กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับโรงสีข้าว ยุ้งฉาง โกดังเก็บข้าวเปลือกหลังน้ำท่วม ด้วยอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ ท่าตะโก นครสวรรค์ ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับโรงสีข้าว ยุ้งฉาง โกดังเก็บข้าวเปลือกหลังน้ำท่วม ด้วยอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ ท่าตะโก นครสวรรค์ ปี 2569

กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับโรงสีข้าว ยุ้งฉาง โกดังเก็บข้าวเปลือกหลังน้ำท่วม ด้วยอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ ท่าตะโก นครสวรรค์ ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: ยุ้งฉางของเฮียชัยที่ไม่เหมือนเดิม

เฮียชัยเปิดโรงสีข้าวขนาดกลางที่อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ สืบต่อกิจการมาจากพ่อ รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในตำบลรอบ ๆ แล้วสีเป็นข้าวสารส่งร้านค้าและตลาดในจังหวัด ข้างโรงสีมีโกดังเก็บข้าวเปลือกหลังใหญ่สองหลัง และยุ้งฉางไม้แบบเก่าอีกหนึ่งหลังที่พ่อสร้างไว้ตั้งแต่สมัยเฮียยังเด็ก ทุกปีช่วงปลายฝนต้นหนาว เฮียจะเตรียมโกดังให้พร้อมรับข้าวนาปีที่กำลังจะเกี่ยว

ปีนี้ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำจากที่ลุ่มรอบบึงบอระเพ็ดและลำน้ำสาขาไหลบ่าเข้าพื้นที่ น้ำเข้าโกดังสูงกว่าครึ่งเมตร ข้าวเปลือกกองล่างที่ยังขายไม่หมดจมน้ำไปหลายสิบกระสอบ เฮียกับลูกน้องช่วยกันยกกระสอบที่ยังแห้งขึ้นที่สูง แต่ก็ทำได้ไม่ทั้งหมด

สองสัปดาห์ต่อมาเมื่อน้ำลด เฮียชัยเปิดประตูโกดังอีกครั้ง กลิ่นอับชื้นหนักปนกลิ่นเปรี้ยวของข้าวที่เริ่มหมักลอยออกมาจนต้องถอยหลัง ข้าวเปลือกที่จมน้ำงอกเป็นต้นอ่อนและมีราสีเขียวปนดำขึ้นเต็มกระสอบ พื้นปูนมีโคลนเลน ผนังไม้ของยุ้งฉางมีคราบราเป็นแนวตามระดับน้ำ ฝุ่นละอองในโกดังทำให้ลูกน้องสองคนไอและจามไม่หยุด ส่วนเฮียเองก็กังวลว่า ถ้าเอาข้าวใหม่เข้ามาเก็บในโกดังที่ยังมีสปอร์เชื้อราเต็มอากาศ ข้าวล็อตใหม่ทั้งหมดอาจเสียหายตามไปด้วย

ทำไมโกดังข้าวหลังน้ำท่วมจึงเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี

ข้าวเปลือก แกลบ ฝุ่นรำ และไม้ ล้วนเป็นวัสดุที่ดูดซับความชื้นได้ดี เมื่อเจอน้ำท่วมแล้วตามด้วยอากาศร้อนชื้น เชื้อราจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ความเสียหายแบ่งได้หลายด้าน

ด้านสุขภาพ

  • สปอร์เชื้อราในอากาศ โกดังที่มีราจำนวนมากจะมีสปอร์ฟุ้งกระจายทุกครั้งที่ขยับกระสอบ ทำให้คนงานไอ จาม แสบจมูก และกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือหอบหืด
  • สารพิษจากเชื้อรา เชื้อราบางชนิดที่ขึ้นบนธัญพืชสามารถสร้างสารพิษ เช่น อะฟลาท็อกซิน ข้าวเปลือกที่จมน้ำและขึ้นราจึงไม่ควรนำไปบริโภคหรือนำไปปนกับข้าวดี
  • โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) โกดังข้าวเป็นที่ที่หนูชอบอาศัย น้ำท่วมจึงพาเชื้อจากปัสสาวะหนูกระจายไปทั่ว คนงานที่ลุยโคลนโดยไม่สวมรองเท้าบูทมีความเสี่ยงสูง
  • เชื้อโรคจากน้ำท่วม เช่น อีโคไล ที่ติดมากับโคลนและน้ำเสีย อาจทำให้ท้องร่วงหรือติดเชื้อที่ผิวหนัง

ด้านธุรกิจ

ข้าวเปลือกที่เสียหายเป็นต้นทุนที่สูญไปแล้ว แต่ความเสียหายที่หนักกว่าคือการที่โกดังซึ่งยังมีเชื้อราสะสมจะทำให้ข้าวล็อตใหม่เสื่อมคุณภาพตามไปด้วย ข้าวสารที่มีกลิ่นอับหรือเมล็ดมีจุดราจะถูกกดราคาหรือถูกตีกลับจากร้านค้า ชื่อเสียงของโรงสีที่สร้างมาหลายสิบปีอาจเสียไปในฤดูเดียว

ด้านเวลา

ฤดูเก็บเกี่ยวไม่รอใคร ถ้าโกดังยังไม่พร้อมตอนชาวนาเริ่มขนข้าวมาขาย โรงสีจะเสียโอกาสรับซื้อ หรือต้องไปเช่าโกดังที่อื่นซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าขนส่ง

ทำไมวิธีที่ทำกันบ่อยจึงยังเอาเชื้อราไม่อยู่

  • กวาดและเปิดประตูทิ้งไว้ ช่วยให้อากาศถ่ายเท แต่สปอร์เชื้อราที่ฝังอยู่ในเนื้อไม้ รอยแตกของพื้น และโครงหลังคายังอยู่ครบ
  • ราดน้ำยาฟอกขาว ใช้กับพื้นที่กว้างอย่างโกดังได้ยาก กลิ่นแรง ซึมเข้าเนื้อไม้ได้ไม่ดี และอาจทิ้งกลิ่นที่ข้าวดูดซับได้
  • ตากแดดหรือเป่าพัดลม ทำได้แค่บางส่วน และพัดลมยังทำให้สปอร์ฟุ้งไปทั่วโกดัง
  • ทาสีหรือทาน้ำมันทับผนัง กลบคราบได้ชั่วคราว แต่ราใต้สีจะกลับมาเมื่อความชื้นยังสูง
  • รีบเอาข้าวใหม่เข้าเก็บ เพื่อให้ทันฤดูกาล แต่ข้าวที่ยังมีความชื้นจะเป็นอาหารชั้นดีของสปอร์ที่ยังลอยอยู่ในโกดัง

หัวใจของปัญหาคือ เชื้อราในโกดังอยู่ทั้งบนพื้นผิวและในอากาศ หากจัดการเพียงด้านเดียว ราจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด

ทางออก: อบโอโซนร่วมกับพ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H โดย World Health Disinfection

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซน ที่เหมาะกับพื้นที่ปิดขนาดใหญ่อย่างโกดังและยุ้งฉาง โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายได้ทั่วทั้งห้อง เข้าถึงโครงหลังคา ช่องไม้ และอากาศทุกส่วน ช่วยจัดการสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับ ร่วมกับ บริการพ่นฆ่าเชื้อโรค ด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่ทำให้น้ำยาเข้าถึงผนัง พื้น และซอกมุมได้ทั่วถึง

สำคัญ: การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนทำในโกดังที่ขนข้าวและกระสอบออกแล้ว ไม่ใช่การทำให้ข้าวที่ขึ้นราแล้วกลับมาใช้ได้ ข้าวเปลือกที่จมน้ำหรือมีรา ควรคัดแยกออกและตัดสินใจตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการให้บริการสำหรับโรงสีและโกดังข้าว

  1. สำรวจหน้างาน ทีมงานดูขนาดโกดัง ยุ้งฉาง ลานตาก และห้องเครื่องสี ประเมินระดับเชื้อรา จุดที่น้ำขัง และวัสดุที่ต้องระวัง เช่น สายพาน มอเตอร์ และตู้ไฟ
  2. ให้คำแนะนำการขนย้ายและล้างโคลน ขนข้าวเปลือกที่เสียหาย กระสอบ และเศษแกลบที่เปียกออก ขูดโคลนและล้างพื้น เพราะการฆ่าเชื้อจะได้ผลดีเมื่อไม่มีคราบสกปรกหนา
  3. พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H พ่นละอองฝอยทั่วพื้น ผนัง เสา คาน และพื้นที่รอบห้องเครื่องสี เพื่อจัดการเชื้อโรคจากน้ำท่วมบนพื้นผิว
  4. อบโอโซนแบบช็อก ปิดโกดังและเดินเครื่องโอโซนในระยะเวลาที่เหมาะกับปริมาตร จัดการสปอร์ในอากาศ ช่องหลังคา และกลิ่นอับที่ฝังในไม้
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูและช่องลมจนค่าโอโซนลดลงสู่ระดับปลอดภัย แล้วจึงให้คนงานกลับเข้าพื้นที่
  6. ตรวจซ้ำ ตรวจกลิ่นและคราบราร่วมกับเจ้าของ และแนะนำการดูแลความชื้นก่อนนำข้าวใหม่เข้าเก็บ

ความปลอดภัยของการอบโอโซน: ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง สุนัขเฝ้าโกดัง หรือต้นไม้อยู่ภายใน ปิดป้ายห้ามเข้า และระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าไป ทีมงานควบคุมความเข้มข้นและเวลา ส่วนสายพานยาง ตู้ควบคุม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องสีจะถูกคลุมหรือแยกพื้นที่ เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงอาจทำให้ยางและอุปกรณ์บางชนิดเสื่อมเร็วขึ้น

10 เหตุผลที่โรงสีข้าวในท่าตะโกเลือกฟื้นฟูโกดังกับ WHD

  1. เหมาะกับพื้นที่ปิดขนาดใหญ่ โอโซนกระจายทั่วโกดังและยุ้งฉาง ไม่ต้องเช็ดทีละจุด
  2. จัดการสปอร์เชื้อราในอากาศ ลดโอกาสที่ราจะกลับมาเกาะผนังและข้าวล็อตใหม่
  3. สลายกลิ่นอับและกลิ่นข้าวหมัก ไม่ใช่การกลบกลิ่น ข้าวใหม่จึงไม่ดูดกลิ่นเก่าเข้าไป
  4. ใช้ Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ออกฤทธิ์กว้างต่อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา
  5. ละอองฝอย ULV เข้าถึงคานและโครงหลังคา ที่คนปีนขึ้นไปทำความสะอาดได้ยาก
  6. ทันฤดูเก็บเกี่ยว วางแผนทำงานให้โกดังพร้อมรับข้าวนาปีได้ทันเวลา
  7. ดูแลเครื่องจักรโรงสี คลุมหรือแยกสายพาน มอเตอร์ และตู้ไฟก่อนอบ
  8. ปลอดภัยต่อคนงาน มีขั้นตอนปิดพื้นที่และระบายอากาศก่อนกลับเข้าอย่างชัดเจน
  9. บริการครบในที่เดียว ทั้งโกดัง ห้องเครื่องสี สำนักงาน และบ้านพักคนงาน พร้อมบริการพ่นยุงรอบพื้นที่
  10. ติดต่อง่าย โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อนัดสำรวจโกดัง

ก่อนและหลังการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน

  • กลิ่นอับและกลิ่นข้าวหมักรุนแรงเมื่อเปิดประตูโกดัง
  • คราบเชื้อราเป็นแนวบนผนังไม้และเสา
  • คนงานไอ จาม แสบจมูกเมื่อเข้าไปทำงาน
  • โคลนเลนและแกลบเปียกเต็มพื้น
  • เจ้าของไม่กล้านำข้าวใหม่เข้าเก็บ

หลัง

  • อากาศในโกดังโปร่ง กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • พื้นผิวผ่านการฆ่าเชื้อทั่วถึงถึงคานและโครงหลังคา
  • สปอร์เชื้อราในอากาศได้รับการจัดการ
  • คนงานกลับเข้าทำงานได้สบายขึ้น
  • โกดังพร้อมสำหรับการเก็บข้าวฤดูใหม่

ดูแลโกดังระยะยาว ไม่ให้เชื้อรากลับมาอีก

การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังน้ำท่วมคือการเริ่มต้นใหม่ แต่การป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมาขึ้นอยู่กับการดูแลในชีวิตประจำวันด้วย เชื้อราต้องการสามอย่างในการเติบโต คือ ความชื้น อาหาร และอุณหภูมิที่เหมาะสม โกดังข้าวในภาคกลางมีอาหารและอุณหภูมิพร้อมอยู่แล้ว สิ่งที่เจ้าของควบคุมได้มากที่สุดจึงเป็นความชื้น

  • ตรวจหลังคาและรางน้ำ หลังพายุทุกครั้ง เพราะน้ำฝนที่รั่วลงกองข้าวเพียงจุดเดียวก็ทำให้ราลุกลามได้
  • เปิดช่องระบายอากาศในช่วงที่อากาศแห้ง และปิดในช่วงที่ฝนตกหรือความชื้นสูง
  • หมุนเวียนข้าวแบบเข้าก่อนออกก่อน ไม่ปล่อยให้กองข้าวเก่าค้างอยู่มุมโกดังนาน ๆ
  • ทำความสะอาดฝุ่นรำและแกลบที่สะสม ตามคานและมุมผนังเป็นประจำ เพราะเป็นทั้งอาหารของราและแมลง
  • สังเกตสัญญาณเตือน เช่น กลิ่นอับ ไอน้ำเกาะใต้หลังคา หรือจุดดำบนกระสอบ หากพบควรจัดการทันที

หากโกดังเริ่มมีกลิ่นอับอีกในอนาคต การอบโอโซนช่วงที่โกดังว่างระหว่างฤดูกาลก็เป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาคุณภาพพื้นที่เก็บข้าวได้ต่อเนื่อง

เสียงจากเจ้าของโรงสี

"ตอนแรกคิดว่ากวาดแล้วเปิดประตูตากลมไว้ก็พอ แต่ผ่านไปเป็นอาทิตย์กลิ่นก็ยังอยู่ ทีมงานแนะนำให้ขนของเสียออกให้หมดก่อน แล้วค่อยพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซน เปิดโกดังวันรุ่งขึ้นกลิ่นต่างไปเลย ลูกน้องก็ไม่ไอเหมือนก่อน ปีนี้เลยรับข้าวใหม่ได้อย่างสบายใจ"

— เฮียชัย เจ้าของโรงสีข้าว ท่าตะโก นครสวรรค์ (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

เช็กลิสต์ก่อนนำข้าวฤดูใหม่เข้าโกดัง

  • คัดแยกข้าวเปลือกที่จมน้ำ งอก หรือขึ้นราออกจากข้าวดีทั้งหมด และไม่นำไปปนกัน
  • ขนกระสอบ แกลบ และรำที่เปียกออกจากโกดัง
  • ขูดโคลนและล้างพื้น ผนัง และร่องระบายน้ำ
  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจมอเตอร์ ตู้ไฟ และสายไฟของเครื่องสีก่อนจ่ายไฟ
  • พ่นฆ่าเชื้อพื้นผิว และอบโอโซนเพื่อจัดการสปอร์ในอากาศและกลิ่นอับ
  • ปล่อยให้โกดังแห้งสนิท และสังเกตว่ามีจุดน้ำรั่วหรือน้ำซึมหรือไม่
  • วางข้าวบนพาเลทให้ห่างจากผนังและพื้น เพื่อให้อากาศหมุนเวียน
  • ตรวจความชื้นข้าวก่อนเข้าเก็บ และวางแผนป้องกันหนูกับแมลง
  • คนงานควรสวมหน้ากาก ถุงมือ และรองเท้าบูทระหว่างทำความสะอาด หากมีไข้หรือปวดกล้ามเนื้อหลังลุยน้ำควรรีบพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: อบโอโซนทำให้ข้าวเปลือกที่ขึ้นราแล้วกลับมาขายได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ บริการนี้มีไว้ฟื้นฟูโกดังและยุ้งฉางที่ขนข้าวออกแล้ว ข้าวที่จมน้ำหรือขึ้นราควรคัดแยกออก เพราะอาจมีสารพิษจากเชื้อรา

ถาม: ยุ้งฉางไม้แบบเก่าทำได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ โอโซนเข้าถึงช่องไม้และโครงหลังคาได้ดี ทีมงานจะประเมินสภาพไม้และแนะนำการซ่อมจุดที่ผุก่อนเก็บข้าว

ถาม: ระหว่างอบโอโซน คนงานต้องออกจากพื้นที่นานแค่ไหน?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดโกดัง ทีมงานจะแจ้งเวลาอบและเวลาระบายอากาศให้ชัดเจน ห้ามคน สัตว์ และต้นไม้อยู่ภายในจนกว่าจะระบายอากาศเสร็จ

ถาม: เครื่องสีและสายพานจะเสียหายหรือไม่?
ตอบ: ทีมงานควบคุมปริมาณโอโซน และคลุมหรือแยกส่วนที่เป็นยางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนอบ

ถาม: ต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?
ตอบ: หลังน้ำท่วมแนะนำให้ทำก่อนนำข้าวใหม่เข้าเก็บ หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นและการดูแลโกดัง สอบถามทีมงานได้ที่ 065-556-6294

ถาม: ให้บริการพื้นที่นอกนครสวรรค์หรือไม่?
ตอบ: สอบถามพื้นที่ให้บริการได้ทาง LINE @whd268

เตรียมโกดังให้พร้อม ก่อนข้าวฤดูใหม่มาถึง

อย่าให้เชื้อราจากน้ำท่วมครั้งนี้ทำลายข้าวล็อตต่อไป ปรึกษาทีม World Health Disinfection วันนี้

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#กำจัดเชื้อราโรงสีข้าว #อบโอโซนโกดัง #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ยุ้งฉาง #ท่าตะโก #นครสวรรค์

คำค้นหา: กำจัดเชื้อราโรงสีข้าวหลังน้ำท่วม, ยุ้งฉางน้ำท่วม, โกดังข้าวเปลือก, กลิ่นอับโกดัง, อบโอโซนโกดัง, พ่นฆ่าเชื้อโรงสี, กำจัดกลิ่นอับ, ท่าตะโก, นครสวรรค์, น้ำท่วม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้