ผู้ป่วยมะเร็งภูมิคุ้มกันต่ำ กลับบ้านหลังน้ำลดได้เมื่อไร? เตรียมบ้านให้ปลอดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เขตสาทร กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  25 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผู้ป่วยมะเร็งภูมิคุ้มกันต่ำ กลับบ้านหลังน้ำลดได้เมื่อไร? เตรียมบ้านให้ปลอดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เขตสาทร กรุงเทพฯ ปี 2569

ผู้ป่วยมะเร็งภูมิคุ้มกันต่ำ กลับบ้านหลังน้ำลดได้เมื่อไร? เตรียมบ้านให้ปลอดเชื้อราด้วยการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เขตสาทร กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: บ้านที่แม่รอจะกลับไปพักฟื้น

"คุณนิดา" อายุสามสิบเก้าปี เป็นลูกสาวคนเดียวที่ดูแลคุณแม่ "คุณสมจิต" วัยหกสิบสอง ซึ่งกำลังรับยาเคมีบำบัดรอบที่สี่จากทั้งหมดหกรอบ บ้านของทั้งสองคนเป็นทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยเล็ก ๆ ย่านทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำเอ่อเข้าชั้นล่างสูงราวครึ่งแข้งและขังอยู่หลายวัน คุณนิดาจึงพาคุณแม่ไปพักที่คอนโดของญาติชั่วคราว

เมื่อน้ำลด คุณนิดากลับมาเปิดบ้านคนเดียว สิ่งแรกที่เจอคือกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโคลนที่ลอยออกมาทันทีที่เปิดประตู ผนังชั้นล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นชัดเจน ใต้คราบเริ่มมีจุดดำและจุดเขียวเล็ก ๆ กระจายเป็นวง โซฟาผ้าที่จมน้ำมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ส่วนตู้ไม้ใต้บันไดบวมจนปิดไม่สนิท บนชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของคุณแม่ไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่กลิ่นอับก็ลอยขึ้นไปตามช่องบันไดจนรู้สึกได้

ปัญหาคือคุณแม่อยากกลับบ้านมาก เพราะรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่บ้านคนอื่น และอยากนอนบนเตียงของตัวเองระหว่างพักฟื้นจากยา แต่ในการนัดตรวจครั้งล่าสุด ทีมแพทย์ผู้รักษาได้กำชับว่าช่วงหลังให้ยา ภูมิคุ้มกันของคุณแม่อาจลดต่ำลง ควรหลีกเลี่ยงฝุ่น เชื้อรา และสิ่งแวดล้อมที่ไม่สะอาด คุณนิดาจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า "บ้านแบบนี้ แม่จะกลับมาได้เมื่อไร และต้องทำอะไรบ้างให้มั่นใจจริง ๆ"

คำถามของคุณนิดาเป็นคำถามเดียวกับอีกหลายครอบครัวในสาทร บางคอแหลม ยานนาวา และพื้นที่ใกล้เคียงที่มีผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่ในบ้าน บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมบ้านหลังน้ำลดจึงเสี่ยงเป็นพิเศษสำหรับคนกลุ่มนี้ วิธีที่ทำกันทั่วไปขาดอะไร และการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับการอบโอโซนช่วยเตรียมบ้านอย่างเป็นขั้นตอนได้อย่างไร

ทำไมบ้านหลังน้ำลดจึงเสี่ยงกว่าปกติสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

สำหรับคนสุขภาพแข็งแรง เชื้อราและแบคทีเรียในบ้านหลังน้ำท่วมอาจทำให้เกิดอาการแค่คัดจมูก จาม หรือผื่นคันเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันลดลงจากยาเคมีบำบัด ร่างกายมีความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อน้อยลง สิ่งที่คนทั่วไปมองว่า "แค่กลิ่นอับ" จึงอาจเป็นเรื่องที่ต้องระวังมากขึ้น

  • สปอร์เชื้อราในอากาศ เชื้อราบนผนัง ฝ้า เฟอร์นิเจอร์ผ้า และพรมที่เปียกน้ำจะปล่อยสปอร์ขนาดเล็กมากลอยอยู่ในอากาศ เชื้อราบางชนิดเป็นที่รู้กันในวงการแพทย์ว่าอาจก่อปัญหาต่อปอดได้มากขึ้นในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเรื่องความเสี่ยงเฉพาะตัว
  • เชื้อโรคจากน้ำท่วมและโคลน น้ำท่วมมักปนเปื้อนน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และฉี่หนู คราบโคลนที่แห้งติดพื้นและขอบประตูสามารถฟุ้งขึ้นเป็นฝุ่นเมื่อเดินผ่าน เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินอาหาร การติดเชื้อที่ผิวหนัง และโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส
  • จุดสัมผัสบ่อย ลูกบิดประตู ราวบันได สวิตช์ไฟ โต๊ะกินข้าว และเคาน์เตอร์ครัวที่โดนน้ำหรือโดนมือคนที่เพิ่งขนของจมน้ำ อาจเป็นจุดที่เชื้อติดมือผู้ป่วยได้ง่ายที่สุด
  • ความชื้นที่ยังไม่หมด ผนังปูนและไม้ที่แช่น้ำหลายวันจะคายความชื้นออกมาเรื่อย ๆ อีกหลายสัปดาห์ ทำให้เชื้อรากลับมาโตใหม่แม้เช็ดไปแล้ว

นอกจากเรื่องเชื้อ ผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัดมักมีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ และไวต่อกลิ่นมากกว่าปกติ กลิ่นอับหรือกลิ่นสารเคมีแรง ๆ จากการล้างบ้านจึงอาจทำให้รู้สึกไม่สบายจนพักผ่อนไม่ได้ ซึ่งการพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมากระหว่างการรักษา

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรกลับเข้าบ้านเมื่อไร ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้ดูแลการรักษาเสมอ

ผลกระทบที่ครอบครัวผู้ป่วยต้องแบกรับ

ด้านสุขภาพ ความกังวลใหญ่ที่สุดคือการติดเชื้อระหว่างการรักษา หากผู้ป่วยมีไข้หรือติดเชื้อ แผนการให้ยาอาจต้องเลื่อนออกไป ซึ่งกระทบทั้งตัวผู้ป่วยและกำลังใจของทุกคนในบ้าน

ด้านจิตใจ ผู้ป่วยหลายคนรู้สึกว่าบ้านคือที่ที่ปลอดภัยและสบายใจที่สุด การต้องอยู่ที่อื่นนาน ๆ ทำให้เครียดและนอนไม่หลับ ส่วนผู้ดูแลก็ต้องวิ่งไปมาระหว่างโรงพยาบาล บ้านญาติ และบ้านตัวเองที่ยังเละอยู่

ด้านเวลาและค่าใช้จ่าย ผู้ดูแลส่วนใหญ่ยังต้องทำงาน การลางานมาขัดบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่แน่ใจว่าสะอาดพอหรือยัง ทั้งเหนื่อยและเสียรายได้ บางบ้านตัดสินใจทิ้งเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเพราะไม่รู้ว่าอะไรเก็บได้ อะไรต้องทิ้ง

ด้านความปลอดภัยของผู้ดูแลเอง คนที่ลงมือล้างโคลนและเชื้อราโดยไม่ใส่หน้ากาก ถุงมือ และรองเท้าบูท อาจเป็นคนนำเชื้อติดตัวไปหาผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว

ทำไมวิธีที่ทำกันทั่วไปยังไม่พอสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

  • ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นเช็ดทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวเจือจางใช้ได้กับพื้นผิวแข็งที่ล้างโคลนออกแล้ว แต่ถ้าใช้เข้มข้นในห้องปิด ไอคลอรีนจะระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ไวต่อกลิ่น และไม่ควรผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด
  • เปิดพัดลมเป่าให้แห้ง ช่วยให้แห้งเร็วขึ้นจริง แต่ก็ทำให้สปอร์เชื้อราฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน รวมถึงขึ้นไปถึงห้องนอนชั้นบน
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดเทียนหอม แค่กลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ และเพิ่มสารระเหยในอากาศที่ผู้ป่วยต้องหายใจ
  • ทาสีทับคราบเชื้อรา ถ้าผนังยังชื้นอยู่ เชื้อราจะโตกลับมาใต้สีใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์ และต้องรื้อทำใหม่
  • ทำความสะอาดเฉพาะชั้นล่าง หลายบ้านลืมว่ากลิ่นและสปอร์ลอยขึ้นชั้นบนได้ ห้องนอนผู้ป่วยแม้ไม่โดนน้ำก็ควรได้รับการดูแลด้วย

สิ่งที่บ้านแบบนี้ต้องการคือกระบวนการที่ครบ ตั้งแต่เอาต้นเหตุออก ฆ่าเชื้อพื้นผิว จัดการสปอร์และกลิ่นในอากาศ และระบายอากาศอย่างเพียงพอก่อนผู้ป่วยกลับเข้าบ้าน

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ร่วมกับอบโอโซน จาก World Health Disinfection

ทีม World Health Disinfection (WHD) ใช้สองวิธีที่ทำงานเสริมกัน เพื่อเตรียมบ้านให้พร้อมสำหรับสมาชิกที่ต้องการความสะอาดเป็นพิเศษ

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H พ่นแบบละอองฝอยละเอียด (ULV) ที่ลอยเข้าถึงซอกมุมผนัง ใต้บันได หลังตู้ และขอบบัวพื้นที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ช่วยลดแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม

2. บริการอบโอโซน โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายทั่วห้องที่ปิดไว้ ทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับโมเลกุลกลิ่นและช่วยจัดการสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศ เหมาะกับห้องนอนผู้ป่วยและห้องที่กลิ่นอับฝังลึก

ขั้นตอนบริการสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

  1. สำรวจหน้างาน ทีมตรวจระดับน้ำที่ท่วม จุดที่มีเชื้อรา ความชื้นของผนัง และสอบถามว่าห้องไหนเป็นห้องที่ผู้ป่วยใช้มากที่สุด เพื่อจัดลำดับความสำคัญ
  2. แนะนำการเก็บกวาดและคัดแยกของ ของที่ซึมน้ำและเชื้อราเข้าเนื้อในอย่างที่นอนที่จมน้ำ พรม กล่องกระดาษ และฟองน้ำในเฟอร์นิเจอร์ มักควรทิ้ง ส่วนของแข็งที่ล้างได้ให้ล้างแยก ผู้ป่วยไม่ควรอยู่ในบ้านระหว่างขั้นตอนนี้
  3. พ่นฆ่าเชื้อ พ่น CHEMGENE HLD4H ทั่วชั้นล่าง ผนังที่โดนน้ำ ใต้บันได ห้องน้ำ ครัว และจุดสัมผัสบ่อยทั้งบ้าน
  4. อบโอโซน ปิดห้องทีละโซนและเดินเครื่องโอโซนตามขนาดห้องและระดับกลิ่น ทั้งชั้นล่างและห้องนอนชั้นบน
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทตามเวลาที่ทีมกำหนด ก่อนให้ใครกลับเข้าบ้าน
  6. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำ ประเมินกลิ่นหลังทำ แนะนำการคุมความชื้น และนัดตรวจซ้ำหากผนังยังชื้นมาก
ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัยของโอโซน
  • ระหว่างอบโอโซน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่
  • ต้องระบายอากาศครบตามเวลาที่ทีมแนะนำก่อนกลับเข้าห้อง สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วย แนะนำให้ผู้ป่วยกลับเข้าบ้านเป็นคนสุดท้ายหลังห้องโปร่งและไม่มีกลิ่นแล้ว
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง ยา และเวชภัณฑ์ของผู้ป่วยควรนำออกหรือเก็บในภาชนะปิด ทีมจะควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับพื้นที่ เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงอาจมีผลกับยางและวัสดุบางชนิด
  • ปลั๊กไฟและสายไฟชั้นล่างที่จมน้ำควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้งาน

10 เหตุผลที่ครอบครัวผู้ป่วยในสาทรเลือกพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนพาผู้ป่วยกลับบ้าน

  1. จัดการทั้งเชื้อบนพื้นผิวและสปอร์ในอากาศ ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับบริการอบโอโซน
  2. ละอองฝอยเข้าถึงซอกมุมที่ผ้าเช็ดไม่ถึง ลดจุดที่เชื้อราซ่อนตัว
  3. ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ออกแบบมาเพื่อการฆ่าเชื้อพื้นผิว
  4. ช่วยลดกลิ่นอับที่ทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้และพักผ่อนไม่ได้
  5. ผู้ป่วยไม่ต้องอยู่ในบ้านระหว่างงานสกปรก ลดการสัมผัสฝุ่นและเชื้อโดยตรง
  6. มีขั้นตอนความปลอดภัยและเวลาเข้าออกบ้านที่ชัดเจน วางแผนวันกลับบ้านได้
  7. ได้คำแนะนำว่าของชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนเก็บได้ ลดการทิ้งของโดยไม่จำเป็น
  8. ดูแลห้องนอนผู้ป่วยแม้ไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง เพราะกลิ่นและสปอร์ลอยขึ้นชั้นบนได้
  9. ต่อยอดด้วยบริการกำจัดไรฝุ่นสำหรับที่นอนและหมอนของผู้ป่วยได้
  10. นัดหมายง่ายผ่านโทรศัพท์หรือ LINE รองรับพื้นที่สาทร บางคอแหลม ยานนาวา และใกล้เคียง

เช็กลิสต์ก่อนให้ผู้ป่วยกลับเข้าบ้าน

  • โคลนและของที่ขึ้นราถูกขนออกจากบ้านแล้ว ไม่มีกองของเปียกค้างในมุมใด
  • ผนังและพื้นแห้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบเชื้อราใหม่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
  • ได้พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแล้ว และระบายอากาศครบตามเวลา
  • ห้องนอนผู้ป่วยไม่มีกลิ่นอับ ผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน และปลอกหมอนซักใหม่หมดแล้ว
  • ระบบไฟฟ้าชั้นล่างผ่านการตรวจจากช่างไฟฟ้า
  • มีเจลล้างมือหรือสเปรย์ CHEMGENE HLD4H ขนาด 750 มล. ไว้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน
  • แพทย์หรือพยาบาลผู้ดูแลรับทราบแผนการกลับบ้านแล้ว และไม่มีข้อห้ามเพิ่มเติม

หากยังมีจุดไหนไม่ผ่าน ไม่ต้องรีบ การรอเพิ่มอีกสองสามวันให้บ้านพร้อมจริง ดีกว่าการกลับมาแล้วต้องย้ายออกอีกครั้ง

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

ก่อน

  • กลิ่นอับชื้นและกลิ่นโคลนตั้งแต่เปิดประตู
  • จุดเชื้อราดำและเขียวใต้คราบน้ำบนผนัง
  • กลิ่นลอยขึ้นไปถึงห้องนอนผู้ป่วยชั้นบน
  • ผู้ดูแลไม่แน่ใจว่าบ้านสะอาดพอหรือยัง
  • ผู้ป่วยต้องพักบ้านญาติต่อไปโดยไม่มีกำหนด

หลัง

  • กลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจนทั้งชั้นล่างและชั้นบน
  • พื้นผิวที่โดนน้ำและจุดสัมผัสบ่อยได้รับการฆ่าเชื้อ
  • ห้องนอนผู้ป่วยโปร่ง พร้อมสำหรับการพักฟื้น
  • มีแผนคุมความชื้นและนัดตรวจซ้ำ
  • ครอบครัวกำหนดวันกลับบ้านได้อย่างมั่นใจขึ้น

เสียงจากลูกค้า (ตัวอย่างสถานการณ์)

"ตอนแรกคิดว่าจะขัดเองให้หมด แต่ทีมงานชี้ให้ดูว่าเชื้อราซ่อนอยู่หลังตู้ใต้บันไดและขอบบัวอีกหลายจุด เขาให้เราขนของที่ต้องทิ้งออกก่อน แล้วค่อยพ่นและอบโอโซนทั้งชั้นล่างและห้องแม่ข้างบน พอระบายอากาศเสร็จ กลิ่นเบาลงมาก ฉันเลยกล้าพาแม่กลับบ้านหลังจากคุยกับพยาบาลแล้ว"

— คุณนิดา ทาวน์เฮาส์ย่านทุ่งวัดดอน เขตสาทร (ตัวอย่างสถานการณ์)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้ป่วยอยู่ในบ้านระหว่างพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีใครอยู่ในพื้นที่ และสำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ แนะนำให้อยู่นอกบ้านตลอดช่วงเก็บกวาด พ่น อบ และระบายอากาศ แล้วค่อยกลับเข้าบ้านเป็นคนสุดท้าย

ถาม: หลังทำเสร็จ ผู้ป่วยกลับบ้านได้ทันทีเลยไหม
ตอบ: ต้องรอให้ระบายอากาศครบตามเวลาที่ทีมแนะนำ และควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้ดูแลก่อนเสมอ เพราะแต่ละคนมีช่วงภูมิคุ้มกันต่ำไม่เหมือนกัน

ถาม: ห้องนอนชั้นบนไม่โดนน้ำ จำเป็นต้องอบโอโซนด้วยไหม
ตอบ: ถ้าได้กลิ่นอับลอยขึ้นไปถึงหรือมีความชื้นสูง แนะนำให้ทำด้วย เพราะเป็นห้องที่ผู้ป่วยใช้เวลามากที่สุด

ถาม: ยาและอุปกรณ์การแพทย์ของผู้ป่วยต้องทำอย่างไร
ตอบ: ควรนำออกจากพื้นที่หรือเก็บในกล่องปิดสนิทก่อนเริ่มงาน และแจ้งทีมงานล่วงหน้าหากมีอุปกรณ์ที่ต้องเสียบไฟตลอดเวลา

ถาม: ที่นอนที่ไม่ได้จมน้ำแต่มีกลิ่นอับ ต้องทิ้งไหม
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป ที่นอนที่ไม่โดนน้ำโดยตรงมักฟื้นได้ด้วยการอบโอโซนห้องและบริการกำจัดไรฝุ่น แต่ที่นอนที่จมน้ำควรทิ้ง

ถาม: บทความนี้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เป็นข้อมูลทั่วไปด้านการทำความสะอาดบ้าน หากผู้ป่วยมีไข้หรืออาการผิดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาทันที

ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง
ตอบ: เขตสาทร บางคอแหลม ยานนาวา บางรัก คลองเตย และพื้นที่ใกล้เคียงในกรุงเทพฯ สอบถามคิวได้ทาง LINE @whd268

เตรียมบ้านให้พร้อมก่อนคนที่คุณรักกลับมาพักฟื้น

นัดสำรวจหน้างานสำหรับบ้านในเขตสาทรและพื้นที่ใกล้เคียงได้วันนี้

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#บ้านผู้ป่วยมะเร็ง #กำจัดเชื้อรา #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #สาทร

คำค้นหา: บ้านผู้ป่วยมะเร็งหลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยเคมีบำบัดกลับบ้านหลังน้ำลด, กำจัดเชื้อราในบ้านผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ, พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน สาทร กรุงเทพฯ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้