วอลเปเปอร์ขึ้นรา ลอกร่อน กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม ลอกออกหรือเก็บไว้ได้? วิธีตัดสินใจ พร้อมขั้นตอนกำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนผนัง บ้านและตึกแถวย่านคลองสาน กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วอลเปเปอร์ขึ้นรา ลอกร่อน กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม ลอกออกหรือเก็บไว้ได้? วิธีตัดสินใจ พร้อมขั้นตอนกำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนผนัง บ้านและตึกแถวย่านคลองสาน กรุงเทพฯ ปี 2569

วอลเปเปอร์ขึ้นรา ลอกร่อน กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม ลอกออกหรือเก็บไว้ได้? วิธีตัดสินใจ พร้อมขั้นตอนกำจัดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนผนัง บ้านและตึกแถวย่านคลองสาน กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ผนังลายดอกไม้ที่ตั้งใจเลือก กลายเป็นผนังที่ส่งกลิ่นอับทั้งห้อง

"คุณนันทนา" อดีตครูวัยห้าสิบแปด อาศัยอยู่กับแม่วัยแปดสิบในตึกแถวสามชั้นริมซอยแยกถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ห้องรับแขกชั้นล่างเป็นห้องที่เธอภูมิใจที่สุด เพราะเพิ่งติดวอลเปเปอร์ลายดอกไม้โทนครีมทั้งสี่ด้านเมื่อปีที่แล้ว ให้ห้องดูอบอุ่นสำหรับแม่ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่นั่น

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและท่อระบายน้ำเอ่อเข้ามาในตึกแถวสูงราวหนึ่งคืบ ค้างอยู่เกือบสามวัน ทั้งสองคนย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นสอง หลังน้ำลด คุณนันทนาเช็ดพื้น ล้างโคลน และดีใจที่เห็นว่าวอลเปเปอร์เหนือระดับน้ำยังดูปกติ มีเพียงขอบล่างที่เป็นคราบน้ำสีน้ำตาลเท่านั้น

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา วอลเปเปอร์เริ่มพองเป็นถุงลมตามแนวรอยต่อ ขอบล่างลอกออกจากผนังเป็นแผ่น เมื่อดึงดูดเบา ๆ ด้านหลังแผ่นเต็มไปด้วยจุดราสีดำและเขียว ผนังปูนข้างหลังยังเปียกชื้นและมีกลิ่นเหมือนกระดาษเปียกหมัก ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ จุดราสีเทาเริ่มโผล่ขึ้นมาบนผิววอลเปเปอร์เหนือระดับน้ำท่วมด้วย ส่วนแม่ของเธอเริ่มไอแห้ง ๆ ทุกคืน

คุณนันทนาโทรหา WHD พร้อมคำถามว่า "วอลเปเปอร์นี้ยังเก็บไว้ได้ไหม หรือต้องลอกทิ้งทั้งห้อง ถ้าลอกแล้วต้องทำอะไรต่อ" ซึ่งเป็นคำถามที่หลายบ้านในคลองสาน ลาดหญ้า สมเด็จเจ้าพระยา และคลองต้นไทรกำลังเจอเหมือนกัน บทความนี้จะตอบอย่างตรงไปตรงมา

ทำไมวอลเปเปอร์ที่โดนน้ำท่วมจึงอันตรายกว่าที่เห็น

  • เป็นฝาปิดความชื้น: วอลเปเปอร์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะแบบไวนิลกันน้ำได้ดีที่ผิวหน้า จึงกักน้ำที่ซึมเข้าผนังไว้ด้านหลัง ผนังปูนข้างหลังแห้งช้ากว่าผนังที่ทาสีธรรมดาหลายเท่า
  • กาวและกระดาษคืออาหารของเชื้อรา: กาวติดวอลเปเปอร์หลายชนิดมีส่วนผสมของแป้ง และแผ่นรองหลังมักเป็นกระดาษหรือเยื่อ เมื่อเปียกและอับชื้น เชื้อราจะเติบโตได้รวดเร็วมาก
  • รามักขึ้นด้านหลังก่อน: กว่าเราจะเห็นจุดราด้านหน้า ด้านหลังแผ่นมักมีราลามไปกว้างแล้ว
  • เชื้อโรคจากน้ำท่วม: น้ำที่ท่วมเข้าตึกแถวริมแม่น้ำมักปนน้ำเสียจากท่อ อาจมีแบคทีเรียอย่าง E. coli และเชื้อโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ซึ่งซึมเข้ากระดาษรองหลังและรอยต่อผนัง
  • สุขภาพ: สปอร์เชื้อราที่ฟุ้งออกจากผนังอาจกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง คัดจมูก และระคายเคืองตา ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคปอดควรได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
  • เงินและเวลา: ถ้าติดวอลเปเปอร์ใหม่ทับผนังที่ยังชื้นและยังมีเชื้อรา อีกไม่กี่เดือนก็อาจพองและขึ้นราซ้ำ

ลอกออกหรือเก็บไว้? แยกตามชนิดวอลเปเปอร์และสภาพผนัง

ขอบอกตรง ๆ ก่อนว่า WHD ไม่ใช่ช่างติดวอลเปเปอร์หรือผู้รับเหมาตกแต่ง งานลอก ซ่อมผนัง และติดใหม่ควรเป็นของช่างที่มีประสบการณ์ ซึ่งจะประเมินหน้างานและวัดความชื้นผนังได้ แต่จากบ้านที่เราเข้าไปช่วยฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เราสรุปแนวทางทั่วไปได้ดังนี้

1. วอลเปเปอร์กระดาษหรือแบบมีกระดาษรองหลัง (Paper-backed): ถ้าโดนน้ำท่วมโดยตรง กระดาษจะดูดน้ำ ยุ่ย และเป็นที่อยู่ของเชื้อรา แทบไม่มีทางทำความสะอาดได้ทั่วถึง แนวทางที่เหมาะสมคือให้ช่างลอกออก อย่างน้อยในช่วงที่โดนน้ำและเหนือขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง

2. วอลเปเปอร์ไวนิล: ผิวหน้ากันน้ำ จึงดูเหมือนเช็ดได้ แต่ปัญหาคือความชื้นที่ค้างอยู่ด้านหลัง ถ้าน้ำท่วมถึงหรือมีการพองตัว ควรลอกช่วงล่างออกเพื่อให้ผนังได้หายใจและแห้ง ส่วนที่อยู่สูงและไม่มีจุดรา อาจเก็บไว้ได้ตามการประเมินของช่าง

3. วอลเปเปอร์ผ้าหรือเยื่อธรรมชาติ (เช่น ผ้าใยธรรมชาติ หญ้าสาน): วัสดุเหล่านี้อุ้มน้ำและกลิ่นได้ดีมาก ถ้าเปียกน้ำท่วมแล้วมักต้องเปลี่ยน

4. วอลเปเปอร์ที่ไม่ได้โดนน้ำโดยตรง แต่อยู่ในห้องเดียวกัน: ถ้าไม่พอง ไม่มีจุดรา และไม่มีกลิ่น มักเก็บไว้ได้ แต่ควรสังเกตต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เพราะความชื้นสามารถไต่ขึ้นตามผนังได้

สัญญาณที่ควรลอกโดยไม่ต้องลังเล: มีจุดราด้านหน้าหรือหลังแผ่น แผ่นพองหรือลอก มีคราบน้ำเป็นแนว มีกลิ่นอับหรือกลิ่นน้ำเสียเมื่อเอาจมูกเข้าใกล้ผนัง หรือมีคนในบ้านเริ่มมีอาการภูมิแพ้หรือไอเรื้อรัง ในกรณีเหล่านี้ การเก็บวอลเปเปอร์ไว้มักไม่คุ้มกับความเสี่ยง และควรให้ช่างตรวจผนังด้านหลังด้วยว่าปูนหรือแผ่นยิปซัมเสียหายหรือไม่

เช็กผนังเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนช่างมา

  • ใช้ไฟฉายส่องเฉียงผนัง: ส่องจากด้านข้างจะเห็นรอยพองและแนวคราบน้ำชัดกว่าการมองตรง ๆ
  • ใช้ฝ่ามือกดเบา ๆ: ถ้ารู้สึกนิ่ม เย็นชื้น หรือได้ยินเสียงกรอบแกรบ แสดงว่าด้านหลังยังมีความชื้นหรือแผ่นหลุดจากผนังแล้ว
  • ดมกลิ่นใกล้ผนังหลังปิดห้องไว้หนึ่งชั่วโมง: จุดที่กลิ่นอับแรงที่สุดมักเป็นจุดที่ราลามมากที่สุด
  • ถ่ายภาพไว้ทุกด้าน: ภาพแนวน้ำท่วมและรอยพองช่วยให้ช่างประเมินงานได้แม่นยำ และช่วยให้ทีม WHD วางแผนพ่นฆ่าเชื้อได้ครบ
  • อย่าดึงลอกเองเป็นแผ่นใหญ่โดยไม่ป้องกัน: ถ้าจำเป็นต้องเปิดดู ให้สวมหน้ากาก ถุงมือ และเปิดหน้าต่าง แล้วใส่เศษวอลเปเปอร์ลงถุงทันที

ทำไมวิธีแก้แบบที่คุ้นเคยจึงไม่ได้ผล

  • เช็ดผิววอลเปเปอร์ด้วยน้ำยาฟอกขาว: อาจทำให้ลายซีดด่าง และไม่ได้เข้าถึงราด้านหลังแผ่นเลย กลิ่นคลอรีนยังระคายเคืองผู้สูงอายุ
  • ใช้ไดร์เป่าผมหรือพัดลมเป่า: ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นด้านหลังยังอยู่ และลมอาจพาสปอร์ฟุ้งไปทั่วห้อง
  • ทากาวติดขอบที่ลอกกลับเข้าไป: เท่ากับขังความชื้นและเชื้อราไว้ข้างหลังซ้ำ
  • ฉีดน้ำหอมหรือวางถ่านดูดกลิ่น: อาจลดกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ต้นตอที่ผนัง
  • ลอกแล้วติดใหม่ทันที: ถ้าผนังยังชื้น วอลเปเปอร์ใหม่จะพองและขึ้นราเร็วกว่าเดิม

ทางออก: ช่างลอก ผนังได้หายใจ แล้ว WHD พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน ก่อนติดใหม่

ลำดับงานที่เราแนะนำให้บ้านและตึกแถวในคลองสานคือ

  1. สำรวจหน้างาน: ทีม WHD ตรวจแนวน้ำท่วม จุดที่วอลเปเปอร์พอง จุดราที่มองเห็น และกลิ่นอับในแต่ละห้อง พร้อมแนะนำว่าส่วนใดควรให้ช่างตรวจผนังเพิ่ม
  2. ช่างลอกวอลเปเปอร์ที่เสียหาย: ให้ช่างลอกแผ่นที่เปียกหรือมีรา ใส่ถุงปิดมิดชิดแล้วนำออกนอกบ้าน ระหว่างลอกควรสวมหน้ากาก ถุงมือ และแว่นตา ปิดประตูห้องเพื่อลดการฟุ้งไปห้องอื่น
  3. ขูดกาวและทำความสะอาดผิวผนัง: ขูดกาวเก่าและคราบโคลนออก ล้างทำความสะอาดผนังส่วนล่างและบัวพื้น
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H: ทีมงานพ่น CHEMGENE HLD4H แบบละอองฝอย ULV ทั่วผนังที่เปิดออก มุมห้อง ขอบหน้าต่าง หลังเฟอร์นิเจอร์ และพื้นห้อง ดูรายละเอียดที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ
  5. อบโอโซนแบบช็อก: ปิดห้องแล้วเดินเครื่องโอโซนตามปริมาณที่เหมาะกับขนาดห้อง เพื่อช่วยจัดการสปอร์ราในอากาศที่ฟุ้งจากการลอก และสลายโมเลกุลกลิ่นอับกับกลิ่นน้ำเสียที่ฝังอยู่ในผ้าม่าน โซฟา และเฟอร์นิเจอร์
  6. ระบายอากาศและรอให้ผนังแห้ง: เปิดระบายอากาศให้เพียงพอหลังอบ แล้วปล่อยให้ผนังแห้งตามที่ช่างกำหนด ช่างควรวัดความชื้นผนังก่อนรองพื้นหรือติดวอลเปเปอร์ใหม่ และอาจแนะนำสีรองพื้นกันเชื้อราที่เหมาะสม
  7. ตรวจซ้ำก่อนติดใหม่: ก่อนช่างติดวอลเปเปอร์หรือทาสี เราแนะนำให้ตรวจกลิ่นและคราบอีกครั้ง หากยังมีกลิ่นอับบางจุด นัดพ่นหรืออบซ้ำเฉพาะจุดได้

ความปลอดภัยระหว่างอบโอโซน: ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในพื้นที่ ทีมงานจะปิดพื้นที่และควบคุมเวลา หลังอบเสร็จต้องเปิดระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ควรรอให้ห้องระบายอากาศดีแล้วจึงกลับเข้าใช้ ภาพเขียน ของสะสม เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อ่อนไหว และของที่ทำจากยางหรือหนังบางชนิด ควรนำออกหรือคลุมไว้ และเราจะควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะสม

10 เหตุผลที่ควรอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อผนังก่อนติดวอลเปเปอร์ใหม่

  1. ผนังที่เพิ่งลอกวอลเปเปอร์ออก คือจังหวะเดียวที่เข้าถึงผิวผนังได้เต็มที่ ก่อนจะถูกปิดทับอีกหลายปี
  2. การลอกวอลเปเปอร์ทำให้สปอร์ราฟุ้งในอากาศ บริการอบโอโซน ช่วยจัดการสปอร์ที่ลอยอยู่ในห้อง
  3. ละอองฝอยของน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าถึงรอยแตกของปูน มุมห้อง และขอบบัวได้ทั่วถึงกว่าการเช็ด
  4. ช่วยลดกลิ่นอับที่ฝังในผ้าม่าน โซฟา และพรมในห้องเดียวกัน อ่านเพิ่มที่ อบโอโซนดับกลิ่น
  5. ลดความเสี่ยงที่วอลเปเปอร์ใหม่จะพองและขึ้นราซ้ำ ซึ่งต้องเสียค่าลอกและค่าติดใหม่อีกรอบ
  6. ช่วยให้ห้องพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและเด็กที่ใช้เวลาในห้องนั้นมาก
  7. Chemgene HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง ทีมงานใช้ตามอัตราเจือจางที่ผู้ผลิตกำหนด
  8. ทำในช่วงที่ต้องรอผนังแห้งอยู่แล้ว จึงไม่ทำให้งานตกแต่งล่าช้า
  9. ทีม WHD ช่วยวางลำดับงานร่วมกับช่างตกแต่ง ให้แต่ละขั้นตอนต่อกันได้พอดี
  10. หลังจากนั้นสามารถใช้ สเปรย์ CHEMGENE HLD4H ดูแลจุดเล็ก ๆ เช่น ขอบประตูและสวิตช์ไฟได้เอง

ก่อน

  • วอลเปเปอร์พองเป็นถุงลม ขอบล่างลอกเป็นแผ่น
  • ด้านหลังแผ่นมีจุดราดำและเขียว
  • ผนังปูนข้างหลังยังชื้นและมีกลิ่นกระดาษเปียก
  • จุดราสีเทาเริ่มโผล่เหนือระดับน้ำท่วม
  • แม่วัยแปดสิบไอแห้งทุกคืน

หลัง

  • ช่างลอกวอลเปเปอร์ที่เสียหายและขูดกาวเก่าออก
  • ผนังผ่านการพ่นฆ่าเชื้อทั่วทุกมุม
  • อบโอโซนแล้ว กลิ่นอับในห้องลดลงชัดเจน
  • ช่างวัดความชื้นผนังก่อนติดวอลเปเปอร์ใหม่
  • ห้องรับแขกกลับมาใช้งานได้อย่างสบายใจ

เสียงจากลูกค้า (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

"ตอนแรกคิดว่าแค่ติดกาวขอบที่ลอกกลับเข้าไปก็จบ พอทีมงานชี้ให้ดูราด้านหลังแผ่นก็เข้าใจเลยว่าต้องลอก เขาบอกตรง ๆ ว่าเรื่องลอกและติดใหม่ให้ช่างตกแต่งทำ ส่วน WHD ดูแลเรื่องฆ่าเชื้อและอบโอโซน ตอนนี้ห้องไม่มีกลิ่นแล้ว แม่ก็กลับมานั่งดูทีวีชั้นล่างได้"

— คุณนันทนา ตึกแถวย่านเจริญนคร คลองสาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: วอลเปเปอร์ไวนิลเช็ดได้ ทำไมยังต้องลอก?
ตอบ: ผิวหน้าเช็ดได้ก็จริง แต่ความชื้นและเชื้อรามักอยู่ด้านหลังแผ่นและบนผิวผนัง ถ้าน้ำท่วมถึงหรือแผ่นพอง ควรให้ช่างลอกช่วงที่เสียหายออกเพื่อให้ผนังแห้ง

ถาม: ต้องลอกทั้งห้อง หรือเฉพาะช่วงล่าง?
ตอบ: ขึ้นกับระดับน้ำ จุดรา และความชื้นที่ไต่ขึ้นผนัง ช่างที่เห็นหน้างานควรเป็นผู้ประเมิน หลายกรณีลอกช่วงล่างและเหนือแนวน้ำขึ้นไปอีกระยะหนึ่งก็เพียงพอ

ถาม: WHD รับลอกหรือติดวอลเปเปอร์ไหม?
ตอบ: ไม่ใช่งานของเรา WHD ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน งานลอก ซ่อมผนัง และติดใหม่ควรเป็นของช่างตกแต่ง เรายินดีประสานลำดับงานกับช่างของคุณ

ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนหรือหลังลอก?
ตอบ: หลังลอกและขูดกาวแล้ว เพราะน้ำยาต้องสัมผัสผนังโดยตรงจึงได้ผลดี และควรอบโอโซนก่อนติดใหม่

ถาม: อบโอโซนในบ้านที่มีผู้สูงอายุปลอดภัยไหม?
ตอบ: ปลอดภัยเมื่อทำถูกวิธี ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในพื้นที่ และต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง

ถาม: วอลเปเปอร์ชั้นบนที่ไม่โดนน้ำ แต่มีกลิ่นอับ ต้องทำอะไรไหม?
ตอบ: ควรสังเกตจุดราและการพอง และพิจารณาอบโอโซนทั้งชั้น เพราะกลิ่นและสปอร์ลอยขึ้นตามบันไดได้

ถาม: ให้บริการในคลองสานและฝั่งธนบุรีไหม?
ตอบ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามคิวและนัดสำรวจหน้างาน

ก่อนติดวอลเปเปอร์ใหม่ ให้ WHD ฆ่าเชื้อผนังให้ก่อน

ทีมงาน WHD พร้อมสำรวจบ้านและตึกแถวในคลองสาน เจริญนคร ลาดหญ้า สมเด็จเจ้าพระยา และพื้นที่ใกล้เคียง

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#วอลเปเปอร์ขึ้นรา #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #คลองสาน

คำค้นหา: วอลเปเปอร์ขึ้นราหลังน้ำท่วม, วอลเปเปอร์ลอก ลอกออกหรือเก็บ, กลิ่นอับหลังวอลเปเปอร์, เชื้อราบนผนัง คลองสาน, อบโอโซน กำจัดเชื้อรา, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, เจริญนคร, ลาดหญ้า, ฝั่งธนบุรี, น้ำท่วม 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้