Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 17 จำนวนผู้เข้าชม |
"ป้าสมจิต" เป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเล็ก ๆ ในอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มของป้ามีสมาชิกราวสิบกว่าคน ช่วยกันทำทองม้วน ขนมผิง กล้วยฉาบ และน้ำพริกเผาบรรจุกระปุก ส่งขายตามงานออกร้าน ร้านของฝาก และลูกค้าประจำที่สั่งทางโทรศัพท์ โรงผลิตเป็นอาคารชั้นเดียวหลังบ้านของป้าเอง ห่างจากแม่น้ำป่าสักไม่ไกลนัก ทุกเช้าจะได้กลิ่นมะพร้าวคั่วและน้ำตาลโตนดหอมไปทั้งซอย
ช่วงน้ำท่วมปี 2569 น้ำจากแม่น้ำป่าสักเอ่อเข้ามาในชุมชน โรงผลิตจมน้ำสูงเกือบถึงเข่าอยู่หลายวัน สมาชิกช่วยกันยกเตาแก๊สและเครื่องซีลถุงขึ้นที่สูงได้บางส่วน แต่โต๊ะไม้สำหรับนวดแป้ง ชั้นวางวัตถุดิบ ถุงแป้งที่เหลือ กล่องบรรจุภัณฑ์ และสติกเกอร์ฉลากจำนวนมากแช่น้ำจนเสียหาย
เมื่อน้ำลด ทุกคนกลับมาช่วยกันตักโคลน ล้างพื้น และขัดโต๊ะ แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ป้าสมจิตเปิดประตูเข้าไปตอนเช้ากลับได้กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนลอยมาปะทะจมูก ผนังปูนช่วงล่างมีจุดดำกระจายเป็นแนว ใต้โต๊ะไม้มีคราบขาวเป็นปุยฟู สมาชิกคนหนึ่งที่เป็นภูมิแพ้เริ่มจามติดกันไม่หยุด อีกคนบ่นว่ามือคันหลังจากช่วยล้างอ่างล้างจาน ที่น่ากังวลที่สุดคือ ลูกค้าประจำโทรมาถามว่า "ขนมล็อตใหม่จะหอมเหมือนเดิมไหม ได้ข่าวว่าน้ำท่วมโรงทำขนม"
ป้าสมจิตบอกว่า "เตาอบยังอยู่ วัตถุดิบซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าลูกค้าไม่มั่นใจ เราก็เหมือนเริ่มจากศูนย์" เรื่องแบบนี้เกิดได้กับกลุ่มอาชีพหลายแห่งในอำเภอท่าเรือ เช่น ตำบลท่าเรือ จำปา ท่าหลวง บ้านร่อม ศาลาลอย และโพธิ์เอน ซึ่งหลายกลุ่มใช้บ้านหรืออาคารชุมชนเป็นที่ผลิตอาหาร บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมครัวผลิตอาหารชุมชนต้องฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ และ WHD ช่วยได้อย่างไร
หมายเหตุ: เรื่องเล่านี้เป็นสถานการณ์จำลองจากลักษณะงานที่พบได้จริงหลังน้ำลด ใช้เพื่อช่วยให้เห็นภาพ ไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือกลุ่มใดโดยเฉพาะ
น้ำท่วมไม่ได้พามาแค่น้ำ แต่พาเอาโคลน น้ำเสียจากท่อระบายน้ำ สิ่งปฏิกูล และซากสัตว์มาด้วย เมื่อน้ำลด สิ่งเหล่านี้ตกค้างอยู่ตามร่องกระเบื้อง ขาโต๊ะ ใต้ชั้นวาง และผนังช่วงล่าง สำหรับบ้านพักอาศัย ความเสี่ยงหลักคือสุขภาพของคนในบ้าน แต่สำหรับโรงผลิตขนมและอาหารแปรรูป ความเสี่ยงขยายไปถึงลูกค้าทุกคนที่ซื้อสินค้าไปรับประทาน
ขนมอบกรอบ กล้วยฉาบ และขนมแห้งดูดกลิ่นได้ง่ายมาก ถ้าห้องผลิตมีกลิ่นอับ กลิ่นนั้นอาจติดไปกับสินค้าในถุงโดยที่คนทำเองไม่ทันสังเกต สปอร์เชื้อราในอากาศยังอาจตกลงบนขนมระหว่างพักให้เย็น ทำให้สินค้าขึ้นราเร็วกว่ากำหนด ลูกค้าเปิดถุงแล้วเจอจุดราเพียงครั้งเดียวก็อาจไม่กลับมาซื้ออีก
สินค้า OTOP ขายด้วยความไว้ใจ ลูกค้าซื้อเพราะเชื่อว่าทำสะอาด ทำด้วยใจ ถ้ามีข่าวลือว่า "โรงทำขนมน้ำท่วม ยังไม่ได้ทำความสะอาดดี" แม้ไม่จริง ก็ทำให้ยอดสั่งซื้อหายไปได้ทันที ยิ่งช่วงปลายปีที่มีงานออกร้านและของฝากปีใหม่ การหยุดผลิตนานเกินไปหมายถึงรายได้ของสมาชิกทุกครอบครัวหายไปด้วย
กลุ่มแม่บ้านส่วนใหญ่ไม่มีพนักงานทำความสะอาดโดยเฉพาะ สมาชิกต้องแบ่งเวลาจากการฟื้นฟูบ้านตัวเองมาช่วยกัน ถ้าทำความสะอาดผิดวิธีแล้วต้องทำซ้ำหลายรอบ ก็ยิ่งเสียเวลาและแรงใจ
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ และ อบโอโซน สำหรับบ้าน อาคาร และสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สำหรับครัวผลิตอาหารชุมชน ทีมงานจะวางแผนร่วมกับกลุ่มเพื่อให้พื้นที่กลับมาพร้อมผลิตอย่างปลอดภัย
การพ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H: ใช้เครื่องพ่นแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาแตกตัวเป็นละอองฝอยขนาดเล็ก ลอยเข้าถึงซอกมุม ใต้โต๊ะ หลังชั้นวาง และร่องผนังที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิว ทีมงานจะแนะนำการใช้งานตามฉลากผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงด้วยน้ำสะอาดก่อนกลับมาผลิต
การอบโอโซน: เครื่องผลิตโอโซนจะปล่อยก๊าซโอโซนเข้มข้นในห้องที่ปิดสนิทตามระยะเวลาที่กำหนด โอโซนช่วยทำลายสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศ และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นน้ำเสียที่ฝังในห้อง เมื่อครบเวลาแล้วระบายอากาศ โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งกลิ่นหอมสังเคราะห์ไว้บนสินค้า
ความปลอดภัยของการอบโอโซน: โอโซนความเข้มข้นสูงเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้อง ทีมงานจะติดป้ายและปิดพื้นที่ หลังอบต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง เช่น เครื่องชั่งดิจิทัลหรือเครื่องซีลถุง และวัสดุยาง จะถูกคลุมหรือย้ายออก และใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุมเหมาะกับพื้นที่
"ตอนแรกคิดว่าล้างเองก็พอ แต่ล้างแล้วกลิ่นก็ยังอยู่ ป้ากลัวที่สุดคือกลิ่นจะติดขนม พอทีมมาพ่นฆ่าเชื้อแล้วอบโอโซน เปิดห้องอีกทีกลิ่นอับหายไปเยอะ สมาชิกที่เป็นภูมิแพ้ก็บอกว่าหายใจโล่งขึ้น ตอนนี้กลับมาคั่วมะพร้าวได้แล้ว"
— ป้าสมจิต ประธานกลุ่มแม่บ้าน อำเภอท่าเรือ (ตัวละครจากสถานการณ์จำลอง)
นอกจากนี้ ถ้าเครื่องนอนหรือเบาะในบ้านของสมาชิกมีกลิ่นอับจากความชื้น สามารถใช้ บริการกำจัดไรฝุ่น ร่วมด้วยได้ และถ้าบริเวณรอบโรงผลิตมียุงชุมหลังน้ำลด ดูเพิ่มเติมได้ที่ บริการพ่นยุง
ถาม: หลังพ่นฆ่าเชื้อแล้วกลับมาผลิตขนมได้เมื่อไร?
ตอบ: หลังพ่นและอบโอโซนเสร็จ ต้องระบายอากาศจนกลิ่นโอโซนจาง จากนั้นเช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาด ทีมงานจะแจ้งเวลาที่เหมาะสมตามขนาดพื้นที่และสภาพหน้างาน
ถาม: น้ำยาที่ใช้จะทำให้ขนมมีกลิ่นไหม?
ตอบ: Chemgene HLD4H ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน และการอบโอโซนไม่ทิ้งกลิ่นหอมสังเคราะห์ อีกทั้งทีมงานจะให้ย้ายวัตถุดิบและสินค้าออกก่อนเริ่มงาน
ถาม: วัตถุดิบที่แช่น้ำแต่ถุงยังไม่ขาด ใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ไม่แนะนำ วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมควรทิ้งทั้งหมด เพราะน้ำท่วมอาจซึมผ่านรอยพับหรือรอยซีลได้
ถาม: ระหว่างอบโอโซน สมาชิกอยู่ในอาคารได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้องที่อบ ถ้าโรงผลิตติดกับบ้าน ทีมงานจะปิดพื้นที่และแนะนำให้ออกไปอยู่ส่วนอื่นจนกว่าจะระบายอากาศเสร็จ
ถาม: ผนังที่ขึ้นราต้องทาสีใหม่ไหม?
ตอบ: ควรรอให้ผนังแห้งสนิท ฆ่าเชื้อ และอบโอโซนก่อน ถ้าจะทาสีใหม่ ควรทาหลังจากผนังแห้งดีแล้ว ไม่ใช่ทาทับตอนยังชื้น
ถาม: ให้บริการในอำเภอท่าเรือและอำเภอใกล้เคียงไหม?
ตอบ: ติดต่อสอบถามพื้นที่ให้บริการและนัดสำรวจได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนให้ตรงกับรอบผลิตของกลุ่ม
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
ข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพ: กรมอนามัย · องค์การอนามัยโลก (WHO): Floods
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #โรงผลิตขนมOTOP #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม #ท่าเรืออยุธยา
คำค้นหา: กำจัดเชื้อราโรงผลิตขนม OTOP หลังน้ำลด, พ่นฆ่าเชื้อครัวชุมชน, อบโอโซนกำจัดกลิ่นอับ, อาหารแปรรูปชุมชน ท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา 2569