Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ป้าบุญมีเปิดร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง มาเกือบยี่สิบปี ร้านของป้าเป็นศาลาไม้ยื่นลงไปในน้ำ ด้านหน้ามีเรือนแพเล็ก ๆ สำหรับนั่งชมวิว และมีท่าเรือไม้ให้ลูกค้าที่ล่องเรือมาจอด วันเสาร์อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวที่มาไหว้พระนอนวัดป่าโมกแวะมากินปลาเผา ต้มยำกุ้งแม่น้ำ และนั่งรับลมจนพลบค่ำ
ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนท่วมพื้นศาลาและห้องครัว ป้ากับลูกชายต้องย้ายตู้แช่ เตา และโต๊ะเก้าอี้ขึ้นที่สูงเท่าที่ทำได้ ส่วนที่เหลือต้องปล่อยให้จมน้ำอยู่เกือบสามสัปดาห์ เรือนแพโยกไปตามกระแสน้ำ ท่าเรือจมหายไปทั้งแถบ
เมื่อน้ำลด ป้ากลับมาเปิดประตูร้านพร้อมความหวัง แต่สิ่งที่เห็นทำให้ใจหาย พื้นไม้เต็มไปด้วยโคลนหนาเป็นคืบ เสาและผนังไม้มีคราบน้ำเป็นเส้นสูงระดับเอว เหนือเส้นนั้นมีจุดดำ ๆ ของเชื้อราขึ้นกระจายเป็นวง เบาะนั่งบนเรือนแพบวมน้ำและส่งกลิ่นเหม็นอับ ห้องครัวมีกลิ่นผสมระหว่างน้ำเน่า ไขมันเก่า และโคลน ท่าเรือไม้มีตะไคร่เขียวลื่นปกคลุมทั้งแผ่น
ลูกชายป้าฉีดน้ำล้างโคลนอยู่สามวัน ขัดพื้นด้วยผงซักฟอก แล้วโพสต์บอกลูกค้าว่าจะเปิดร้านเร็ว ๆ นี้ แต่พอเพื่อนบ้านเดินมาดูก็พูดตรง ๆ ว่า "ยังเหม็นอยู่เลยนะ ใครจะมานั่งกินข้าวได้" ป้าบุญมีเริ่มกังวลว่า ถ้าลูกค้ากลับมาแล้วเจอกลิ่นอับหรือเห็นเชื้อราตามเสา คงไม่มีใครอยากกลับมาอีก และถ้ามีลูกค้าท้องเสียหลังกินอาหารร้านป้า ชื่อเสียงที่สร้างมายี่สิบปีอาจหายไปในข้ามคืน
สถานการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับร้านอาหารริมน้ำ ร้านกาแฟเรือนแพ ท่าเรือรับจ้าง และร้านค้าริมตลิ่งอีกหลายแห่งตลอดลำน้ำเจ้าพระยาในอ่างทอง ทั้งป่าโมก เมืองอ่างทอง และอำเภอใกล้เคียง
ร้านอาหารริมน้ำเป็นพื้นที่ที่จมน้ำนานกว่าที่อื่น และมีวัสดุที่ดูดซับความชื้นได้มาก ทั้งพื้นไม้ เสาไม้ ผนังไม้ไผ่ หลังคาจาก เบาะผ้า และม่านกันแดด เมื่อรวมกับห้องครัวที่มีคราบไขมันและเศษอาหาร น้ำท่วมจึงทิ้งสภาพแวดล้อมที่เชื้อโรคและเชื้อราเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ
ร้านอาหารริมน้ำขายบรรยากาศเป็นหลัก ลูกค้าเลือกมาเพราะลมเย็น วิวแม่น้ำ และความรู้สึกสบาย ๆ กลิ่นอับเพียงเล็กน้อยก็ทำลายประสบการณ์ทั้งหมดได้ ยิ่งในยุคที่ทุกคนถ่ายรูปและรีวิวลงโซเชียล คำว่า "เหม็นอับ" หรือรูปเชื้อราบนเสาเพียงรูปเดียว อาจทำให้ลูกค้าใหม่ไม่กล้ามา ในขณะที่ร้านต้องการรายได้มาฟื้นฟูความเสียหายมากที่สุด
เชื้อราที่กินเนื้อไม้ทำให้พื้นและเสาผุเร็วขึ้น เรือนแพที่อุ้มความชื้นนานจะเสื่อมสภาพ ส่วนอุปกรณ์ครัวสแตนเลส ตู้แช่ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็มีโอกาสเกิดสนิมและกลิ่นฝังแน่นหากไม่จัดการให้ถูกวิธี
ฉีดน้ำล้างโคลนอย่างเดียว เป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำ แต่น้ำที่ฉีดลงไปจะซึมเข้าร่องไม้และใต้พื้นศาลา เพิ่มความชื้นให้เชื้อราเติบโตต่อ และไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคที่ตกค้างอยู่
ขัดด้วยน้ำยาฟอกขาว อาจทำให้เนื้อไม้ซีดด่าง เบาะผ้าเสียหาย และกลิ่นคลอรีนที่ค้างอยู่ในร้านอาหารก็รบกวนลูกค้า อีกทั้งยังเข้าไม่ถึงซอกหลังคาจาก ใต้ท้องเรือนแพ หรือร่องระหว่างแผ่นไม้
จุดธูปหรือฉีดน้ำหอม กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง เมื่ออากาศร้อนชื้นตอนบ่าย กลิ่นอับจากเนื้อไม้จะกลับมาอีก และกลิ่นหอมแรง ๆ ไม่เหมาะกับร้านอาหารที่ลูกค้าต้องการได้กลิ่นอาหาร
ทาสีทับ ช่วยให้ร้านดูใหม่ แต่ถ้าไม้ยังชื้นและเชื้อรายังไม่ถูกกำจัด สีจะพองและลอก จุดดำจะทะลุขึ้นมาใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์
World Health Disinfection (WHD) ฟื้นฟูร้านอาหารริมน้ำด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV ละอองขนาดเล็กเข้าถึงร่องไม้ ซอกเสา ใต้โต๊ะ หลังตู้แช่ และผนังห้องครัว ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิวที่เสี่ยง
สำหรับพื้นที่ที่ปิดได้ เช่น ห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องแอร์ ห้องน้ำ และห้องภายในเรือนแพ ทีมงานจะใช้ บริการอบโอโซน โอโซนแพร่เข้าไปในทุกซอก ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นน้ำเน่า และกลิ่นไขมันเก่า เมื่อระบายอากาศแล้ว โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง
ข้อควรระวัง: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง ปลาในตู้ หรือต้นไม้ในห้องเด็ดขาด และต้องระบายอากาศจนสลายหมดก่อนเข้าใช้งาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความไว เช่น เครื่องคิดเงิน ลำโพง หรือจอทีวี ควรปิดคลุมหรือย้ายออก ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะสมเพื่อถนอมยางขอบตู้แช่และชิ้นส่วนยางต่าง ๆ ส่วนพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น เขียง ภาชนะ และโต๊ะเตรียมอาหาร ควรล้างทำความสะอาดอีกครั้งตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารก่อนเริ่มประกอบอาหาร
การวางแผนฟื้นฟูที่ดีจึงต้องมองให้ครบทั้งพื้นที่ลูกค้า พื้นที่ครัว และพื้นที่ริมน้ำ ไม่ใช่แค่ส่วนที่มองเห็นด้วยตา
"ป้าล้างร้านเองมาหลายวันแต่กลิ่นไม่หาย พอทีมงานมาพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องครัวให้ วันรุ่งขึ้นเดินเข้าร้านแล้วโล่งขึ้นมาก ป้ากล้าโพสต์บอกลูกค้าว่าร้านพร้อมแล้วจริง ๆ"
— เจ้าของร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอป่าโมก (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
ถาม: ร้านเปิดโล่งริมน้ำ อบโอโซนได้หรือไม่
ตอบ: โอโซนได้ผลดีที่สุดในพื้นที่ที่ปิดได้ สำหรับศาลาเปิดโล่งและท่าเรือ ทีมงานจะเน้นการพ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV ส่วนห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และห้องแอร์ จะใช้การอบโอโซนร่วมด้วย
ถาม: ต้องปิดร้านกี่วัน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดร้านและความชื้นของไม้ ทีมงานจะประเมินและแจ้งเวลาโดยประมาณ ส่วนใหญ่งานพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนสามารถทำให้เสร็จได้ในเวลาไม่นาน แต่การปล่อยให้ไม้แห้งอาจต้องใช้เวลาเพิ่ม
ถาม: น้ำยาจะตกค้างบนโต๊ะอาหารไหม
ตอบ: ทีมงานใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับพื้นที่ และแนะนำให้ล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงอีกครั้งก่อนเริ่มประกอบอาหาร ส่วนโอโซนจะสลายเป็นออกซิเจนหลังระบายอากาศ
ถาม: เชื้อราบนเสาไม้จะกลับมาอีกไหม
ตอบ: หากไม้ยังชื้นต่อเนื่อง เชื้อราอาจกลับมาได้ จึงควรแก้ไขเรื่องการระบายอากาศและความชื้นควบคู่กัน ทีมงานจะแนะนำวิธีดูแลหลังการบริการ
ถาม: บ้านพักและโฮมสเตย์ริมน้ำใช้บริการได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ทั้งบ้านพักริมน้ำ โฮมสเตย์ ร้านกาแฟ และท่าเรือรับจ้าง สามารถติดต่อให้ทีมงานประเมินได้
ถาม: ติดต่ออย่างไร
ตอบ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนร้านอาหารริมน้ำ เรือนแพ และท่าเรือ ในป่าโมก อ่างทอง และพื้นที่ใกล้เคียง
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: WHO – Floods and health และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
#กำจัดเชื้อรา #พ่นฆ่าเชื้อร้านอาหาร #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ป่าโมก #ฟื้นฟูร้านหลังน้ำท่วม
คำค้นหา: กำจัดเชื้อราร้านอาหารริมน้ำ, พ่นฆ่าเชื้อร้านอาหาร, อบโอโซนเรือนแพ, ฆ่าเชื้อท่าเรือหลังน้ำลด, กำจัดกลิ่นอับร้านอาหาร, ร้านอาหารริมน้ำ ป่าโมก, พ่นฆ่าเชื้อ อ่างทอง, Chemgene HLD4H