียวไม่พอ

จุดที่มักพบ: ผนังยิปซัมช่วงล่าง หลังตู้เสื้อผ้าที่วางชิดผนัง ขอบวงกบประตูไม้ ยาแนวกระเบื้องห้องน้ำ และใต้พรม

ราสีขาว หรือคราบเกลือ? วิธีแยกให้ออก

สิ่งที่เห็นเป็นสีขาวหลังน้ำท่วมมีสองแบบที่ต่างกันมาก แบบแรกคือ เชื้อราสีขาว ซึ่งมักเป็นราระยะเริ่มต้นหรือราบางชนิดที่มีเส้นใยสีขาว ขึ้นเป็นปุยฟู บนฟูก ผ้า เครื่องหนัง และไม้ แบบที่สองคือ คราบเกลือ (Efflorescence) ที่เกิดเมื่อน้ำในผนังปูนระเหยและพาเกลือแร่ออกมาตกผลึกที่ผิว ซึ่งไม่ใช่สิ่งมีชีวิต

วิธีสังเกตง่าย ๆ

  • ลักษณะ: ราเป็นปุยฟูหรือเส้นใย ส่วนคราบเกลือเป็นผงหรือผลึกแข็ง
  • วัสดุ: ราขึ้นได้บนผ้า ไม้ หนัง ส่วนคราบเกลือมักพบบนผนังปูน อิฐ และพื้นคอนกรีต
  • กลิ่น: ราจะมีกลิ่นอับชัด ส่วนคราบเกลือแทบไม่มีกลิ่น
  • การเปลี่ยนแปลง: ราจะลามและเปลี่ยนสีได้ใน 2–3 วัน ส่วนคราบเกลือจะคงที่หรือเพิ่มขึ้นเมื่อผนังยังคายความชื้น

คราบเกลือไม่ได้อันตรายโดยตรง แต่เป็นสัญญาณว่าผนังยังชื้นอยู่ข้างใน ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงที่ราจะขึ้นตามมายังมีอยู่ ไม่ควรทาสีทับจนกว่าผนังจะแห้งจริง

แล้วสีชมพู สีส้ม หรือสีเหลืองล่ะ

คราบสีชมพูหรือส้มในห้องน้ำ เช่น ที่ขอบอ่างหรือท่อระบายน้ำ บ่อยครั้งเป็นแบคทีเรียที่ชอบความชื้น มากกว่าเป็นเชื้อรา ส่วนราสีเหลืองอาจพบบนไม้และผ้า ไม่ว่าสีใด หลักการจัดการก็เหมือนกัน คือ ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และทำให้แห้ง

ผลกระทบต่อบ้านและครอบครัว ถ้าปล่อยไว้

  • สุขภาพ: อาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ไอ หอบหืดกำเริบ และการระคายเคืองผิวหนัง โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
  • เชื้อโรคจากน้ำท่วม: นอกจากเชื้อรา น้ำท่วมยังอาจทิ้งแบคทีเรีย เช่น อีโคไล และเชื้อที่ก่อโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูไว้บนพื้นผิว
  • ทรัพย์สิน: ราลามเข้าไม้ หนัง และผ้าจนต้องทิ้ง ผนังยิปซัมอาจต้องรื้อ
  • ค่าใช้จ่าย: ยิ่งปล่อยนาน พื้นที่ที่ต้องซ่อมยิ่งกว้าง
  • คุณภาพการนอน: กลิ่นอับในห้องนอนทำให้นอนไม่สนิท และอาการคัดจมูกแย่ลงตอนกลางคืน

ทำไมวิธีที่คุ้นเคยจึงไม่ได้ผลกับราทุกสี

  • เช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาว: ทำให้ราบนผิวเรียบจางลง แต่เข้าไม่ถึงเส้นใยราที่ฝังในยิปซัมและไม้ สีจางแต่ราอาจยังอยู่
  • ขัดแห้ง ๆ หรือปัดฝุ่น: ทำให้สปอร์ฟุ้งไปทั่วบ้าน ควรเช็ดแบบชื้นและสวมหน้ากาก
  • เปิดพัดลมจ่อ: ผิวหน้าแห้งแต่ความชื้นในผนังยังอยู่ และลมพาสปอร์กระจาย
  • สเปรย์ดับกลิ่น: กลบกลิ่นอับชั่วคราว ไม่ได้จัดการต้นเหตุ
  • ทาสีทับคราบดำหรือคราบเกลือ: สีจะพองและราจะกลับมาในไม่กี่สัปดาห์

จัดการเองได้แค่ไหน และเมื่อไรควรเรียกมืออาชีพ

ราจุดเล็ก ๆ บนพื้นผิวแข็งที่ไม่ดูดซับน้ำ เช่น กระเบื้องหรือกระจก เจ้าของบ้านสามารถเช็ดทำความสะอาดเองได้ โดยสวมถุงมือ หน้ากาก และแว่นตา เปิดหน้าต่างระบายอากาศ แล้วเช็ดซ้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น CHEMGENE HLD4H ชนิดสเปรย์ ตามวิธีใช้บนฉลาก

แต่ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญเมื่อ

  • ราขึ้นเป็นบริเวณกว้าง แนวปฏิบัติทั่วไปมักแนะนำว่าถ้าเกินราวหนึ่งตารางเมตร ควรให้มืออาชีพจัดการ
  • ราขึ้นบนวัสดุพรุน เช่น ยิปซัม ไม้ ฟูก และพรม
  • ได้กลิ่นอับชัดแต่หาต้นตอไม่เจอ ซึ่งอาจหมายถึงราซ่อนอยู่หลังตู้หรือในผนัง
  • ในบ้านมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนเป็นหอบหืด หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • คนในบ้านเริ่มมีอาการภูมิแพ้หรือไอหลังกลับเข้าบ้าน

WHD จัดการเชื้อราทุกสีอย่างไร

ไม่ว่าราจะเป็นสีอะไร หลักการของ บริการพ่นฆ่าเชื้อ และ บริการอบโอโซน ของ WHD คือจัดการทั้งเชื้อบนพื้นผิว สปอร์ในอากาศ และกลิ่นอับ ไปพร้อมกับการแก้ความชื้น

  1. สำรวจ: ตรวจทุกห้อง ดูว่าราอยู่ตรงไหน ขึ้นบนวัสดุอะไร และแยกคราบเกลือออกจากราจริง
  2. แนะนำการรื้อและทำความสะอาด: บอกตรง ๆ ว่าวัสดุชิ้นไหนควรรื้อ เช่น แผ่นยิปซัมที่ราลามลึก ฟูกที่จมน้ำ และชิ้นไหนเก็บไว้ได้
  3. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV: ใช้ CHEMGENE HLD4H ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กที่เข้าถึงหลังตู้ ใต้เตียง และซอกผนัง
  4. อบโอโซน: ช่วยลดสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับในพื้นที่ปิด ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ในพื้นที่ และควบคุมปริมาณ พร้อมคลุมหรือย้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และงานศิลปะ
  5. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทจนปลอดภัยก่อนกลับเข้า
  6. ตรวจซ้ำ: นัดติดตามผล ตรวจกลิ่นและจุดเสี่ยง และแนะนำการคุมความชื้น เช่น การใช้เครื่องลดความชื้นและการขยับเฟอร์นิเจอร์ห่างผนัง

10 เหตุผลที่ควรให้มืออาชีพดูแลเชื้อราหลังน้ำท่วม

  1. แยกราจริงออกจากคราบเกลือได้ ไม่เสียเงินแก้ผิดจุด
  2. ตรวจหาราที่ซ่อนอยู่หลังตู้และใต้พรม ซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็น
  3. บอกตรง ๆ ว่าวัสดุชิ้นไหนควรรื้อ ชิ้นไหนเก็บได้
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย ระบบ ULV ที่เข้าถึงซอกมุม
  5. อบโอโซนลดสปอร์และกลิ่นอับผ่าน บริการอบโอโซน
  6. ลดการฟุ้งกระจายของสปอร์ระหว่างทำความสะอาด
  7. ปลอดภัยต่อเด็กและผู้สูงอายุ เพราะมีขั้นตอนออกจากพื้นที่และระบายอากาศชัดเจน
  8. ดูแลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของมีค่าด้วยการคลุมหรือย้ายก่อนอบ
  9. มีคำแนะนำการคุมความชื้นหลังทำ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
  10. ต่อยอดดูแลฟูกและที่นอนด้วย บริการกำจัดไรฝุ่น

ก่อนและหลังการจัดการเชื้อราอย่างถูกวิธี

ก่อน

  • ราเขียวบนโซฟาหนัง ราดำหลังตู้ และปุยขาวบนที่นอน
  • ไม่แน่ใจว่าผงขาวบนผนังเป็นราหรือคราบเกลือ
  • กลิ่นอับหนัก ลูกสาวจามและคัดจมูก
  • ค้นข้อมูลแล้วยิ่งสับสน

หลัง

  • รู้ว่าจุดไหนเป็นรา จุดไหนเป็นคราบเกลือ
  • รื้อยิปซัมช่วงล่างที่ราลามลึก ทิ้งที่นอนสำรอง
  • พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแล้ว กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • มีแผนคุมความชื้นและนัดตรวจซ้ำ

เสียงจากผู้ใช้บริการ (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"ผมกังวลเรื่องราดำมากที่สุด แต่ทีมงานอธิบายว่าสีไม่ได้บอกทุกอย่าง สิ่งที่ต้องดูคือราขึ้นบนอะไรและลึกแค่ไหน ผนังยิปซัมช่วงล่างต้องรื้อจริง ส่วนผงขาวบนผนังปูนเป็นคราบเกลือ ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องรอให้แห้งก่อนทาสี พอเข้าใจแบบนี้ก็ตัดสินใจง่ายขึ้นมาก"

— คุณธนพล ทาวน์โฮมย่านทุ่งสองห้อง หลักสี่ (สถานการณ์ตัวอย่างจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ราสีดำอันตรายกว่าราสีเขียวจริงไหม
ตอบ: ไม่เสมอไป สีไม่ได้บอกความอันตรายได้แน่นอน สิ่งที่ควรดูคือปริมาณ วัสดุที่ราขึ้น และความไวของคนในบ้าน ราทุกสีที่ขึ้นมากควรจัดการให้ถูกวิธี

ถาม: ต้องส่งตัวอย่างราไปตรวจไหม
ตอบ: บ้านส่วนใหญ่ไม่จำเป็น เพราะวิธีจัดการเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นราชนิดใด แต่บางกรณี เช่น บ้านที่มีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ แพทย์อาจแนะนำเป็นรายกรณี

ถาม: ผงขาวบนผนังปูนต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: ถ้าเป็นคราบเกลือ การอบโอโซนไม่ได้ช่วยกำจัดคราบ ควรรอให้ผนังแห้ง แล้วปัดหรือล้างออก แต่ถ้าห้องมีกลิ่นอับหรือมีราจุดอื่นร่วมด้วย การอบโอโซนยังช่วยลดสปอร์และกลิ่นได้

ถาม: อบโอโซนแล้วต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และความเข้มข้นที่ใช้ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ชัดเจน ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ และต้องระบายอากาศก่อนกลับเข้าเสมอ

ถาม: โซฟาหนังที่ขึ้นราเขียวเก็บไว้ได้ไหม
ตอบ: ถ้าราอยู่ที่ผิวหนังและโครงไม่จมน้ำนาน มักทำความสะอาดได้ แต่ถ้าเบาะโฟมด้านในชุ่มน้ำนาน ควรพิจารณาเปลี่ยน

ถาม: ให้บริการในหลักสี่และพื้นที่ใกล้เคียงไหม
ตอบ: ให้บริการในหลักสี่ ดอนเมือง บางเขน จตุจักร และพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สอบถามได้ทาง LINE @whd268

ไม่แน่ใจว่าเป็นราอะไร ส่งรูปมาให้เราดูได้

ถ่ายรูปจุดที่สงสัยส่งมาทาง LINE ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้นและแนะนำขั้นตอนที่เหมาะกับบ้านของคุณ

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#เชื้อราสีดำ #เชื้อราหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #หลักสี่

คำค้นหา: เชื้อราสีเขียว สีดำ สีขาว หลังน้ำท่วม, ราดำบนผนังยิปซัม, ราขาวกับคราบเกลือต่างกันอย่างไร, กำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน หลักสี่ ทุ่งสองห้อง แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้