Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
เนอร์สซิ่งโฮมขนาดเล็กแห่งหนึ่งในเขตตลิ่งชัน ตั้งอยู่ในซอยที่ไม่ไกลจากคลองบางพรม ดูแลผู้สูงอายุราวยี่สิบท่าน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีเมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำเข้ามาถึงชั้นล่างของอาคารสูงเกือบถึงเข่า คุณแหม่ม เจ้าของศูนย์ ตัดสินใจย้ายผู้สูงอายุทั้งหมดไปพักกับญาติและศูนย์เครือข่ายชั่วคราว
เมื่อน้ำลด คุณแหม่มกลับมาเปิดประตูศูนย์อีกครั้ง สิ่งที่เจอทำให้ใจหาย ห้องนอนรวมชั้นล่างมีกลิ่นอับชื้นจนแสบจมูก ที่นอนลมสำหรับป้องกันแผลกดทับที่ยกขึ้นไม่ทันเปียกน้ำทั้งหลัง วอล์กเกอร์และรถเข็นมีคราบโคลนเกาะตามล้อ ผนังห้องกายภาพเริ่มมีจุดราดำลามขึ้นมาจากพื้น และห้องครัวมีกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้ง
ไลน์กลุ่มญาติผู้สูงอายุเริ่มมีข้อความถามเข้ามาทุกวัน ลูกสาวของคุณยายท่านหนึ่งเขียนว่า "แม่ถามหาห้องเดิมทุกคืน นอนบ้านลูกแล้วไม่หลับ" ขณะที่ลูกชายของคุณตาอีกท่านถามตรง ๆ ว่า "ที่ศูนย์ฆ่าเชื้อแล้วหรือยัง พ่อเพิ่งหายจากปอดอักเสบ"
คุณแหม่มรู้ว่าการย้ายผู้สูงอายุกลับเร็วจะช่วยให้ท่านกลับสู่กิจวัตรเดิม แต่การรับท่านกลับเข้าอาคารที่ยังเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสปอร์เชื้อรา คือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มเลย คุณแหม่มจึงติดต่อทีม World Health Disinfection (WHD) เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนทั้งอาคารก่อนวันรับผู้สูงอายุกลับ
ผู้สูงอายุติดเตียงหลายท่านมีภูมิต้านทานต่ำ บางท่านมีแผลกดทับ ใส่สายให้อาหาร หรือสายสวนปัสสาวะ จึงติดเชื้อได้ง่าย และเมื่อติดเชื้อแล้วอาการมักรุนแรงกว่าคนวัยทำงาน ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมก็อาจบอกอาการไม่ได้ชัดเจน กว่าผู้ดูแลจะสังเกตเห็นก็อาจล่าช้า
น้ำท่วมฝั่งธนบุรีไหลผ่านคลอง ท่อระบายน้ำ และชุมชน จึงอาจพาเชื้อแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล และเชื้อก่อโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสมาด้วย เชื้อเหล่านี้ตกค้างตามพื้น ขาเตียง ล้อรถเข็น ราวจับในห้องน้ำ และร่องกระเบื้อง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สูงอายุและผู้ดูแลสัมผัสทุกวัน
ที่นอน หมอน ผ้าม่าน และผนังที่อมน้ำ เป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี สปอร์เชื้อราในอากาศอาจกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และทำให้ผู้สูงอายุที่มีโรคปอดเรื้อรังหายใจลำบากขึ้น กลิ่นอับยังทำให้ผู้สูงอายุบางท่านเบื่ออาหารและนอนไม่หลับ
แอ่งน้ำขังรอบอาคารและในกระถางต้นไม้ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ผู้สูงอายุติดเตียงหลบยุงเองไม่ได้ จึงต้องจัดการรอบอาคารด้วย
ญาติฝากคนที่รักที่สุดไว้กับศูนย์ หากกลับมาเยี่ยมแล้วได้กลิ่นอับหรือเห็นคราบราบนผนัง ความไว้วางใจจะสั่นคลอนทันที การฟื้นฟูอย่างเป็นระบบและอธิบายให้ญาติเข้าใจได้ จึงเป็นทั้งเรื่องสุขภาพและความอยู่รอดของศูนย์
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจึงต้องการกระบวนการที่ครอบคลุมทั้งพื้นผิว ซอกมุม และอากาศ พร้อมขั้นตอนความปลอดภัยที่ชัดเจน
WHD ใช้สองขั้นตอนที่เสริมกัน ขั้นแรกคือ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วย น้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ซึ่งละอองขนาดเล็กลอยเข้าถึงใต้เตียง ซอกราวจับ ล้อรถเข็น และมุมห้องน้ำ ขั้นที่สองคือ บริการอบโอโซน ที่ก๊าซโอโซนแทรกซึมทั่วห้อง ช่วยลดสปอร์เชื้อราในอากาศและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ และผนัง
บริการนี้เป็นการฟื้นฟูอาคารหลังน้ำท่วม เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุตามปกติของศูนย์กลับมาทำงานได้เต็มที่ ไม่ได้ทดแทนการทำความสะอาดประจำวันหรือแนวทางป้องกันการติดเชื้อที่ผู้ดูแลทำอยู่แล้ว เมื่อฟื้นฟูเสร็จ ศูนย์ยังควรใช้ สเปรย์ Chemgene HLD4H เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยทุกวัน และเฝ้าระวังความชื้นอย่างต่อเนื่อง
ความปลอดภัยของโอโซน: ห้ามมีผู้สูงอายุ ผู้ดูแล สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบโอโซน ต้องระบายอากาศให้ครบก่อนกลับเข้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อน ชิ้นส่วนยาง และของมีค่า ทีมงานจะใช้ปริมาณที่ควบคุมและขอให้คลุมหรือย้ายออกก่อนเริ่มงาน
"สิ่งที่กลัวที่สุดคือรับคุณยายคุณตากลับมาแล้วมีใครไม่สบาย ทีมงานช่วยวางลำดับว่าห้องไหนต้องทำก่อน อะไรต้องทิ้ง อะไรเก็บได้ หลังอบโอโซนเสร็จ กลิ่นอับในห้องนอนลดลงมาก วันที่ญาติพาผู้สูงอายุกลับมา หลายคนบอกว่าห้องสดชื่นกว่าก่อนน้ำท่วมอีก"
— เจ้าของเนอร์สซิ่งโฮม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ (เรื่องเล่าตัวอย่างจากหน้างาน)
ห้องนอนผู้สูงอายุติดเตียง: เป็นห้องที่สำคัญที่สุด เพราะผู้สูงอายุใช้เวลาเกือบทั้งวันในห้องนี้ ควรเปลี่ยนที่นอนที่เสียหาย ฆ่าเชื้อราวกั้นเตียงและโต๊ะข้างเตียง และอบโอโซนให้ครบก่อนจัดเตียงใหม่
ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ: พื้นเปียกบ่อยจึงเกิดเชื้อราง่าย ต้องเน้นร่องกระเบื้อง ราวจับ เก้าอี้อาบน้ำ และท่อระบายน้ำ ซึ่งมักมีกลิ่นย้อนขึ้นมาหลังน้ำลด
ห้องครัวและห้องอาหาร: ภาชนะที่โดนน้ำท่วมต้องล้างและฆ่าเชื้อก่อนใช้ ภาชนะไม้หรือพลาสติกที่แช่น้ำสกปรกนานควรทิ้ง อาหารแห้งที่โดนน้ำต้องทิ้งทั้งหมด
ห้องกายภาพบำบัด: เบาะ เสื่อ และอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทำจากฟองน้ำอมน้ำได้มาก ควรประเมินว่าเก็บได้หรือต้องเปลี่ยน ก่อนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน
ห้องเก็บยาและเวชภัณฑ์: ยาและเวชภัณฑ์ที่โดนน้ำหรือความชื้นสูง ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ต่อ ส่วนชั้นวางและตู้ให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนจัดเก็บใหม่
ถาม: อบโอโซนเนอร์สซิ่งโฮมใช้เวลานานเท่าไร?
ตอบ: ขึ้นกับจำนวนห้องและสภาพความเสียหาย ทีมงานจะประเมินหลังสำรวจ และวางแผนให้เสร็จทันวันรับผู้สูงอายุกลับ
ถาม: ผู้สูงอายุกลับเข้าห้องได้เมื่อไรหลังอบโอโซน?
ตอบ: หลังระบายอากาศครบตามที่ทีมงานกำหนดเท่านั้น โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ห้ามมีใครอยู่ในห้องระหว่างอบ
ถาม: ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับใช้ต่อได้ไหม?
ตอบ: ตัวปั๊มเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องให้ช่างหรือผู้ผลิตตรวจก่อน ส่วนตัวที่นอนหากผิวไม่ฉีกขาดอาจล้างและฆ่าเชื้อได้ ทีมงานจะช่วยประเมินหน้างาน
ถาม: น้ำยา Chemgene HLD4H มีกลิ่นแรงไหม?
ตอบ: ไม่มีกลิ่นฉุนแบบน้ำยาคลอรีน ทีมงานจะแจ้งเวลาให้พื้นผิวแห้งก่อนใช้งาน
ถาม: ต้องทำซ้ำไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่หนึ่งรอบหลังล้างโคลนก็เพียงพอ หากอาคารยังชื้นหรือมีกลิ่นกลับมา ทีมงานจะแนะนำการทำซ้ำหรือการควบคุมความชื้นเพิ่ม
ถาม: ให้บริการพื้นที่ใกล้ตลิ่งชันไหม?
ตอบ: ให้บริการตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางกอกน้อย บางพลัด ภาษีเจริญ และพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
เนอร์สซิ่งโฮมและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในตลิ่งชันและฝั่งธนบุรี นัดสำรวจกับทีม WHD ได้วันนี้
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
ข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพ: องค์การอนามัยโลก (WHO): Floods · กรมอนามัย
#อบโอโซนเนอร์สซิ่งโฮม #อบโอโซน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ตลิ่งชัน
คำค้นหา: อบโอโซนเนอร์สซิ่งโฮม, พ่นฆ่าเชื้อศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, เนอร์สซิ่งโฮมหลังน้ำท่วม, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 2569