กำจัดกลิ่นอับรถตู้ รถรับส่งนักเรียน และรถโดยสารที่น้ำเข้าห้องโดยสาร ด้วยการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ เมืองพิษณุโลก ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กำจัดกลิ่นอับรถตู้ รถรับส่งนักเรียน และรถโดยสารที่น้ำเข้าห้องโดยสาร ด้วยการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ เมืองพิษณุโลก ปี 2569

กำจัดกลิ่นอับรถตู้ รถรับส่งนักเรียน และรถโดยสารที่น้ำเข้าห้องโดยสาร ด้วยการอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อ เมืองพิษณุโลก ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันแรกที่ลุงสมพงษ์เปิดประตูรถตู้หลังน้ำลด

ลุงสมพงษ์ขับรถตู้รับส่งนักเรียนมาเกือบสิบห้าปี เส้นทางประจำของลุงคือรับเด็กจากชุมชนริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกของอำเภอเมืองพิษณุโลก ไปส่งที่โรงเรียนในตัวเมืองทุกเช้า และพากลับบ้านทุกเย็น ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 น้ำจากแม่น้ำน่านเอ่อล้นเข้าซอยหลังบ้านเร็วกว่าที่คิด คืนนั้นลุงย้ายรถไม่ทัน รถตู้คันสีขาวจอดแช่น้ำสูงเกือบถึงขอบเบาะอยู่สองวันเต็ม

เมื่อน้ำลด ลุงลากรถไปให้อู่ตรวจเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า ช่างเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็กสายไฟ และบอกว่ารถยังวิ่งได้ ลุงโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่เช้าวันที่เปิดประตูบานเลื่อนเพื่อเตรียมรับเด็กอีกครั้ง กลิ่นที่ลอยออกมาทำให้ลุงต้องถอยหลังหนึ่งก้าว เป็นกลิ่นผสมระหว่างโคลน น้ำเน่า และความอับชื้นที่ฝังอยู่ในพรมกับฟองน้ำเบาะ ใต้เบาะแถวหลังมีคราบน้ำเป็นเส้นสีน้ำตาล ส่วนเข็มขัดนิรภัยบางเส้นเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นมา

ลุงเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ทั้งวัน ฉีดน้ำหอมจนทั่ว และแขวนถุงถ่านไว้หลายจุด ผ่านไปสามวันกลิ่นก็ยังกลับมาทุกครั้งที่ปิดกระจกเปิดแอร์ วันที่สองของการกลับมารับเด็ก น้องคนหนึ่งที่เป็นภูมิแพ้นั่งไอตลอดทาง อีกคนบ่นว่าคันขา แล้วก็มีข้อความจากผู้ปกครองส่งมาถามว่า "รถลุงโดนน้ำท่วมใช่ไหมคะ ฆ่าเชื้อแล้วหรือยัง" ลุงตอบไม่ถูก เพราะลุงไม่รู้จริง ๆ ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นพอหรือไม่

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่กับลุงสมพงษ์ แต่เกิดกับเจ้าของรถตู้รับจ้าง รถรับส่งพนักงาน รถสองแถว และรถโดยสารประจำทางอีกจำนวนมากในพิษณุโลก ที่น้ำเข้ามาถึงห้องโดยสารในช่วงน้ำท่วมปีนี้

ทำไมรถที่น้ำเข้าห้องโดยสารจึงอันตรายกว่าที่เห็น

ห้องโดยสารของรถเป็นพื้นที่ปิด แคบ และมีวัสดุดูดซับน้ำอยู่เต็มไปหมด ทั้งพรมปูพื้น ฟองน้ำในเบาะ แผ่นซับเสียงใต้พรม ผ้าบุหลังคา และช่องลมแอร์ เมื่อน้ำท่วมซึ่งปนเปื้อนโคลน น้ำเสีย และสิ่งปฏิกูลไหลเข้ามา วัสดุเหล่านี้จะอุ้มทั้งความชื้นและเชื้อโรคเอาไว้ แม้ผิวด้านบนจะดูแห้งแล้ว แต่ชั้นล่างยังเปียกอยู่ได้อีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์

ความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้โดยสาร

  • แบคทีเรียจากน้ำท่วม เช่น อีโคไล ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะในเด็กที่ชอบจับเบาะ ราวจับ แล้วเอามือเข้าปาก
  • โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส เชื้อนี้มากับน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุ คนขับและผู้ที่ลงมือทำความสะอาดรถจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
  • เชื้อราและสปอร์ ที่เติบโตในพรมและฟองน้ำเบาะ กระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก และหอบหืด ซึ่งพบบ่อยในเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุ
  • โรคผิวหนัง ผื่นคัน และการติดเชื้อที่ผิว จากการนั่งบนเบาะที่อับชื้นเป็นเวลานาน

ความเสี่ยงต่อรายได้และชื่อเสียง

รถตู้รับส่งนักเรียนและรถรับจ้างอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจ ผู้ปกครองเพียงไม่กี่คนที่ได้กลิ่นอับหรือเห็นลูกกลับบ้านมาไอ ก็พร้อมจะย้ายไปใช้รถคันอื่นทันที ส่วนผู้โดยสารรถทัวร์หรือรถรับส่งพนักงาน ก็มักจะรีวิวหรือร้องเรียนต่อบริษัทต้นสังกัด การสูญเสียลูกค้าประจำในช่วงที่ทุกคนกำลังพยายามฟื้นตัวจากน้ำท่วม ถือเป็นต้นทุนที่สูงกว่าค่าฟื้นฟูรถอย่างถูกวิธีหลายเท่า

ความเสี่ยงต่อตัวรถ

ความชื้นที่ค้างอยู่ใต้พรมทำให้พื้นตัวถังเป็นสนิมเร็วขึ้น ขั้วไฟและปลั๊กใต้เบาะเกิดคราบออกไซด์ และกลิ่นอับก็ไม่ได้ลอยอยู่เฉย ๆ แต่ซึมเข้าไปในผ้าบุหลังคา ระบบแอร์ และท่อลม ยิ่งปล่อยไว้นาน การกำจัดก็ยิ่งยากขึ้น

ทำไมวิธีที่คุ้นเคยจึงเอาไม่อยู่

น้ำหอมปรับอากาศและสเปรย์ดับกลิ่น ทำได้แค่กลบกลิ่นชั่วคราว พอเปิดแอร์หรือจอดตากแดด ความร้อนจะดึงกลิ่นอับจากฟองน้ำเบาะกลับขึ้นมาอีกครั้ง และกลิ่นหอมที่ผสมกับกลิ่นอับยังทำให้ผู้โดยสารเวียนศีรษะได้ง่ายขึ้นด้วย

เปิดประตูตากลมหรือใช้พัดลม ช่วยลดความชื้นที่ผิวหน้า แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคหรือสปอร์เชื้อราที่อยู่ลึกในวัสดุ และในช่วงปลายฤดูฝนของภาคเหนือตอนล่าง อากาศยังชื้นมาก การตากลมเพียงอย่างเดียวจึงใช้เวลานานและไม่แน่นอน

ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวอาจทำให้ผ้าเบาะซีดด่าง หนังเทียมกรอบ และไอระเหยในห้องโดยสารที่ปิดแคบก็ระคายเคืองทางเดินหายใจ อีกทั้งยังเข้าไม่ถึงช่องลมแอร์ ใต้คอนโซล หรือร่องรางเบาะ

ซักเบาะและพรมแล้วจบ การซักช่วยเอาโคลนออก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จำเป็น แต่ถ้าไม่มีขั้นตอนฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นในระดับโมเลกุลตามมา เชื้อราที่ยังเหลืออยู่ในตะเข็บและท่อแอร์ก็จะกลับมาเติบโตอีกในเวลาไม่นาน

ทางออกที่ได้ผล: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ร่วมกับอบโอโซนห้องโดยสาร

World Health Disinfection (WHD) ฟื้นฟูรถที่น้ำเข้าห้องโดยสารด้วยสองขั้นตอนหลักที่ทำงานเสริมกัน ขั้นแรกคือ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ผ่านเครื่องพ่นแบบละอองฝอยละเอียด (ULV) ละอองขนาดเล็กลอยเข้าถึงซอกเบาะ ร่องราง พื้นใต้พรม และผนังด้านในได้ทั่วถึง ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิวที่มือเข้าไม่ถึง

ขั้นที่สองคือ บริการอบโอโซน โอโซนเป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง แพร่กระจายไปทั่วห้องโดยสารรวมถึงท่อลมแอร์ ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ แทนที่จะกลบกลิ่นไว้ชั่วคราว เมื่อจบขั้นตอนและระบายอากาศแล้ว โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมีหรือคราบตกค้าง

ขั้นตอนการทำงานสำหรับรถตู้และรถโดยสาร

  1. สำรวจและประเมิน ทีมงานดูระดับน้ำที่เคยเข้า จุดที่ยังชื้น ชนิดวัสดุเบาะ และระบบแอร์ เพื่อวางแผนให้เหมาะกับรถแต่ละคัน
  2. แนะนำการเตรียมรถ ให้คำแนะนำเรื่องการรื้อพรม ถอดเบาะ ล้างโคลน และตากให้แห้งก่อน รวมถึงให้อู่ตรวจระบบไฟฟ้าตามความจำเป็น
  3. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV ด้วย Chemgene HLD4H ทั่วห้องโดยสาร พื้น ผนัง เบาะ ราวจับ เข็มขัดนิรภัย และช่องเก็บของ
  4. อบโอโซนแบบปิดห้องโดยสาร ใช้เครื่องผลิตโอโซนในห้องโดยสารที่ปิดสนิท ตั้งระยะเวลาและความเข้มข้นตามขนาดรถและระดับกลิ่น พร้อมเดินระบบหมุนเวียนอากาศภายในเพื่อให้โอโซนเข้าถึงท่อแอร์
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูทุกบานจนโอโซนสลายตัวหมด ก่อนอนุญาตให้คนขับหรือผู้โดยสารเข้าใช้งาน
  6. ตรวจซ้ำและให้คำแนะนำ ตรวจกลิ่นและจุดชื้นอีกครั้ง พร้อมแนะนำวิธีดูแลรถในช่วงฤดูฝนที่เหลือ

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในรถหรือบริเวณที่ปิดเชื่อมกันเด็ดขาด ต้องระบายอากาศจนสลายตัวหมดก่อนเข้าใช้งาน ทีมงานจะควบคุมปริมาณและเวลาให้เหมาะกับห้องโดยสาร เนื่องจากโอโซนความเข้มข้นสูงต่อเนื่องนาน ๆ อาจมีผลต่อยางขอบประตูและชิ้นส่วนยางบางชนิด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถอดได้ เช่น กล้องหน้ารถ เครื่องรูดบัตร หรือแท็บเล็ต ควรนำออกหรือปิดคลุมก่อนเริ่มงาน

10 เหตุผลที่เจ้าของรถตู้และรถโดยสารในพิษณุโลกเลือก WHD

  1. กำจัดกลิ่นอับที่ต้นเหตุด้วย การอบโอโซน ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  2. ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงซอกเบาะ ร่องราง และใต้คอนโซลที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  3. ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่เหมาะกับการฆ่าเชื้อพื้นผิวในพื้นที่ใช้งานจริง
  4. โอโซนเข้าถึงท่อลมแอร์ ซึ่งเป็นจุดที่กลิ่นอับมักหลบซ่อน
  5. ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำหอมหรือสารเคมีฉุนไว้ในห้องโดยสารที่เด็กต้องนั่งทุกวัน
  6. ควบคุมปริมาณโอโซนอย่างเหมาะสม ใส่ใจชิ้นส่วนยางและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถ
  7. มีขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่สำรวจ พ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน ระบายอากาศ จนถึงตรวจซ้ำ
  8. ช่วยให้เจ้าของรถตอบคำถามผู้ปกครองและผู้โดยสารได้อย่างมั่นใจ
  9. ใช้ร่วมกับการดูแลที่บ้านได้ เช่น สเปรย์ Chemgene ขนาด 750 มล. สำหรับเช็ดราวจับระหว่างวัน
  10. ให้บริการทั้งรถคันเดียวและกองรถ เช่น บริษัทรถรับส่งพนักงานหรือรถทัวร์หลายคัน รวมถึงอู่หรือโรงจอดรถที่โดนน้ำท่วม

ก่อนและหลังการฟื้นฟูห้องโดยสาร

ก่อน

  • เปิดประตูแล้วเจอกลิ่นโคลนและกลิ่นอับทันที
  • เปิดแอร์แล้วกลิ่นยิ่งแรงขึ้น
  • มีจุดดำบนเข็มขัดนิรภัยและตะเข็บเบาะ
  • เด็กที่เป็นภูมิแพ้ไอ จาม คันตา
  • ผู้ปกครองถามเรื่องความสะอาดไม่หยุด

หลัง

  • ห้องโดยสารไม่มีกลิ่นอับ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมฉุน
  • เปิดแอร์แล้วอากาศสดชื่นขึ้น
  • พื้นผิวที่สัมผัสบ่อยผ่านการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • ผู้โดยสารนั่งได้สบายใจขึ้น
  • เจ้าของรถอธิบายขั้นตอนที่ทำให้ผู้ปกครองฟังได้ชัดเจน

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"ผมเคยคิดว่ากลิ่นอับในรถคงต้องอยู่กับมันไปอีกหลายเดือน พอทีมงานพ่นฆ่าเชื้อแล้วอบโอโซนให้ ผมเปิดประตูตอนเช้าก็ไม่เจอกลิ่นนั้นอีก ที่สำคัญคือผมอธิบายให้ผู้ปกครองฟังได้ว่าทำอะไรไปบ้าง ทุกคนสบายใจขึ้นมาก"

— เจ้าของรถตู้รับส่งนักเรียน อำเภอเมืองพิษณุโลก (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

สิ่งที่เจ้าของรถควรทำทันทีหลังน้ำลด

  • อย่าสตาร์ตเครื่องทันทีถ้าน้ำเคยท่วมถึงห้องเครื่อง ให้อู่ตรวจก่อน
  • สวมถุงมือยางและรองเท้าบูตขณะรื้อพรมและล้างโคลน หากมีบาดแผลให้ปิดแผลให้มิดชิด
  • ถอดพรม แผ่นซับเสียง และเบาะที่ถอดได้ออกมาล้างและตากให้แห้งสนิท
  • ถ่ายรูประดับน้ำและความเสียหายเก็บไว้ใช้เคลมประกัน
  • ติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนกลับมารับผู้โดยสาร โดยเฉพาะรถที่รับส่งเด็กและผู้สูงอายุ

หากมีอาการไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หรือตาแดงหลังลุยน้ำ ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติว่าสัมผัสน้ำท่วม ตามคำแนะนำของ กรมควบคุมโรค

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: รถตู้น้ำเข้าแค่พื้น ไม่ถึงเบาะ จำเป็นต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: แม้น้ำเข้าแค่พื้น พรมและแผ่นซับเสียงด้านล่างก็อุ้มน้ำและเชื้อโรคไว้ได้มาก กลิ่นอับจะค่อย ๆ ลอยขึ้นมาเมื่ออากาศร้อน การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนช่วยจัดการตั้งแต่ต้นเหตุ

ถาม: ต้องซักเบาะก่อนหรือไม่
ตอบ: ควรล้างโคลนและคราบสกปรกออกให้ได้มากที่สุดก่อน เพราะทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อและโอโซนทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาดและแห้ง ทีมงานจะให้คำแนะนำว่าส่วนไหนควรซัก ส่วนไหนควรเปลี่ยน

ถาม: โอโซนจะทำให้ยางหรือเครื่องเสียงในรถเสียหายไหม
ตอบ: ทีมงานควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาให้เหมาะกับขนาดห้องโดยสาร ไม่ปล่อยโอโซนทิ้งไว้นานเกินจำเป็น และแนะนำให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถอดได้ออกหรือปิดคลุมก่อน

ถาม: หลังอบเสร็จใช้รถได้เลยไหม
ตอบ: ต้องเปิดประตูระบายอากาศจนโอโซนสลายหมดก่อน ทีมงานจะเป็นผู้ยืนยันว่าพร้อมใช้งาน ระหว่างอบห้ามมีคนหรือสัตว์อยู่ในรถเด็ดขาด

ถาม: ให้บริการกองรถหลายคันพร้อมกันได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ทั้งบริษัทรถรับส่งพนักงาน รถทัวร์ และสหกรณ์รถตู้ สามารถนัดทยอยทำเป็นรอบเพื่อไม่ให้กระทบเส้นทางเดินรถมากเกินไป

ถาม: นอกจากเมืองพิษณุโลก ให้บริการพื้นที่อื่นไหม
ตอบ: สามารถสอบถามพื้นที่ให้บริการได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE ทีมงานจะประเมินและแจ้งรายละเอียดให้ทราบ

ให้รถของคุณกลับมาสดชื่น ปลอดภัย พร้อมรับผู้โดยสาร

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อวางแผนอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อรถตู้ รถรับส่งนักเรียน และรถโดยสารที่น้ำเข้าห้องโดยสาร ในเมืองพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซนรถตู้ #กำจัดกลิ่นอับ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #รถรับส่งนักเรียน #กำจัดเชื้อรา #น้ำยาฆ่าเชื้อ #พิษณุโลก #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: อบโอโซนรถตู้หลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอับรถตู้, อบโอโซนรถรับส่งนักเรียน, พ่นฆ่าเชื้อรถโดยสาร, น้ำเข้ารถ กลิ่นอับ, กำจัดเชื้อราในรถ, อบโอโซน พิษณุโลก, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้