พ่นฆ่าเชื้อศูนย์ฟอกไตและคลินิกเฉพาะทางหลังน้ำท่วม ปกป้องผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ เมืองพระนครศรีอยุธยา ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล

พ่นฆ่าเชื้อศูนย์ฟอกไตและคลินิกเฉพาะทางหลังน้ำท่วม ปกป้องผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ เมืองพระนครศรีอยุธยา ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันที่ "พี่อร" ต้องตัดสินใจว่าจะเปิดศูนย์หรือยัง

ศูนย์ฟอกไตเอกชนขนาดกลางแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวแม่น้ำป่าสัก ช่วงน้ำท่วมปลายเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคม 2569 น้ำเข้ามาสูงราวครึ่งแข้งที่ชั้นล่าง ซึ่งเป็นทั้งโถงต้อนรับ ห้องรอผู้ป่วย และห้องเก็บวัสดุสิ้นเปลือง ทีมงานย้ายเครื่องฟอกเลือดและเวชภัณฑ์ขึ้นชั้นสองได้ทัน ส่วนผู้ป่วยถูกส่งต่อไปฟอกไตที่หน่วยบริการอื่นชั่วคราว

"พี่อร" หัวหน้าพยาบาลของศูนย์ กลับมาถึงในเช้าวันแรกที่น้ำลด สิ่งแรกที่เจอคือกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโคลนลอยออกมาตั้งแต่เปิดประตูกระจก พื้นมีคราบโคลนบาง ๆ ขอบผนังมีเส้นระดับน้ำสีน้ำตาล เก้าอี้บุนวมในห้องรอเริ่มมีจุดเชื้อราสีเขียวเทา และใต้เคาน์เตอร์ต้อนรับมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจนต้องปิดจมูก

โทรศัพท์ของพี่อรดังไม่หยุด ญาติผู้ป่วยหลายคนถามว่า "จะกลับมาฟอกที่เดิมได้เมื่อไร" เพราะการเดินทางไปหน่วยบริการที่ไกลกว่าเดิมสัปดาห์ละสองถึงสามครั้งเป็นภาระหนักมาก แต่พี่อรรู้ดีว่าผู้ป่วยฟอกไตจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันต่ำ หลายคนเป็นเบาหวานร่วมด้วย บางคนมีแผลเรื้อรังที่เท้า หากเปิดศูนย์เร็วเกินไปในขณะที่อาคารยังเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสปอร์เชื้อรา ความเสี่ยงจะตกอยู่กับคนที่เปราะบางที่สุด

คำถามของพี่อรจึงไม่ใช่แค่ "ล้างให้สะอาดแล้วเปิดได้ไหม" แต่คือ "ทำอย่างไรให้มั่นใจว่าพื้นที่ปลอดภัยพอสำหรับผู้ป่วยของเรา" นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ศูนย์ติดต่อทีม World Health Disinfection (WHD) เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนเปิดให้บริการอีกครั้ง

ทำไมศูนย์ฟอกไตและคลินิกเฉพาะทางต้องเข้มงวดกว่าอาคารทั่วไป

บ้านทั่วไปหลังน้ำท่วมก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่สถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ศูนย์ฟอกไต คลินิกเคมีบำบัด คลินิกเบาหวาน คลินิกแผล หรือคลินิกผู้สูงอายุ มีเงื่อนไขที่ต่างออกไปหลายข้อ

1. ผู้ป่วยติดเชื้อง่ายและอาการรุนแรงกว่า

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรค มักมีภูมิต้านทานลดลง เชื้อที่คนทั่วไปรับได้อาจทำให้กลุ่มนี้ป่วยหนัก ผู้ป่วยฟอกไตยังมีจุดเชื่อมต่อหลอดเลือดสำหรับฟอกเลือด ซึ่งต้องดูแลความสะอาดอย่างเข้มงวด

2. เชื้อจากน้ำท่วมหลากหลายกว่าที่คิด

น้ำท่วมที่ไหลผ่านถนน ท่อระบายน้ำ และชุมชน มักพาเชื้อแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล รวมถึงเชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) เข้ามาด้วย เมื่อน้ำลด เชื้อเหล่านี้ยังตกค้างในโคลน ร่องกระเบื้อง ขาเก้าอี้ ใต้เคาน์เตอร์ และท่อระบายน้ำภายในอาคาร

3. เชื้อราในอากาศเป็นภัยเงียบ

ผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์บุนวมที่อมความชื้น เป็นแหล่งเพาะเชื้อราภายในไม่กี่วัน สปอร์เชื้อราลอยในอากาศและไหลเวียนไปตามระบบปรับอากาศ สำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ การหายใจเอาสปอร์ปริมาณมากเข้าไปอาจกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด หรือปัญหาทางเดินหายใจที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป

4. ความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและญาติคือทุกอย่าง

ญาติที่พาผู้ป่วยมาฟอกไตจะสังเกตทุกอย่าง ตั้งแต่กลิ่นในห้องรอ คราบบนผนัง จนถึงความสะอาดของห้องน้ำ หากได้กลิ่นอับหรือเห็นจุดเชื้อรา ความเชื่อมั่นจะหายไปทันที และอาจย้ายไปใช้บริการที่อื่นถาวร

5. เวลาปิดศูนย์คือความเสียหายสองทาง

ทุกวันที่ปิด ศูนย์เสียรายได้และผู้ป่วยต้องเดินทางไกลขึ้น แต่การเปิดเร็วเกินไปโดยไม่ฟื้นฟูพื้นที่ให้ดีก็เสี่ยงต่อชื่อเสียงและสุขภาพของผู้ป่วย การวางแผนที่ชัดเจนจึงช่วยให้กลับมาเปิดได้เร็วและปลอดภัยไปพร้อมกัน

วิธีที่หลายแห่งทำแล้วยังไม่พอ

ล้างด้วยน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวช่วยได้บนพื้นผิวเรียบที่ล้างโคลนออกแล้ว แต่ถ้ายังมีคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และไม่สามารถเข้าถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ หรืออากาศในห้องได้ อีกทั้งกลิ่นคลอรีนแรง ๆ อาจทำให้ผู้ป่วยที่ไวต่อกลิ่นรู้สึกไม่สบาย

เปิดพัดลมและแอร์ให้แห้ง: ช่วยลดความชื้นได้บางส่วน แต่ถ้าเปิดแอร์ขณะที่คอยล์เย็นและท่อลมยังปนเปื้อน กลับกลายเป็นการกระจายสปอร์เชื้อราไปทั่วอาคาร

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดแหล่งกำเนิดกลิ่นหรือเชื้อโรค และน้ำหอมบางชนิดยังกระตุ้นอาการภูมิแพ้ของผู้ป่วย

ทาสีทับคราบเชื้อรา: ทำให้ผนังดูใหม่ แต่ถ้าผนังด้านในยังชื้นและมีเชื้อรา คราบจะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ และผู้ป่วยยังหายใจเอาสปอร์ที่ลอยออกมาอยู่ดี

สิ่งที่ศูนย์ฟอกไตต้องการจึงไม่ใช่แค่ "ดูสะอาด" แต่เป็นกระบวนการที่จัดการทั้งพื้นผิว ซอกมุม และอากาศ อย่างเป็นขั้นตอน และทำงานร่วมกับมาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อของสถานพยาบาลเอง

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ร่วมกับอบโอโซน โดยทีม WHD

WHD ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้ละอองขนาดเล็กลอยเข้าถึงซอกมุม ใต้เตียง หลังตู้ และพื้นผิวที่มือเข้าไม่ถึง จากนั้นตามด้วย บริการอบโอโซน ซึ่งเป็นก๊าซที่แทรกซึมไปทั่วห้อง ช่วยลดสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับที่ฝังในวัสดุ

สำคัญคือ บริการของ WHD เป็นส่วนเสริมของระบบป้องกันการติดเชื้อที่ศูนย์มีอยู่แล้ว ไม่ได้ทดแทนแนวทางของสถานพยาบาลหรือการดูแลอุปกรณ์การแพทย์โดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น ระบบน้ำบริสุทธิ์สำหรับฟอกไตและตัวเครื่องฟอกเลือด ซึ่งควรตรวจสอบโดยวิศวกรการแพทย์และผู้ผลิตตามขั้นตอนของศูนย์

ขั้นตอนการทำงานสำหรับศูนย์ฟอกไตและคลินิก

  1. สำรวจพื้นที่: ทีมงานเดินดูร่วมกับหัวหน้าพยาบาลหรือผู้จัดการศูนย์ ทำแผนผังโซน เช่น โถงต้อนรับ ห้องรอ ห้องฟอกเลือด ห้องเก็บวัสดุ ห้องน้ำ และห้องเจ้าหน้าที่ ระบุจุดที่น้ำเข้าและจุดที่มีเชื้อรา
  2. แนะนำการขนย้ายและล้างโคลน: แนะนำให้ขนย้ายวัสดุที่ทิ้งได้ เช่น กล่องกระดาษที่เปียก ผ้าม่าน หรือเบาะที่ชุ่มน้ำนาน และล้างโคลนออกจากพื้นผิวก่อน เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะได้ผลดีบนพื้นผิวที่สะอาด
  3. ป้องกันอุปกรณ์ที่ไวต่อความชื้นและก๊าซ: เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อน และเวชภัณฑ์ จะถูกย้ายออกหรือคลุมให้มิดชิดตามที่ศูนย์กำหนด
  4. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H: พ่นแบบละอองฝอย ULV ทั่วทุกโซน เน้นพื้น ขอบผนัง ขาเก้าอี้ เคาน์เตอร์ ราวจับ ประตู และห้องน้ำ
  5. อบโอโซนแบบปิดห้อง: ใช้ เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator ในปริมาณที่ควบคุมตามขนาดห้อง โดยไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ระหว่างการอบ
  6. ระบายอากาศ: เปิดประตูหน้าต่างหรือระบบระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยก่อนให้เจ้าหน้าที่กลับเข้าพื้นที่
  7. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำ: เดินตรวจกลิ่นและจุดเชื้อราอีกครั้ง พร้อมแนะนำการควบคุมความชื้นและการทำความสะอาดประจำวัน

ความปลอดภัยของโอโซน: ห้ามมีคน ผู้ป่วย สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบโอโซน ต้องระบายอากาศให้ครบก่อนกลับเข้าพื้นที่ ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อน ชิ้นส่วนยาง และงานศิลปะ ทีมงานจะใช้ปริมาณโอโซนที่ควบคุม และขอให้คลุมหรือย้ายออกก่อนเริ่มงาน

10 เหตุผลที่ศูนย์ฟอกไตในอยุธยาเลือกพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนกับ WHD

  1. ใช้ Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในงานด้านสุขอนามัย เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดระดับสูง
  2. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกมุมที่การเช็ดถูไม่ถึง เช่น ใต้เก้าอี้ฟอกไตและหลังตู้เก็บของ
  3. อบโอโซน ช่วยลดสปอร์เชื้อราในอากาศ ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ
  4. สลายกลิ่นอับและกลิ่นโคลนที่ต้นเหตุ แทนการกลบกลิ่นด้วยน้ำหอม
  5. วางแผนเป็นโซน ทำงานนอกเวลาให้บริการ ไม่รบกวนการดูแลผู้ป่วยที่ชั้นอื่น
  6. ทำงานร่วมกับแนวทางป้องกันการติดเชื้อของศูนย์ ไม่ขัดกับขั้นตอนเดิม
  7. ใส่ใจอุปกรณ์การแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการคลุม ย้ายออก และควบคุมปริมาณโอโซน
  8. มีขั้นตอนระบายอากาศชัดเจน เจ้าหน้าที่รู้เวลาที่กลับเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
  9. ช่วยให้ศูนย์สื่อสารกับผู้ป่วยและญาติได้ว่าพื้นที่ผ่านการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบแล้ว
  10. ต่อยอดได้ด้วย สเปรย์ Chemgene HLD4H 750ml สำหรับเช็ดพื้นผิวสัมผัสบ่อยในแต่ละวัน และ บริการพ่นยุง รอบอาคารเมื่อมีน้ำขัง

ก่อนและหลังการฟื้นฟู

ก่อน

  • กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโคลนตั้งแต่ประตูทางเข้า
  • เก้าอี้บุนวมในห้องรอมีจุดเชื้อรา
  • คราบเส้นระดับน้ำบนผนังและขอบประตู
  • ใต้เคาน์เตอร์มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
  • ญาติผู้ป่วยกังวล ไม่มั่นใจจะกลับมาใช้บริการ

หลัง

  • อากาศโล่ง กลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน
  • เฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายถูกเปลี่ยน ที่เหลือผ่านการฆ่าเชื้อ
  • พื้นผิวและซอกมุมผ่านการพ่นฆ่าเชื้อทั่วทุกโซน
  • มีแผนควบคุมความชื้นและทำความสะอาดประจำวัน
  • ศูนย์สื่อสารกับผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจก่อนเปิดบริการ

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"ตอนแรกเราคิดว่าแค่ล้างพื้นแล้วก็เปิดได้ แต่พอทีมงานเดินสำรวจด้วยกัน เราเห็นจุดที่ไม่เคยนึกถึง ทั้งใต้เคาน์เตอร์และหลังตู้เก็บของ หลังพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน กลิ่นในห้องรอหายไปมาก พอญาติผู้ป่วยกลับมาก็ไม่มีใครทักเรื่องกลิ่นอีก เราสบายใจขึ้นเยอะ"

— หัวหน้าพยาบาล ศูนย์ฟอกไตเอกชน อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา (เรื่องเล่าตัวอย่างจากหน้างาน)

เช็กลิสต์ก่อนเปิดรับผู้ป่วยกลับ

  • ล้างโคลนออกจากพื้นและผนังทุกโซน รวมถึงท่อระบายน้ำภายในอาคาร
  • ทิ้งวัสดุที่ซึมน้ำนาน เช่น กล่องกระดาษ ผ้าม่าน และเบาะที่ขึ้นรา
  • ให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ล้างคอยล์และท่อลมก่อนเปิดใช้งาน
  • ให้วิศวกรการแพทย์ตรวจเครื่องมือแพทย์และระบบน้ำสำหรับฟอกไตตามขั้นตอนของศูนย์
  • พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน แล้วระบายอากาศให้ครบ
  • สังเกตกลิ่นและความชื้นต่อเนื่องหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังเปิด
  • แจ้งผู้ป่วยและญาติถึงขั้นตอนที่ศูนย์ทำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

สำหรับผู้ป่วยและญาติที่บ้านก็ถูกน้ำท่วม ควรใส่รองเท้าบูทและถุงมือเมื่อทำความสะอาด หากมีไข้ ปวดน่อง หรือแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งว่าสัมผัสน้ำท่วม เพราะโรคฉี่หนูรักษาได้ดีหากพบเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อในศูนย์ฟอกไตต้องปิดศูนย์นานแค่ไหน?
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และสภาพความเสียหาย ทีมงานจะประเมินหลังสำรวจ และสามารถวางแผนเป็นโซนหรือทำนอกเวลาให้บริการได้

ถาม: อบโอโซนเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยไหม?
ตอบ: โอโซนเข้มข้นเป็นอันตรายต่อการหายใจ จึงต้องอบในห้องที่ไม่มีคนอยู่เท่านั้น และระบายอากาศให้ครบตามเวลาที่ทีมงานกำหนดก่อนให้ใครกลับเข้าไป

ถาม: เครื่องฟอกเลือดและอุปกรณ์การแพทย์จะเสียหายไหม?
ตอบ: ทีมงานจะขอให้ย้ายออกหรือคลุมอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อน และใช้ปริมาณโอโซนที่ควบคุม ส่วนการตรวจเครื่องและระบบน้ำสำหรับฟอกไตควรทำโดยวิศวกรการแพทย์ตามขั้นตอนของศูนย์

ถาม: บริการนี้แทนการทำความสะอาดตามมาตรฐานของสถานพยาบาลได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้แทน แต่เป็นส่วนเสริมสำหรับฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม ศูนย์ยังต้องทำตามแนวทางป้องกันการติดเชื้อของตนเองตามปกติ

ถาม: ผนังที่ขึ้นราหนักต้องรื้อไหม?
ตอบ: หากวัสดุอย่างยิปซัมอมน้ำนานจนเปื่อย ควรรื้อเปลี่ยน การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนช่วยจัดการส่วนที่เหลือ ทีมงานจะให้คำแนะนำหน้างาน

ถาม: ให้บริการคลินิกประเภทอื่นในอยุธยาด้วยไหม?
ตอบ: ได้ ทั้งคลินิกเฉพาะทาง คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพ และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ในอำเภอเมือง อำเภอใกล้เคียง และพื้นที่อื่น สอบถามได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

เปิดศูนย์อีกครั้งอย่างมั่นใจ เพื่อผู้ป่วยที่รอคุณอยู่

ศูนย์ฟอกไตและคลินิกในเมืองพระนครศรีอยุธยา นัดสำรวจพื้นที่กับทีม WHD ได้วันนี้

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อศูนย์ฟอกไต #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำท่วมอยุธยา

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศูนย์ฟอกไต, พ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วม, อบโอโซนคลินิก, ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, เมืองพระนครศรีอยุธยา 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้