อบโอโซนกำจัดเชื้อราสถาบันกวดวิชาหลังน้ำท่วม: ห้องเรียนติดแอร์ พรมขึ้นรา โรงเรียนสอนพิเศษ หลักสี่ กรุงเทพฯ ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนกำจัดเชื้อราสถาบันกวดวิชาหลังน้ำท่วม: ห้องเรียนติดแอร์ พรมขึ้นรา โรงเรียนสอนพิเศษ หลักสี่ กรุงเทพฯ ปี 2569

อบโอโซนกำจัดเชื้อราสถาบันกวดวิชาหลังน้ำท่วม: ห้องเรียนติดแอร์ พรมขึ้นรา โรงเรียนสอนพิเศษ หลักสี่ กรุงเทพฯ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ห้องเรียนที่เคยเย็นสบาย กลายเป็นห้องที่ไม่มีใครอยากนั่ง

ครูเอ๋เปิดสถาบันกวดวิชาเล็ก ๆ บนชั้นสองและชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ย่านหลักสี่ ใกล้ถนนแจ้งวัฒนะและถนนวิภาวดีรังสิต สถาบันมีห้องเรียนติดแอร์ห้าห้อง ปูพรมแผ่นสีเทาเพื่อลดเสียงสะท้อน มีห้องสมุดเล็ก ๆ สำหรับนักเรียนนั่งอ่านหนังสือ และมุมรอผู้ปกครองที่มีโซฟาผ้า ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ฝนตกหนักติดกันหลายวัน น้ำในคลองเปรมประชากรเอ่อล้นเข้าซอย ชั้นล่างของอาคารโดนน้ำท่วมประมาณหนึ่งคืบนานสี่วัน

เมื่อน้ำลด ครูเอ๋ไขประตูเข้าห้องเรียนชั้นล่าง กลิ่นอับแรงจนต้องเปิดประตูทิ้งไว้ก่อนเดินเข้าไป พรมแผ่นที่อมน้ำบวมและมีจุดราสีขาวอมเขียวขึ้นตามรอยต่อ ขาโต๊ะเรียนเหล็กเริ่มมีสนิม ผนังด้านล่างมีคราบน้ำ และกระดาษชีทที่วางกองไว้ในตู้ล่างเปียกจนติดกันเป็นก้อน ที่น่ากังวลที่สุดคือห้องเรียนชั้นสองที่น้ำไม่ถึง แต่เมื่อเปิดแอร์ กลับมีกลิ่นอับลอยออกมาจากช่องลม เพราะความชื้นจากชั้นล่างลอยขึ้นมาตลอดหลายวันที่อาคารปิด

คอร์สเตรียมสอบปลายภาคใกล้เข้ามาแล้ว ผู้ปกครองหลายคนส่งข้อความมาว่า "ลูกเป็นภูมิแพ้ ห้องเรียนจะมีเชื้อราไหมคะ" บางคนถามว่าจะย้ายไปเรียนออนไลน์ก่อนได้ไหม ครูเอ๋รู้ดีว่าห้องเรียนติดแอร์ที่ปิดมิดชิดและมีเด็กนั่งเรียนวันละหลายชั่วโมง ต้องได้รับการดูแลมากกว่าการดูดฝุ่นและฉีดสเปรย์หอม

ทำไมห้องเรียนติดแอร์และพรมจึงเป็นแหล่งเชื้อราชั้นดีหลังน้ำท่วม

พรมเป็นฟองน้ำขนาดใหญ่ พรมแผ่นและพรมม้วนมีเส้นใยและแผ่นรองด้านล่างที่ดูดซับน้ำไว้ได้มาก แม้ผิวด้านบนจะดูแห้ง แต่ด้านล่างอาจยังชื้นอยู่หลายสัปดาห์ เชื้อราและแบคทีเรียจึงเติบโตต่อเนื่องและปล่อยกลิ่นอับออกมาทุกครั้งที่มีคนเดินเหยียบ

ห้องเรียนเป็นห้องปิด สถาบันกวดวิชาส่วนใหญ่ปิดหน้าต่างและเปิดแอร์ตลอดเวลาเพื่อให้เงียบและเย็น อากาศจึงหมุนเวียนอยู่ภายใน สปอร์เชื้อราและกลิ่นอับไม่มีทางออก

แอร์ดึงความชื้นและสปอร์เข้าไปในเครื่อง แผ่นกรอง คอยล์เย็น และถาดน้ำทิ้งของแอร์เป็นจุดที่เชื้อราเติบโตได้ดีเมื่ออาคารชื้น เมื่อเปิดแอร์ก็จะเป่าสปอร์และกลิ่นอับกระจายไปทั่วห้อง แม้จะเป็นห้องที่น้ำไม่ท่วมถึง

กระดาษ หนังสือ และชีทเรียน เป็นวัสดุที่ดูดความชื้นง่ายและเป็นอาหารของเชื้อรา ตู้เก็บเอกสารชั้นล่างและห้องสมุดเล็ก ๆ จึงมักเป็นแหล่งกลิ่นอับที่ซ่อนอยู่

ผู้ใช้ห้องคือเด็ก เด็กและวัยรุ่นนั่งเรียนต่อเนื่องหลายชั่วโมง หายใจอากาศในห้องเดิมตลอดเวลา และนักเรียนจำนวนไม่น้อยมีภูมิแพ้หรือหอบหืดอยู่แล้ว

ผลกระทบที่เจ้าของสถาบันมองข้ามไม่ได้

ด้านสุขภาพ สปอร์เชื้อราในอากาศอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก คันตา และหอบหืด ทำให้นักเรียนไม่มีสมาธิหรือต้องหยุดเรียน ส่วนคนที่เข้าไปทำความสะอาดชั้นล่างที่น้ำท่วมต้องระวังเชื้อโรคในโคลน รวมถึงโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูที่เข้าทางบาดแผล และโรคท้องร่วงจากการสัมผัสน้ำปนเปื้อนแล้วไม่ล้างมือ

ด้านรายได้ สถาบันกวดวิชามีรายได้จากคอร์สที่ลงเรียนล่วงหน้า หากต้องเลื่อนคลาสหรือคืนเงิน และหากผู้ปกครองไม่มั่นใจจนย้ายลูกไปสถาบันอื่น ความเสียหายจะต่อเนื่องไปถึงภาคเรียนถัดไป

ด้านความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง ผู้ปกครองตัดสินใจจากความรู้สึกปลอดภัยของลูกเป็นหลัก กลิ่นอับเพียงครั้งเดียวที่ลูกเล่าให้ฟัง อาจทำให้ผู้ปกครองตั้งคำถามกับมาตรฐานของสถาบัน และบอกต่อในกลุ่มผู้ปกครองของโรงเรียน

ด้านเวลา ช่วงใกล้สอบ ทุกวันมีค่า การทำความสะอาดแบบลองผิดลองถูกที่ไม่ได้ผลทำให้เสียเวลาเรียนของนักเรียนและเสียเวลาของครู

ทำไมการดูดฝุ่น ฉีดน้ำหอม หรือเปิดแอร์ทิ้งไว้จึงไม่พอ

ดูดฝุ่นพรมอย่างเดียว เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปดูดได้แค่ผิวด้านบน ไม่ถึงความชื้นและเชื้อราในแผ่นรองพรม และเครื่องที่ไม่มีแผ่นกรองละเอียดอาจพ่นสปอร์ออกมาทางลมร้อนด้วย

ฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศ กลบกลิ่นได้ระยะสั้น แต่เด็กที่แพ้ง่ายอาจระคายเคืองจากน้ำหอมเพิ่มขึ้นอีก และกลิ่นอับจะกลับมาเมื่อปิดห้องข้ามคืน

เปิดแอร์ทิ้งไว้ให้แห้ง แอร์ช่วยลดความชื้นได้บ้าง แต่ถ้าแผ่นกรองและคอยล์มีเชื้อราอยู่แล้ว การเปิดแอร์เท่ากับการกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง

ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดพรม ทำให้พรมด่างเสียหาย และกลิ่นคลอรีนในห้องปิดไม่เหมาะกับเด็ก

ทางออก: อบโอโซนกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ + พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H

World Health Disinfection (WHD) แนะนำการทำงานสองขั้นตอน เริ่มจากบริการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ในชั้นที่โดนน้ำท่วม ครอบคลุมพื้น ผนังส่วนล่าง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และห้องน้ำ เพื่อลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิว

ขั้นต่อมาคือบริการอบโอโซนในทุกห้องเรียนติดแอร์ ห้องสมุด และมุมรอผู้ปกครอง ห้องเรียนเป็นห้องปิดที่เหมาะกับการอบโอโซนเป็นอย่างมาก ก๊าซโอโซนแพร่ไปทั่วห้อง ซึมเข้าเส้นใยพรม โซฟาผ้า และม่าน ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ต้นเหตุ หลังอบเสร็จโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมีที่อาจรบกวนเด็ก

ขั้นตอนการทำงานสำหรับสถาบันกวดวิชา

  1. สำรวจหน้างาน ดูทุกห้องเรียน ระดับน้ำที่ท่วม ชนิดพรม ระบบแอร์ และจุดเก็บเอกสาร เพื่อวางแผนการพ่นและเวลาอบโอโซนของแต่ละห้อง
  2. แนะนำการเก็บกวาดและคัดแยก รื้อพรมแผ่นที่อมน้ำหนักออก ทิ้งชีทและกระดาษที่เปียก ย้ายหนังสือที่ยังดีขึ้นที่สูง และนัดช่างล้างแอร์
  3. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV พ่น Chemgene HLD4H ในชั้นที่โดนน้ำ ทั้งพื้น ผนัง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ และห้องน้ำ
  4. อบโอโซนทีละห้อง ปิดห้องให้มิดชิด เดินเครื่องตามขนาดห้อง ทำนอกเวลาเรียน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมจนโอโซนสลายตัว ก่อนครูและนักเรียนกลับเข้าห้อง
  6. ตรวจซ้ำและแนะนำการดูแล ตรวจกลิ่น ตรวจจุดชื้นใต้พรมที่เหลือ และแนะนำการคุมความชื้นและการล้างแอร์ตามรอบ

ความปลอดภัยของการอบโอโซน: ห้ามมีนักเรียน ครู สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้องระหว่างอบ และต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าห้อง ทีมงานจึงทำงานนอกเวลาเรียน และควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้อง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อความชื้นหรือโอโซน เช่น โปรเจกเตอร์ จอทัชสกรีน คอมพิวเตอร์ และลำโพง ควรถอดปลั๊กและคลุมไว้หรือย้ายออกก่อน รวมถึงชิ้นส่วนยางที่ไวเป็นพิเศษ

10 เหตุผลที่สถาบันกวดวิชาในหลักสี่เลือกอบโอโซนกับมืออาชีพ

  1. ห้องเรียนปิดเหมาะกับการอบโอโซน อบโอโซนเข้าถึงทุกมุมห้อง
  2. เข้าถึงเส้นใยพรมและโซฟาผ้า ที่การดูดฝุ่นทำไม่ถึง
  3. ช่วยลดสปอร์ที่กระตุ้นภูมิแพ้ ก่อนนักเรียนกลับมานั่งเรียน
  4. ไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมีหรือน้ำหอม ที่อาจรบกวนเด็ก อ่านเพิ่มเรื่องอบโอโซนดับกลิ่น
  5. ฆ่าเชื้อชั้นที่โดนน้ำอย่างทั่วถึง ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ
  6. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง Chemgene HLD4H
  7. ทำนอกเวลาเรียน ไม่ต้องหยุดคลาสนาน
  8. ช่วยให้ห้องชั้นบนที่น้ำไม่ถึงหายกลิ่นอับด้วย เมื่อทำร่วมกับการล้างแอร์
  9. ดูแลต่อได้ทุกวัน ด้วยสเปรย์ Chemgene HLD4H สำหรับโต๊ะเรียนและลูกบิดประตู
  10. ตอบคำถามผู้ปกครองได้อย่างมั่นใจ ว่าห้องเรียนผ่านการฆ่าเชื้อและอบโอโซนแล้ว และพิจารณาบริการกำจัดไรฝุ่นสำหรับโซฟาและเบาะ

ก่อน: หลังน้ำลดใหม่ ๆ

  • พรมแผ่นบวม มีราขาวอมเขียวตามรอยต่อ
  • ห้องเรียนชั้นสองมีกลิ่นอับออกจากแอร์
  • ชีทเรียนในตู้ล่างเปียกติดกัน
  • โซฟามุมรอผู้ปกครองมีกลิ่นอับ
  • ผู้ปกครองกังวลเรื่องภูมิแพ้ของลูก

หลัง: อบโอโซน + พ่นฆ่าเชื้อ

  • พรมที่เสียหายหนักถูกรื้อ ห้องผ่านการฆ่าเชื้อ
  • กลิ่นอับในห้องเรียนลดลงชัดเจน
  • แอร์ล้างแล้ว ลมเย็นไม่มีกลิ่น
  • มีแผนคุมความชื้นและตรวจจุดเสี่ยง
  • ครูแจ้งผู้ปกครองได้ว่าพร้อมเปิดคลาส

เสียงจากเจ้าของสถาบัน

"ตอนแรกคิดว่าแค่ซักพรมแล้วเปิดแอร์ก็พอ แต่ห้องชั้นบนที่น้ำไม่ถึงก็ยังมีกลิ่น พอรื้อพรมที่เสียหายออก ล้างแอร์ แล้วให้ทีมงานพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนทุกห้องตอนกลางคืน วันรุ่งขึ้นเด็ก ๆ เข้าห้องมาไม่มีใครบ่นเรื่องกลิ่นเลย ผู้ปกครองก็สบายใจขึ้น"

— ครูเอ๋ (นามสมมติ) สถาบันกวดวิชา ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ, เรื่องเล่าจากหน้างาน

เช็กลิสต์ก่อนเปิดคลาสหลังน้ำลด

  • ตรวจระบบไฟฟ้า ปลั๊ก และเบรกเกอร์ในชั้นที่โดนน้ำก่อนเปิดใช้งาน
  • รื้อพรมและแผ่นรองพรมที่อมน้ำหรือมีราออก พิจารณาเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำความสะอาดง่าย
  • ล้างแอร์ทุกเครื่อง รวมถึงแผ่นกรอง คอยล์ และถาดน้ำทิ้ง
  • ทิ้งกระดาษ ชีท และหนังสือที่เปียกหรือขึ้นราหนัก เก็บเอกสารสำคัญในกล่องพลาสติกปิดสนิท
  • เช็ดโต๊ะเรียน เก้าอี้ และลูกบิดประตูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • เตรียมช่องทางเรียนออนไลน์สำรองระหว่างที่ทีมงานอบโอโซน
  • แจ้งผู้ปกครองเรื่องขั้นตอนที่ทำ และกำหนดวันเปิดคลาสให้ชัดเจน

หลังเปิดคลาส ควรเปิดแอร์โหมดลดความชื้นหรือใช้เครื่องดูดความชื้นในห้องชั้นล่าง ตรวจกลิ่นทุกเช้าก่อนนักเรียนเข้าห้อง และหากพบจุดราใหม่ให้รีบจัดการทันที

สื่อสารกับผู้ปกครองอย่างไรให้มั่นใจ

ผู้ปกครองไม่ได้ต้องการคำสัญญาที่เกินจริง แต่ต้องการรู้ว่าสถาบันทำอะไรไปแล้วบ้าง ข้อความสั้น ๆ ในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองที่อธิบายว่า รื้อพรมที่เสียหายออก ล้างแอร์ทุกเครื่อง พ่นฆ่าเชื้อชั้นที่โดนน้ำ และอบโอโซนทุกห้องเรียนแล้ว พร้อมรูปห้องเรียนที่สะอาดและโปร่ง จะช่วยลดความกังวลได้มาก

ในวันแรกที่เปิดคลาส ครูควรสังเกตอาการของนักเรียนที่เป็นภูมิแพ้ หากมีเด็กจามหรือคัดจมูกมากกว่าปกติ ให้แจ้งผู้ปกครองและตรวจสอบห้องนั้นซ้ำ การดูแลอย่างใส่ใจแบบนี้ทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าสถาบันให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูกจริง ๆ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: อบโอโซนห้องเรียนแล้ว เด็กกลับเข้าเรียนได้เมื่อไร
ตอบ: หลังครบเวลาอบและเวลาระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้ง โดยทั่วไปทีมงานทำงานช่วงเย็นหรือกลางคืนหลังเลิกคลาส และระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนเช้าวันถัดไป

ถาม: พรมที่ขึ้นรา อบโอโซนแล้วใช้ต่อได้ไหม
ตอบ: หากพรมและแผ่นรองยังชื้นหรือมีราฝังลึก ควรรื้อและเปลี่ยนใหม่ การอบโอโซนเหมาะกับการกำจัดสปอร์และกลิ่นที่เหลือในห้องหลังรื้อวัสดุที่เสียหายออกแล้ว

ถาม: ห้องชั้นบนน้ำไม่ท่วม จำเป็นต้องอบไหม
ตอบ: หากมีกลิ่นอับหรือกลิ่นออกจากแอร์ ควรล้างแอร์และอบโอโซนด้วย เพราะความชื้นและสปอร์จากชั้นล่างลอยขึ้นไปได้

ถาม: โปรเจกเตอร์และคอมพิวเตอร์ในห้องต้องย้ายออกไหม
ตอบ: ควรถอดปลั๊กและคลุมไว้หรือย้ายออก ทีมงานจะแนะนำตามหน้างานและควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับห้อง

ถาม: หนังสือในห้องสมุดของสถาบันทำอย่างไร
ตอบ: หนังสือที่แห้งและไม่มีราให้เก็บไว้ในตู้ปิดหรือย้ายออกก่อน ส่วนเล่มที่เปียกหรือมีราควรแยกออก และปรึกษาทีมงานเรื่องการอบโอโซนแยกในพื้นที่ปิด

ถาม: ให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง
ตอบ: หลักสี่ ดอนเมือง บางเขน จตุจักร แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด และพื้นที่ใกล้เคียงในกรุงเทพฯ และนนทบุรี

ให้ห้องเรียนกลับมามีอากาศสะอาด ผู้ปกครองวางใจ

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางแผนอบโอโซนกำจัดเชื้อราและพ่นฆ่าเชื้อสถาบันกวดวิชาและโรงเรียนสอนพิเศษย่านหลักสี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซนสถาบันกวดวิชา #กำจัดเชื้อรา #พรมขึ้นรา #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #หลักสี่

คำค้นหา: อบโอโซนสถาบันกวดวิชา, กำจัดเชื้อราห้องเรียน, พรมขึ้นรา, พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียนสอนพิเศษ, ห้องเรียนติดแอร์กลิ่นอับ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หลักสี่, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้