ศูนย์บริการสาธารณสุขน้ำท่วม จะเปิดรับผู้ป่วยได้เมื่อไร? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนคลินิกชุมชนอบอุ่นหลังน้ำลด เมืองนครนายก ปี 2569

Last updated: 13 ต.ค. 2569  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล

ศูนย์บริการสาธารณสุขน้ำท่วม จะเปิดรับผู้ป่วยได้เมื่อไร? พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนคลินิกชุมชนอบอุ่นหลังน้ำลด เมืองนครนายก ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันจันทร์ที่คุณสุนิสาไขกุญแจห้องตรวจ

คุณสุนิสาเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลศูนย์บริการสาธารณสุขของเทศบาลแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนครนายก ศูนย์แห่งนี้เป็นเหมือนคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ชาวบ้านในละแวกใช้เป็นที่พึ่งแรก ทั้งฉีดวัคซีนเด็ก ตรวจครรภ์ วัดความดัน รับยาโรคเรื้อรัง ทำแผล และให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพ ปีนี้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำจากแม่น้ำนครนายกและคลองสาขาเอ่อล้นเข้าพื้นที่ชุมชน ชั้นล่างของอาคารศูนย์ถูกน้ำท่วมสูงประมาณเข่า

หลังน้ำลดได้สามวัน คุณสุนิสากับเจ้าหน้าที่อีกสองคนกลับมาเปิดประตูอาคารเป็นครั้งแรก สิ่งแรกที่เจอคือกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนที่ลอยออกมาทันที พื้นห้องรอตรวจมีคราบโคลนบาง ๆ เกาะอยู่ทั่ว เก้าอี้นั่งรอแบบเบาะหนังเทียมมีรอยน้ำ ขาโต๊ะลงทะเบียนเป็นคราบดำ ผนังห้องทำแผลมีจุดราสีเทาเขียวขึ้นเป็นแนวตามระดับน้ำ ส่วนตู้เก็บเวชภัณฑ์ชั้นล่างมีกล่องกระดาษที่เปื่อยยุ่ย

ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของศูนย์ก็ดังไม่หยุด ชาวบ้านโทรมาถามว่าเปิดเมื่อไร บางคนมีแผลที่เท้าจากการลุยน้ำ บางคนมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บางคนต้องรับยาความดันและเบาหวานที่หมดแล้ว คุณสุนิสารู้ดีว่ายิ่งเปิดช้า ชาวบ้านยิ่งเดือดร้อน แต่ถ้าเปิดทั้งที่ห้องตรวจยังมีเชื้อโรคและเชื้อรา ศูนย์ที่ควรเป็นที่รักษาอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงเสียเอง นี่คือโจทย์ที่ทีมงาน WHD ได้รับ คือช่วยให้ศูนย์กลับมาเปิดได้เร็วที่สุด โดยไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัย

ทำไมศูนย์บริการสาธารณสุขหลังน้ำท่วมจึงต้องดูแลเข้มกว่าบ้านทั่วไป

น้ำท่วมที่ไหลผ่านถนน ท่อระบายน้ำ และบ่อเกรอะ พาเอาเชื้อโรคหลายชนิดเข้ามาในอาคาร เช่น แบคทีเรียกลุ่มที่ทำให้ท้องเสีย และเชื้อเลปโตสไปโรซิสที่เป็นสาเหตุของโรคฉี่หนู เมื่อน้ำลด เชื้อเหล่านี้ยังตกค้างอยู่ในคราบโคลน ร่องกระเบื้อง ขอบผนัง และใต้เฟอร์นิเจอร์ ขณะที่ความชื้นที่ค้างอยู่ในผนังเป็นปัจจัยให้เชื้อราเติบโตได้ภายในไม่กี่วัน

สิ่งที่ทำให้สถานบริการสุขภาพต่างจากบ้านทั่วไปคือ กลุ่มคนที่เข้ามาใช้บริการ ได้แก่

  • ผู้ป่วยที่มีบาดแผล โดยเฉพาะแผลที่เท้าและขาจากการลุยน้ำ ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อซ้ำหากสิ่งแวดล้อมในห้องทำแผลไม่สะอาด
  • เด็กเล็กที่มารับวัคซีน และหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ ซึ่งร่างกายไวต่อเชื้อโรคและสารระคายเคือง
  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคปอด ซึ่งภูมิคุ้มกันอาจไม่แข็งแรงเท่าคนทั่วไป
  • ผู้มีโรคภูมิแพ้และหอบหืด ที่อาการกำเริบได้ง่ายเมื่อหายใจเอาสปอร์เชื้อราหรืออยู่ในห้องที่มีกลิ่นอับ
  • เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ต้องทำงานในอาคารวันละหลายชั่วโมง หากป่วยกันหลายคน ศูนย์ก็เปิดบริการไม่ได้

นอกจากเรื่องสุขภาพ ยังมีเรื่องความเชื่อมั่น ถ้าชาวบ้านเดินเข้ามาแล้วได้กลิ่นอับหรือเห็นคราบราบนผนังห้องตรวจ ความมั่นใจต่อศูนย์จะลดลงทันที บางคนอาจเลือกไม่มารับบริการ ทั้งที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของชุมชนในระยะยาว

จุดเสี่ยงในศูนย์บริการสาธารณสุขที่มักถูกมองข้าม

จากการสำรวจหน้างาน ทีมงานพบว่าจุดที่เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดแล้วแต่ยังมีความเสี่ยงอยู่ มักเป็นจุดต่อไปนี้

  • ห้องรอตรวจและเก้าอี้แถวยาว ซึ่งมีร่องและรอยต่อจำนวนมาก โคลนแห้งเข้าไปติดในซอกได้ง่าย
  • ห้องทำแผลและห้องฉีดยา ที่มีอ่างล้างมือ ท่อน้ำทิ้ง และขอบผนังต่ำ ซึ่งน้ำท่วมขังนานที่สุด
  • ห้องเก็บเวชระเบียนและแฟ้มประวัติ กระดาษดูดความชื้นและเป็นแหล่งอาหารของเชื้อรา
  • ตู้และชั้นเก็บเวชภัณฑ์ชั้นล่าง แม้ยาที่ถูกน้ำจะต้องคัดทิ้งตามระเบียบอยู่แล้ว แต่ตัวตู้เองก็ต้องฆ่าเชื้อก่อนนำของใหม่เข้าไปเก็บ
  • เครื่องปรับอากาศและช่องลม ความชื้นที่ค้างในคอยล์และถาดน้ำทิ้งทำให้เกิดกลิ่นอับทุกครั้งที่เปิดแอร์
  • ห้องน้ำผู้รับบริการ ซึ่งท่อระบายมักมีน้ำเสียย้อนกลับในช่วงน้ำท่วม
  • ลานจอดรถและทางเดินหน้าอาคาร ที่ผู้คนเดินผ่านก่อนเข้ามาในอาคาร และพาโคลนเข้ามาได้ทุกวัน

ทำไมการทำความสะอาดแบบเดิมจึงยังไม่พอ

เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องการป้องกันการติดเชื้ออยู่แล้ว และลงมือขัดล้างอย่างเต็มที่ แต่หลังน้ำท่วมมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้วิธีเดิมไม่ครอบคลุม

  • เช็ดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว ช่วยฆ่าเชื้อบนผิวที่เช็ดถึง แต่ไม่ลงไปถึงซอกเก้าอี้ ใต้ตู้ หรือหลังเคาน์เตอร์ และกลิ่นคลอรีนที่แรงยังทำให้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจไม่สบาย
  • เปิดพัดลมเป่าให้แห้ง ช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในเนื้อผนังยังอยู่ และพัดลมยังพัดสปอร์เชื้อราให้ฟุ้งไปทั่วห้อง
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ เป็นแค่การกลบกลิ่น ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ เมื่อกลิ่นหอมจางลงกลิ่นอับก็กลับมา
  • ทาสีทับคราบรา ทำให้ผนังดูสะอาดชั่วคราว แต่เชื้อราที่อยู่ใต้สียังเติบโตต่อ และจะดันสีให้พองหรือขึ้นเป็นจุดใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์
  • คนไม่พอ เวลาไม่พอ เจ้าหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่โทรมาขอความช่วยเหลือไปพร้อมกัน การทำความสะอาดทั้งอาคารอย่างละเอียดจึงทำได้ยาก

สิ่งที่ศูนย์ต้องการจริง ๆ คือระบบที่ทำให้ เชื้อโรคบนพื้นผิวถูกจัดการอย่างทั่วถึง และ เชื้อราและกลิ่นอับในอากาศถูกจัดการด้วย โดยไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมีแรง ๆ ที่รบกวนผู้ป่วย

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H และอบโอโซน แบบวางแผนตามตารางเปิดศูนย์

WHD ใช้สองวิธีทำงานร่วมกัน วิธีแรกคือ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ซึ่งทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็กลอยไปเกาะได้ทั่วพื้นผิว รวมถึงซอกมุมที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง วิธีที่สองคือ บริการอบโอโซน ซึ่งก๊าซโอโซนจะกระจายไปทั่วห้อง ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศ และย่อยสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ

ขั้นตอนการทำงานสำหรับศูนย์บริการสาธารณสุข

  1. สำรวจและวางแผนร่วมกับหัวหน้าศูนย์: เดินดูทุกห้อง ระบุห้องที่ท่วม ห้องที่ชื้น และห้องที่ต้องเปิดใช้ก่อน เช่น ห้องตรวจและห้องจ่ายยา เพื่อจัดลำดับการทำงาน
  2. แนะนำการขนย้ายและล้างโคลน: ให้คำแนะนำว่าวัสดุใดควรคัดทิ้ง เช่น กล่องกระดาษเปื่อย เบาะที่ซับน้ำ และวัสดุใดเก็บไว้ได้หลังล้างและฆ่าเชื้อ ส่วนยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำให้จัดการตามระเบียบของหน่วยงาน
  3. พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H: พ่นละอองฝอยครอบคลุมพื้น ผนัง เคาน์เตอร์ เก้าอี้ เตียงตรวจ ตู้ และห้องน้ำ เน้นจุดที่ผู้ป่วยสัมผัสบ่อย
  4. อบโอโซน: ปิดห้องและอบโอโซนตามขนาดพื้นที่ โดยจะไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อโอโซน เช่น เครื่องวัดความดันดิจิทัลหรือคอมพิวเตอร์ ทีมงานจะแนะนำให้คลุมหรือย้ายออก และควบคุมระยะเวลาอบให้เหมาะสม
  5. ระบายอากาศ: หลังอบเสร็จ เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมระบายอากาศจนโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ก่อนให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงาน
  6. ตรวจซ้ำ: นัดตรวจกลิ่นและจุดราอีกครั้ง หากผนังบางจุดยังชื้นมาก จะแนะนำวิธีจัดการความชื้นต้นเหตุเพิ่มเติม

สำหรับศูนย์ที่ต้องเปิดบริการเร็ว ทีมงานสามารถแบ่งทำทีละโซน เช่น ทำห้องตรวจและห้องจ่ายยาก่อน เพื่อให้เปิดบริการพื้นฐานได้ แล้วจึงทำห้องเก็บเอกสารและห้องประชุมในรอบถัดไป วิธีนี้ช่วยให้ชาวบ้านไม่ต้องรอนาน

ความปลอดภัยของโอโซนในสถานบริการสุขภาพ

โอโซนเป็นก๊าซที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกลิ่นและเชื้อรา แต่ในความเข้มข้นที่ใช้อบห้องจะระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ จึงต้องใช้อย่างมีขั้นตอน ทีมงานจะยึดหลักต่อไปนี้ทุกครั้ง

  • ไม่มีผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ระหว่างอบ ติดป้ายห้ามเข้าที่ประตูทุกบาน
  • เลือกช่วงเวลาที่ศูนย์ปิด เช่น ช่วงเย็นหรือวันหยุด เพื่อไม่รบกวนการให้บริการ
  • คลุมหรือย้ายเครื่องมือแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ภาพถ่าย และวัสดุยางที่ไวต่อโอโซน และใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุม
  • ระบายอากาศให้เพียงพอหลังอบ ก่อนเปิดให้คนกลับเข้าพื้นที่
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเรื่องตู้เย็นเก็บวัคซีน ซึ่งต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา ทีมงานจะวางแผนไม่ให้กระทบระบบไฟและอุณหภูมิของตู้

10 เหตุผลที่ศูนย์บริการสาธารณสุขเลือกใช้บริการ WHD หลังน้ำลด

  1. พ่นฆ่าเชื้อแบบละอองฝอยเข้าถึงซอกเก้าอี้ ใต้ตู้ และหลังเคาน์เตอร์ ที่การเช็ดทำได้ไม่ทั่วถึง
  2. ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ไม่มีกลิ่นฉุนแรงแบบน้ำยาฟอกขาว จึงไม่รบกวนผู้ป่วยที่ไวต่อกลิ่น
  3. อบโอโซนจัดการกลิ่นอับและสปอร์เชื้อราในอากาศ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  4. วางแผนทำทีละโซน ช่วยให้ศูนย์เปิดบริการพื้นฐานได้เร็วขึ้น
  5. ทำงานนอกเวลาให้บริการ ไม่กระทบคิวผู้ป่วย
  6. มีขั้นตอนความปลอดภัยของโอโซนชัดเจน ทั้งการกันพื้นที่และการระบายอากาศ
  7. ให้คำแนะนำการจัดการความชื้นต้นเหตุ เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะกลับมา
  8. มีสเปรย์ Chemgene HLD4H ขนาด 750 มล.ให้เจ้าหน้าที่ใช้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยต่อในชีวิตประจำวัน
  9. ต่อยอดด้วยบริการพ่นยุงรอบอาคาร ในช่วงที่ยังมีน้ำขังและยุงชุม
  10. ติดต่อง่ายทั้งโทรศัพท์และ LINE ทีมงานตอบคำถามและนัดสำรวจได้รวดเร็ว

ก่อนและหลังการฟื้นฟูศูนย์บริการสาธารณสุข

ก่อน

  • กลิ่นอับและกลิ่นโคลนตั้งแต่ประตูทางเข้า
  • คราบราสีเทาเขียวบนผนังห้องทำแผล
  • เก้าอี้รอตรวจมีคราบโคลนตามร่อง
  • เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นเหม็นอับ
  • เจ้าหน้าที่ไม่มั่นใจว่าจะเปิดรับผู้ป่วยได้หรือยัง

หลัง

  • อากาศในห้องรอตรวจโปร่ง ไม่มีกลิ่นอับรบกวน
  • พื้นผิวสัมผัสบ่อยผ่านการพ่นฆ่าเชื้อครบทุกห้อง
  • มีแผนเฝ้าระวังจุดชื้นและตรวจซ้ำ
  • ห้องตรวจและห้องจ่ายยาเปิดบริการได้ตามแผน
  • ชาวบ้านกลับมาใช้บริการด้วยความมั่นใจ

เสียงจากผู้ใช้บริการ (สถานการณ์ตัวอย่าง)

"ตอนแรกเราคิดว่าแค่ขัดล้างเองก็พอ แต่พอเปิดแอร์ห้องตรวจแล้วกลิ่นอับกลับมา เลยตัดสินใจให้ทีมงานมาช่วย เขาแบ่งงานเป็นโซนให้ เราได้เปิดห้องตรวจกับห้องจ่ายยาก่อน ชาวบ้านไม่ต้องรอนาน สิ่งที่ชอบคือเขาอธิบายเรื่องความปลอดภัยของโอโซนชัดเจน เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน"
— พยาบาลหัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข อำเภอเมืองนครนายก (สถานการณ์จำลองจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: หลังพ่นฆ่าเชื้อแล้ว เปิดรับผู้ป่วยได้เลยไหม?
ตอบ: หลังพ่นฆ่าเชื้อ ควรรอให้ละอองน้ำยาแห้งตามระยะเวลาที่ทีมงานแนะนำ ส่วนห้องที่อบโอโซน ต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละห้อง

ถาม: ตู้เย็นเก็บวัคซีนต้องปิดไหมระหว่างอบโอโซน?
ตอบ: ไม่ควรปิดไฟตู้เย็นวัคซีน ทีมงานจะวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ เช่น ปิดประตูตู้ให้สนิทและไม่ให้โอโซนกระทบการทำงานของระบบ หรือแยกห้องที่ตั้งตู้ออกจากรอบอบ

ถาม: ยาและเวชภัณฑ์ที่โดนน้ำ ใช้ต่อได้ไหมถ้าฆ่าเชื้อแล้ว?
ตอบ: ยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วม ควรจัดการตามระเบียบของหน่วยงานและคำแนะนำของเภสัชกร การพ่นฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิวและสภาพแวดล้อม ไม่ได้ใช้เพื่อทำให้ยาที่เสียหายกลับมาใช้ได้

ถาม: ทำได้ภายในวันเดียวไหม?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดอาคารและสภาพความเสียหาย ศูนย์ขนาดเล็กอาจทำเสร็จในรอบเดียว ส่วนอาคารใหญ่อาจแบ่งเป็นโซน ทีมงานจะประเมินหลังสำรวจหน้างาน

ถาม: เชื้อราจะกลับมาไหม?
ตอบ: ถ้าผนังยังชื้นจากภายใน เชื้อราอาจกลับมาได้ จึงต้องควบคุมความชื้นต่อเนื่อง และนัดตรวจซ้ำ ทีมงานจะชี้จุดที่ต้องเฝ้าระวังให้

ถาม: ต้องเตรียมอะไรก่อนทีมงานเข้าหน้างาน?
ตอบ: ล้างโคลนหนาออกก่อน ย้ายเอกสารสำคัญและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ย้ายได้ไปไว้ที่สูง และเตรียมผู้ประสานงานที่รู้ผังอาคาร

คำแนะนำสำหรับชาวบ้านก่อนกลับมาใช้บริการ

นอกจากศูนย์ต้องพร้อม ผู้รับบริการเองก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น ล้างเท้าและเปลี่ยนรองเท้าที่แห้งก่อนเข้าอาคาร หากมีแผลจากการลุยน้ำ ควรปิดแผลให้สะอาดและแจ้งเจ้าหน้าที่ หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่อง หลังจากลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการป้องกันโรคหลังน้ำท่วมดูได้จากกรมควบคุมโรค

ให้ศูนย์สุขภาพของชุมชนกลับมาเปิดได้เร็ว และปลอดภัย

ปรึกษาทีมงาน WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนตามตารางเปิดศูนย์ของคุณ

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อศูนย์สาธารณสุข #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #คลินิกชุมชนอบอุ่น #นครนายก

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศูนย์บริการสาธารณสุขหลังน้ำท่วม, คลินิกชุมชนอบอุ่นน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อสถานพยาบาลหลังน้ำลด, อบโอโซนคลินิก, กำจัดเชื้อราห้องตรวจ, เมืองนครนายก 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้