ฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัยหลังภารกิจน้ำท่วม สถานีดับเพลิง มูลนิธิกู้ภัย อาสาสมัคร วังน้อย พระนครศรีอยุธยา พ่นฆ่าเชื้ออาคาร ชุดปฏิบัติงาน และอบโอโซนห้องพัก ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

ฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัยหลังภารกิจน้ำท่วม สถานีดับเพลิง มูลนิธิกู้ภัย อาสาสมัคร วังน้อย พระนครศรีอยุธยา พ่นฆ่าเชื้ออาคาร ชุดปฏิบัติงาน และอบโอโซนห้องพัก ปี 2569

ตลอดหลายสัปดาห์ที่น้ำท่วมพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2569 คนที่ลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยก่อนใครคือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อาสาสมัครกู้ภัย และมูลนิธิในพื้นที่ พวกเขาขับเรือท้องแบน อุ้มผู้ป่วยติดเตียงออกจากบ้าน แจกถุงยังชีพ และลากสายไฟสำรองท่ามกลางน้ำเน่า เมื่อภารกิจเริ่มเบาลง สิ่งที่เหลืออยู่ที่สถานีคือกองชุดปฏิบัติงานที่เปียกชื้น รองเท้าบูทเปื้อนโคลน เสื้อชูชีพที่ส่งกลิ่น และห้องพักเวรที่อับจนนอนไม่หลับ บทความนี้จะอธิบายว่าการฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัยหลังภารกิจน้ำท่วม พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้ออาคารและอบโอโซนห้องพักจาก World Health Disinfection (WHD) ช่วยให้ผู้ช่วยเหลือได้กลับมาพักและพร้อมออกปฏิบัติงานครั้งต่อไปอย่างปลอดภัยได้อย่างไร

เรื่องเล่าจากหน้างาน: อาสาที่ช่วยคนอื่นมาทั้งเดือน แต่ลืมดูแลตัวเอง

พี่เอก (นามสมมุติ) หัวหน้าชุดอาสาสมัครของมูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งในวังน้อย ออกเรือทุกวันตั้งแต่ตีห้าจนดึก ช่วงพีคมีอาสามาช่วยกว่าสามสิบคน ทุกคนกลับมาที่ศูนย์ด้วยเสื้อผ้าเปียกโชก ถอดรองเท้าบูทกองไว้หน้าห้อง ตากชุดบนราวเหล็กหลังอาคาร แล้วล้มตัวนอนบนเบาะในห้องพักรวมก่อนจะตื่นมาออกเรืออีกรอบ

เมื่อน้ำเริ่มลด พี่เอกเพิ่งมีเวลามองรอบตัว ห้องพักรวมมีกลิ่นอับปนกลิ่นยางและกลิ่นโคลนจนลูกทีมหลายคนเลือกไปนอนในรถ เบาะนอนหลายผืนขึ้นจุดดำ ล็อกเกอร์เหล็กมีคราบน้ำ ชุดปฏิบัติงานที่ตากไว้ไม่เคยแห้งสนิทเพราะฝนตกทุกวัน เสื้อชูชีพมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ในห้องเก็บอุปกรณ์ยังมีเชือก ถุงมือ และเปลสนามที่ใช้ขนผู้ป่วยวางรวมกันอยู่

ไม่นานลูกทีมคนหนึ่งเริ่มมีผื่นคันตามขาและแผลที่เท้าอักเสบ อีกคนไอเรื้อรังไม่หาย พี่เอกนึกขึ้นได้ว่าตลอดภารกิจ ทุกคนแช่น้ำท่วมที่ไหลผ่านบ้าน ท่อระบายน้ำ และคอกสัตว์มาทั้งเดือน แต่ไม่เคยมีใครฆ่าเชื้ออุปกรณ์หรือห้องพักอย่างจริงจังเลย เขาจึงตัดสินใจว่าก่อนจะเปิดรับภารกิจครั้งต่อไป ศูนย์ต้องได้รับการฟื้นฟูให้สะอาดจริง ๆ ก่อน

ความเสี่ยงที่ผู้ปฏิบัติงานกู้ภัยต้องเจอหลังน้ำลด

  • เชื้อโรคติดมากับอุปกรณ์: น้ำท่วมที่ไหลผ่านชุมชนอาจมีแบคทีเรีย เช่น อีโคไล และเชื้อเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งติดอยู่ตามรองเท้าบูท ถุงมือ เชือก เปลสนาม และพื้นเรือ แล้วถูกนำกลับเข้ามาในสถานีทุกวัน
  • ผู้ปฏิบัติงานมีบาดแผลบ่อย: การลุยน้ำ ปีนรั้ว และยกของหนักทำให้มีแผลถลอกเล็ก ๆ ตลอดเวลา เชื้อจึงเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทั้งโรคฉี่หนูและการติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • ห้องพักรวมกลายเป็นแหล่งเชื้อรา: เมื่อคนหลายสิบคนนำความชื้นเข้ามาพร้อมกัน เบาะนอน ผ้าห่ม และผนังห้องจะชื้นสะสมจนเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ ส่งผลให้คนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ
  • ชุดและเสื้อชูชีพมีกลิ่นและเชื้อสะสม: วัสดุที่ไม่เคยแห้งสนิทจะสะสมแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้เกิดกลิ่นและอาจระคายเคืองผิว
  • ความพร้อมของภารกิจต่อไป: ถ้าอุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือคนในทีมป่วยพร้อมกันหลายคน ความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนครั้งถัดไปก็ลดลงทันที

ทำไมการล้างน้ำแล้วตากแดดจึงไม่พอ

  • ฉีดน้ำล้างโคลน: ทำให้ดูสะอาด แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และหากไม่แห้งสนิทยิ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อ
  • แช่น้ำยาฟอกขาวเข้มข้น: อาจทำให้ผ้า สายรัด และชิ้นส่วนยางเสื่อมเร็ว สีซีด และทิ้งกลิ่นฉุนที่ระคายเคืองผิว
  • ตากแดดอย่างเดียว: ช่วงหน้าฝนแดดไม่พอ ชุดและเบาะนอนจึงชื้นอยู่ลึก ๆ ด้านใน
  • ฉีดสเปรย์ดับกลิ่น: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่เชื้อราในเบาะนอนและห้องพักยังอยู่
  • ไม่แยกโซนสะอาดและโซนสกปรก: เมื่ออุปกรณ์เปื้อนกับของสะอาดวางปนกัน เชื้อก็วนกลับไปมาไม่จบ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ทั้งอาคารและอุปกรณ์ แล้วอบโอโซนห้องพัก

WHD ใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ครอบคลุมโรงจอดรถ ห้องเก็บอุปกรณ์ ห้องแต่งตัว ล็อกเกอร์ ห้องน้ำ และห้องพักรวม ส่วนอุปกรณ์ที่ล้างโคลนแล้ว เช่น รองเท้าบูท ถุงมือ หมวก เปลสนาม และพื้นเรือ จะได้รับการพ่นละอองฆ่าเชื้อให้ทั่วทุกด้าน จากนั้นใช้บริการอบโอโซนในห้องพักและห้องแต่งตัว เพื่อลดสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายกลิ่นอับที่ฝังในเบาะ ผ้าม่าน และผนัง

ขั้นตอนการทำงานสำหรับสถานีดับเพลิงและมูลนิธิ

  1. สำรวจและจัดโซน: แบ่งพื้นที่เป็นโซนสกปรก (รับของกลับจากภารกิจ) และโซนสะอาด (เก็บอุปกรณ์พร้อมใช้) พร้อมกำหนดลำดับการทำงานไม่ให้กระทบเวรฉุกเฉิน
  2. ล้างโคลนก่อน: แนะนำให้ล้างโคลนหนาออกจากอุปกรณ์และพื้นด้วยน้ำสะอาด และนำเบาะหรือผ้าที่ขึ้นราหนักไปทิ้ง
  3. พ่นฆ่าเชื้ออาคารแบบ ULV: พ่นละอองให้ทั่วโรงจอดรถ ห้องเก็บอุปกรณ์ ล็อกเกอร์ ห้องน้ำ และห้องพัก
  4. ฆ่าเชื้ออุปกรณ์: พ่นหรือเช็ดอุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำท่วมด้วย Chemgene HLD4H แล้วผึ่งให้แห้งในโซนสะอาด อุปกรณ์ช่วยหายใจและอุปกรณ์นิรภัยเฉพาะทางให้ทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  5. อบโอโซนห้องพักและห้องแต่งตัว: ปิดห้องและอบโอโซนด้วยปริมาณที่ควบคุมตามขนาดห้อง โดยนำอุปกรณ์ยาง เชือกกู้ภัย และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกก่อน เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงอาจทำให้ยางเสื่อมเร็ว
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างจนโอโซนสลายตัวก่อนให้ทีมกลับเข้าห้อง
  7. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำ: ตรวจกลิ่นและสภาพห้อง พร้อมวางระบบฆ่าเชื้อหลังภารกิจให้ทีมทำได้เอง
ความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในห้อง ทีมงานจะปิดพื้นที่และติดป้ายเตือน และต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าใช้ วิทยุสื่อสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ยางควรย้ายออกหรือคลุมไว้ ทีมงานใช้ปริมาณโอโซนแบบควบคุม ไม่อบนานเกินจำเป็น

รถกู้ภัย รถพยาบาล และเรือท้องแบน: จุดที่มักถูกลืม

ในช่วงภารกิจ รถกู้ภัยและรถรับส่งผู้ป่วยต้องขนคนที่เปียกน้ำท่วมทั้งตัวขึ้นรถวันละหลายเที่ยว พื้นรถ เบาะ ที่จับ และเปลเข็นจึงสะสมโคลนและความชื้นมากกว่าที่คิด ส่วนเรือท้องแบนก็มีโคลนและเศษขยะติดอยู่ตามซอกพื้นเรือ หากจอดทิ้งไว้ในโรงจอดโดยไม่ล้างและฆ่าเชื้อ กลิ่นเหม็นจะลอยเข้าอาคาร และเชื้อโรคจะติดกลับมากับมือของทีมงาน

ทีมงาน WHD สามารถพ่นละอองฆ่าเชื้อในห้องโดยสารรถ เปลเข็น และพื้นเรือหลังล้างโคลนแล้ว และหากห้องโดยสารรถมีกลิ่นอับ ก็สามารถอบโอโซนแบบควบคุมโดยปิดประตูรถ แล้วเปิดระบายอากาศให้ทั่วก่อนใช้งาน โดยถอดอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถอดได้ออกก่อน

แผนฟื้นฟูศูนย์กู้ภัยแบบเป็นขั้นตอน

ช่วงที่ 1: เมื่อภารกิจเบาลง ให้รวบรวมอุปกรณ์ทั้งหมดมาไว้ที่โซนสกปรก ตรวจสภาพ คัดของที่ชำรุดออก

ช่วงที่ 2: ล้างโคลนอุปกรณ์ รถ และพื้นอาคาร ทิ้งเบาะและผ้าที่ขึ้นราหนัก

ช่วงที่ 3: นัดทีม WHD พ่นฆ่าเชื้อทั้งอาคารและอุปกรณ์ แล้วอบโอโซนห้องพักและห้องแต่งตัว

ช่วงที่ 4: จัดโซนสะอาดถาวร ติดป้ายขั้นตอนฆ่าเชื้อหลังภารกิจ และเตรียมสเปรย์ฆ่าเชื้อประจำรถทุกคัน

10 เหตุผลที่ทีมกู้ภัยในวังน้อยควรฟื้นฟูศูนย์ด้วย WHD

  1. ฆ่าเชื้อทั้งอาคารในครั้งเดียว ด้วยการพ่นละอองฝอย ULV
  2. ดูแลอุปกรณ์ที่ใช้ช่วยชีวิต ด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H
  3. ห้องพักหายอับ ด้วยการอบโอโซน ให้ทีมได้นอนหลับเต็มที่
  4. ลดความเสี่ยงโรคผิวหนังและโรคฉี่หนู จากอุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำท่วม
  5. ลดสปอร์เชื้อรา ที่กระตุ้นภูมิแพ้และอาการไอ
  6. ใช้โอโซนอย่างระมัดระวัง แยกอุปกรณ์ยางและอิเล็กทรอนิกส์ออกก่อน
  7. ทำงานเป็นโซน สถานียังรับแจ้งเหตุได้ตลอด
  8. วางระบบโซนสะอาด–โซนสกปรก ให้ใช้ต่อได้ในภารกิจถัดไป
  9. กำจัดไรฝุ่นในเบาะนอน เพิ่มเติมได้ด้วยบริการกำจัดไรฝุ่น
  10. เตรียมสเปรย์ฆ่าเชื้อติดรถ ด้วยสเปรย์ Chemgene HLD4H ขนาดพกพา

ก่อนและหลังใช้บริการ

ก่อน

  • ห้องพักรวมอับ กลิ่นยางปนโคลน
  • เบาะนอนขึ้นจุดดำ ล็อกเกอร์มีคราบน้ำ
  • เสื้อชูชีพและชุดมีกลิ่นเปรี้ยว
  • ลูกทีมมีผื่นคันและไอเรื้อรัง
  • อุปกรณ์สะอาดและสกปรกวางปนกัน

หลัง

  • ห้องพักโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • อาคารและอุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • มีโซนสะอาดเก็บอุปกรณ์พร้อมใช้
  • ทีมได้พักผ่อนเต็มที่ก่อนภารกิจใหม่
  • มีขั้นตอนฆ่าเชื้อหลังภารกิจที่ชัดเจน

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"พวกเราช่วยคนอื่นจนลืมดูแลตัวเอง พอทีม WHD เข้ามาพ่นฆ่าเชื้อทั้งศูนย์และอบโอโซนห้องพัก แถมสอนวิธีแยกโซนของสกปรกกับของสะอาด น้อง ๆ ก็กลับมานอนในห้องได้อีกครั้ง ไม่ต้องไปนอนในรถแล้ว รู้สึกว่าพร้อมออกช่วยคนอีกรอบจริง ๆ"

— หัวหน้าชุดอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัย อำเภอวังน้อย (เรื่องเล่าตามสถานการณ์จริงจากหน้างาน)

ขั้นตอนฆ่าเชื้อหลังภารกิจที่ทีมทำเองได้ทุกครั้ง

  1. ถอดชุดและรองเท้าบูทที่โซนสกปรกก่อนเข้าอาคาร
  2. ล้างโคลนออกจากอุปกรณ์ด้วยน้ำสะอาด
  3. ฉีดพ่นหรือเช็ดอุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วผึ่งให้แห้งสนิท
  4. ซักชุดปฏิบัติงานแยกจากเสื้อผ้าทั่วไป
  5. ล้างมือ อาบน้ำ และทำแผลทันทีหลังกลับจากภารกิจ
  6. ย้ายอุปกรณ์ที่แห้งแล้วไปโซนสะอาด
  7. หากมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หรือตาแดงหลังลุยน้ำ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: อบโอโซนเสื้อชูชีพและรองเท้าบูทได้หรือไม่?
ตอบ: โอโซนความเข้มข้นสูงอาจทำให้ยางและวัสดุบางชนิดเสื่อมเร็ว ทีมงานจึงแนะนำให้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์เหล่านี้ด้วยการพ่นหรือเช็ดน้ำยา Chemgene HLD4H แทน และใช้โอโซนกับห้องพักหรือห้องแต่งตัวเป็นหลัก

ถาม: อุปกรณ์ช่วยหายใจต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามคู่มือของผู้ผลิตโดยเฉพาะ ทีมงานจะไม่อบโอโซนอุปกรณ์นิรภัยเฉพาะทาง

ถาม: สถานีต้องหยุดรับแจ้งเหตุระหว่างทำงานไหม?
ตอบ: ไม่ต้อง ทีมงานแบ่งทำเป็นโซน และจัดลำดับให้รถและอุปกรณ์ฉุกเฉินพร้อมออกได้เสมอ

ถาม: เบาะนอนที่ขึ้นราแล้วควรเก็บไว้ไหม?
ตอบ: เบาะที่ขึ้นราลึกเข้าไปในฟองน้ำควรทิ้ง ส่วนที่ราขึ้นเพียงผิวและซักได้ ให้ซักแล้วตากให้แห้งสนิท ก่อนนำเข้าห้องที่ผ่านการอบโอโซนแล้ว

ถาม: ใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดอาคารและปริมาณอุปกรณ์ โดยทั่วไปทำเสร็จได้ภายในหนึ่งวัน รวมเวลาระบายอากาศ

ถาม: WHD ให้บริการในวังน้อยหรือไม่?
ตอบ: ให้บริการในพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง โทรนัดสำรวจได้ที่ 065-556-6294

ดูแลคนที่ดูแลทุกคน

ให้ทีม WHD ฟื้นฟูสถานี อุปกรณ์ และห้องพักของทีมกู้ภัย ให้สะอาด ปลอดเชื้อ และพร้อมสำหรับภารกิจต่อไป

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#ฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัย #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อสถานีดับเพลิง #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #วังน้อยอยุธยา

คีย์เวิร์ด: ฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัยหลังภารกิจน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อสถานีดับเพลิง, ฆ่าเชื้อชุดปฏิบัติงาน, อบโอโซนห้องพักอาสาสมัคร, กำจัดกลิ่นอับมูลนิธิกู้ภัย, วังน้อย, พระนครศรีอยุธยา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, บริการอบโอโซน, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้