ฟื้นฟูฟาร์มกุ้ง บ่อปลา โรงเพาะฟัก และโกดังอาหารสัตว์น้ำหลังน้ำท่วม ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน อำเภอราชสาส์น ฉะเชิงเทรา ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ฟื้นฟูฟาร์มกุ้ง บ่อปลา โรงเพาะฟัก และโกดังอาหารสัตว์น้ำหลังน้ำท่วม ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน อำเภอราชสาส์น ฉะเชิงเทรา ปี 2569

ฟื้นฟูฟาร์มกุ้ง บ่อปลา โรงเพาะฟัก และโกดังอาหารสัตว์น้ำหลังน้ำท่วม ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน อำเภอราชสาส์น ฉะเชิงเทรา ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันแรกที่พี่สมพงษ์เดินกลับเข้าฟาร์ม

"พี่สมพงษ์" เลี้ยงกุ้งขาวและปลานิลมาเกือบยี่สิบปีในตำบลหนึ่งของอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ฟาร์มของเขามีบ่อดินหลายบ่อ โรงเพาะฟักลูกกุ้งขนาดเล็กหนึ่งหลัง โกดังเก็บอาหารเม็ดและอุปกรณ์ กับบ้านพักคนงานหลังคาสังกะสีอีกสองห้อง ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากลำน้ำและทุ่งรอบ ๆ ไหลบ่าเข้ามาจนคันบ่อหลายจุดจมมิด เขาตัดสินใจจับกุ้งที่พอขายได้ออกก่อน ส่วนลูกกุ้งในโรงเพาะฟักก็ย้ายไปฝากเพื่อนที่ฟาร์มบนที่สูงกว่า

เมื่อระดับน้ำลดลงจนเดินได้ พี่สมพงษ์กลับเข้าฟาร์มพร้อมลูกชาย สิ่งแรกที่ทั้งคู่สัมผัสได้ไม่ใช่ภาพ แต่เป็นกลิ่น กลิ่นโคลนเน่าผสมกลิ่นอาหารกุ้งที่แช่น้ำจนบูด ลอยออกมาจากโกดังตั้งแต่ยังไม่เปิดประตู พอเปิดเข้าไป กระสอบอาหารเม็ดชั้นล่างบวมน้ำ บางกระสอบมีจุดสีเขียวอมเทาขึ้นเป็นดวง ผนังไม้อัดมีคราบน้ำสูงระดับเอว และมีแมลงวันบินวนอยู่เต็มมุมห้อง

ในโรงเพาะฟัก ถังไฟเบอร์กลาสและท่อลมมีตะกอนโคลนเกาะ พื้นปูนลื่นเป็นเมือก ส่วนห้องพักคนงาน ที่นอนและผ้าห่มที่ไม่ทันยกขึ้นที่สูงเริ่มมีกลิ่นอับรุนแรง ลูกชายของพี่สมพงษ์ที่ช่วยขนของอยู่ครึ่งวันเริ่มไอและจามไม่หยุด ส่วนคนงานคนหนึ่งมีแผลถลอกที่เท้าจากการลุยโคลนโดยไม่ใส่รองเท้าบูท สองวันต่อมาแผลเริ่มบวมแดง

พี่สมพงษ์เล่าว่า "ตอนน้ำท่วมเรากังวลเรื่องกุ้งหนีและขาดทุน พอน้ำลดถึงได้รู้ว่างานจริงเพิ่งเริ่ม ถ้าจะลงลูกกุ้งรอบใหม่ อาคารทุกหลังต้องสะอาด ไม่อย่างนั้นเชื้อโรคจากน้ำท่วมจะตามเข้าไปในบ่อด้วย" นี่คือโจทย์ที่ฟาร์มสัตว์น้ำจำนวนมากในราชสาส์น บางคล้า และพื้นที่ลุ่มของฉะเชิงเทรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

ทำไมฟาร์มสัตว์น้ำหลังน้ำท่วมจึงเสี่ยงกว่าที่คิด

น้ำท่วมที่ไหลผ่านทุ่งนา ถนน คอกสัตว์ และบ่อเกรอะ พาเอาเชื้อโรคหลายชนิดมาด้วย ทั้งแบคทีเรียกลุ่มที่มาจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล (E. coli) เชื้อที่ทำให้ท้องร่วง และเชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุของโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ซึ่งมักพบในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุมอย่างโกดังอาหารสัตว์ เมื่อน้ำลด เชื้อเหล่านี้ไม่ได้หายไปพร้อมน้ำ แต่ตกค้างอยู่ในโคลน คราบบนผนัง พื้นปูน และวัสดุที่ดูดซับน้ำ

1. ความเสี่ยงต่อสุขภาพคนในฟาร์ม

คนงานฟาร์มต้องลุยโคลน ยกกระสอบ ล้างถัง และนอนในห้องพักที่เพิ่งแห้ง ความเสี่ยงที่พบบ่อยคือ โรคฉี่หนูจากการสัมผัสน้ำหรือโคลนผ่านแผล ผิวหนังอักเสบติดเชื้อจากแผลถลอก ท้องร่วงจากการหยิบอาหารด้วยมือที่ไม่สะอาด และอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดกำเริบจากสปอร์เชื้อราในห้องอับชื้น หากใครมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อน่อง หรือแผลบวมแดงหลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมทันที

2. ความเสี่ยงต่อการเลี้ยงรอบใหม่

ฟาร์มกุ้งและโรงเพาะฟักพึ่งพาความสะอาดของระบบเป็นหัวใจ อุปกรณ์ที่แช่น้ำท่วม เช่น ถังพักน้ำ สายลม หัวทราย สวิง ตะกร้า และรถเข็นอาหาร อาจกลายเป็นตัวพาเชื้อจากภายนอกเข้าสู่บ่อเลี้ยง ขณะที่อาหารเม็ดที่ชื้นจะขึ้นราและเสี่ยงต่อสารพิษจากเชื้อรา ซึ่งไม่ควรนำไปให้สัตว์กินอีก

3. ความเสียหายทางการเงินและเวลา

ทุกวันที่ฟาร์มยังเริ่มเลี้ยงไม่ได้คือรายได้ที่หายไป ถ้ารีบลงลูกกุ้งในขณะที่อาคารยังไม่สะอาด แล้วเกิดปัญหาสุขภาพสัตว์น้ำตามมา ความเสียหายจะหนักกว่าการเสียเวลาเตรียมพื้นที่เพิ่มอีกไม่กี่วัน นอกจากนี้ อาคารไม้ที่ปล่อยให้เชื้อราลุกลามจะผุเร็วขึ้น ต้องซ่อมแซมบ่อยขึ้นในระยะยาว

4. ภาพลักษณ์ต่อผู้ซื้อและชุมชน

ผู้รับซื้อกุ้งและพ่อค้าลูกพันธุ์ให้ความสำคัญกับฟาร์มที่ดูแลความสะอาดอย่างเป็นระบบ กลิ่นเน่าจากโกดังอาหารที่ลอยไปถึงบ้านเรือนใกล้เคียงยังอาจทำให้เกิดเสียงบ่นจากชุมชน การฟื้นฟูอาคารอย่างจริงจังจึงช่วยทั้งความมั่นใจของคู่ค้าและความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน

วิธีที่หลายฟาร์มทำแล้ว "ไม่จบ"

  • ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: คลอรีนช่วยฆ่าเชื้อบนผิวเรียบได้ แต่ประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อเจอโคลนและสารอินทรีย์ อีกทั้งเข้าไม่ถึงซอกหลังคา ช่องไม้ และใต้ชั้นวาง ถ้าใช้เข้มข้นเกินไปในอาคารปิดยังมีไอระคายเคืองต่อคนงาน
  • เปิดพัดลมให้แห้งแล้วจบ: พัดลมช่วยลดความชื้นที่ผิว แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และอาจพัดสปอร์เชื้อราให้ฟุ้งกระจายไปทั่วอาคารมากขึ้น
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือธูปกลบกลิ่น: กลิ่นหอมเพียงกลบกลิ่นเน่าชั่วคราว ต้นเหตุคือสารอินทรีย์และเชื้อรายังอยู่ครบ
  • ทาสีทับคราบน้ำ: สีใหม่ปิดคราบได้ไม่กี่สัปดาห์ เชื้อราที่อยู่ในเนื้อไม้หรือปูนจะดันขึ้นมาเป็นจุดดำอีก และสีมักร่อนเร็วกว่าปกติ
  • รีบลงลูกกุ้งเพราะกลัวเสียเวลา: การข้ามขั้นตอนทำความสะอาดอาคารสนับสนุน เช่น โรงเพาะฟักและโกดังอาหาร คือการเปิดประตูให้เชื้อจากน้ำท่วมเข้าสู่ระบบการเลี้ยง

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H และอบโอโซนในอาคารที่ว่างจากสัตว์

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการฟื้นฟูอาคารหลังน้ำท่วมด้วยสองเทคนิคที่ทำงานเสริมกัน ได้แก่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้ละอองเล็กละเอียดลอยเข้าถึงซอกมุม ใต้ชั้นวาง และโครงหลังคา กับ บริการอบโอโซน ที่ใช้ก๊าซโอโซนความเข้มข้นที่ควบคุมได้ เพื่อจัดการสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายโมเลกุลกลิ่นที่ฝังอยู่ในวัสดุ

หลักสำคัญสำหรับฟาร์มสัตว์น้ำ: งานของเราเน้นที่ "อาคารและพื้นที่แห้ง" ได้แก่ โกดังอาหาร ห้องเก็บอุปกรณ์ โรงเพาะฟักที่ย้ายลูกพันธุ์ออกแล้ว สำนักงานฟาร์ม และบ้านพักคนงาน เราไม่พ่นน้ำยาหรือปล่อยโอโซนลงในบ่อที่มีสัตว์น้ำอยู่ สัตว์ทุกชนิด รวมถึงสุนัขเฝ้าฟาร์มและไก่ที่เลี้ยงไว้ ต้องอยู่นอกพื้นที่ที่ทำการอบตลอดเวลา และการจัดการน้ำในบ่อควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมงหรือที่ปรึกษาด้านการเลี้ยงของฟาร์ม

ขั้นตอนการให้บริการ

  1. สำรวจหน้างาน: ทีมงานเดินดูทุกอาคาร วัดขนาดพื้นที่ ประเมินระดับคราบน้ำ ความชื้น และจุดที่เชื้อราขึ้นหนัก พร้อมทำแผนว่าอาคารใดพ่นก่อน อาคารใดอบหลัง
  2. แนะนำการเก็บกวาดโคลน: เราให้คำแนะนำการตักโคลน ทิ้งอาหารที่ขึ้นรา และขัดล้างพื้นผิวหลักก่อนวันพ่น เพราะการฆ่าเชื้อจะได้ผลดีที่สุดเมื่อคราบสกปรกหนาถูกกำจัดออกไปแล้ว คนงานควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างเก็บกวาด
  3. ย้ายสัตว์ อาหาร และของอ่อนไหวออก: ลูกพันธุ์ สัตว์เลี้ยง อาหารที่ยังดี เวชภัณฑ์สัตว์น้ำ และต้นไม้ ต้องออกจากอาคารก่อนเริ่มงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างตู้ควบคุมปั๊มลมหรือเครื่องวัดคุณภาพน้ำจะถูกคลุมหรือย้ายออก
  4. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV: พ่นละอองน้ำยา Chemgene HLD4H ให้ทั่วผนัง พื้น ชั้นวาง ถังไฟเบอร์กลาส โครงหลังคา และอุปกรณ์ที่นำกลับมาใช้ ละอองฝอยเข้าถึงจุดที่ผ้าหรือแปรงเข้าไม่ถึง
  5. อบโอโซนแบบ Shock Treatment: ปิดอาคารให้มิดชิด ตั้งเครื่องผลิตโอโซนตามขนาดห้อง และอบตามระยะเวลาที่กำหนด ระหว่างนี้ห้ามคน สัตว์ และพืชอยู่ภายในอาคารโดยเด็ดขาด
  6. ระบายอากาศ: เมื่อครบเวลา เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการกลับเข้าอาคาร
  7. ตรวจซ้ำ: ตรวจกลิ่นและจุดเชื้อราอีกครั้ง หากบางจุดยังชื้นหรือมีกลิ่นค้าง จะแนะนำให้ทำให้แห้งเพิ่มและนัดอบซ้ำเฉพาะจุด
ความปลอดภัยของโอโซน: โอโซนเป็นก๊าซออกซิไดซ์ที่แรง เหมาะกับการจัดการกลิ่นและเชื้อราในพื้นที่ปิด แต่ระคายเคืองระบบหายใจหากสูดในความเข้มข้นสูง ดังนั้นระหว่างการอบต้องไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ภายใน วัสดุยางหรือพลาสติกบางชนิดและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางควรคลุมหรือย้ายออก เราใช้ปริมาณที่ควบคุมตามขนาดห้อง และต้องระบายอากาศให้ครบก่อนกลับเข้าไปทุกครั้ง

จุดที่ต้องให้ความสำคัญในฟาร์มกุ้งและบ่อปลา

โกดังอาหารสัตว์น้ำ: เป็นจุดที่กลิ่นหนักที่สุด เพราะอาหารเม็ดที่มีโปรตีนสูงเมื่อเปียกจะบูดและเน่าเร็ว ควรทิ้งกระสอบที่เปียกหรือขึ้นราทั้งหมด ล้างพื้นและชั้นพาเลท แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนเพื่อจัดการกลิ่นที่ซึมเข้าผนังไม้และหลังคา ก่อนนำอาหารล็อตใหม่เข้ามาเก็บ ควรยกพาเลทให้สูงจากพื้นและเว้นระยะจากผนัง

โรงเพาะฟักและโรงอนุบาล: ถังเพาะ ท่อลม และพื้นที่ทำงานต้องสะอาดเป็นพิเศษ หลังทีมงานพ่นฆ่าเชื้อ เจ้าของฟาร์มควรล้างอุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำเลี้ยงโดยตรงตามขั้นตอนมาตรฐานของฟาร์มอีกครั้ง และปล่อยให้แห้งก่อนเติมน้ำ

ห้องเก็บอุปกรณ์: สวิง ตะกร้า เครื่องให้อาหาร และถังพลาสติก ที่แช่น้ำท่วมควรขัดล้าง ผึ่งแดด แล้วจึงนำเข้าห้องเพื่อพ่นฆ่าเชื้อรวม ส่วนเครื่องยนต์และปั๊มควรให้ช่างตรวจสภาพก่อนใช้งาน

บ้านพักคนงานและสำนักงาน: ที่นอน หมอน และผ้าห่มที่แช่น้ำควรพิจารณาทิ้ง ส่วนห้องที่เหลือเหมาะกับการอบโอโซนเพื่อลดกลิ่นอับและสปอร์เชื้อรา เพราะเป็นที่ที่คนงานใช้เวลาพักผ่อนหลายชั่วโมงทุกวัน หากต้องการลดไรฝุ่นในฟูกที่ยังใช้ได้ สามารถใช้ บริการกำจัดไรฝุ่น ร่วมด้วย

รอบฟาร์มและแหล่งน้ำขัง: หลังน้ำลดมักมีแอ่งน้ำขังจำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ควรกำจัดภาชนะที่ขังน้ำ และพิจารณา บริการพ่นยุง บริเวณที่พักอาศัย โดยหลีกเลี่ยงการพ่นใกล้บ่อเลี้ยง

10 เหตุผลที่เจ้าของฟาร์มในราชสาส์นเลือก WHD

  1. ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ออกแบบมาเพื่องานฆ่าเชื้อพื้นผิวระดับสูง
  2. เครื่องพ่น ULV ทำให้ละอองเข้าถึงโครงหลังคา ใต้พาเลท และซอกผนังไม้
  3. อบโอโซน จัดการกลิ่นอาหารบูดที่ซึมเข้าวัสดุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  4. วางแผนงานแยกตามอาคาร เพื่อให้ส่วนที่จำเป็นที่สุดกลับมาใช้งานได้ก่อน
  5. เคร่งครัดเรื่องให้สัตว์ทุกชนิดอยู่นอกพื้นที่อบ ไม่ทำงานใกล้บ่อที่มีสัตว์น้ำ
  6. ให้คำแนะนำการเก็บกวาดโคลนและการป้องกันตัวของคนงานก่อนวันพ่น
  7. ควบคุมปริมาณโอโซนตามขนาดห้อง และคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง
  8. ช่วยลดสปอร์เชื้อราในบ้านพักคนงาน ลดโอกาสภูมิแพ้กำเริบ ดูข้อมูล โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
  9. มีผลิตภัณฑ์ให้ฟาร์มใช้ดูแลต่อเอง เช่น สเปรย์ CHEMGENE ขนาด 750 มล. สำหรับจุดสัมผัสบ่อย
  10. ติดต่อง่ายทั้งโทรศัพท์และ LINE ประสานงานนัดหมายตามตารางของฟาร์ม

ก่อน: วันที่น้ำเพิ่งลด

  • โกดังอาหารมีกลิ่นเน่าเหม็น แมลงวันตอม
  • กระสอบอาหารชั้นล่างขึ้นราเป็นดวง
  • ผนังไม้อัดมีคราบน้ำและจุดราดำ
  • ถังเพาะและท่อลมมีตะกอนโคลน
  • ห้องพักคนงานอับชื้น คนในฟาร์มไอจาม

หลัง: เมื่อฟื้นฟูครบขั้นตอน

  • โกดังสะอาด กลิ่นเน่าลดลงอย่างชัดเจน
  • พาเลทและชั้นวางพร้อมรับอาหารล็อตใหม่
  • ผนังแห้ง ลดจุดที่เชื้อราจะกลับมาขึ้น
  • โรงเพาะฟักพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมเลี้ยง
  • ห้องพักโล่ง หายใจสบาย คนงานพักผ่อนได้

เสียงจากเจ้าของฟาร์ม

"ตอนแรกคิดว่าล้างน้ำแล้วเปิดพัดลมก็พอ แต่กลิ่นในโกดังไม่ยอมไป พอให้ทีมมาพ่นฆ่าเชื้อแล้วอบโอโซน กลิ่นเบาลงจนเข้าไปทำงานได้ตามปกติ ที่ชอบคือเขาย้ำเรื่องย้ายสัตว์ออกก่อนทุกครั้ง และบอกชัดว่าเมื่อไรเข้าอาคารได้ ทำให้เราวางแผนเตรียมบ่อรอบใหม่ได้ง่ายขึ้น"
— เจ้าของฟาร์มกุ้งในอำเภอราชสาส์น (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อหรืออบโอโซนลงในบ่อกุ้งได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เราให้บริการเฉพาะอาคารและพื้นที่แห้งที่ไม่มีสัตว์อยู่ การจัดการน้ำในบ่อและการเตรียมบ่อควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมงหรือที่ปรึกษาการเลี้ยงของฟาร์ม

ถาม: ระหว่างอบโอโซน สัตว์ต้องอยู่ห่างแค่ไหน
ตอบ: สัตว์ทุกชนิดต้องอยู่นอกอาคารที่ทำการอบ และควรอยู่ห่างจากประตูหน้าต่างช่วงระบายอากาศด้วย ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบก่อนนำสัตว์หรือลูกพันธุ์กลับเข้ามา

ถาม: อาหารเม็ดที่เปียกน้ำแต่ยังไม่ขึ้นรา อบโอโซนแล้วใช้ต่อได้หรือไม่
ตอบ: ไม่แนะนำ อาหารที่สัมผัสน้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรคและเสี่ยงต่อเชื้อราในภายหลัง การอบโอโซนมีไว้ฟื้นฟูอาคาร ไม่ใช่ทำให้อาหารที่เปียกน้ำท่วมกลับมาปลอดภัย

ถาม: ต้องเก็บกวาดโคลนให้เสร็จก่อนหรือไม่
ตอบ: ควรตักโคลนหนาและขยะออกให้มากที่สุดก่อน เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่ไม่มีคราบหนาปกคลุม ทีมงานจะช่วยแนะนำจุดที่ต้องทำเพิ่มในวันสำรวจ

ถาม: ใช้เวลานานไหม ต้องหยุดงานทั้งฟาร์มหรือเปล่า
ตอบ: ขึ้นอยู่กับจำนวนอาคารและขนาดพื้นที่ โดยทั่วไปเราจะทำทีละอาคาร ส่วนอื่นของฟาร์มยังทำงานต่อได้ เพียงแต่ห้ามเข้าอาคารที่กำลังอบจนกว่าจะระบายอากาศเสร็จ

ถาม: ค่าบริการคิดอย่างไร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่ จำนวนอาคาร และระดับความเสียหาย กรุณาติดต่อเพื่อนัดสำรวจและขอใบเสนอราคา

ถาม: หลังฟื้นฟูแล้ว ฟาร์มควรดูแลต่ออย่างไร
ตอบ: ควบคุมความชื้นในโกดัง ยกพาเลทให้สูง ตรวจหาจุดราทุกสัปดาห์ในช่วงแรก และใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อกับจุดสัมผัสบ่อย หากกลิ่นหรือราย้อนกลับมา ให้ติดต่อเพื่ออบซ้ำเฉพาะจุด

พร้อมฟื้นฟูฟาร์มให้กลับมาเลี้ยงรอบใหม่

ปรึกษาทีม WHD เพื่อนัดสำรวจโกดังอาหาร โรงเพาะฟัก และบ้านพักคนงานในราชสาส์นและพื้นที่ใกล้เคียง

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อฟาร์มกุ้ง #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูฟาร์มหลังน้ำท่วม #ราชสาส์น

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อฟาร์มกุ้งหลังน้ำท่วม, โรงเพาะฟักหลังน้ำท่วม, โกดังอาหารสัตว์น้ำ, อบโอโซน, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, ราชสาส์น ฉะเชิงเทรา 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้