โครงการพ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด ร่วมกับชุมชน ท้องถิ่น และ CSR สำหรับชุมชนริมคลองและชุมชนแออัด คลองเตย กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โครงการพ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด ร่วมกับชุมชน ท้องถิ่น และ CSR สำหรับชุมชนริมคลองและชุมชนแออัด คลองเตย กรุงเทพฯ ปี 2569

โครงการพ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด ร่วมกับชุมชน ท้องถิ่น และ CSR สำหรับชุมชนริมคลองและชุมชนแออัด คลองเตย กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ป้าบุญเรือนกับทางเดินไม้ที่ยังชื้น

ป้าบุญเรือนเป็นประธานกรรมการชุมชนริมคลองแห่งหนึ่งในเขตคลองเตย บ้านในชุมชนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้และบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ที่ปลูกชิดกัน บางหลังยกพื้นอยู่เหนือน้ำ ทางเดินเป็นสะพานไม้และทางปูนแคบ ๆ ที่สองคนเดินสวนกันพอดี ต้นเดือนตุลาคม 2569 ฝนตกหนักติดต่อกันพร้อมกับน้ำในคลองหนุนสูง น้ำเอ่อขึ้นท่วมใต้ถุนบ้านและเข้าบ้านชั้นล่างอยู่หลายวัน

เมื่อน้ำลด ป้าบุญเรือนเดินสำรวจชุมชนกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ทุกซอยมีกลิ่นโคลนผสมกลิ่นขยะและกลิ่นท่อลอยอยู่ ใต้ถุนบ้านมีขยะที่น้ำพัดมาติดค้าง ทางเดินไม้ยังชื้นและลื่น ฝาผนังไม้ของหลายบ้านเริ่มมีราดำ ห้องน้ำรวมของชุมชนมีโคลนเกาะ ศาลาชุมชนที่ใช้เป็นศูนย์เด็กเล็กมีเสื่อและที่นอนเด็กที่เปียกน้ำกองอยู่ ยายวัยแปดสิบในบ้านท้ายซอยไอไม่หยุด เด็ก ๆ เริ่มมีผื่นคันตามขาเพราะลุยน้ำมาหลายวัน และชาวบ้านหลายคนเล่าว่าเห็นหนูวิ่งมากกว่าปกติ

ป้าบุญเรือนรู้ว่าถ้าแต่ละบ้านต่างคนต่างทำ ชุมชนจะไม่มีวันสะอาดได้พร้อมกัน เพราะบ้านติดกันจนเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นข้ามไปมาได้ง่าย สิ่งที่ชุมชนต้องการคือโครงการที่ทำพร้อมกันทั้งชุมชน มีผู้ประสานงาน มีทรัพยากร และมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วย

ทำไมชุมชนริมคลองเสี่ยงกว่าพื้นที่อื่นหลังน้ำลด

โรคฉี่หนูและโรคจากน้ำ น้ำท่วมในชุมชนริมคลองมักปนน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ ขยะ และสิ่งปฏิกูล เชื้อแบคทีเรียอย่างอีโคไล และเชื้อก่อโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูที่มากับปัสสาวะหนู ตกค้างอยู่ในโคลนบนทางเดิน ใต้ถุนบ้าน และพื้นบ้าน ชาวบ้านที่เดินเท้าเปล่าหรือมีแผลที่เท้าเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงโรคท้องร่วงจากมือที่สัมผัสพื้นผิวปนเปื้อน และโรคผิวหนังจากการแช่น้ำนาน

เชื้อราในบ้านไม้ ไม้ ฝ้า เสื่อ ที่นอน และเสื้อผ้าดูดความชื้นได้ดี เมื่อบ้านปลูกชิดกันและลมผ่านน้อย เชื้อราจึงลุกลามเร็ว สปอร์ราในอากาศทำให้ผู้สูงอายุและเด็กที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ

พื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนใช้ร่วมกัน ห้องน้ำรวม ศาลาชุมชน ศูนย์เด็กเล็ก ลานกิจกรรม และจุดรับน้ำดื่ม เป็นจุดที่คนจำนวนมากสัมผัสร่วมกัน ถ้าจุดเหล่านี้ไม่ได้รับการฆ่าเชื้อ ความพยายามของแต่ละบ้านก็ไม่ได้ผลเต็มที่

ทรัพยากรที่จำกัด หลายครอบครัวมีรายได้รายวัน ต้องรีบกลับไปทำงาน ไม่มีเงินซื้อน้ำยาหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญเอง ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังทำความสะอาดบ้านเองไม่ไหว

ยุงและแมลง น้ำขังใต้ถุนบ้านและในภาชนะรอบชุมชนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เสี่ยงต่อไข้เลือดออกในช่วงหลังน้ำลด

ทำไมต่างคนต่างทำจึงไม่พอ

ราดน้ำยาฟอกขาวตามมีตามเกิด แต่ละบ้านผสมน้ำยาเอง บางบ้านเข้มข้นเกินจนแสบตาแสบจมูก บางบ้านเจือจางเกินจนไม่ได้ผล และน้ำยาฟอกขาวก็ไม่ซึมเข้าไปจัดการราในไม้และผ้า

ทำบางบ้าน บางบ้านไม่ได้ทำ บ้านที่ทำความสะอาดแล้วก็ยังได้รับกลิ่น สปอร์รา และแมลงจากบ้านข้างเคียงที่ยังไม่ได้ทำ

จุดธูป ใช้น้ำหอม หรือเปิดพัดลม กลบกลิ่นหรือพัดสปอร์ราไปที่อื่น แต่ไม่ได้กำจัดต้นตอ

ลืมพื้นที่ส่วนกลาง ทุกคนมุ่งทำบ้านตัวเอง ห้องน้ำรวม ศาลา และทางเดินจึงถูกปล่อยไว้ กลายเป็นจุดแพร่เชื้อของทั้งชุมชน

ทางออก: โครงการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแบบร่วมมือสามฝ่าย

World Health Disinfection ทำงานร่วมกับกรรมการชุมชนและอาสาสมัคร หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ และองค์กรที่ต้องการทำ CSR เพื่อวางโครงการฟื้นฟูทั้งชุมชนในคราวเดียว ทีมงานใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นแบบ ULV สำหรับทางเดิน ใต้ถุนบ้าน พื้นที่ส่วนกลาง และภายในบ้าน และใช้บริการอบโอโซนสำหรับห้องที่ปิดได้ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก ห้องพักผู้สูงอายุ และบ้านที่มีกลิ่นอับรุนแรง

บทบาทของแต่ละฝ่าย

  • กรรมการชุมชนและอาสาสมัคร สำรวจบ้านที่ได้รับผลกระทบ จัดลำดับความสำคัญ เช่น บ้านที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ขอความยินยอมจากเจ้าของบ้าน และแจ้งกำหนดการให้ทุกบ้านรู้ล่วงหน้า
  • หน่วยงานท้องถิ่น ช่วยประสานการเก็บขยะและโคลนออกจากชุมชน การตรวจระบบไฟฟ้า และการสื่อสารด้านสุขภาพร่วมกับหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่
  • องค์กรที่ทำ CSR สนับสนุนทรัพยากรสำหรับโครงการ และส่งอาสาสมัครพนักงานมาช่วยงานที่ปลอดภัย เช่น ขนของ แจกถุงมือและรองเท้าบูต หรือช่วยจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์
  • World Health Disinfection วางแผนการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน ลงมือทำโดยทีมที่ผ่านการฝึก ดูแลความปลอดภัย และสรุปขั้นตอนที่ทำให้ทุกฝ่ายรับทราบ

ขั้นตอนโครงการ

  1. สำรวจร่วมกัน เดินสำรวจชุมชนร่วมกับกรรมการ ทำแผนผังซอย บ้านที่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ส่วนกลาง
  2. แนะนำการเก็บกวาด จัดวันล้างโคลนและขนขยะร่วมกัน แนะนำให้ทิ้งที่นอนและเสื่อที่จมน้ำนาน
  3. เตรียมพื้นที่ แจ้งให้แต่ละบ้านนำอาหาร ยา สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออก คลุมหรือย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บอบบาง
  4. พ่นฆ่าเชื้อ พ่นทางเดิน ใต้ถุนบ้าน ห้องน้ำรวม ศาลา และภายในบ้านที่ได้รับความยินยอม ทีละซอยตามแผน
  5. อบโอโซน อบในห้องที่ปิดได้ ใช้ปริมาณที่ควบคุมตามขนาดห้อง ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้ในห้อง
  6. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่าง รอให้โอโซนสลายตัวก่อนให้ผู้อยู่อาศัยกลับเข้าห้อง
  7. ตรวจซ้ำและสรุปผล เดินตรวจร่วมกับกรรมการชุมชน บันทึกพื้นที่ที่ทำแล้ว และวางแผนทำซ้ำจุดที่ยังชื้นมาก

ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย: การอบโอโซนทำเฉพาะในห้องที่ปิดได้และไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ภายใน ต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าใช้ ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซน และแนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของที่ทำจากยางออกก่อน สำหรับพื้นที่เปิดโล่งจะใช้การพ่นฆ่าเชื้อแทน

จุดที่ควรจัดลำดับก่อนในชุมชน

  • ศูนย์เด็กเล็กและศาลาชุมชน เด็กเล็กคลานและนั่งเล่นบนพื้น ควรพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนเปิดรับเด็กอีกครั้ง
  • บ้านผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เป็นกลุ่มที่ภูมิคุ้มกันต่ำและทำความสะอาดบ้านเองไม่ได้
  • ห้องน้ำรวมและจุดรับน้ำ เป็นจุดสัมผัสร่วมที่สำคัญที่สุดของชุมชน
  • ทางเดินและใต้ถุนบ้าน เป็นเส้นทางที่ทุกคนเดินผ่าน และเป็นแหล่งสะสมโคลนและขยะ
  • จุดทิ้งขยะรวม ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังขนขยะออก และเสริมด้วยบริการพ่นยุงรอบชุมชน

10 เหตุผลที่ชุมชนและองค์กรเลือกโครงการพ่นฆ่าเชื้อแบบร่วมมือ

  1. ทำพร้อมกันทั้งชุมชนด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อ ลดการปนเปื้อนข้ามบ้าน
  2. ลดความเสี่ยงโรคฉี่หนู ท้องร่วง และโรคผิวหนังหลังน้ำลด
  3. อบโอโซนศูนย์เด็กเล็กและห้องผู้สูงอายุ ลดกลิ่นอับและสปอร์รา
  4. ใช้น้ำยา Chemgene HLD4H ไม่มีกลิ่นฉุนตกค้าง เหมาะกับบ้านที่ปลูกชิดกัน
  5. กลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลก่อนตามลำดับที่ชุมชนกำหนดเอง
  6. องค์กรที่ทำ CSR มีโครงการที่ชัดเจน วัดผลได้ และตรงกับความต้องการจริงของชุมชน
  7. หน่วยงานท้องถิ่นได้ทำงานร่วมกับชุมชนอย่างเป็นระบบ
  8. มีบันทึกขั้นตอนและพื้นที่ที่ทำ ใช้รายงานและวางแผนต่อได้
  9. สร้างความรู้ด้านสุขอนามัยให้ชาวบ้าน ผ่านการทำงานร่วมกันจริง
  10. เสริมด้วยบริการพ่นยุง ลดความเสี่ยงไข้เลือดออกช่วงน้ำขัง

ก่อนและหลังโครงการ

ก่อน

  • กลิ่นโคลน ขยะ และท่อลอยอยู่ทั่วซอย
  • ราดำบนผนังไม้ ศูนย์เด็กเล็กปิดใช้งาน
  • ห้องน้ำรวมมีโคลนเกาะ ทางเดินลื่น
  • ผู้สูงอายุไอ เด็กมีผื่นคัน หนูมากกว่าปกติ
  • แต่ละบ้านต่างคนต่างทำ ไม่มีแผนร่วม

หลัง

  • ทางเดิน ใต้ถุนบ้าน และพื้นที่ส่วนกลางได้รับการฆ่าเชื้อ
  • ศูนย์เด็กเล็กพร้อมเปิดรับเด็กอีกครั้ง
  • กลิ่นอับในบ้านกลุ่มเปราะบางลดลงชัดเจน
  • ชาวบ้านรู้วิธีดูแลตัวเองและบ้านต่อ
  • ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรมีแผนทำงานร่วมกัน

เสียงจากกรรมการชุมชน

"เราไม่มีกำลังพอจะทำเองทั้งชุมชน พอมีแผนที่ชัดว่าใครทำอะไร วันไหนทำซอยไหน ชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือดี ทีมงานทำศูนย์เด็กเล็กกับบ้านผู้สูงอายุก่อนตามที่เราขอ วันที่เปิดศูนย์เด็กเล็กได้อีกครั้ง พ่อแม่หลายคนบอกว่าสบายใจขึ้นมาก"
— กรรมการชุมชนริมคลอง เขตคลองเตย (ตัวอย่างสถานการณ์จากหน้างาน)

คำแนะนำสำหรับชาวบ้านหลังน้ำลด

  • สวมรองเท้าบูตและถุงมือยางทุกครั้งที่ล้างโคลนหรือเดินในพื้นที่ที่ยังเปียก หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า
  • ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ และล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารทุกครั้ง
  • ทิ้งอาหารและน้ำดื่มที่สัมผัสน้ำท่วม ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกสำหรับดื่มและปรุงอาหาร
  • คว่ำภาชนะที่มีน้ำขังรอบบ้านเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • เก็บขยะใส่ถุงมัดปากให้แน่น ลดอาหารของหนู
  • หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หลังลุยน้ำท่วม ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

สื่อสารและสรุปผลโครงการอย่างโปร่งใส

โครงการที่ดีต้องให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ก่อนเริ่มงาน กรรมการชุมชนควรประกาศกำหนดการผ่านเสียงตามสาย กลุ่มไลน์ชุมชน และป้ายหน้าศาลา บอกว่าซอยไหนจะทำวันไหน และแต่ละบ้านต้องเตรียมตัวอย่างไร ระหว่างทำงาน อาสาสมัครช่วยเคาะประตูเตือนบ้านที่ยังไม่ได้ย้ายของ หลังจบงาน ทีมงานสรุปพื้นที่ที่ทำแล้ว จุดที่ต้องติดตาม และคำแนะนำการดูแลต่อ ให้กรรมการชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรผู้สนับสนุนใช้อ้างอิงร่วมกัน การสื่อสารแบบนี้ช่วยให้ชาวบ้านเชื่อมั่น และทำให้โครงการครั้งต่อไปเริ่มต้นได้เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: องค์กรที่ต้องการทำ CSR เริ่มต้นอย่างไร
ตอบ: ติดต่อทีมงานเพื่อแจ้งพื้นที่ชุมชนที่สนใจ ทีมงานจะช่วยประสานการสำรวจร่วมกับกรรมการชุมชน และเสนอแผนงานให้พิจารณา

ถาม: ชุมชนติดต่อเองโดยไม่มีผู้สนับสนุนได้ไหม
ตอบ: ได้ ชุมชนสามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาและวางแผน โดยเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลางที่สำคัญที่สุดก่อน

ถาม: ต้องเข้าบ้านทุกหลังหรือไม่
ตอบ: ทำภายในบ้านเฉพาะหลังที่เจ้าของบ้านยินยอม ส่วนทางเดินและพื้นที่ส่วนกลางทำตามแผนที่ตกลงกับกรรมการชุมชน

ถาม: อบโอโซนในบ้านไม้ที่มีช่องลมเยอะได้ไหม
ตอบ: ทีมงานจะประเมินว่าห้องปิดได้เพียงพอหรือไม่ ห้องที่ปิดไม่ได้จะใช้การพ่นฆ่าเชื้อเป็นหลัก

ถาม: ชาวบ้านต้องออกจากบ้านนานเท่าไร
ตอบ: เฉพาะช่วงพ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน และระบายอากาศของบ้านหลังนั้น ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้กลับเข้าบ้าน

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง
ตอบ: คลองเตย พระโขนง บางนา ยานนาวา และพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงชุมชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ฟื้นฟูชุมชนไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางโครงการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนชุมชนริมคลองและชุมชนแออัด ร่วมกับชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรที่ทำ CSR ในคลองเตยและกรุงเทพฯ

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อชุมชน #CSRชุมชน #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #คลองเตย

คำค้นหา: โครงการพ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด, โครงการ CSR พ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อชุมชนริมคลอง, ชุมชนแออัดน้ำท่วม, ป้องกันโรคฉี่หนู, คลองเตย กรุงเทพฯ, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้