พ่นฆ่าเชื้อร้านซักรีดและร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญหลังน้ำท่วม กำจัดกลิ่นอับและเชื้อรา ให้ผ้าลูกค้าหอมสะอาดอีกครั้ง ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

พ่นฆ่าเชื้อร้านซักรีดและร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญหลังน้ำท่วม กำจัดกลิ่นอับและเชื้อรา ให้ผ้าลูกค้าหอมสะอาดอีกครั้ง ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ร้านซักผ้าที่ลูกค้ารอคิว แต่ "คุณนก" ยังไม่กล้าเปิด

คุณนกเปิดร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญคู่กับร้านรับซักรีดในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ใกล้หมู่บ้านจัดสรรหลายโครงการ ร้านมีเครื่องซักผ้าฝาหน้าแปดเครื่อง เครื่องอบผ้าสี่เครื่อง โต๊ะรีดผ้า ชั้นวางผ้าที่ลูกค้าฝากซัก และมุมนั่งรอพร้อมตู้กดน้ำ

ช่วงน้ำท่วมฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำเข้าร้านสูงราวสามสิบเซนติเมตร แช่อยู่หลายวัน คุณนกปิดเบรกเกอร์และยกผ้าของลูกค้าขึ้นที่สูงได้เกือบหมด แต่ฐานเครื่องซักผ้า ขาโต๊ะรีดผ้า และพื้นร้านจมน้ำทั้งหมด

เมื่อน้ำลด คุณนกเปิดประตูกระจก กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำเน่าลอยมาปะทะทันที ผ้าคลุมโต๊ะรีดขึ้นจุดราดำ ตะกร้าผ้าพลาสติกมีคราบโคลน ซอกหลังเครื่องซักผ้าเต็มไปด้วยเศษขยะที่ไหลมากับน้ำ และท่อน้ำทิ้งของเครื่องซักผ้าส่งกลิ่นเหม็นย้อนขึ้นมา

ไลน์ร้านมีข้อความเข้ามาไม่หยุด "ร้านเปิดหรือยังคะ ที่บ้านมีผ้าม่าน ผ้าห่ม เสื้อผ้าเปื้อนน้ำท่วมเต็มเลย" คุณนกรู้ว่านี่คือช่วงที่ลูกค้าต้องการร้านซักผ้ามากที่สุด แต่ถ้าลูกค้าเอาผ้ามาซักแล้วได้ผ้าที่มีกลิ่นอับกลับไป หรือผ้าไปสัมผัสพื้นผิวที่ยังมีเชื้อโรค ชื่อเสียงที่สร้างมาหลายปีก็อาจพังในสัปดาห์เดียว คุณนกจึงติดต่อทีม World Health Disinfection (WHD) เพื่อพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนร้านก่อนเปิดรับลูกค้า

ทำไมร้านซักรีดหลังน้ำท่วมต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ธุรกิจที่ขายความสะอาดและความหอม

ลูกค้าเลือกร้านซักผ้าจากผลลัพธ์ง่าย ๆ คือ ผ้าสะอาดและหอม ถ้าร้านมีกลิ่นอับ กลิ่นนั้นจะติดไปกับผ้าที่พับวางบนชั้น หรือผ้าที่ลูกค้านั่งรออบ ลูกค้าจะรู้สึกทันทีเมื่อเปิดถุงผ้าที่บ้าน

ผ้าเปื้อนน้ำท่วมจำนวนมากไหลเข้าร้าน

หลังน้ำลด ลูกค้าจะนำผ้าที่แช่น้ำท่วมมาซักจำนวนมาก ผ้าเหล่านี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล และคราบโคลน ร้านจึงต้องแยกจุดรับผ้าสกปรกออกจากจุดวางผ้าสะอาด และต้องฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสผ้าเปื้อนบ่อย ๆ

ความชื้นในร้านสูงอยู่แล้ว

ร้านซักผ้ามีความชื้นจากเครื่องซักและเครื่องอบตลอดวัน เมื่อบวกกับความชื้นที่ค้างจากน้ำท่วม ผนังด้านหลังเครื่อง ฝ้าเพดาน และมุมห้องเก็บของจึงเป็นจุดที่เชื้อราเติบโตได้เร็ว

สุขภาพของพนักงานและลูกค้า

พนักงานที่คัดแยกผ้าเปื้อนน้ำท่วมโดยไม่ใส่ถุงมือเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางผิวหนัง ส่วนลูกค้าที่นั่งรอในร้านที่มีสปอร์เชื้อรา โดยเฉพาะเด็กและผู้ที่เป็นภูมิแพ้ อาจมีอาการไอ จาม หรือคันตา

เครื่องจักรราคาสูงเสียหายง่าย

เครื่องซักผ้าและเครื่องอบเชิงพาณิชย์มีแผงวงจรและตู้รับเหรียญ หากเปิดใช้ทั้งที่ยังชื้นอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การฟื้นฟูร้านจึงต้องทำควบคู่กับการตรวจเครื่องโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

วิธีที่ร้านส่วนใหญ่ทำ แต่ยังไม่พอ

  • ถูพื้นแล้วเปิดร้านเลย: พื้นดูสะอาด แต่ซอกหลังเครื่อง ใต้ฐานเครื่อง และท่อระบายน้ำยังเต็มไปด้วยโคลนและเชื้อโรค
  • เปิดเครื่องอบผ้าให้ร้านอุ่นและแห้ง: ช่วยลดความชื้นได้บ้าง แต่ไม่กำจัดสปอร์เชื้อราที่ฝังในผนังและฝ้า และเสี่ยงต่อเครื่องที่ยังไม่ได้ตรวจ
  • ฉีดน้ำหอมปรับอากาศหรือจุดเทียนหอม: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอับกลับทำให้ผ้าของลูกค้ามีกลิ่นแปลก
  • ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้น: อาจทำให้ผ้าของลูกค้าด่างหากสัมผัสพื้นผิวที่ยังมีคราบน้ำยา และกลิ่นคลอรีนติดผ้าได้

ร้านซักรีดจึงต้องการวิธีที่จัดการได้ทั้งพื้นผิว ซอกมุม และอากาศ โดยไม่ทิ้งกลิ่นแรงไว้ในร้าน

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ร่วมกับอบโอโซน โดยทีม WHD

WHD เริ่มด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วย Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ซึ่งละอองขนาดเล็กเข้าถึงซอกหลังเครื่องซักผ้า ใต้ชั้นวาง และขาโต๊ะรีดผ้า ตามด้วย บริการอบโอโซน ที่ช่วยลดสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายกลิ่นอับ กลิ่นน้ำเน่า และกลิ่นท่อที่ฝังในร้าน โดย Chemgene HLD4H ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน จึงไม่ทิ้งกลิ่นที่จะไปติดผ้าของลูกค้า

ขั้นตอนการทำงานในร้านซักรีด

  1. สำรวจร้าน: ดูระดับน้ำ จุดเชื้อรา ท่อระบายน้ำ ห้องเก็บของ และจุดรับส่งผ้า วางลำดับงานร่วมกับเจ้าของร้าน
  2. แนะนำการเก็บกวาด: ขนผ้าของลูกค้าที่ฝากไว้ออกจากร้าน ทิ้งผ้าคลุมโต๊ะรีดและวัสดุที่ขึ้นรา ล้างโคลนออกจากพื้นและซอกหลังเครื่อง
  3. ป้องกันเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: ปิดไฟ คลุมแผงควบคุม ตู้รับเหรียญ เครื่องแลกเหรียญ และกล้องวงจรปิด ตามคำแนะนำของช่างและผู้ผลิตเครื่อง
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H: เน้นพื้น ฐานเครื่อง ตะกร้าผ้า โต๊ะพับผ้า โต๊ะรีด ชั้นวาง เก้าอี้นั่งรอ ประตู และห้องน้ำ
  5. อบโอโซนแบบปิดร้าน: ใช้ เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator ในปริมาณที่ควบคุม ระหว่างอบห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในร้าน
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูและพัดลมระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน ทีมงานแจ้งเวลาที่ปลอดภัยก่อนเข้าร้าน
  7. ตรวจซ้ำและวางระบบใหม่: ตรวจกลิ่น แนะนำการแยกจุดรับผ้าสกปรกกับจุดวางผ้าสะอาด และการควบคุมความชื้น

ความปลอดภัยของโอโซน: ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในร้านระหว่างอบโอโซน ต้องระบายอากาศให้ครบก่อนกลับเข้า ร้านซักผ้ามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยางจำนวนมาก เช่น ขอบยางประตูเครื่องซักผ้าและสายน้ำ ทีมงานจะใช้ปริมาณโอโซนที่ควบคุม คลุมแผงวงจร และแนะนำให้ย้ายผ้าของลูกค้าออกก่อนเริ่มงาน

10 เหตุผลที่ร้านซักรีดในทวีวัฒนาเลือก WHD

  1. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่ทิ้งกลิ่นไปติดผ้าลูกค้า
  2. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกหลังเครื่องซักผ้าที่เช็ดถูไม่ถึง
  3. อบโอโซน สลายกลิ่นอับและกลิ่นท่อที่ต้นเหตุ
  4. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศ ลูกค้าที่นั่งรอหายใจได้สบาย
  5. ใส่ใจเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยการคลุมและควบคุมปริมาณโอโซน
  6. วางแผนงานให้เปิดร้านได้เร็ว ทันช่วงที่ลูกค้าต้องการซักผ้ามากที่สุด
  7. แนะนำการแยกโซนผ้าสกปรกกับผ้าสะอาด ลดการปนเปื้อนข้าม
  8. มีขั้นตอนระบายอากาศชัดเจน พนักงานรู้เวลาเข้าร้านได้อย่างปลอดภัย
  9. ช่วยให้ร้านบอกลูกค้าได้ว่าร้านผ่านการฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแล้ว
  10. มี สเปรย์ Chemgene HLD4H สำหรับเช็ดตะกร้าและโต๊ะพับผ้าระหว่างวัน

ก่อนและหลังการฟื้นฟูร้าน

ก่อน

  • กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำเน่าตั้งแต่หน้าประตู
  • ผ้าคลุมโต๊ะรีดขึ้นจุดราดำ
  • ซอกหลังเครื่องเต็มไปด้วยโคลนและเศษขยะ
  • ท่อน้ำทิ้งส่งกลิ่นเหม็นย้อน
  • ลูกค้ารอคิว แต่ร้านยังไม่กล้าเปิด

หลัง

  • อากาศในร้านสดชื่น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • โต๊ะรีดเปลี่ยนผ้าคลุมใหม่ พื้นผิวผ่านการฆ่าเชื้อ
  • ซอกหลังเครื่องสะอาด ท่อระบายน้ำไม่มีกลิ่นย้อน
  • แยกจุดรับผ้าสกปรกกับจุดวางผ้าสะอาดชัดเจน
  • เปิดร้านรับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ ผ้าออกมาหอมสะอาด

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"ร้านซักผ้าถ้ามีกลิ่นคือจบ ตอนแรกลองฉีดน้ำหอมแล้วกลิ่นยิ่งแปลก พอทีมงานมาพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน กลิ่นอับหายไปเยอะมาก วันเปิดร้านลูกค้าประจำเดินเข้ามาแล้วบอกว่าร้านหอมสะอาดเหมือนก่อนน้ำท่วม แถมเรายังจัดโซนผ้าสกปรกกับผ้าสะอาดใหม่ตามคำแนะนำ ลูกค้าก็มั่นใจขึ้น"

— เจ้าของร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญและรับซักรีด เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ (เรื่องเล่าตัวอย่างจากหน้างาน)

เช็กลิสต์ก่อนเปิดร้านซักรีดหลังน้ำท่วม

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ เบรกเกอร์ และสายดิน ก่อนเปิดไฟในร้าน
  • ให้ช่างหรือตัวแทนผู้ผลิตตรวจเครื่องซักผ้า เครื่องอบ แผงวงจร และตู้รับเหรียญ
  • ล้างท่อน้ำทิ้งและบ่อดักไขมัน ตรวจว่าไม่มีโคลนอุดตัน
  • ทำความสะอาดถังซักตามคำแนะนำของผู้ผลิต และเดินเครื่องเปล่าก่อนรับผ้าลูกค้า
  • ล้างตัวกรองขุยผ้าและท่อลมของเครื่องอบ
  • พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนร้าน แล้วระบายอากาศให้ครบ
  • จัดจุดรับผ้าเปื้อนน้ำท่วมแยกจากจุดวางผ้าสะอาด และเตรียมถุงมือให้พนักงาน
  • ติดป้ายแนะนำลูกค้าให้เขย่าโคลนออกจากผ้าก่อนนำเข้าเครื่อง

คำแนะนำสำหรับลูกค้า: ซักผ้าเปื้อนน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัย

ร้านซักผ้าสามารถช่วยลูกค้าด้วยการให้คำแนะนำง่าย ๆ ซึ่งช่วยทั้งสุขภาพของลูกค้าและอายุการใช้งานของเครื่อง

  • ใส่ถุงมือเมื่อจับผ้าที่แช่น้ำท่วม และล้างมือทุกครั้งหลังจับ
  • สะบัดหรือล้างโคลนออกจากผ้าก่อนนำเข้าเครื่อง เพื่อไม่ให้โคลนอุดตันท่อ
  • แยกผ้าเปื้อนน้ำท่วมซักต่างหาก ไม่ปนกับผ้าที่ไม่ได้โดนน้ำ
  • ใช้อุณหภูมิน้ำสูงที่สุดที่ป้ายผ้าอนุญาต และอบหรือตากให้แห้งสนิท
  • ผ้าที่มีราขึ้นหนัก เปื่อย หรือมีกลิ่นไม่หายหลังซักสองรอบ อาจต้องพิจารณาทิ้ง
  • ที่นอน หมอน และตุ๊กตาที่แช่น้ำสกปรกนาน ไม่ควรซักในเครื่องหยอดเหรียญ ควรพิจารณาทิ้งหรือใช้บริการเฉพาะทาง

หากลูกค้าหรือพนักงานมีไข้ ปวดน่อง หรือมีผื่นคันหลังสัมผัสผ้าเปื้อนน้ำท่วม ควรพบแพทย์และแจ้งว่าสัมผัสน้ำท่วม

ร้านรับซักรีดแบบฝากซัก: จุดที่ต้องดูแลเพิ่ม

ร้านรับซักรีดแบบฝากซักมีความเสี่ยงต่างจากร้านหยอดเหรียญเล็กน้อย เพราะผ้าของลูกค้าหลายบ้านถูกเก็บรวมกันในร้านนานหลายวัน ถ้าชั้นวางผ้า ถุงผ้า และตู้เก็บผ้ายังมีกลิ่นอับหรือสปอร์เชื้อรา ผ้าที่ซักสะอาดแล้วก็อาจดูดกลิ่นกลับไปได้

จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือชั้นวางผ้าที่ซักเสร็จ ซึ่งควรอยู่ห่างจากจุดรับผ้าสกปรกให้มากที่สุด โต๊ะพับผ้าและโต๊ะรีดที่ต้องฆ่าเชื้อทุกวัน และราวแขวนเสื้อที่ต้องเช็ดก่อนแขวนผ้าของลูกค้า ร้านควรเปลี่ยนผ้าคลุมโต๊ะรีดและฟองน้ำรองรีดที่โดนน้ำท่วมทั้งหมด เพราะเป็นวัสดุที่อมน้ำและเชื้อราได้ลึก

สำหรับผ้าของลูกค้าที่ฝากไว้ในร้านช่วงน้ำท่วม ร้านควรแจ้งลูกค้าตามจริงว่าผ้าชิ้นใดโดนน้ำหรือความชื้น และเสนอซักใหม่ก่อนส่งคืน ความโปร่งใสแบบนี้ช่วยรักษาความไว้วางใจได้ดีกว่าการส่งผ้าที่มีกลิ่นอับคืนลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อร้านซักรีดต้องปิดร้านนานไหม?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดร้านและสภาพความเสียหาย ร้านขนาดทั่วไปมักวางแผนให้เสร็จภายในช่วงที่ร้านปิด ทีมงานจะแจ้งเวลาหลังสำรวจ

ถาม: โอโซนทำให้ขอบยางเครื่องซักผ้าเสียหายไหม?
ตอบ: ทีมงานใช้ปริมาณโอโซนที่ควบคุมตามขนาดร้าน และคลุมชิ้นส่วนที่ไวต่อโอโซนตามความเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อชิ้นส่วนยาง

ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อจะติดผ้าลูกค้าไหม?
ตอบ: ทีมงานจะแนะนำให้ย้ายผ้าลูกค้าออกก่อน และแจ้งเวลาให้พื้นผิวแห้งก่อนวางผ้า Chemgene HLD4H ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน

ถาม: ภายในถังเครื่องซักผ้าต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ควรทำความสะอาดถังซักและเดินเครื่องเปล่าตามคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่อง และให้ช่างตรวจระบบไฟก่อนใช้งาน

ถาม: ควรทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?
ตอบ: หลังน้ำท่วมทำหนึ่งรอบหลังเก็บกวาดก็เพียงพอในส่วนใหญ่ ร้านที่มีความชื้นสูงตลอดอาจพิจารณาอบโอโซนเป็นระยะเพื่อควบคุมกลิ่น

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใกล้ทวีวัฒนาไหม?
ตอบ: ให้บริการทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางแค หนองแขม ภาษีเจริญ และพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ร้านสะอาด ผ้าหอม ลูกค้ากลับมาอย่างมั่นใจ

ร้านซักรีดและร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญในทวีวัฒนา นัดสำรวจกับทีม WHD ได้วันนี้

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อร้านซักรีด #ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ทวีวัฒนา

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อร้านซักรีด, ร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญหลังน้ำท่วม, อบโอโซนร้านซักผ้า, กำจัดกลิ่นอับ, กำจัดเชื้อรา, ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้