กำจัดเชื้อราและพ่นฆ่าเชื้อห้องเรียนรวม ห้องปฏิบัติการ มหาวิทยาลัย หลังน้ำท่วม ก่อนเปิดภาคเรียน หนองเสือ ปทุมธานี ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อ

กำจัดเชื้อราและพ่นฆ่าเชื้อห้องเรียนรวม ห้องปฏิบัติการ มหาวิทยาลัย หลังน้ำท่วม ก่อนเปิดภาคเรียน หนองเสือ ปทุมธานี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: สองสัปดาห์ก่อนเปิดเทอม

อาจารย์ชไมพรดูแลงานอาคารสถานที่ของวิทยาเขตแห่งหนึ่งในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี วิทยาเขตตั้งอยู่ท่ามกลางคลองชลประทานและทุ่งนา ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำจากคลองล้นเข้าพื้นที่ อาคารเรียนรวมสองหลังและอาคารปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ชั้นล่างจมน้ำอยู่เกือบสัปดาห์ ระดับน้ำสูงประมาณเข่า

เช้าวันที่น้ำลด อาจารย์ชไมพรไขกุญแจเปิดห้องบรรยายขนาดสองร้อยที่นั่ง สิ่งแรกที่เจอคือกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนที่ลอยมากระทบหน้าจนต้องถอยออกมา เก้าอี้เลกเชอร์แถวหน้ามีคราบโคลนติดอยู่ใต้ที่นั่ง ผนังด้านล่างมีเส้นคราบน้ำเป็นแนวยาว พรมทางเดินกลางห้องเปียกชุ่มและเริ่มมีจุดราขาว ส่วนห้องปฏิบัติการเคมีชั้นล่าง ตู้เก็บอุปกรณ์ไม้อัดบวมน้ำ ฝ้าเพดานบางแผ่นมีรอยด่างดำ และอ่างล้างมือมีโคลนตกค้างจนท่อระบายอุดตัน

ปฏิทินการศึกษาบอกว่าอีกสองสัปดาห์จะเปิดภาคเรียน นักศึกษาหลายพันคนจะกลับเข้ามาเรียนพร้อมกัน ในกลุ่มไลน์ของคณะเริ่มมีคำถามจากนักศึกษาและผู้ปกครองว่า "ห้องเรียนปลอดภัยหรือยัง" "ลูกเป็นหอบหืด จะเข้าเรียนห้องที่โดนน้ำได้ไหม" อาจารย์ชไมพรรู้ว่าการล้างโคลนแล้วเปิดพัดลมคงไม่พอ ต้องมีขั้นตอนฆ่าเชื้อและกำจัดเชื้อราที่อธิบายต่อผู้บริหารและนักศึกษาได้อย่างชัดเจน

ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในอาคารเรียนหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ น้ำท่วมที่ไหลผ่านคลอง ทุ่งนา และท่อระบายน้ำ พาเชื้อแบคทีเรียอย่างอีโคไล และเชื้อก่อโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเข้ามาในอาคาร เชื้อเหล่านี้ตกค้างอยู่บนพื้น ขาโต๊ะ เก้าอี้ และในซอกมุมที่โคลนสะสม เมื่อความชื้นยังสูง เชื้อราจะเติบโตบนผนัง ฝ้า พรม และเฟอร์นิเจอร์ไม้ สปอร์ราที่ลอยอยู่ในอากาศเป็นตัวกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก และหอบหืด นักศึกษาที่นั่งเรียนในห้องปิดติดเครื่องปรับอากาศนานสามถึงสี่ชั่วโมงต่อคาบจะได้รับสปอร์ราต่อเนื่อง

ด้านการเรียนการสอน ห้องปฏิบัติการต้องการความสะอาดสูงกว่าห้องเรียนทั่วไป เชื้อราและแบคทีเรียที่ตกค้างอาจปนเปื้อนชิ้นงานทดลอง โดยเฉพาะในห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาและห้องปฏิบัติการอาหาร ถ้าต้องเลื่อนคาบปฏิบัติการออกไป ตารางสอนทั้งภาคเรียนจะเลื่อนตามเป็นทอด ๆ

ด้านงบประมาณ พรม ฝ้า ตู้ไม้ และเก้าอี้บุนวมที่ปล่อยให้ราลุกลาม อาจต้องรื้อเปลี่ยนทั้งชุด ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการจัดการตั้งแต่ต้นหลายเท่า

ด้านความเชื่อมั่น ภาพเชื้อราบนผนังห้องเรียนที่ถูกโพสต์ลงโซเชียลเพียงภาพเดียว อาจกลายเป็นคำถามต่อผู้บริหารทั้งมหาวิทยาลัย และกระทบความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจส่งลูกมาเรียน

ด้านเวลา ช่วงก่อนเปิดภาคเรียนมีเวลาจำกัด ทีมแม่บ้านและช่างมีจำนวนไม่มาก แต่ต้องดูแลหลายอาคารพร้อมกัน การมีขั้นตอนที่ชัดเจนและทำได้เร็วจึงสำคัญมาก

ทำไมการล้างแล้วเปิดพัดลมยังไม่พอ

ใช้น้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวช่วยได้บนพื้นผิวเรียบ แต่ซึมไม่ถึงในเนื้อพรม ฝ้า และไม้อัด อีกทั้งกลิ่นคลอรีนที่ฉุนแรงในห้องปิดอาจทำให้แสบจมูก และถ้าผสมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่นอาจเกิดก๊าซอันตรายได้ ห้องปฏิบัติการที่มีสารเคมีหลายชนิดจึงยิ่งต้องระวัง

เปิดพัดลมเป่าให้แห้ง พัดลมช่วยลดความชื้นที่ผิว แต่ก็พัดพาสปอร์ราให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องและเข้าสู่ระบบปรับอากาศ

ใช้สเปรย์ปรับอากาศ เป็นการกลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้ทำลายต้นตอของกลิ่นที่มาจากเชื้อราและแบคทีเรีย พอผ่านไปหนึ่งวันกลิ่นอับจะกลับมาอีก

ทาสีทับ ถ้าทาสีขณะผนังยังชื้นและยังมีเชื้อราอยู่ข้างใน ราจะดันสีให้พองและขึ้นเป็นจุดดำใหม่ภายในไม่กี่เดือน ทำให้ต้องเสียเงินซ้ำ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ร่วมกับอบโอโซน

World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยาแตกตัวเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยเข้าถึงใต้เก้าอี้เลกเชอร์ ซอกโต๊ะปฏิบัติการ มุมห้อง และพื้นผิวที่มือเข้าไม่ถึง จากนั้นใช้บริการอบโอโซน ให้ก๊าซโอโซนแทรกซึมเข้าไปในเนื้อพรม ฝ้า และช่องลมของห้อง เพื่อจัดการสปอร์ราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ต้นตอ

ขั้นตอนการทำงานสำหรับอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการ

  1. สำรวจหน้างาน ทีมงานเดินดูอาคารร่วมกับฝ่ายอาคารสถานที่ จดบันทึกห้องที่โดนน้ำ ระดับความชื้น จุดที่มีเชื้อรา และวัสดุที่ควรรื้อทิ้ง
  2. แนะนำการเก็บกวาดโคลน แนะนำให้ล้างโคลนและนำวัสดุที่เสียหายหนักออกก่อน เช่น พรมที่จมน้ำนาน ฝ้าที่ยุบ และกล่องเอกสารกระดาษที่เปียก
  3. เตรียมห้องปฏิบัติการ ขอให้เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการนำสารเคมีเข้าเก็บในตู้ที่ปิดสนิทหรือย้ายออก ปิดแก๊สและไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ส่วนเครื่องมือวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางให้คลุมหรือย้ายออกจากห้อง
  4. พ่นฆ่าเชื้อ พ่นละอองน้ำยา Chemgene HLD4H ทั่วทั้งห้อง ครอบคลุมโต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได ลูกบิดประตู อ่างล้างมือ และพื้น
  5. อบโอโซน ปิดห้องและอบโอโซนตามขนาดพื้นที่ ใช้ปริมาณที่ควบคุมให้เหมาะสม ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในห้อง
  6. ระบายอากาศ หลังครบเวลา เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายตัวก่อนให้เจ้าหน้าที่กลับเข้าห้อง
  7. ตรวจซ้ำ ตรวจกลิ่นและจุดเชื้อราร่วมกับฝ่ายอาคาร หากมีจุดที่ยังชื้นมาก จะแนะนำแผนการทำซ้ำหลังผนังแห้ง

ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย: โอโซนเป็นก๊าซที่มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อ จึงต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบ และต้องระบายอากาศให้เพียงพอก่อนกลับเข้าใช้ห้อง ชิ้นส่วนยางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางควรคลุมหรือนำออก ทีมงานจะควบคุมปริมาณโอโซนให้เหมาะกับขนาดห้องทุกครั้ง

จุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในมหาวิทยาลัย

ห้องเรียนรวมขนาดใหญ่ มีเก้าอี้บุนวมจำนวนมาก พรม และเพดานสูง โฟมในเบาะที่ดูดน้ำเป็นแหล่งกลิ่นอับชั้นดี การอบโอโซนช่วยให้ก๊าซเข้าถึงเนื้อโฟมได้ แต่ถ้าเบาะจมน้ำนาน ควรพิจารณาเปลี่ยนเบาะร่วมด้วย

ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ โต๊ะปฏิบัติการ อ่างล้าง และตู้ดูดควันมีซอกมุมมาก การพ่นแบบ ULV ช่วยให้น้ำยาเข้าถึงได้ทั่ว ส่วนเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงให้ผู้ดูแลห้องปฏิบัติการตรวจสอบตามคู่มือของผู้ผลิตแยกต่างหาก

ห้องคอมพิวเตอร์ ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้งาน และคลุมหรือย้ายคอมพิวเตอร์ออกก่อนอบโอโซน

ระบบปรับอากาศ แอร์ในห้องเรียนที่ดูดอากาศชื้นมาตลอดช่วงน้ำท่วมมักมีเชื้อราในแผ่นกรองและถาดน้ำทิ้ง ควรล้างแอร์ก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนตามลำดับ

ห้องน้ำ ทางเดิน และลิฟต์ เป็นจุดสัมผัสร่วมของนักศึกษาจำนวนมาก ควรพ่นฆ่าเชื้อในวันเดียวกับห้องเรียน เพื่อให้ทั้งอาคารพร้อมใช้งานพร้อมกัน

10 เหตุผลที่มหาวิทยาลัยควรเลือกพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนเปิดภาคเรียน

  1. ลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคในน้ำท่วมด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อที่ครอบคลุมทั้งอาคาร
  2. จัดการสปอร์ราในพรม ฝ้า และเบาะเก้าอี้ด้วยการอบโอโซน
  3. ลดอาการภูมิแพ้และหอบหืดของนักศึกษาที่ต้องนั่งเรียนในห้องปิดนานหลายชั่วโมง
  4. ใช้น้ำยา Chemgene HLD4H ที่ไม่มีกลิ่นฉุนตกค้าง เหมาะกับห้องที่ต้องใช้ต่อเนื่อง
  5. ห้องปฏิบัติการกลับมาใช้สอนได้ตามตาราง ลดการเลื่อนคาบ
  6. ทำเป็นอาคารหรือเป็นชั้นได้ วางแผนให้สอดคล้องกับเวลาที่เหลือก่อนเปิดเทอม
  7. ลดค่าใช้จ่ายในการรื้อเปลี่ยนวัสดุที่อาจลุกลามเพราะเชื้อรา
  8. มีขั้นตอนที่อธิบายต่อผู้บริหาร นักศึกษา และผู้ปกครองได้ชัดเจน
  9. ทาสีและซ่อมแซมต่อได้อย่างมั่นใจหลังจัดการเชื้อราแล้ว
  10. เสริมด้วยบริการพ่นยุงรอบอาคาร ในช่วงที่ยังมีน้ำขังในพื้นที่วิทยาเขต

ก่อนและหลังการฟื้นฟูอาคารเรียน

ก่อน

  • กลิ่นอับและกลิ่นโคลนตั้งแต่เปิดประตูห้องบรรยาย
  • จุดราขาวบนพรมและรอยด่างดำบนฝ้า
  • ตู้ไม้ในห้องปฏิบัติการบวมน้ำ มีราเกาะ
  • นักศึกษาและผู้ปกครองถามเรื่องความปลอดภัยไม่หยุด
  • ไม่แน่ใจว่าจะเปิดภาคเรียนได้ตามกำหนด

หลัง

  • อากาศในห้องเรียนสดชื่น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • สปอร์ราในพรม ฝ้า และเบาะเก้าอี้ถูกจัดการ
  • พื้นผิวสัมผัสในห้องปฏิบัติการได้รับการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • ฝ่ายอาคารมีข้อมูลขั้นตอนที่แจ้งต่อนักศึกษาได้
  • เปิดภาคเรียนได้อย่างมั่นใจ

เสียงจากผู้ดูแลอาคาร

"สิ่งที่ช่วยเรามากที่สุดคือการวางลำดับงาน ทีมงานบอกชัดว่าห้องไหนต้องล้างแอร์ก่อน ห้องไหนต้องย้ายสารเคมีออก และห้องไหนต้องรอผนังแห้ง พอทำครบ เราสรุปขั้นตอนส่งให้คณะและประกาศในกลุ่มนักศึกษาได้ ความกังวลในกลุ่มลดลงไปมาก"
— ผู้ดูแลอาคารสถานที่ วิทยาเขตแห่งหนึ่งในอำเภอหนองเสือ (ตัวอย่างสถานการณ์จากหน้างาน)

แผนเตรียมอาคารก่อนเปิดภาคเรียน

  • สัปดาห์แรกหลังน้ำลด ล้างโคลน รื้อพรมและฝ้าที่เสียหายหนัก ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ ล้างแอร์ และเปิดระบายอากาศเท่าที่ทำได้
  • ต้นสัปดาห์ที่สอง พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเรียนรวม ห้องปฏิบัติการ ห้องน้ำ และทางเดินตามลำดับความสำคัญ
  • ปลายสัปดาห์ที่สอง ตรวจซ้ำ ทาสีจุดที่ผนังแห้งสนิทแล้ว จัดโต๊ะเก้าอี้ และแจ้งนักศึกษาว่าอาคารพร้อมใช้งาน
  • หลังเปิดภาคเรียน เฝ้าดูจุดที่เคยชื้นมาก หากพบราขึ้นใหม่ ให้แจ้งทีมงานเพื่อวางแผนทำซ้ำ

นักศึกษาที่ลุยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ห้องเรียนรวมขนาดใหญ่ใช้เวลาทำนานเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดห้อง จำนวนเก้าอี้ และระดับความชื้น ทีมงานจะประเมินหน้างานและแจ้งแผนเวลาก่อนเริ่มงาน โดยรวมเวลาระบายอากาศด้วย

ถาม: สารเคมีในห้องปฏิบัติการต้องย้ายออกทั้งหมดหรือไม่
ตอบ: ควรเก็บเข้าตู้ที่ปิดสนิทหรือย้ายออกตามคำแนะนำของผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ เพื่อไม่ให้สัมผัสกับละอองน้ำยาและก๊าซโอโซนโดยตรง

ถาม: คอมพิวเตอร์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์จะเสียหายจากโอโซนไหม
ตอบ: ทีมงานใช้ปริมาณโอโซนที่ควบคุม และแนะนำให้คลุมหรือนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือที่บอบบางออกก่อนอบทุกครั้ง

ถาม: ทำเป็นบางชั้นหรือบางห้องได้ไหม
ตอบ: ได้ สามารถเลือกทำเฉพาะชั้นล่างที่โดนน้ำ หรือห้องที่ต้องใช้ก่อน แล้วค่อยทำส่วนอื่นตามแผนได้

ถาม: หลังอบโอโซนแล้ว เข้าห้องได้เมื่อไร
ตอบ: หลังระบายอากาศจนโอโซนสลายตัว ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบก่อนเปิดห้องให้เจ้าหน้าที่และนักศึกษาเข้าใช้

ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง
ตอบ: หนองเสือ ธัญบุรี คลองหลวง ลำลูกกา เมืองปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสถาบันการศึกษาในจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ให้อาคารเรียนพร้อม ก่อนเสียงระฆังวันเปิดเทอม

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องเรียนรวม ห้องปฏิบัติการ และอาคารมหาวิทยาลัยในหนองเสือ ปทุมธานี

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อมหาวิทยาลัย #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #หนองเสือ

คำค้นหา: กำจัดเชื้อราห้องเรียนมหาวิทยาลัยหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อห้องปฏิบัติการ, อบโอโซนห้องเรียน, ห้องเรียนรวมน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อก่อนเปิดภาคเรียน, หนองเสือ ปทุมธานี, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้