Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 0 จำนวนผู้เข้าชม |
อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำท่าจีนที่ชาวบ้านคุ้นเคยกับน้ำหลากมาหลายชั่วอายุคน แต่ในปี 2569 น้ำขึ้นสูงและขังนานกว่าที่หลายครอบครัวคาดไว้ บ้านจำนวนมากมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาศัยอยู่ เมื่อน้ำลดและครอบครัวพาญาติผู้ใหญ่กลับบ้าน สิ่งที่รออยู่คือเชื้อรา กลิ่นอับ และเชื้อโรคที่ตกค้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อคนกลุ่มนี้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมบ้านที่มีผู้สูงอายุจึงต้องอบโอโซนหลังน้ำท่วมและพ่นฆ่าเชื้ออย่างจริงจัง และบริการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับบริการอบโอโซนของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยให้บ้านกลับมาปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรักได้อย่างไร
คุณมาลี ลูกสาววัย 48 ปี ดูแลแม่วัย 82 ปีที่ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกและต้องนอนติดเตียงมาสามปี บ้านไม้สองชั้นริมคลองในตำบลแห่งหนึ่งของอำเภอบางปลาม้าเป็นบ้านที่แม่อยู่มาทั้งชีวิต ห้องนอนของแม่อยู่ชั้นล่างเพื่อให้สะดวกต่อการพาไปโรงพยาบาลและทำกายภาพบำบัด
เมื่อน้ำเริ่มเข้าบ้าน คุณมาลีต้องพาแม่ไปพักที่บ้านญาติในตัวอำเภอเกือบสามสัปดาห์ ระหว่างนั้นน้ำท่วมชั้นล่างสูงกว่าครึ่งเมตร เตียงผู้ป่วย ที่นอนลม ตู้เสื้อผ้า และชั้นวางยาของแม่จมน้ำทั้งหมด เมื่อน้ำลด คุณมาลีกลับมาก่อนเพื่อเตรียมบ้าน ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนเน่าก็โชยออกมา ผนังไม้ชั้นล่างมีคราบน้ำเป็นแนวยาว มุมห้องและหลังตู้มีเชื้อราสีเขียวปนดำขึ้นเป็นปื้น ผ้าม่านที่เคยขาวกลายเป็นสีเทามีจุดดำ
คุณมาลีกับน้องชายช่วยกันขนโคลน ล้างพื้น และเช็ดผนังด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำเกือบทั้งวัน เปิดหน้าต่างและพัดลมทิ้งไว้อีกหลายวัน บ้านดูสะอาดขึ้น แต่กลิ่นอับยังอยู่ และจุดดำเล็ก ๆ ก็เริ่มกลับมาที่มุมเดิม เธอกังวลมาก เพราะคุณหมอเคยบอกว่าแม่มีความเสี่ยงปอดติดเชื้อสูงเนื่องจากนอนติดเตียงและกลืนลำบาก ถ้าต้องหายใจเอาสปอร์เชื้อราเข้าไปทุกวัน อาการอาจทรุดลงได้ง่าย
เรื่องของคุณมาลีเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวจำนวนมากในบางปลาม้า สองพี่น้อง ดอนเจดีย์ และพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ครอบครัวไทยจำนวนมากดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน และห้องของผู้สูงอายุมักอยู่ชั้นล่าง ซึ่งเป็นชั้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด
ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด และผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน มีความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคน้อยกว่าคนทั่วไป เชื้อที่คนหนุ่มสาวอาจรับมือได้ อาจทำให้กลุ่มนี้ป่วยหนักได้
สปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในห้องที่อับชื้นเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังให้กำเริบ สำหรับผู้ป่วยติดเตียงซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งวันในห้องเดียว การหายใจเอาสปอร์เข้าไปต่อเนื่องจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
น้ำท่วมนำเชื้อแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูลมาตกค้างบนพื้น เตียง และเฟอร์นิเจอร์ ผู้ป่วยติดเตียงที่มีแผลกดทับหรือผิวหนังบอบบาง หากสัมผัสพื้นผิวที่ยังมีเชื้อ อาจเกิดการติดเชื้อที่แผลได้ง่าย ผู้ดูแลก็เสี่ยงต่อโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) และโรคผิวหนังระหว่างทำความสะอาด
ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงส่วนใหญ่เป็นลูกหลานที่ต้องทำงานไปด้วย การต้องฟื้นฟูบ้านเองทั้งหมดพร้อมกับดูแลผู้ป่วยทำให้เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ยิ่งถ้ากลิ่นอับและเชื้อราไม่หายเสียที ความกังวลก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
บ้านที่มีผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางจึงต้องการทั้งการฆ่าเชื้อที่ทั่วถึงและการกำจัดเชื้อราและกลิ่นในอากาศ โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ใช้ในสถานพยาบาล พ่นด้วยเครื่องละอองฝอยแบบ ULV ให้ละอองเข้าถึงพื้น ผนัง ใต้เตียง หลังตู้ และซอกมุมของบ้านที่เคยจมน้ำ ใช้น้ำยาปริมาณน้อย พื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์จึงไม่เปียกแฉะ
หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะปิดห้องและอบโอโซนด้วยเครื่องผลิตโอโซนกำลังสูง โอโซนแทรกซึมเข้าไปในผ้าม่าน ฟูก หมอน ตู้เสื้อผ้า และรูพรุนของไม้ ช่วยทำลายสปอร์เชื้อรา แบคทีเรีย และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ เมื่อครบเวลาโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง จึงเหมาะกับบ้านที่มีผู้ป่วยไวต่อกลิ่นและสารเคมี อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบโอโซน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย สมาชิกในบ้าน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่อบโดยเด็ดขาด เครื่องผลิตออกซิเจนและอุปกรณ์การแพทย์ควรย้ายออกหรือปิดเครื่องตามคำแนะนำของทีมงาน ต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนพาผู้ป่วยกลับเข้าห้อง ทีมงาน WHD จะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบทุกครั้ง
"ล้างเองหลายรอบแต่กลิ่นไม่หาย ราก็ขึ้นมาใหม่ ไม่กล้าพาแม่กลับบ้านเลย พอทีม WHD มาพ่นฆ่าเชื้อแล้วอบโอโซนทั้งชั้นล่าง กลิ่นที่ติดผนังไม้ก็จางลงมาก ทีมงานยังช่วยแนะนำว่าควรเปลี่ยนที่นอนและจัดห้องแม่ยังไงให้ปลอดภัย ตอนนี้แม่กลับมานอนห้องเดิมแล้ว เราสบายใจขึ้นเยอะ"
— คุณมาลี ผู้ดูแลมารดาติดเตียง อำเภอบางปลาม้า (บุคคลสมมติจากสถานการณ์จริง)
ถาม: ผู้สูงอายุต้องออกจากบ้านนานแค่ไหนระหว่างรับบริการ
ตอบ: ขึ้นกับขนาดบ้านและจำนวนห้อง ทีมงานจะแจ้งเวลาโดยประมาณตอนสำรวจ และแจ้งเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการกลับเข้าบ้านหลังระบายอากาศ
ถาม: ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากบ้านได้ ทำอย่างไร
ตอบ: ทีมงานสามารถวางแผนอบทีละห้อง โดยให้ผู้ป่วยพักในห้องที่ไม่ได้อบและปิดประตูกั้นให้มิดชิด พร้อมเปิดระบายอากาศฝั่งผู้ป่วย อย่างไรก็ตามต้องประเมินหน้างานเป็นรายกรณี
ถาม: เครื่องผลิตออกซิเจนและอุปกรณ์การแพทย์ต้องทำอย่างไร
ตอบ: ควรย้ายออกจากห้องที่อบหรือปิดเครื่องตามคำแนะนำ และทำความสะอาดภายนอกเครื่องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
ถาม: อบโอโซนแล้วเชื้อราจะไม่กลับมาอีกเลยหรือไม่
ตอบ: โอโซนช่วยลดสปอร์และกลิ่นได้ดี แต่หากบ้านยังมีความชื้นสูงต่อเนื่อง เชื้อราอาจกลับมาได้ จึงควรควบคุมความชื้นและระบายอากาศสม่ำเสมอ
ถาม: ที่นอนลมของผู้ป่วยที่จมน้ำ อบโอโซนแล้วใช้ต่อได้หรือไม่
ตอบ: ที่นอนที่จมน้ำปนสิ่งปฏิกูลนาน ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โอโซนเหมาะกับการลดกลิ่นและเชื้อที่ผิว ไม่ใช่การกู้คืนวัสดุที่เสียหายภายใน
ถาม: ให้บริการในอำเภอบางปลาม้าและสุพรรณบุรีหรือไม่
ตอบ: สอบถามพื้นที่ให้บริการและนัดสำรวจได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนและพ่นฆ่าเชื้อบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: WHO – Floods and health และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
#อบโอโซน #อบโอโซนบ้าน #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #บางปลาม้า
คำค้นหา: อบโอโซนบ้านผู้สูงอายุหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วยติดเตียง, กำจัดเชื้อราในบ้าน, กำจัดกลิ่นอับหลังน้ำท่วม, ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ, บางปลาม้า, สุพรรณบุรี, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, อบโอโซน 2569