Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 2 จำนวนผู้เข้าชม |
"ผู้ใหญ่ประเสริฐ" เป็นผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก หมู่บ้านของเขาอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำหลากมาแทบทุกปีในช่วงปลายฝน ศาลาประชาคมหลังใหญ่กลางหมู่บ้านจึงทำหน้าที่มากกว่าที่ประชุมทั่วไป ทุกครั้งที่น้ำมา ที่นี่กลายเป็นศูนย์รับของบริจาค จุดแจกถุงยังชีพ ครัวกลางทำอาหารให้ชาวบ้าน และบางคืนก็เป็นที่นอนของผู้สูงอายุที่บ้านจมน้ำ
ปี 2569 น้ำมาเร็วและสูงกว่าที่หลายคนคาด พื้นศาลาซึ่งเคยรอดในปีก่อน ๆ ก็ถูกน้ำท่วมสูงเกือบเข่าอยู่หลายวัน ชาวบ้านต้องย้ายจุดแจกของไปตั้งบนถนนที่สูงกว่า เมื่อน้ำลด ผู้ใหญ่ประเสริฐเดินกลับเข้าศาลาพร้อมคณะกรรมการหมู่บ้าน ภาพที่เห็นคือเสื่อและฟูกที่กองไว้มุมห้องเปียกโชกและส่งกลิ่นเหม็นอับ กล่องบริจาคที่ยังไม่ได้แจกเปื่อยยุ่ย ห้องเก็บของมีหนูตายสองตัว ผนังไม้ด้านล่างมีคราบน้ำและราดำเป็นแนวยาว ห้องน้ำรวมมีโคลนอุดท่อ และครัวกลางมีคราบน้ำมันผสมโคลนเกาะทุกซอก
สิ่งที่ทำให้ผู้ใหญ่ประเสริฐหนักใจที่สุดคือ ทุกปีชาวบ้านช่วยกันล้างศาลาด้วยน้ำและผงซักฟอก เปิดหน้าต่างให้แห้ง แล้วก็ใช้งานต่อ แต่กลิ่นอับไม่เคยหายสนิท ปีที่แล้วยังมีผู้สูงอายุหลายคนบ่นว่ามาประชุมทีไรก็ไอและแน่นหน้าอก ส่วนแม่ครัวอาสาสมัครคนหนึ่งเคยมีแผลที่เท้าอักเสบหลังลุยน้ำช่วยขนของ "ศาลาเป็นที่พึ่งของทุกคนเวลาน้ำมา แต่พอน้ำไป ไม่มีใครดูแลศาลาอย่างจริงจังเลย" ผู้ใหญ่ประเสริฐเล่า
ปีนี้คณะกรรมการหมู่บ้านจึงตัดสินใจว่าต้องทำให้ต่างออกไป ไม่ใช่แค่ล้างให้ดูสะอาด แต่ต้องฟื้นฟูให้ปลอดภัยจริง และวางแผนให้ศาลาพร้อมรับมือกับน้ำครั้งหน้าด้วย
อาคารที่ถูกน้ำท่วมเพียงครั้งเดียว หากฟื้นฟูดีพอ ก็มีโอกาสกลับมาแห้งและสะอาดได้ แต่อาคารที่ท่วมซ้ำทุกปี เช่น ศาลาประชาคมในพื้นที่ลุ่มของบางระกำ จะสะสมปัญหาเป็นชั้น ๆ ความชื้นฝังลึกในเนื้อไม้และปูน เชื้อราที่ไม่เคยถูกจัดการจนหมดก็จะกลับมาเร็วขึ้นทุกครั้งที่ชื้น คราบโคลนเก่าในซอกพื้นกลายเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย และกลิ่นอับก็ฝังแน่นจนชาวบ้านเริ่มชินและคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
ศาลาประชาคมเป็นที่รวมของกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียงที่ญาติพามาพักชั่วคราว และหญิงตั้งครรภ์ เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม เช่น อีโคไล เชื้อก่อโรคท้องร่วง และเชื้อเลปโตสไปราที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู อาจตกค้างอยู่ตามพื้น ห้องน้ำ และห้องเก็บของที่มีหนู ส่วนสปอร์เชื้อราในอากาศเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ปอดไม่แข็งแรง เมื่อคนจำนวนมากมาอยู่รวมกัน โรคทางเดินหายใจและโรคผิวหนังก็แพร่ได้ง่ายขึ้น หากใครมีไข้สูง ปวดน่อง หรือแผลบวมแดงหลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์
ศาลาประชาคมสร้างและซ่อมด้วยงบประมาณของส่วนรวมหรือเงินบริจาค ไม้ที่ผุเพราะราและความชื้นสะสม ทำให้ต้องเปลี่ยนพื้น ผนัง และประตูเร็วกว่าที่ควร เครื่องเสียง พัดลม และอุปกรณ์ครัวที่เก็บในห้องอับชื้นก็เสื่อมเร็ว
ถ้าชาวบ้านรู้สึกว่ามาศาลาแล้วไม่สบาย ทั้งกลิ่นอับ ฝุ่นรา และห้องน้ำสกปรก พวกเขาจะไม่อยากมาประชุม ไม่อยากพาผู้สูงอายุมาพัก และการช่วยเหลือในยามวิกฤตครั้งต่อไปก็จะทำได้ยากขึ้น ศาลาที่สะอาดและปลอดภัยจึงเป็นเหมือนหัวใจของการรับมือภัยพิบัติในระดับหมู่บ้าน
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่เข้าถึงใต้ม้านั่ง หลังเวที โครงหลังคา และห้องเก็บของ ร่วมกับ บริการอบโอโซน ที่ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังอยู่ในไม้ ผ้าม่าน และวัสดุต่าง ๆ ของอาคาร
สำหรับหมู่บ้านในบางระกำที่รู้อยู่แล้วว่าน้ำจะมาเกือบทุกปี การคิดล่วงหน้าช่วยลดความเสียหายได้มาก แผนต่อไปนี้เป็นแนวทางที่ผู้นำชุมชนปรับใช้ได้
ก่อนฤดูน้ำหลาก: ยกเสื่อ ฟูก ผ้าห่ม และของบริจาคขึ้นชั้นสูงหรือย้ายไปเก็บในอาคารที่สูงกว่า ตรวจรอยรั่วของหลังคาและท่อระบายน้ำ เตรียมกล่องพลาสติกมีฝาปิดสำหรับเก็บของสำคัญ และจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวสำหรับอาสาสมัคร
ระหว่างใช้ศาลาเป็นศูนย์พักพิง: แยกโซนนอน โซนครัว และโซนรับของบริจาคให้ชัดเจน ตั้งจุดล้างมือ ทำความสะอาดห้องน้ำวันละหลายรอบ และใช้ สเปรย์ CHEMGENE 750 มล. เช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได และโต๊ะแจกของ
หลังน้ำลดทันที: คัดทิ้งของที่โดนน้ำ ตักโคลน ทำให้แห้ง แล้วนัดบริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน ก่อนเปิดศาลาให้ชาวบ้านกลับมาใช้ประชุมหรือจัดงาน
หนึ่งถึงสามเดือนหลังน้ำลด: ตรวจหาจุดราใหม่ทุกสัปดาห์ในช่วงแรก หากกลิ่นอับกลับมาในห้องเก็บของหรือใต้เวที ให้แก้ต้นเหตุความชื้นแล้วอบโอโซนซ้ำเฉพาะจุด
รอบหมู่บ้าน: แอ่งน้ำขังรอบศาลาเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรเก็บภาชนะที่ขังน้ำ และพิจารณา บริการพ่นยุง ในช่วงที่ยุงชุก
"แต่ก่อนเราล้างศาลากันเองทุกปี แล้วก็ต้องทนกลิ่นอับไปอีกหลายเดือน ปีนี้ให้ทีมงานมาพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน กลิ่นเบาลงมาก ผู้สูงอายุที่มาประชุมก็บอกว่าหายใจสบายขึ้น ที่ดีคือเขาช่วยเราคิดแผนสำหรับปีหน้าด้วย ว่าก่อนน้ำมาต้องยกอะไรขึ้นบ้าง"
— ผู้ใหญ่บ้านในอำเภอบางระกำ (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: ศาลาเปิดโล่ง ไม่มีผนังครบทุกด้าน อบโอโซนได้หรือไม่
ตอบ: การอบโอโซนได้ผลดีในพื้นที่ที่ปิดได้ เช่น ห้องเก็บของ ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องประชุมย่อย ส่วนพื้นที่เปิดโล่งจะเน้นการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV และการทำให้แห้ง ทีมงานจะประเมินหน้างานว่าส่วนใดเหมาะกับวิธีใด
ถาม: ระหว่างทำงาน ชาวบ้านใช้ศาลาได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ช่วงพ่นและอบต้องไม่มีคนอยู่ในอาคาร เราจะติดป้ายและขอให้คณะกรรมการช่วยแจ้งชาวบ้าน และแจ้งเวลาที่กลับเข้าใช้ได้อย่างปลอดภัย
ถาม: ของบริจาคที่ยังไม่เปิดกล่องแต่โดนน้ำ ใช้ต่อได้หรือไม่
ตอบ: อาหารและยาที่โดนน้ำท่วมไม่ควรนำไปแจกต่อ ส่วนของใช้ที่บรรจุในภาชนะกันน้ำและไม่เสียหาย ควรล้างภายนอกและพิจารณาตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
ถาม: ควรทำบ่อยแค่ไหนสำหรับพื้นที่ที่ท่วมทุกปี
ตอบ: อย่างน้อยหลังน้ำลดทุกครั้ง และควรตรวจซ้ำในช่วงหนึ่งถึงสามเดือนถัดมา หากมีจุดราหรือกลิ่นกลับมา ให้อบซ้ำเฉพาะจุด
ถาม: ค่าบริการคิดอย่างไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดต่อได้ไหม
ตอบ: ขึ้นกับขนาดอาคารและระดับความเสียหาย ทั้งหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานที่ดูแลอาคาร สามารถติดต่อเพื่อนัดสำรวจและขอใบเสนอราคาได้
ถาม: นอกจากศาลาแล้ว บ้านชาวบ้านทำพร้อมกันได้หรือไม่
ตอบ: ได้ สามารถวางแผนเป็นรอบของหมู่บ้าน โดยสำรวจและจัดลำดับบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยก่อน ดูข้อมูล โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
ผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน และหน่วยงานท้องถิ่นในบางระกำและพื้นที่ใกล้เคียงของพิษณุโลก ติดต่อทีม WHD เพื่อนัดสำรวจได้
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อศาลาประชาคม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย #บางระกำ
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศาลาประชาคมหลังน้ำท่วม, ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย, ศูนย์พักพิงชั่วคราว, น้ำท่วมซ้ำซาก, อบโอโซน, กำจัดเชื้อรา, บางระกำ พิษณุโลก 2569